0 Views

บทที่ 494 ดินแดนเย็นยะเยือก

 

หนึ่งเดือนต่อมา ฉื่อหยานก็เข้าไปยังหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬอีกครั้งที่แห่งนี้ไม่มีกลิ่นอายธรรมชาติหรือพลังใดๆอยู่ มีเพียงความืดมิดที่ปกคลุมตลอดปี

เขาก็พบกับฉากที่คุ้นเคย หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ดินแปลกประหลาดก็ยังอยู่ ไม่มีอะไรในนี้สอดคล้องกับสามัญสำนึกทั่วไปเลย แม้แต่เกาะและภูเขายังลอยอยู่ในอากาศเคลื่อนที่ช้าเร็วสลับไปมา 

เขาเคยไปที่นั่นมาก่อน เขาเข้าใจในสถานการณ์ที่นี่ดี ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ตกใจอะไร

หลังจากที่เขาได้กำหนดทิศทางที่จะไปแล้ว เขาก็บินไปทางทิศตะวันออกของหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬด้วยความเร็วคงที่

ปีศาจสงคราม อสูณล่าวิญญาน และจิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในร่างกระดูกขาว พวกมันพักอยู่ในแหวนสายโลหิตอย่างเงียบๆ โดยไม่แสดงพลังออกมา

แหวนสาลโลหิตนั้นเป็นสมบัติลับระดับพระเจ้า ซึ่งต่างจากแหวนกระเป๋าที่สามารถเก็บได้เพียงสิ่งไม่มีชีวิตเท่านั้น   แหวนสายโลหิตมันสามารถสร้างสภาพพื้นที่ ที่เหมาะแก่การอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิตนั้นๆและให้มันเข้าไปอยูาได้

เฉกเช่นเปลวเหมันเยือกแข็ง แกนเพลิง ปีศาจสงคราม และ อสูรล่าวิญญาน ดูเหมือนว่าแหวนนี้จะสร้างสภาพแวกล้อมตามธรรมชาติได้ บางพื้นที่ภายในก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายธรรมชาติ

จนถึงตอนนี้ ฉื่อหยานก็ยังไม่สามารถล่วงรู้ถึงความสามารถทั้งหมดของแหวนสายโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ว่าแหวนวงนี้คือสิ่งที่ช่วยเหลือเขามากที่สุดกและเป็นสิ่งลึกลับที่สุดในดินแดนรุ่งเรือง ไม่มีใครที่รู้เกี่ยวกับแหวนวงนี้สักคน

ขณะที่กำลังข้ามผ่านหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ เขาได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเคล็ดอมตะจุติอย่างจริงใจ เขาฝึกฝนโดยไม่กินไม่นอน เมื่อใดก็ตามที่เขาพบกับสภาวะคอขวดในฝึกบ่มเพาะของเขา เขาก็เปลี่ยนไปเป็นหลอมสมบัติลับ ใช้โอกาสนี้กลั่นกรองจิตใจและจิตสำนึกวิญญานของเขา , เขาบรรลุความคืบหน้าอย่างใหญ่หลวงในการฝึกเคล็ดอมตะจุติ นอกจากนี้ เขายังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการหลอมมากยิ่งขึ้น

หลังจากที่เขาได้ผ่านหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ ความเข้าใจเกี่ยวกับเคล็ดอมตะจุติของเขาก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  ตอนนี้ เขาสามารถใช้โลหิตอมตะของเขาเพื่อดูความเป็นอยู่ของตระกูลฉื่อได้ เมื่อเขาแผดเผาโลหิตอมตะ เขาก็จะใบหน้าของฉื่อตั้ง

อย่างไรก็ตาม เขายังไม่สมารถมองเห็นอนาคตของฉื่อตั้งผ่านโลหิตอมตะ

แต่ถ้าเขาสามารถเข้าใจเคล็ดอมตะจุติได้มากกว่านี้เขาก็จะสามารถใช้โลหิตอมตะเพื่อดูอนาคตของฉื่อตั้งได้

ระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต อนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากที่สุด เมื่อเขาก้าวไปถึงระดับหนึ่งและมีความเข้าใจเกี่ยวกับเคล็ดอมตะจุติมากขึ้น เขาอาจจะสามารถทำเช่นนั้นได้

ใช้เวลาครึ่งปี ภายในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ ในที่สุดเขาก็ข้ามอุปสรรคระหว่างทะเลไม่มีที่สิ้นสุดและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มาปรากฏอยู่เหนือพื้นทะเลสีฟ้าที่หยุดจะหยั่งลึก

เขาใช้ดวงอาทิตย์ระบุทิศทางไปยังทางตะวันออก และก็บินไป

เมื่อเขาได้ออกเดินทางจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุด เขาก็ตัดสินใจว่าต่อให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต เขาก็จะไม่ยืมพลังจากภายนอกอีก

แม้ว่าพลังภายนอกเช่น เปลวเหมันเยือกแข็ง แกนเพลิง จิตวิญญานพระเจ้าศักดิสิทธิ์ ปีศาจสงคราม จะมีพลังมากมายเกินกว่านักรบทั่วไปจะรับมือได้ แต่มันก็ไม่ใช่พลังของเขา ถ้าเขามัวแต่พึ่งพาพลังของพวกมัน ความก้าวหน้าของเขาก็จะล่าช้าลงเป็นอย่างมาก

แม้ว่าสิ่งที่เทพจันทราโอหยางลู่ซวงบอกเขาจะทำให้เขารู้สึกรำคาญใจ แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่านั้นคือความจริง และมันก็ได้เตือนเขา

การฝึกบ่มเพาะของนักรบนั้นเป็นเส้นทางที่ยากเย็น มิอาจมีทางลัด เขาต้องทำทุกอย่างด้วยตัวของตัวเอง 

ถ้าเขาคิดว่าหากเขาใช้พลังจากพวกมัน เขาก็ต้องหาทางฟื้นฟูให้พวกมันตลอด หากเขาเจอกับสถานการณ์ที่ทำให้ตกตายจริงๆ เขาจะไม่ใช้พลังของพวกมัน ให้น้อยลงเรื่อยๆ และใช้พลังของตัวเองเป็นส่วนมาก 

แล้วในที่สุดความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป ทำให้เขาต้องเจียมเนื้อเจียมตัวและหักลบความบ้าบิ่นออกไป

นั่นคือเหตุผลที่เขาใส่ปีศาจางคราม จิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และ อสูรล่าวิญญานเข้าไปในแหวนสายโลหิต เพราะเขาได้ตัดสินใจแล้วว่า จากนี้ไป หากไม่เจอสถานการณ์ที่ทำให้ตกตายจริงๆ เขาจะไม่ใช้พวกมัน 

หลังจากที่เขาได้ตัดสินใจแล้ว ดูเหมือนว่าความมั่นใจของเขาก็กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

ในภายหลัง เมื่อเขาฝึกบ่มเพาะ และเขาพบการเปลี่ยนแปลง เขาก็จะทำความเข้าใจมัน ซึ่งนั่นเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่อาจช่วยให้เขาได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังมากขึ้น

เขาก็ลงจอดหลังจากบินเหนือทะเลสีฟ้าลึกมาเป็นเวล่ครึ่งเดือน

 

มันเป็นป่าที่กว้างใหญ่ไม่อาจมองเห็นจุดสิ้นสุดได้ ต้นไม้เก่าแก่ตั้งตะหง่านสูงถึงฟ้า ราวกับว่ามันมีชีวิตอยู่มาเนิ่นนาน ในป่าลึกที่อึมครึม ซึ่งสัยทัศน์ของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยสีเขียวอย่างสมบูรณ์ อากาศที่นี่สดชื่นและพลังปราณก็ผิดแปลกไปเล็กน้อย

ข้ามผ่านป่าทึบนี้ เขายังคงเดินทางทิศตะวันออก หลังจากนั้น อีกครึ่งเดือน เขาก็ไปถึงเทือกเขาหิมมะ เกล็ดหิมะปกคลุมขึ้นทุกที่และหิมะก็ซ้อนทับรวมกันอยู่บนยอดเขา ในสถานที่แห่งนี้มีอุณหภูมิต่ำเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ที่มาถึงต่างก็สั่นสะท้าน

นี้เป็นสถานที่ที่หนาวเย็นยิ่งนัก

มองเทือกเขาหิมะที่มีเกล็ดหิมะปกคลุมอยู่ทุกที่ เขารู้ได้ทันทีว่าเขาอยู่ที่ใด

ไกลออกไปทางตะวันออกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีดินแดนที่เย็นยะเยือกอยู่ ,และ ภูเขาก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี

นี้คือพื้นที่ตะวันตกของเมืองจักพรรดิน้ำแข็งหนึ่งในเจ็ดเมืองสมาคมนักรบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สวนด้านหลังของเมืองจักรพรรดิน้ำแข็งมีสัตว์ป่ามากมาย และสมุนไพรต่างๆที่มีจิตวิญญานของน้ำแข็ง . นักรบทุกคนของเมืองจักรพรรดิน้ำแข็งต่างก็ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ฝึกฝนวิชาต่อสู้ของพวกเขา

ดินแดนเย็นยะเยือกมีภูเขาหิมะเกือบร้อยลูก มันเป็นที่เก็บซ่อนทรัพยากรบ่มเพาะระดับน้ำแข็งมากมายของเมืองจักพรรดิน้ำแข็งเท่านั้นที่สามารเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้  สำหรับนักรบอื่น ๆในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ทรัพยาพรบ่มเพาะที่นี่นับได้ว่าไร้ค่าสำหรับพวกเขา

ในสายตาของกลุ่มโบราณดินแดนศักดิ์สิทธิ์  ดินแดนเย็นยะเยือกนี้สมกับชื่อของมัน มันไม่ได้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักรบทั่วไปที่จะฝึกบ่มเพาะ และไม่มีสมบัติล้ำค่าเพียงพอที่ต้องตานักรบคนอื่นๆ

หลังจากข้ามดินแดนเย็นยะเยือกไป ก็จะเป็นเมืองจักพรรดิน้ำแข็งหนึ่งในเจ็ดเมืองของสมาคมนักรบ เมืองนี้อยู่ใกล้กับหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬซึ้งมันอยู่ในทิศตะวันตกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นี้หมายความว่าเมื่อหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬได้เปิดขึ้น สถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ซึ่งปกติจะไม่มีนักรบมาสถานที่แห่งนี้นัก

เมืองจักพรรดิน้ำแข็งในกลุ่มเมืองทั้งเจ็ดของสมาคมนักรบ นับได้ว่าเป็นเมืองที่ชนบทมากที่สุดและมีทรัพยาพรบ่มเพาะบางเบาที่สุด  มีเพียงผู้คน นักรบและทรัพยากรต่างๆเพียงเล็กน้อยที่อาศัยอยู่ที่นี่ 

ความคิดยังคงวิ่งเข้ามาในจิตใจของเขา ขณะที่ฉื่อหยานทำทุกอย่างด้วยควาใจเย็นและสุขุม เขาไม่ได้บินเหนือดินแดนเย็นยะเยือก และเลือกลงมาจากท้องฟ้าแทน

หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬนั้นปราศจากกลิ่นอายธรรมชาติให้เขาใช้ ระหว่างทาง เขาได้ฝึกบ่มเพาะอย่างยากลำบาก และเขาก็ได้เสียพลังไปมากมาย ดังนั้นเขาจึงมุ่งที่จะออกมาจากหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬด้วยความเร็วสูงสุดโดยไม่หยุดพัก จรกระทั่งมาถึงดินแดนเย็นยะเยือก ในปัจจุบัน พลังปราณลึกลับในร่างของเขาถูกใช้ไปแล้วกว่าเจ็ดสิบเปอเซนต์

เขาต้องฟื้นฟูพลังของเขา เพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุด

ที่ภูเขาหิมะหนึ่งในภูเขานับพัน เขาก็มาถึงภูเขาหิมะที่สูงสามพันเมตร เขาขุดถ้ำและเขาหยิบผลึกจากแหวนกระเป๋าของเขาและหลับตาลงเริ่มบ่มเพาะมัน

เวลาก็ล่วงเลยไป

เขาลืมตาขึ้นมา และใช้จิตสำนึกวิญญานสัมพัสไปทั่วร่างกายของเขา เขารู้สึกว่าพลังปราณลึกลับในร่างของเขาถูกเติมเต็มแล้วเขายิ้มและลุกขึ้นเพื่อเดินทางต่อผ่านภูเขาหิมะ .

ด้วยความเร็วปกติในนภาที่สองระดับนภา เขาจะต้องใช้เวลาประมาณเจ็ดหรือแปดวันเพื่อข้ามดินแดนเย็นยะเยือก ถ้าเขาใช้ประกายดาราและก้าวอัศนีมุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุด เวลาก็จะลดลง3-4วัน แต่ถ้าเขาทำเช่นนั้น เมื่อเขาผ่านดินแดนเย็นยะเยือกไป เขาจะต้องใช้พลังปราณลึกลับไปถึง 70-80% 

ออกมาจากถ้ำ และดูเกล็ดหิมะที่ลอบไปมา ด้านข้างภูเขาสีขาว เขาสูดหายใจลึกรับอากาศเย็นเข้าไปก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนไหว

ทันใดนั้น เปลวเหมันเยือกแข็งก็ส่งเขาข้อความมาจากแหวนสายโลหิต

” ที่นี่หนาวเย็นเป็นอย่างมาก ข้าขออกไปดูภายนอกได้หรือไม่ บางทีข้าอาจจะพบเจอบางอย่าง “

เปลวไฟสีขาวก็บินออกมาจากแหวนพุ่งออกมาจากถ้ำ มันเป็นเหมือนเกล็ดวิญญานหิมะสีขาวลอยไปทั่วทุกที่เหมือนกับแสงเทียนที่ริบหรี่  ซึ่งทำให้คนที่พบเห็นคิดว่าเป็นภูติผีได้

” ภูเขาหิมะที่นี่ไม่มีที่สิ้นสุด , อุณหภูมิก็ต่ำเป็นอย่างมาก . . . . . . . ไม่เลว สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ดีเลย ” เปลวเหดูเหมือนจะออกมาด้วยตัวเองเพื่อสำราจพื้นที่รอบๆ มันยังคงส่งความคิดไปที่ฉื่อหยาน ” หิมะที่นี่ตกตลอดทั้งปี . . . . . . . และเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่หนาวเย็น ! บางทีที่นี่อาจจะมีผลึกเยือกแข็ง ใช่เลย ด้วยสภาพอากาศและกลิ่นอายของที่นี่ย่อมมีมันแน่ ไปหากันเถอะ “

เปลวเหมันเยือกแข็งก็บินออกไป มันลอยไปลอยมาเหมือนดอกไม้ที่ถูกลมพัด

 

ฉื่อหยานไม่ได้ห้ามแต่อย่างไร แค่ยืนดูจากถ้ำ

ครึ่งวันต่อมา เปลวเหมันเยือกแข็งก็ลอยกลับมา มันปรากฏจากไกลๆ เปลวไฟสีขาวของมันสั่นไหวไปมาอย่างสนุกสนานน . ” นี่สมควรเป็นผลึกเยือกแข็ง เมื่อข้าส่งสัมพัสออกไป ข้าสัมผัสได้ถึงผลึกเยือกแข็งนี่ได้เมื่อข้าเข้าใกล้มัน มันเป็นประโยชน์ต่อจิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และสิ่งมีชีวิตที่ใข้พลังความเย็นต้องการผลึกเยือกแข็งนี่.

” มันมีอะไรดีรึ ? “

” ไม่มีภูเขาหิมะที่ใหญ่และกว้างความเช่นนี้เลย ไม่ว่าจะในดินแดนเมฆาสงบหรือดินแดนไม่มีสิ้นสุด หิมะที่นี่จะไม่ละลายไปทั้งปี มันสมควรเต็มไปด้วยสมุนไพรจิตวิญญานมากมายและสมบัติลับที่มีพลังความเย็น พวกมันล้วนแตไ่ม่อาจหาได้ในดินแดนเมฆาสงบหรือทะเลไม่มีสิ้นสุด ผลึกเย็นยะเยือกนี้แก่นแท้ของมันมีลักษณะเป็นของเหลวที่มีอากาศเย็นยะเยือก มีเพียงภูเขาหิมะที่มีอายุนับหมื่นปีเท่านั้นที่สามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์นี้ได้ ข้าสามารถสัมพัสได้ถึงอากาศที่หนาแน่นในพื้นที่แห่งนี้ บางทีมันอาจจะมีภูเขาหิมะหมื่นปีอยู่ที่นี่  บางทีมันอาจจะเป็นภูเขาที่สูงที่สุด ที่ปลดปล่อยอากาศหนาวเย็นปกคลุมภูเขาลูกเล็กลูกอื่น”

” ผลึกเย็นยะเยือกเป็นแก่นแท้ของภูเขาหิมะ เป็นสมบัติที่มีพลังความเย็นที่หาได้ยากเป็นอย่างมาก สำหรับสิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติธาตุน้ำแข็งเช่นข้า มันเปรียบได้ดั่งเม็ดยามหัศจรรย์ การกลืนกินผนึกเย็นเยือกเข้าไปและดูดซับมัน ด้วยพลังที่เย็นยะเยือกของมันสามารถช่วยให้ข้าวิวัฒนาการได้ มันจะทำให้ข้าก้าวหน้าเป็นอย่างมาก “

เปลวเหมันเยือกแข็งตื่นเต้น ส่งข้อสมมติฐานไปให้ฉื่อหยานฟัง

” ได้ เราจะเฝ้าสังเกตตลอดทาง บางทีเราอาจจะสามารถเก็บเกี่ยวอะไรได้บ้างก็ได้ ” ฉื่อหยานยิ้ม ” อย่างที่ข้าสัญญากับพวกเจ้าไว้ ตราบใดที่เจ้าพบสิ่งที่สามารถทำให้พวกเจ้าก้าวหน้าได้ ข้าจะทำให้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา “

เปลวเหมันเยือกแข็งก็สั่นไหวไปมาด้วยความสุข

” ไปกันเถอะ “

ฉื่อหยานสูดลมหายใจเอาอากาศหนาวเย็นเข้าไป เขาเดินอย่างระมัดระวังในความว่างเปล่า เปลวเหมันเยือกแข็งกลายเป็นดอกเปลวเหมันอยู่บนไหล่ของเขา ระหว่างทาง มันก็ปล่อย สัมพัสออกมาตลอดทาง

สองวันต่อมา เปลวเหมันเยือกแข็งก็ปรากฏความตื่นแต้นออกมา มันไม่รอฉื่อหยานพูดอะไรแล้วมุ่งไปยังภูเขาที่สูงหมื่นเมตรทันที

________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1413 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <