0 Views

บทที่ 466 นภาที่สองระดับนภา

 

ในแนวปะการังอยู่ห่างหลายพันลี้ จากป้อมปราการหินเงิน . . . . . . .

กลุ่มของฉาวจื่อหลานทั้งหกคนซ่อนอยู่ที่แนวประการังห้าสี. ใบหน้าของพวกเขาถูกส่องด้วยแสงหลากสีสัน ดูค่อนข้างแปลก

เสินตู่เจี่ยและจั่วเยว่เฟิง ที่ได้ต่อสู้ร่วมกันวิญญานของพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บอย่างมาก พวกเขาไม่สามารถทำอะไรฉื่อหยานได้เลย และยังทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บและทุกข์ทีมานอีก

เป็นการจู่โจมที่น่าหวาดกลัวนัก

เสินตู่เจี่ยและจั่วเยว่เฟิงก็มีสีหน้มืดมน แสงริบหรี่อยู่ในดวงตาของพวกเขา  พวกเขาเอาแต่ถอนหายใจ

ฉาวจื่อหลาน สีหน้าของนางก็กลายเป็นซีดเซียวดวงตามืดมน   นางดูค่อนข้างเศร้าหมองและไร้ความหวัง สภาพจิตใจของนางตอนนี้ก็เช่นกัน

นางยอมรับว่านางไม่สามารถเข้าไปในฉื่อหยานได้อย่างแน่นอน

นี่ผ่านมากี่ปีแล้ว ?

ฉื่อหยาน , คนที่ถูกตามล่าและถูกคุกคามในหุบเหวสนามรบ ตอนนี้กลับกลายเป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัว ด้วยระยะเวลาเพียงสั้นๆแค่นี้ นางไม่อาจยอมรับได้

ในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนางจะเป็นอัจฉริยะของตระกูลฉาวแล้วความเร็วในการ่บมเพาะของนางเองก็ถูกนับว่ารวดเร็ว นางสามารถเข้าสู่นภาที่สามระดับปฐพีได้ด้วยอายุไม่ถึงสามสิบปี อีกไม่นาน นางก็จะบรรลุเข้าสู่ระดับรู้แจ้งได้

โดยไม่ใช้ฉื่อหยานเป็นตัวอ้างอิง นางจะมีความสุขและความภูมิใจก็อยู่เต็มหัวใจของนาง

แต่ในวันนี้ เมื่อนางได้เทียบกับฉื่อหยาน นางพบว่า ความคืบหน้าของนางไม่ควรค่าที่จะพูดถึงด้วยซ้ำ เมื่อพวกเขาได้พบกันครั้งแรก นางไม่สนใจและไม่เห็นฉื่อหยานอยู่ในสายตา แต่ตอนนี้ เพียงผ่านมาไม่กี่ปี นางกับต้องเงยหน้ามองเขา

การโจมตีอย่างฉับพลันนี้ทำให้นางที่เคยเป็นคนที่โอ้อวดว่าตัวเองเก่ง รู้สึกเหมือนตัวเล็กจ้อย

” เสียใจรึ ? “

พานโจวฝืนยิ้มอย่างไม่เต็มใจและส่ายหัวของเขา ” ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ที่ข้าได้รู้จักชายคนนี้ ข้าก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่ควรที่เราควรดูถูก แต่ข้าก็ยังคงเกลียดชังเขา นี่ผ่านมาเท่าใด เขาแทบจะกลายเป็นคนที่เราไม่รู้จัก เพียงปีเดียว คาดไม่ถึงเลยว่าระดับการบ่มเพาะของเขาจะอยู่ในระดับนี้ ต่อให้ไม่มีสัตว์อสูรระดับแปด ด้วยพลังของเขาก็ยังสามารถชนะเราได้อยู่ดี ช่างเป็นพลังที่มหาศาลนัก “

พานโจวถอนหายใจลึก

” ข้าเสียใจ แล้วมันยังไง ? ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจพลาด เราก็ควรรับผลของมันจนจบ ” ฉาวจื่อหลาน ไม่ถปฏิเสธความผิดพลาดของนาง ดวงตาสวยของนางได้สูญเสียจิตวิญญาณไปขณะที่พูดอย่างขมขื่น ” เขาจะไม่ยกโทษให้เราแน่ แม้ว่าเขาจะไม่แก้แค้นเราในเร็ววันนี้ แต่ในไม่ช้า เราจะพบเขาในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด เฮ้อ ทะเลตอนนี้ก็วุ่นวายเป็นอย่างมาก ถ้าเขากลับมา ไม่มีใครรู้ว่ได้เลยว่าอนาคตมันจะเป็นเช่นไร”

“ถ้าเขาไม่มีสัตว์อสูรเราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวเขา สัตว์อสูรเหล่านั้นต่างหากที่เอาชนะเรา  และยังมีวิธีการบางอย่างที่สามารถทำลายจิตสำนึกวิญญายของเรา หึ เขาเป็นคนที่รับมือได้ยากนัก “

จั่วเยว่เฟิงก็ถอนหายใจ ” . ทำไมเด็กจากตระกูลหยางเช่นเขาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้กัน ? ใครบอกข้าได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ? “

” มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ ” เสินตู่เจี่ย พูดด้วยสีหน้ามืดมน ” ดูเหมือนว่าเราต้องใช้กองทัพของเราถ้าเราต้องการที่จะจัดการกับเขา ข้าคิดว่าเขาจะต้องยังอยู๋ใต้ทะเลแน่ เราควรจะเรียกคนที่จากแผ่นดินมาเข้าร่วมกับเรา และฆ่าเขา เราสามารถเรียก ยู่ชิง กู่ฉาว และตงฟางจั่วมาช่วยได้ . . . . . . . “

” ข้าคิดว่าคงมีแต่วิธีนั้นวิธีเดียว , ” จั่วเยว่เฟิงพูด .

” เอาหละ ข้าจะส่งข้อความไปหาพวกเขา . ” เสินตู่เจี่ย   รำพึง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำ ” . แน่นอน ว่าฉื่อหยานจะต้องอยู่แถวๆนี้แน่ รอจนกว่าความช่วยเหลือของเราจะมา ตอนนั้นเราจะไปหาเขาทันที ด้วยคนจำนวนมาก เราสามารถฆ่าเขาได้ ถ้าเด็กนี่ไม่ถูกกำจัดทะเลไม่มีที่สิ้นสุดก็จะไร้ซึ่งอนาคต แม้ว่าจะมีอนาคต แต่อนาคตนั้นจะต้องเป็นของเขาแน่ !  “

หลังจากที่เขาได้พูดเช่นนั้น กลุ่มของฉาวจื่อหลาน และจางหลี่ต้วนก็กลายเป็นมืดมน

” อย่าคิดว่าที่ข้าพูดนั้นเพียงเพราะข้ากลัว . ” เสินตู่เจี่ย สูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชา ” ข้าได้เห็นเขาเติบโตขึ้นด้วยตาของข้าเอง ปีนั้นเมื่อเขาได้มายังเกาะสุริยัน เขาได้รับการปกป้องจากเผ่าเสียงอสูรและเผ่าปีก ตอนนั้นข้าได้ใช้จิตสำนึกวิญญานกำหราบเขา แต่นั่นัมก็นานมาแล้ว ตอนนี้จิตสำนึกวิญญานของข้าไม่อาจทำอะไรเขาได้อีกและเขายังสะท้านการโจมตีข้ากลับมา ถ้าหากเขามีเวลาเติบโตอีกนิด เขาจะต้องกลายเป็นตัวตนที่อยู่เหนือทุกสิ่งในทะเลไม่มีสิ้นสุดแน่ ตอนนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะฆ่าเขา . “

” ใช่ เราต้องไม่ปล่อยให้เขาเติบโตมากกว่านี้! “จางหลี่ต้วนตะโกนด้วยใบหน้าที่เย็นชา . ” เรียกพวกเรามาแล้วฆ่าเจ้าเด็กนี่เสีย ! “

. . . . . . .

หน้าป้อมปราการหินเงิน . . . . . . .

ประมุขของเผ่าฉลามเงิน หยินหุ้ยก็หัวเราะและลอยไปหาฉื่อหยานภายใต้ความสนใจของนักรบชนเผ่าทะเลของ ฉื่อหยานก็เก็บดาบยักษ์ลึกลับของเขาไป

 

ตอนนั้น ความรู้สึกของเขาริบหรี่ลงในขณะที่เขาก็พบว่ามีบางสิ่งแปลกประหลาดส่งมาจากดาบยักษ์ลึกลับ

ดาบยักษ์ลึกลับได้แนะนำเขา ให้เขาปลดปล่อยแก่นแท้เจตจำนงที่รุนแรงออกไป ขณะที่พวกเขากำลังจมอยู่ในเจตจำนง ความตายก็ปกคลุมพวกเขา ซึ่งการช่วยเหลือของดาบยักษ์นี้ คิดไม่ถึงว่าจะทำให้นักรบระดับวิญญานทั้งสองคนรู้สึกท้อแท้

ภายใต้ผลกระทบของแก้นแท้เจตจำนงที่รุนแรงนักรบระดับวิญญานสองคนได้หลบหนีไปอย่างทุกข์ทรมาน และไม่กล้าที่จะรับการโจมตีจากดาบยักษ์ลึกลับ

ตอนนี้ เมื่อฉื่อหยานได้เรียกดาบยักษ์กลับมา เขาก็ตระหนักว่าแก่นแท้เจตจำนงรุนแรงที่ออกมาจากดาบยังไม่ได้จางหายไป

แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งคือแก่นแท้เจตจำนงนี้มันเหมือนกับมีชีวิต หลังจากมันปลดปล่อยแก่นแท้เจตจำนงออกมา เขาเท่านั้นที่สัมพัสได้ถึงความตื่นเต้นของมันและเบื้องหลังความตื่นเต้นนั้นก็คือการทำลายล้าง

การมีอยู่ของแก่นแท้เจตจำนงที่เหมือนมีชีวิตนี้ได้ช่วยเพิ่มขึดความสามารถของแก่นแท้เจตจำนงให้รุนแรงยิ่งขึ้น แต่เขาไม่ได้ปล่อยพลังชีวิตเข้าไปในแก่นแท้เจตจำนงเลย ? ดาบยักษ์เป็นคนทำงั้นรึ ? เกิดอะไรขึ้น ?

เขาสับสนอยู๋สักพัก และก็ช่วยไม่ได้ที่จะส่งจิตสำนึกวิญญานของเขาจมลงไปในดาบยักษ์ลึกลับ เขาต้องการที่จะรู้ความลับของมันให้ชัดเจนขึ้น หลังจากจิตสำนึกวิญญานของเขาเข้าไป เขาพบกับรูปร่างแปลกประหลาดที่ชัดเจนขึ้น

เบื้องหลังแก่นแท้เจตจำนงที่มีชีวิต มีกลิ่นอายที่รุนแรงอยู่ และเบื้องหลังอีกชั้น ก็มีแก่นแท้เจตจำนงอยู่ ! แก่นแท้เจตจำนงแห่งชีวิตและความตายได้ผสานเข้ากับดาบยักษ์ลึกลับ มันเป็นเหมือนกับบันไดที่สลับกันทีละขั้น ด้วยขั้นเหล่านี้ก่อให้เกิดกลิ่นอายที่แปลกใหมา

ความตาย , ชีวิต , และการจุติ ความตาย หรือการทำลายปรากฏขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ชีวิตและความตายไม่อาจจะแยกจากกันได้ สิ่งมีชีวิตล้วนต้องมีชะตากรรมที่ต้องตาย และการตาย ก็หมายถึงการเกิดใหม่ ความหมายของการเกิด

ราวกับมันทำให้เขาได้รับความรู้สติปัญญาเพิ่มขึ้น ความจริงที่เกี่ยวข้องกับความตาย ชีวิตและการเกิดใหม่แล่นอยู่ในจิตใจของเขาเหมือนสายฟ้าฟาด

ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน เขาตกตะลึง และประกายสายฟ้าก็แวปผ่านดวงตาของเขา ความคิดถูกถูกทอด้วยความเร็วแสงในจิตใจของเขา ทันทีเขาก็มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแก่นแท้แห่งความตาย ชีวิต และการเกิดใหม่มากขึ้น

จู่ๆ กลิ่นอายของชีวิตและความตายก็ผลัดกันออกมาจากร่างกายของเขา ปรากฏการณ์นี้หาดูได้ยากและแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก

หยินหุ้ย ก็มาถึง แต่ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็ตกตะลึง

ราชาแมลงอสูร ตัวไหมทองคำ และแม้แต่ดาบยักษ์ลึกลับก็เล็งไปที่เขา ดูเหมือนพวกมันจะเตือนไม่ให้เขาเข้าไปใกล้

มองฉื่อหยาน หยินหุ้ยขมวดคิ้วที่เขาสังเกตดู . แล้วใบหน้าของหยินหุ้ยก็สว่าง เขาเข้าใจอะไรบางอย่าง

นี้เป็นประกายแสงแห่งการรับรู้ ! เด็กนี่ช่างยอดเยี่นมนัก !

หยินหุ้ยชมชายหนุ่มอยู่ในใจ แต่เมื่อเขามองดูราชาแมลงอสูรกลืนกินและตัวไหมทองคำที่จ้องมองเขาเหมือนกับเสือที่จ้องเหยื่อของมัน เขาก็ไม่สามารถช่วยได้ที่จะถอยไป

อาวุโสกู่เองตอนนี้ก็ออกมาเช่นกัน เขายืนอยู่ข้างหลังหยินหุ้ยด้วยสีหน้าแปลกใจ ” ท่านประมุข , เขา . . . . . . . “

” ใช่ เขาค้นพบบางสิ่งจากแก่นแท้เจตจำรง เพีนงแค่ต่อสู้เขากลับได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลัง . . . . . . . นี่มันประหลาดจริงๆ ” หยินหุ้ยพูด และเตือน ” ราชาแมลงอสูรนั้นไม่ง่ายที่จะจัดการ และ ดาบนี่ก็ดูเหมือนจะมีสติของตัวเอง อย่าได้เข้าไปใกล้จะดีกว่า . “

อาวุโสกู่สีหน้าเปลี่ยนไปและพยักหน้าเพื่อแสดงว่าเขาเข้าใจเรื่องนี้

” พวกเจ้าถอยไป อย่าได้ออกมาจากป้อมปราการเงิน ” หยินหุ้ยรำพึงสักพัก แต่เขาก็ยังไม่วางใจ เขาตะโกนใส่ชนเผ่าทะเลที่กำลังมาที่นี่ และตรวจสอบสถานการณ์

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของหยินหุ้ย พวกเขาก็หยุด และสังเกตจากระยะไกล

” ทำไมรึ? ” ไห่หลัวถามด้วยเสียงหวานและอ่อนโยน

” เขากำลังจะทะลวงขั้น ” มุมปากอาวุโสกู่นิดก็ขยับพุดกับนาง ” .ชายคนนี้นับได้ว่าอยู่เหนือมนุษย์ ! ข้าไม่เคยเห็นชายหนุ่มที่มีชีวิตเช่นนี้มาก่อน ไห่หลัว เจ้าไม่ควรมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขา เด็กคนนี้มีเสน่ห์ ข้าเกรงว่าเจ้าจะตกหลุมรักเขา ” .

” อืม ข้าคิดว่าข้าชอบเขาแล้ว ” ไห่หลัวยิ้มอายๆ ” เขาแข็งแรงกว่าข้า และชนเผ่าทะเลอื่นๆ ท่านพ่อหากท่านไม่ว่าอะไร คู่หูนักรบของข้า ข้าให้เขาเป็นได้หรือไม่ ? “

 

” อย่ามาล้อเล่นนะ ” อาวุโสกู่ส่ายหน้า ” เจ้าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ หากเจ้าทำเจ้าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ข้าคิดว่าเด็กนี่คงจะไม่ศัตรูไม่น้อยเลยทีเดียว เผ่าฉลามเงินของเราจะไม่ยุ่งกับคนเช่นนี้ เพราะ ศัตรูในอนาคตของเขาคงไม่ธรรมดเช่นกัน “

หยินหุ้ยพยักหน้า ” ถ้าเขารอดจากสถานการณ์ตอนนี้ของทะเลไม่มีสิ้นสุดได้ ข้ามั่นใจว่าอนาคตของทะเลไม่มีสิ้นสุดจะต้องตกอยู่ในมือของเขาแน่ “

อาวุโสกู่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

หลังจากไม่รู้ว่าผ่านไปเป็นเวลาเท่าใด ฉื่อหยานก็ตื่นขึ้นจากดินแดนความความเข้าใจในความตายและชีวิตที่เกิดเป็นคลื่นน้ำไหลวนเป็นอุโมงน้ำ เขาไม่รอช้า หลังจากที่เขาได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับแก่นแท้เจตจำนง เขาก็ทะลวงเข้าสู่นภาที่สองระดับนภา !

แก่นแท้เจตจำนงแห่งความเป็นความตาย อย่างประหลาดมันกลายเป็นเหมือนสารอาหารที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ห้วงจิตสำนึกของเขาและปกคลุมทั่ววิญญานหลักของเขา นี้ทำให้วิญญานหลักและห้วงจิตสำนึกถูกกลั่นพร้อมๆกัน เพิ่มพลังให้กับร่างกายของเขา

พลังปราณลึกลับของเขานั้นบริสุทธิ์และหนาแน่น เพียงใช้เวลาไม่นานเขาก็รวบรวมมันให้อยู่ในจุดสูงสุดได้ มีเพียงแค่ได้รับความรู้ความเข้าใจระดับหนึ่ง เขาสามารถทะลวงขั้นได้โดยตรง

การต่อสู้นี้ช่วยให้เขาได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแก่นแท้เจตจำนงแห่งความเป็นความตาย สองสิ่งนี้เป็นาสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ มันทำให้เขาตระหนักว่า ความตาย และชีวิต คือสิ่งที่อยู่ร่วมกัน  ไม่มีแก่นแท้เจตจำนงอยู่ได้หากขาดอีกเจตจำนงหนึ่ง

ด้วยความเข้าใจใหม่นี้ เขาก็ได้เข้าสู่ระดับใหม่ นภาที่สองระดับนภา !

หลังจากตื่นขึ้นมา เขาก็สัมพัสไปที่ร่างกายของเขา เขาก็ได้พบว่า ต้นไม้พลังปราณลึกลับโบราณได้เติบโตขึ้นอีกขั้น ตอนนี้มันสามารถรวบรวมพลังปราณลึกลับได้มากขึ้น และทำให้แข็งแกร่งขึ้น

จิตใจของเขาริบหรี่ลง และร่างกายก็ผ่อนคลายเขาถอดเปลวเหมันเยือกแข็ง จิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และแกนเพลิงออก จากนั้นเขาก็เก็บดาบยักษ์ลึกลับ ราชาแมลงอสูรและตัวไหมทองคำ แล้วเขาก็มอง หยินหุ้ย ” ท่านบอกข้าว่าท่านจะพาข้าไปยังสุสานมังกรยอดโบราณลึกลับใช่หรือไม่ ? ” มั

” ถูกต้อง ” หยินหุ้ยยิ้ม แล้วยกย่องเขา ” ยินดีด้วย ที่เจ้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เด็กน้อย เจ้าอยู่เหนือนอกสามัญสำนึกของ้ขาจริงๆ ข้ายอมรับเลย ” .

” ฮ่า ฮ่า ” ฉื่อหยานยิ้ม” ไปกันเถอะ ข้าต้องการที่จะเยี่ยมชมสุสานมังกรยอดโบราณลึกลับ ถ้าท่านจะช่วยข้า งั้นก็ไปกันเถอะ “

” ไม่มีปัญหา “

_________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1386 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <