0 Views

บทที่ 462 ฉื่อหยานจากตระกูลหยาง

 

ฉื่อหยานก็รู้สึกเขินอาย

เขา และ หยินหุ้ยเพิ่งเจอกันครั้งเดียว นอกจากนี้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาอยู่ไกลเกินไป เขาคิดว่าเมื่อพวกเขาได้มีโอกาสพบกันอีกครั้ง หยินหุ้ยคงจะจำเขาไม่ได้ ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะมาที่นี่

โดยไม่คาดคิด หยินหุ้ยความจำกลับเป็นเลิศเขาจำฉื่อหยานได้ทันทีเพียงเขาเหลือบมองจากระยะไกล

เมื่อเสียงของหยินหุ้ยดังขึ้น นักรบของเผ่าทะเลมองก็จ้องมองฉื่อหยานด้วยความประหลาดใจ

แม้แต่ฉาวจื่อหลานและพานโจวก็มองเขาหลังจากได้ยิน หยินหุ้ยทักทาย . อย่างไรก็ตาม ฉาวจื่อหลาน และพานโจวนั้นไม่ได้มีระดับการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งเช่น หยินหุ้ย และเมื่อฉื่อหยานได้ปลอมตัวมา พวกจึงไม่สามารถรู้ถึงตัวตนของฉื่อหยานได้

อาวุโสกู่ก็แปลกใจสักพักก่อนที่เขาจะพูดด้วยโทนเสียงต่ำ ” . ท่ายประมุข ชายหนุ่มผู้นี้เป็นนักรบที่ผู้ยิ่งใหญ่จากเผ่าฉลามเงินของเรารึ ? ทำไมเขาดูไม่คุ้นเลย ? “

” เขาไม่ใช่หนึ่งในพวกเรา ” หยินหุ้ยยิ้มอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า ” ข้าก็หวังว่า ตระกูลฉลามเงินของเราจะมีชายหนุ่มที่มีความสามารถโดดเด่นเช่นเขา แต่น่าเสียดายที่เผ่าฉลามเงินไม่มีโชคเช่นนั้น ”

เมื่อได้ยินหยินหุ้ยพูดดังนั้น คนจากชนเผ่าทะเลก็ตกใจ พวกเขาเลื่อนสายตาไปมองฉื่อหยานด้วยสีหน้าแปลกใจ

” มานั่งนี่สิ ” หยินหุ้ยไม่สนใจผู้อื่น เขาไม่ได้เปิดเผยตัวตนของฉื่อหยานทันที เขายิ้มขณะมองไปยังกลุ่มของฉาวจื่อหลาน ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ถ้าเขาคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจ เขาไม่สามารถช่วยที่จะรอดูผลที่เกิดขึ้นหลังจากเปิดเผยตัวตนฉื่อหยาน ฉื่อหยานเองก็ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไรนัก นอกจากนี้ เขาไม่ได้กลัว หยินหุ้ย ดังนั้น เขาจึงจงใจเดินเข้ามากลางเวที และกุมกำปั้นของเขา พูดกับอาวุโสกู่ ” ยินดีด้วยสำหรับท่านที่บรรลุเข้าสู่ระดับพระเจ้า ท่านได้ก้าวเข้าใกล้หนทางแห่งความยิ่งใหญ่อีกก้าวแล้ว ” .

อาวุโสกู่ก็ไม่เข้าใจ แล้วเขาพยักหน้าและบอกว่า ” , ขอบคุณ . “

” เราเจอกันครึ่งเดือนก่อนที่เมืองใต้บาดาล เราอยู่ห่างไกลกันมากในตอนนั้น ดังนั้นข้าเลยไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้า ” หยินหุ้ยขดริมฝีปากของเขาเป็นรูปยิ้ม พยักหน้าให้อาวุโสกู่แล้วพูดต่อว่า ” เขาเป็นแขกของเราจากแดนไกล หาที่นั่งให้เขา น้องชายคนนี้โดดเด่นเป็นอย่างมาก เขาสามารถทกให้สองพี่น้องเปาเหวินและเปาเค่อก้มหัวให้เขาได้ เขาสมควรได้รับความเคารพ “

หยินหุ้ยเห็นชัดเจนว่าต้องชี้ให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา

นักรบจากเผ่าทะเลก็ไม่สามารถช่วยได้ที่จะอุทานออกมาเสียงดัง

” ฉื่อหยาน จากตระกูลหยาง”

หญิงสาวเผ่าฉลามเงินที่นั่งข้างๆ อาวุโสกู่ก็ตื่นตัวเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาคู่สวยของนางก็สดใสขึ้น

ยืนอยู่ข้างหลังหยินหุ้ย ฉาวจื่อหลาน และพานโจวที่สวมใส่หมวกไม้ไผ่และผ้าคลุมก็สั่นสะท้าน 

” นั่นมัน ! “

ฉาวจื่อหลานก็ขบฟันแน่น ตอนนี้ นางรู้สึกได้ถึง 5 ความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นในใจ  เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม ขม ความรู้สึกเหล่านี้ปรากฏขึ้น

ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเจอกันที่เกาะสุริยันของพรรคสามเทพในทะเลเหิงลั่ว หลังจากที่นางรู้ว่าเหล่าชนเผ่าอีเทียนโหมวและตี่ฉานได้ไปอยู่ข้างเผ่าอสูร นางก็ตัดสินใจสิ้นสุดความสัมพันธ์กับฉื่อหยาน  นางตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะลืมเรื่องฉื่อหยาน เมื่อนางมองกลับไป นางจึงคิดได้ว่า การตัดสินใจของนางในตอนนั้นผิดพลาด

ไม่นานหลังจากที่ฉื่อหยานได้ออกจากเกาะ เขาก็สร้างผลกระทบครั้งใหญ่ให้กับทะเลไม่มีสิ้นสุด เขาสู้กับโมจีต้า   ชิงหมิง ราชินีนภา และจักรพรรดิปฐพี เขาทำให้ทาสศพราชันย์ในนิกายซากศพกลับมามีชีวิตและสติปัญญาอีกครั้ง การกระทำเหล่านี้ของเขาได้สั่นคลอนนักรบที่แข็งแกร่งทุกคนในทะเลไม่มีิสิ้นสุด 

นางคิดว่า ฉื่อหยานนั้นคงจะไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง เขากลับกระทำสิ่งที่ทำให้นักรบในทะเลไม่มีสิ้นสุดจดจำเขาไม่มีวันลืม

ฉื่อหยานได้หายตัวไปเป็นเวลาหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม เมื่อใดก็ตามที่ผู้นำกองกำลังต่างๆในทะเลไม่มีที่สิ้นสุดกล่าวถึงชื่อของเขา พวกเขาทั้งหมดก็จะมีสีหน้าตรึงเครียดราวกับชื่อของเขาเป็นชื่อต้องห้าม

ฉาวจื่อหลาน ว่าทำผิดพลาดไปที่มองไม่เห็นถึงศักยภาพของฉื่อหยาน เสียดาย ตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว ภายใต้คำแนะนำของนาง ตระกูลฉาวได้เข้าร่วมเกมการไล่ล่าและฆ่าฉื่อหยาน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาแล้ว

เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว นางต้องสูญเสียความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ฉื่อหยาน ตลอดไป ในตอนนี้พวกเขากลับได้มาเจอกับฉื่อหยาน ที่หายตัวไปเป็นปี ฉาวจื่อหลาน รู้สึกว่าหัวใจนางเต้นแรงตลอดเวลา เป็นภาพในใจของนางได้ปรากฏขึ้นในหัวใจของนางอีกครั้ง

ใบหน้าภายใต้หมวกไม้ไผ่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด ฉาวจื่อหลาน จมลงและก็ถอนหายใจออกมา .

ทะเลกว้างใหญ่อยู่มากมาย แต่นางกลับมาเจอกับคนที่เคยได้หัวใจของนาง ชายผู้นี้ได้ใช้พลังและความโดเด่นของเขาทิ้งความรู้สึกฝังลึกในใจของนาง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความซับซ้อนของสถานการณ์ นางจึงเลือกที่จะอยู่ตรงข้ามกับเขา

นี้เป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข

 

ฉาวจื่อหลาน ส่ายหน้าตานางเปิดเผยใหเห็นว่านางเสียใจ นางแผ่กลิ่นอายและยิ้มอย่างขมขื่น

ภายใต้การคำพูดของหยินหุ้ย , นักรบของชนเผ่าทะเลที่อยู่ในงานเลี้ยงก็ประหลาดใจ สีหน้า พวกเขาทั้งหมดก็เปลี่ยนไปพวกเขาจ้องมองฉื่อหยานที่ยืนอย่างมั่นคง

ในช่วงเวลานี้ชื่อของฉื่อหยานนั้นโด่งดังที่สุดใต้ก้นทะเล เขาเป็นที่สามารถใช้การบ่มเพาะระดับนภาเอาชนะเปาเหวินและเปาเค่อ และได้รับการยอมรับจากจักพรรดินีลิซ่า  เขานับได้ว่าเป็นตำนาน

แม้ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ใต้ทะเล , ชนเผ่าทะเลยังสนใจในนักรบที่แข็งแกร่ง ด้วยความโชคร้าย สิ่งที่ฉื่อหยานได้ทำในเมืองใต้บาดาล ทุกอย่างกลายเป็นข่าวกระจายไปทั่วท้องสมุทร นักรบชนเผ่าะเลรู้ว่าตระกูลหยางนั้นทนทายาท และศักยภาพของเด็กคนนี้ก็ยังเหนือว่าจักพรรดิหยางเทียนในช่วงวัยเดียวกันนัก

ตอนนี้พวกเขาได้เห็นตัวตนที่เป็นข่าวลือ นักรบที่แข็งแกร่งจากชนเผ่าทะเลทั้งหมดก็แสดงความสนใจของพวกเขา อาวุโสกู่ดวงตาก็สดใสขึ้นเมื่อจู่ๆ เขาก็หัวเราะเสียงแหลมของเขา . ” มา นำอาหารรสเลิศและสุราชั้นดีมาที ” .

เหล่าทหารของเผ่าฉลามเงินทันทีที่ได้รับคำสั่ง หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็นำอาหารรสเลิศและสุราชั้นมา

ฉื่อหยานกุมกำปั้นของเขาเพื่อขอบคุณเขา แล้วนั่งลงที่โต๊ะของเขา เขาสวมใบหน้าเย็นชาโดยไม่มีร่องรอยของความกังวล เขาหยิบแก้วของเขาเอาจิบและพูดอย่างกล้าหาญ ” สุราดี “

สาวสวยของเผ่าฉลามเงินที่นั่งอยู่ข้างๆอาวุโสกู่ดวงตาก็ส่องประกาย นางดูเหมือนจะสนใจผู้ชายชายคนนี้ นางหัวเราะคิกคัก ” . มีข่าวลือว่าเจ้าโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก ราวกับเจ้าสามารถกลืนกินชนเผ่าทะเลทั้งหมดได้ แต่ข้าว่าเจ้าก็ดูปกตินะ  “

ฉื่อหยาน ยิ้มอย่างบิดเบี้ยว . ภายใต้ดวงตาที่ตื่นตัว เขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ภายในเวลาเพียงสามวินาที ครีบบนหลังของเขาก็หายไป และใบหน้าของเขาก็กลับมาแบบเดิม

ดวงตาคู่สวยของหญิงสาว ก็ส่องประกายนางหัวเราะออกมา ” นี่คือรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเจ้างั้นรึ ?

ฉื่อหยานพยักหน้า

” ดีกว่าก่อนหน้าเสียอีก ” เด็กสาวยิ้ม นางถือแก้ว ” ข้าชื่อ ไห่หลัว . ขอบคุณที่มาร่วมฉลองกับท่านพ่อของข้า “

ฉื่อหยานยกแก้วสุราดื่มขึ้น แก้วยิ้มและพูดว่า ” ไห่หลัว , เจ้าช่างเป็นดั่งไข่มุกที่งดงามใต้ทะเลจริงๆ ช่างสมคำร่ำลือนัก . “

ไห่หลัวยิ้ม ดวงตาก็ของนางหลี่ลงเป็นเส้นตรง นางเช็ดสุราที่ปากของนางและกล่าวว่า ” เจ้าช่างรู้วิธีหยอดคำหวานนัก .”

ฉาวจื่อหลาน ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็รู้สึกหงุดหงิด นางไม่สามารถช่วยได้ที่จะกระแอมออกมาเบาๆ

” เจ้าหึงรึ ? ” พานโจวพูดด้วยโทนเสียงต่ำ ” . ก่อนหน้านี้ เจ้านั้นสนิทกับฉื่อหยานเป็นอย่างมาก ข้าเคยคิดว่าเสน่ห์ของเจ้าภายใต้เสื้อผ้าจะจัดการเขาได้ แล้วเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้กัน ? ตอนนี้เจ้ารู้สึกเสียใจเมื่อเจ้าเห็นเขาหยอกคำหวานกับหญิงอื่นรึ ? “

” ถึงข้าจะตัดสินใจผิด ข้าก็จะไม่เสียใจกับมัน ! ” ฉาวจื่อหลานขบฟันของนางแน่นสูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชา ” เจ้าอย่าได้พูดมากไป คิดเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ก่อนเถอะ ” .

” ไม่มีทางอยู่ดี ต่อให้ฉ่่ือหยานไม่มีที่นี่ เผ่าฉลามเงินก็ไม่ร่วมมือกับเราอยู่ดี ” พานโจวส่ายหัว ” คนจากชนเผ่าทะเลต้องการดูสถานการณ์อย่างสุขุม รอให้เราต่อสู้ในสงคราม ข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะอยากเชื่อความสัมพันธ์กับเรานะ “

” ตราบใดที่มีผลประโยชน์เพียงพอ ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ” ชายหนุ่มอีกคนยิ้มอยู่หลังม่านไม้ไผ่ ”   น่าเสียดายที่ตอนนี้นู่หลางไม่ได้อยู่ที่นี่ ถ้าไม่งั้นเราคงได้คุยกับเขาแล้ว  ตราบใดที่นู๋หลางเห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเผ่าเงือก เผ่าฉลามเงิน หรือเผ่าแมงป่องน้ำก็คงเห็นด้วยกับความคิดของเขา 

” นู่หลางไม่ถึงกับมนุษย์นัก ในปีที่ผ่านมามีเพียงจักพรรดิหยางเทียนเท่านั้นที่สามารถพูดคุยกับเขาได้ เราไม่ควรวางความหวังกับคนๆ นี้ ต่อให้ผู้อาวุโสมาที่นี่ด้วยตนเอง พวกเขาก็คงไม่ได้รับการตอบรับ”

ฉาวจื่อหลาน ไม่สามารถช่วยได้ที่จะถอนหายใจ

พวกเขากระซิบกันและกัน อีกด้านหนึ่ง ฉื่อหยาน ก็ดื่มกับชนเผ่าทะเล เขาดื่มหนึ่งแก้วกับพวกเขารวมทั้งอาวุโสกู่ และหยินหุ้ยด้วย ดูราวกับเขาไม่รู้ว่านี้คืองานเลี้ยงของเผ่าฉลามเงิน และเขาก็เป็นแขกที่ทำตัวเด่นกว่าเจ้าภาพ

เขดื่มสุรากับคนอื่นๆจากชนเผ่าทมะเลอย่างมีความสุข, ฉาวจื่อหลาน นั้นเป็นแขก แต่นางทำได้เพียงแค่ยืนดู นางไม่มีสิทธิ์ที่แม้แต่จะเข้าร่วมงานเลี้ยง

ฉาวจื่อหลาน และพานโจวรู้สึกรำคาญที่เห็นฉื่อหยานแสดงออกเช่นนี้ ดูเหมือนเขานั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเผ่าฉลามเงิน

” ใช่สิ ! ” หยินหุ้ยเอาหยิบสุราแล้วทำท่าราวกับว่าเขาพึ่งนึกบางสิ่งได้ เขาตบหัวเขาแล้วหันไปยิ้มและกล่าวว่า ” ดูเหมือนเรายังมีแขกคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วย”

 

อาวุโสกู่ก็มองไปรอบๆ

” บางที พวกเจ้าอาจรู้จักกัน ” รอยยิ้มของหยินหุ้ยดูเหมือนจะซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง เขาก็พูดว่า ” หาโต๊ะให้สหายของเรานั่งที มาเถอะ  ถอดหมวกไม้ไผ่ของเจ้าเถอะ ไม่ต้องห่วง ถึงแม้ว่าเผ่าทะเลของเราจะเข้ากันไม่ได้กับมนุษย์ แต่เมื่อพวกเจ้ามาที่นี่ เราก็จะดูแลเจ้าอย่างดี ” กลุ่มของฉาวจื่อหลานดูเหมือนกำลังขี่อยู่บนหลังเสือซึ่งจากที่จะลงจากหลังของมัน

” ไปกันเถอะ นั่นก็แค่ฉื่อหยาน เราไม่ต้องไปกลัวเขา ชายหนุ่มที่ยืนอนู่ข้างๆ ฉาวจื่อหลาน และพานโจวก็ถอดหมวกไม้ไผ่ของเขา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อ เขาคือจงหลี่ต้วนของพระราชสังจิตวิญญานต่อสู้

นักรบอันดับหนึ่งของรายชื่อลำดับนักรบที่แข็งแกร่ง เขาเดินออกมาจากจุดที่ฉาวจื่อหลาน และพานโจวยื่นอยู่ด้วยการแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ พานโจวและฉาวจื่อหลานลังเลสักพักก่อนจะตามเขาไป

รอยยิ้มของหยินหุ้ยก็เปล่งปลั่งขึ้น เขายื่นแขนของเขาเพื่อแนะนำพวกเขา . ” พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ที่โดดเด่นจาก พระราชวังจิตวิญญานต่อสู้ ตระกูลฉาวและดินแดนเพิ้งหลานศักดิ์สิทธิ์ ใช่สิ คนที่อยู่ข้างหลังพวกเขาทั้งสาม คือผู้ติดตาม จั่วเยว่เฟิงจากตระกูลฉาว เสินตู่เจี่ยจากพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้ และก้านหลันจากดินแดนเพิ้งหลานศักดิ์สิทธิ์   พวกเขาทั้งหมดต่างก็มีชื่อเสียงในทะเลไม่มีสิ้นสุด ข้าเดาว่าพวกเจ้าคงรู้จักกันดีแล้ส “

จั่วเยว่เฟิงจากตระกูลฉาวและเสินตู่เจี่ยจากพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้เป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้งและทะเยอทะยาน พวกเขายืนอยู่ข้างหลังฉาวจื่อหลาน และจงหลี่ต้วน พวกเขาขมวดคิ้วไปที่ฉื่อหยาน ฉื่อหยานก็ไม่สามารถช่วยได้ที่จะหลี่ตาของเขาลง

พวกเขาทั้งสองเป็นนักรบนภาระดับพระเจ้า !

_________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1385 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <