0 Views

บทที่ 448 บังคับให้ยอมแพ้ !

 

ฉื่อหยาน ก็มีความสุข เนื่องจากจิตวิญญานกายาแข็งของเขายังไม่เข้าสู่จุดสูงสุดของการกลายพันธุ์ในครั้งล่าที่เข้าได้ใช้พลังของรูปแบบชีวิตทั้งสามเขาไม่สามารถรับมือกับมันได้  เมื่อพลังงานที่รุนแรงไหลเข้าไปในร่างกายของเขา เขารู้สึกเหมือนเส้นเอ็นและเส้นชีพจรของเขาถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ตอนนั้นร่างกายของเขามันฝืดเกินไป โดยใช้ความพยายามทั้งหมดแล้วร่างก็ของเขาก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่ต้องการ เขาไม่สามารถใช้พลังใดๆได้สะดวกนัก เป็นเหมือนกับดาบสองคม ร่างกายของเขาต้องแบกรับความเจ็บปวดที่คนธรรมดาไม่สามารถตนได้ .  แม้แต่ตัวเขาเองก็แทบจะไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของมันได้

แต่คราวนี้มันต่างออกไป เขาได้เข้าสู่ระดับนภาแล้ว จิตวิญญานกายาแข็งที่กลายพันธุ์ของเขาได้เข้าสู้จุดสูงสุด และร่างกายของเขาก็ได้อยู่เหนือจินตนาการของเขา ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนไปหลังจากเขาได้ถ่ายเทพลังลงไป นอกจากความรู้สึกสั่นสะท้านที่เส้นเอ็นและเส้นชีพจรของเขา แล้วเขาไม่ได้รู้สึกแปลกๆอะไรอีกเลย  พลังที่สามารถสั่นสะเทือนโลกได้ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว และเขาก็รู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นออกมาร่างกายของเขา ทำให้เขาอยากจะคำรามเสียงดังออกมา

เขามีความสุขจากพลังที่บ้าคลั่งนี้ ใช้จิตสำนึกวิญญาณของเขาเชื่อมต่อกับดาบยักษ์ลึกลับ เขาก็พบว่า ดาบนี้สามารถกำลังดูดซับพลังของเขา ถ้ามันสามารถรวบรวมพลังได้เพียงพอ มันอาจสร้างพลังที่น่าหวาดกลัวซึ่งสามารถทำลายได้ทั้งสวรรค์และปฐพี . เปาเหวินนั้นไม่ต่างไปจากโมจีต้า ; เขามีระดับการบ่มเพาะที่นภาแรกระดับพระเจ้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาต้องเผชิญกับการโจมตีจากดาบลึกลับ เขากลับไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เมื่อสมบัติลับระดับศักดิ์สิทธิ์และดาบยักษ์ลึกลับประทะกัน ,พลังปรารและจิตวิญญานในสมบัติลับก็หายไป มันถูกเปลี่ยนกลายเป็นขยะไร้ค่า จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี่ ฉื่อหยานก็ยืนยันได้แล้วว่าดาบยักษ์ลึกลับของเขาสมควรอยู่ในระดับพระเจ้า ! สมบัติลับระดับพระเจ้า  !

ไม่เคยมีสมบัติลับระดับพระเจ้าปรากฏในทะเลไม่มีสิ้นสุดมาก่อน แต่เขากลับมีมันอยู่ในมือตอนนี้ สิ่งนี้คืออะไร ? สมบัติลับระดับพระเจ้าที่หายากนั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพความสามารถของนักรบได้อย่างมหาศาล บางที มันอาจจะช่วยให้นักรบมีพลังและความสามารถเหนือกว่าระดับที่เขาอยู่ เขายอมรับแล้วว่าสมบัติลับระดับพระเจ้านั้นน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก .” เปาเหวิน , เจ้าไม่อยากรับการโจมตีของข้าครั้งหนึ่งหลอกรึ ? ” ฉื่อหยานที่อยุ่ด้านหน้าก็ หัวเราะออกมาดังๆ กลิ่นที่รุนแรงของเขาหนาแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่องและมันก็กระจายออกไปทั่วทุกทิศ  ราวกับมีภูเขากดทัย เหล่าคนที่อยู่รอบๆรู้สึกสิ้นหวัง พวกเขารู้สึกว่าไม่สามารถข้ามผ่านภูเขาลูกนี้ไปได้ นักรบอยู่ที่ซ่อนอยู่ในความมืดก็รู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นจากฉื่อหยาน ก่อให้เกิดความหวาดกลัวขึ้นในจิตใจของพวกเขา ทายาทตระกูลหยางรุ่นปัจจุนั้นน่ากลัวกว่าจักพรรดิหยางเทียนนัก ทุกคนเริ่มเป็นกังวลและคิดเกี่ยวกับตระกูลหยางอีกครั้ง ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าต่อให้จักพรรดิหยางเทียนตาย ตระกูลหยางไม่มีทางสิ้นอำนาจ ฉื่อหยาน ทำให้เหล่าคนที่เห็นเหตุการ์ต่างก็สั่นสะท้าน ชนเผ่าทะเลและนักรบมนุษย์ทุกคนในเมืองใต้บาดาลจะจดจำฉื่อหยานไว้ และพวกเขาจะไม่มีวันลืมเขาตลอดทั้งชีวิตของพวกเขาแน่นอน

” พอได้แล้ว ! ” เสียงเย็นชาก็ดังขึ้นจากฝูงชนเผ่าทะเล คนจากเผ่าแมงป่องน้ำก็พุ่งออกมา เพียงพริบตาเดียว เกราะป้องกันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเปาเหวิน ชายหนุ่มขมวดคิ้ว และกางมือทั้งสองของเขา แสงสีเขียวทมี่มีลวดลายมากมายก็ส่องออกมาจากฝ่ามือของเขาพุ่งไปที่ดาบยักษ์ลึกลัย ในแสงสีเขียวที่มีลวดลายก็ปรากฏภาพลวงตาของแมงป่องพิษนับพันตัว แมงป่องแต่ละตัวปลดปล่อยกลิ่นอายที่เย็นยะเยี่ยบออกมา และมันก็พุ่งไปที่ดวงตาบนดาบยักษ์” ต้าเกอ ! ” เปาเหวินตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น เขารีบแกว่งห่างแมงป่องของเขาปล่อยแสงสีเขียวที่มีลวดลายผสมเข้าไป ภาพลวงตาของแมงป่องพิษก็ปรากฏภายในแสงสีเขียว แสงสีเขียวนี้อัศจรรย์เป็นอย่างมาก ราวกับว่ามันเป็นเหมือนเป็นโคลนที่ค่อยๆกลบดวงตาบนดาบยักษ์ 

” ประมุขเผ่าแมงป่องน้ำ เปาเค่องั้นรึ ? ” ฉื่อหยานยิ้มขณะที่เขายังคงลอยอยู่ในท้องฟ้า เขาพยักหน้าไปที่ชายคนนั้นและจดจ่อไปที่ดาบยักษ์ลึกลับ

 

แสงอัดแน่นกันและพุ่งออกไปจากนิ้วของเขาไปที่ดาบยักษ์ลึกลับ เมื่อดาบขนาดยักษ์ที่ได้รับพลังของเขา มันก็จางลง และกลายเป็นแสงสีเลือดลอยมาที่ฝ่ามือของเขา เขาถือดาบยักษ์ในมือของเขา ฉื่อหยานก็มองเปาเหวินและเปาเค่อ เผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ . เขาพูดอย่างมั่นใจ ” ประมุขเปาเค่อ ท่านอยากจะขัดแย้งกับตระกูลหยางเช่นน้องชายงั้นรึ ?” เปาเค่อ เปาเหวินและดูคล้ายกันมาก พวกเขาทั้งสองมีดวงตาที่มืดมนเยือกเย็นและใบหน้าที่ซีดเซียว ประกายแสงปรากฏขึ้นในดวงตาของพวกเขาขณะที่พวกเขามองไปที่ฉื่อหยานที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า เขาสูดลมหายใจเข้าแล้วพูดว่า ” จนถึงตอนนี้ ตระกูลแมงป่องน้ำนั้นไม่ได้มีความแค้นกับตระกูลหยาง . เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน และ เปาเหวินก็ได้ทำมันเพียงคนเดียส มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลแมงป่องน้ำของเรา . “

” อะไรกัน ? ” ฉื่อหยานยิ้มจนเห็นฟัน แล้วส่ายหัว ” ท่านกำลังจะบอกว่า ความจริงที่เปาเหวินได้สนับสนุนจิ่วหลันซินให้มายุ่งกับตระกูลหยางเรา นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเผ่าแมงป่องน้ำงั้นรึ ? “

” ใช่ ” เปาเค่อพูดอย่างเฉียบขาด . ฉื่อหยานก็ตะลึง

” ต้าเกอ ! “

” หุบปาก ! ” สถานการณ์ที่วุ่นวายก็สงบลง ขณะที่สมาชิกหลายคนของเผ่าแมงป่องน้ำมองประมุขของพวกเขา

” เช่นนั้น มารยาทที่ท่านได้แสดงต่อตระกูลหยางนี้คืออะไร ? ” ฉื่อหยานขมวดคิ้ว ; คำพูดของเขาแสดงออกอย่างไม่เป็นมิตร ” ท่านจะถอยไปและรอดูสถานการณ์ตระกูลหยาง และค่อยตัดสินใจว่าจะจัดการกับตระกูลหยางเราเช่นไรงั้นรึ ?

” ข้าบอกเจ้าแล้วว่า เปาเหวินนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลแมงป่องน้ำ . ” เปาเค่อได้สูดลมหายใจเข้าอย่างเฉยเมยจ้องมองน้องชายและตะโกนใส่เขา ” . แค่เพราะผู้หญิงคนหนึ่งเจ้ากลับกล้าทำให้ความเป็นมิตรของเราแย่ลงงั้นรึ ” เขาตะโกนใส่เปาเหวินเพื่อสั่งสอน เปาเหวินกับ ต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ปิดปากเงียบ ภายใต้คำสั่งสอนของพี่ชายเขา

” เปาเหวินได้รับบทเรียนแล้ว ข้าคิดว่าเขาคงจะหยุดกระทำสิ่งแล้ว แล้วก็เจ้าเองก็ได้ฆ่าผู้หญิงคนนั้นแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าคงจะได้ระบายความโกรธของเจ้าแล้ว ใช่ไหม ? ” ประมุขของตระกูลแมงป่องน้ำพูด ฉื่อหยานก็ยิ้ม พยักหน้าและกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ ” ตระกูลหยางของเราเป็นมิตรที่ดีต่อท่าน ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเราใช่หรือไม่ ? ตระกูลหยางจะยังคงปกครองเมืองใต้บาดาล และไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เจ้าคิดเช่นไร ?

” แน่นอน ” เขาพยักหน้าไปที่เปาเค่อ .

ฉื่อหยานหัวเราะ ” เช่นนั้นก็ดี ” หยางจั่วและคนอื่น ๆ ก็รู้สึกมีความสุข พวกเขาหันไปพยักหน้าให้กัน

เปาเค่อยอกว่าเผ่าแม่งป่องน้ำของเขาจะไม่สร้างปัญหาให้อีก ดูเหมือนเขาจะรู้ว่า ฉื่อหยาน นั้นยากที่จะรับมือ และเขาก็รู้ว่าถ้าเขาหันหลังให้กลับตระกูลหยาง เวลานี้ มันคงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ กับเผ่าแม่งป่องน้ำในอนาคต ดังนั้น เขาจึงได้แสดงทัศนคติและความคิดที่ดีแก่ฉื่อหยาน ต่อหน้าทุกคน

” เผ่าเงือกของเรา มักจะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลหยางเสมอมา. เรามักจะให้ตำแหน่งที่สูงส่งแก่ตระกูลหยางในเมืองใดบาดาล ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตราบใดที่สมาชิกของตระกูลหยาง ทุกคนที่อยู่ในเมืองใต้บาดาล จะตกอยู่ภายใต้คำสั่งและการปกครองของตระกูลหยาง ในฐานะประมุขของเผ่าเงือก ข้าขอให้คำมั่น ” เสียงนุ่มก็ดังขึ้นในฝูงชนเผ่าทะเล สาวสวยใส่หมวกปิดหน้าเผ่าเงือกก็ค่อยเดินมา

” จักพรรดินีเผ่าเงือก !

” แม้แต่นางก็มาที่นี่รึ ? “

” ข้าคิดแล้วว่านางต้องอยู่ที่นี่ ” ชนเผ่าทะเลหลายคนไม่สามารถช่วยได้ที่จะถอนหายใจออกมาและพูดด้วยเสียงเบาๆ จ้องมองอย่างแปลกประหลาด 

” เราเผ่าฉลามเงิน เองก็เห็นด้วยกับความคิดนนั้น . ” เสียงก็ดังมาจากตึกสูงที่อยู่ทางทิศใต้ชายสวมเสื้อคลุมสีเงินกำลังเดินมาหาฉื่อหยานที่กำลงยืนอยู่บนดึก ใบหน้าของเขาดูคลุมเครือ

” อ๊ะ ประมุขของเผ่าฉลามเงิน !

” เป็นความจริงสินะที่บรรดาหัวหน้าของเผ่าต่างๆมารวมกันอยู่ที่เมืองใต้บาดาล พวกเขามาเพื่อดูตระกูลหยางสินะ”

 

” ว้าว ! ! ! ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่ประมุขของตเผ่าฉลามเงินเองก็มาที่นี่เป็นการส่วนตัวด้วย มันช่างน่าประหลาดใจนัก ” นักรบจากเผ่าทะเลและนักรบมนุษย์เสียงพูดคุยกันก็ระเบิดออกมาพร้อมกับมองไปที่ประมุขของเผ่าฉลามเงินด้วยความประหลาดใจ เผ่าฉลามเงินเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในชนเผ่าทะเล หยินหุ้ย ประมุขของเผ่าฉลามเงินมีระดับการบ่มเพาะที่นภาที่สองระดับพระเจ้า ซึ่งชื่อเสียงของเขาต่างก็ทำให้ชนเผ่าทะเลหวาดกลัว เขามีหยิ่งผยองและท่องอยู่ใต้ทะเลอย่างโหเเหี้ยมมาหลายปี เห็นได้ชัดว่า เขาไม่เคยแพ้ให้กับใคร ปีนั้น เมื่อจักพรรดิหยางเทียนได้บรรลุเข้าสู่ระดับพระเจ้าและมายังก้นทะเล  ด้วยความหยิ่งพยองของเขา เขาได้มีปัญหากับหยินฮุ่ย ว่ากันว่าพวกเขาทั้งสองได้สร้างการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขึ้นใต้ทะเล แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าใครเป็นผู้ชนะ หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น เผ่าฉลามก็เห็นด้วยที่จะให้ตระกูลหยางปกครองเมืองใต้บาดาล หยินหุ้ยนั้นมีพลังเทียบเท่ากับจักพรรดิหยางเทียน และเขาก็ยังเป็นนักรบระดับวิญญานรุ่นเก่า เขามีตำแหน่งที่สูงส่งในกลุ่มชนเผ่าทะเล ชายหนุ่มชนเผ่าทะเลต่างก็มองเขาเป็นแบบอย่าง เมื่อเขายังหนุ่ม เขาได้มายังทะเลไม่มีที่สิ้นสุดและได้ต่อสู้กับนักรบระดับพระเจ้ามามากมายนัก แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยได้เลยยินว่าเขาแพ้ในการต่อสู้เหล่านั้นเลย

ไม่มีใครคิดเลยว่า หยินหุ้ยจะมาที่เมืองใต้บาดาลในวันนี้ นอกจากนี้เขายังเป็นคนยืนยันตำแหน่งของตระกูลหยางให้ปกครองเมืองใต้บาดาล เผ่าฉลามเงินนั้นแข็งแกร่งกว่าเผ่าเงือกและเผ่าแมงป่องทะเลมาก นอกจากนี้ หยินหุ้ยเองเองแข็งแกร่งกว่าลิซ่าและเปาเค่อ . นั่นทำให้คำพูดของเขาสำคัญ

” ใช่ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ทุกฝ่ายต่างก็ได้ประโยชร์ ตระกูลหยางของเราแค่ปรารถนาจะอยู่ในเมืองใต้บาดาบอย่างสงบสุจเท่านั้น ตราบใดที่เราสามารถรักษาสถานะเดิมของเราในเมืองใต้บาดาลไว้ได้ เราก็สามารถดึงดูดนักรบมนุษย์ให้มาค้าขายที่นี่มากขึ้นได้ นี้ก็นับได้ว่าเป็นวิธีที่มีประโยชน์ต่อพวกท่านชนเผ่าทะเล . ” ฉื่อหยาน ก็ยังลอยอยู่ในอากาศ มองหยินหุ้ย และกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

” เจ้านั้นบ้าคลั่งและหยิ่งยิ่งกว่าจักพรรดิหยางเทียนในปีนั้นเสียอีก แต่ข้าก็ชอบนะ ” หยินหุ้ยยิ้ม แล้วพูดอย่างอ่อนโยน ” ไม่ว่าจะเป็นใต้ทะเล หรือในทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุด เจ้าสามารถมีชื่อเสียงหรือทำทุกอย่างได้ตราบที่เจ้าแข็งแกร่งพอ เรารู้สึกโล่งใจที่เมืองใต้บาดาลตกอยู่ในการปกครองของเจ้า

ฉื่อหยานก็ขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน ” ถ้าวันนึง ท่านและจักพรรดิหยางเทียนได้จากกไป สัญญาในวันนี้จะไม่ถูกทำลายใช่หรือไม่ ? ” 

หยินสูดลมหายใจเข้า  ” หากเจ้าต้องการได้รับความเคารพจากคนอื่น เจ้าต้องแข็งแกร่งพอ ตอนนี้ เจ้าได้แสดงให้เห็นว่าเจ้ามีความแข็งแกร่งที่เพียงพอ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมข้าได้เห็นด้วยกับเจ้า ” หลังจากที่หยินหุ้ยพูดจบ เขาก็ไม่รอช้า เขาก็ยิ้มและพูดต่อว่า ” อย่าอวดดีให้มากนัก พลังที่เจ้ามีในตอนนี้ทั้งหมดไม่ใช่ของเจ้า โดยปราศจากพลังจากสิ่งอื่น เจ้าก็เป็นแค่นักรบระดับนภา เด็กน้อย จงพยายามให้ดีที่สุด แม้ว่าเราเผ่าฉลามเงินจะไม่สร้างปัญหาให้เจ้า แต่เจ้าก็ต้องจัดการกับเผ่ามังกรสมุทรดำด้วยตัวเอง ฮ่าๆ คราวนี้ คนที่ต้องการให้ตระกูลหยางล่มสลายที่สุดไม่ใช่พวกเรา เผ่าฉลามขาว เผ่าเงือก หรือ เผ่าแมงป่องน้ำ ถ้าเจ้าไม่สามารถได้รับกาเห็นด้วยจากเผ่ามังกรสมุทรดำ เจ้าก็ไม่ถือว่าได้ครองอำนาจเมืองใต้บาดาล ” หยินหุ้ยหัวเราะอย่างเย็นชา เขาหันหลังและก้าวเดินไปอย่างต่อเนื่อง ในเวลาไม่นานนัก เขาก็หายตัวไปจากเมืองใต้บาดาล

_________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 30 แล้ว มีถึงตอนที่ 1375 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <