0 Views

บทที่ 406 ประตูลึกลับ

 

“ฉื่อหยานไปไหน ?” ชิเสี่ยวฆ่าศพโบราณตรงข้ามเขา และรีบตะโกนเมื่อเขาตระหนักว่า ฉื่อหยานก็ได้หายไป

ซั่วชู ชี้สะพานศพที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่น . ” เขาไปที่นั่น “

” อะไรนะ ? ” หน้าชิเสี่ยวก็เปลี่ยนไป เขาถามด้วยความงงงวย ” เขาไปทำอะไร ?”

ในเวลานี้ ทุกคนกำลังต่อสู้เพื่อสมบัติลับศพโบราณ มันก็ลำบากสำหรับทุกคนอยู่แล้ว ทุกคนมาที่นี่เพื่อหาสมบัติลับ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่คนอื่นกำลังเก็บเกี่ยว ฉื่อหยานก็เดินกลับลงมา

ไม่เพียง แต่พวกเขาไม่เข้าใจแต่ นักรบเหล่านี้ก็ตระหนักถึงสิ่งที่ผิดปกติ พวกเขาแสดงออกด้วยใบหน้าสงสัย

จ้าวเฟิงและ หลี่เยว่ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทุกคนกำลังต่อสู้เพื่อสมบัติลับอยู่ ถ้าพวกเขาลงไปหาฉื่อหยาน พวกเขาอาจจะถูกปกคลุมโดยหายนะทั้งสี่ แม้ว่าพวกเขาจะโชคดีที่มีชีวิตรอด พวกเขาก็กลัวว่า พวกเขาจะไม่ได้สมบัติลับใดๆจากที่นี่เลย

ดังนั้น แม้จ้าวเฟิงและ หลี่เยว่ จะสงสัยแต่ พวกเขาก็ไม่ได้ไป หาฉื่อหยาน

เห็นว่าฉื่อหยานไปแล้ว นักรบคนอื่นก็ถอนหายใจโล่งอก พวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถผ่อนคลายได้เล็กน้อย

ในสายตาของพวกเขา ฉื่อหยานนั้นน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าใครๆ

คู่แข่งที่อันตราย เช่น ฉื่อหยานหายไป อย่างเห็นได้ชัดว่าทำให้พวกเขามีความสุข และพวกเขาก็ไม่สนใจ ทำไมฉื่อหยานถึงกลับลงไป

” ท่านปู่ ฉื่อหยานจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ทำไมเขาถึงไป ? ”  ซั่วฉือยืนอยู่บนบันไดหิน มองลงไป แต่สายตาของนางก็ถูกปิดกั้น จนมองไม่เห็นอะไรเลย

” แน่นอนเขามีแผนของเขาเอง เราไม่สามารถใช้สามัญสำนึกทั่วไปประเมินเด็กคนนี้ได้ ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไร เขาคงไม่ลงไปในเวลานี้ ” ซั่วชู สงบนางลง”  ไม่ต้องเป็นห่วง เด็กนั่นจะไม่เป็นไร เขาฉลาดกว่าใครๆ ข้าคิดว่าถ้าเขาได้ตัดสินใจลงไป” เขาต้องพบบางอย่างแน่ “

เมื่อได้ยินซั่วชูพูดเช่นนั้น ซั่วฉืือก็รู้สึกกังวลน้อยลง อย่างไรก็ตาม นางยังยืนอยู่ตรงนั้น มองลงข้างล่าง

ที่ทะเลสาบสีเงินเล็กๆ พร้อมกับหายนะทั้งสี่ที่ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ฉื่อหยานทั้งร่างกายของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยแสงดาว ในขณะที่ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม เขารู้สึกได้ถึงพลังของโล่ดารา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และเดินไปที่ทะเลสาบสีเงิน

น้ำแข็ง , สายฟ้า , เปลวไฟ , พายุ , หายนะทั้งสี่ได้ปกคลุมทั่วเมืองโบราณจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้

มองไปข้างหน้า เขาก็พบว่าภายใต้อิทธิพลของหายนะทั้งสี่ , กำแพงโบราณของเมืองก็ได้ถล่มลงมา ป้อมปราการหินสูงหลายร้อยเมตรก็ร่วงหล่นกลายเป็นกองหิน

สัตว์อสูรนับร้อยพันธุ์ที่แตกต่างกันก็รวบกันอยู่ด้านนอกทะเลสาปที่เงิน พวกมันทั้งหมดอ้าปากที่ดูเหมือนแองเลือดขึ้น พร้อมกับดวงตาที่ส่องประกายเย็นขา กสายตาของพวกเขามันมองไปยังจุดแสงบนท้องฟ้า

ทันทีที่ฉื่อหยานปรากฏตัวสัตว์อสูรเหล่านั้นทันที ก็อยากจะกระโดดข้ามและกัดเขาออกเป็นชิ้นๆ

หน้าฉื่อหยานก็เย็นชา เขามองดูฝูงสัตว์ไม่กล้าบุ่มบ่าม เขายังคงใช้โล่ดาราเพื่อต่อต้านผลกระทบจากหายนะทั้งสี่

ด้วยสัตว์อสูรมากมายเช่นนี้ เขาจึงระวัง เขาไม่กล้าทำอะไรที่เสี่ยง

หากเขาถูกจมตีโดยสัตว์อสูรเหล่านั้น เขาก็จะไม่สามารถหนีความตายได้ด้วยสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้หลุมแรงโน้มถ่วงได้

เปลวเหมันเยือกแข็งก็ยังส่งจิตสำนึกเรียกจากทางเหนือ มันดูเหมือนจะรู้ว่า ฉื่อหยาน อยู่ที่นี่ และจึงออกจากภูเขาตอนเหนือและมาหาเขาเงียบๆ

ฉื่อหยานรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของเปลวเหมันเยือกแข็ง จิตใจของเขาผ่อนคลายเล็กน้อย เขายังคงอยู่ในทะเลสาบโดยใช้โล่ดารารับมือกับหายนะทั้งสี่

หายนะทั้งสี่นี้มีพลังทำลายล้างที่มหาศาลมาก ภายใต้พลังทำลายนี้ พลังของโล่ดาราก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

“คงจะทนอยู่ได้อีกไม่นาน”  ฉื่อหยานขมวดคิ้ว คิดหาทางแก้ปัญหา

มันไม่ง่ายที่จะรวบรวมพลังดวงดาว อย่าว่าแต่ดูดซับแสงดวงดาวเลย เขาต้องรวบรวมพลังดวงดาวทีละน้อยแตกต่างจากพลังปราณลึกลับที่สามารถฟื้นคืนด้วยการดูดซับกลิ่นอายธรรมชาติหรือพลังจากผลึกอสูร

เมื่อพลังดวงดาวที่ใช้ออกมา แม้ว่าเขาจะมีวิชาแปลกประหลาดมากมาย เขาก็แทบจะไม่สามารถใช้พวกมันได้ เพราะมันจะทำให้พลังของเขาลดลง

ตอนนี้การเดินทางในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬยังไม่สิ้นสุด ถ้าพลังดวงดาวหมดเร็วเกินไปการเดินทางที่เหลืออยู่คงจะลำบาก

ด้วยความคิดนั้น ฉื่อหยานก็ตัดสินใจที่จะเสี่ยงร่างกายของเขาและใช้โล่แสงทมิฬรับมือกับหายนะ

ทันทีที่เขาใช้พลังปราณลึกลับที่เป็นแหล่งพลังงานสำหรับโล่แสงทมิฬ ทันทีที่โล่แสงทมิฬปรากฏ ร่างกายของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีม่วง พลังก็ออกมาจากเส้นใยกล้ามเนื้อของเขา

เขาหยุดใช้โล่ดารา

 

พลังประหลาดขอหายนะทั้งสี่อย่างรวดเร็วก็ลดพลังของโล่แสงทมิฬที่สร้างจากพลังปราณลึกลับ เขาก็พลังปราณลึกลับก็ไหลไปเพิ่มพลังของโล่แสงทมิฬมากขึ้น

หวือหวือหวือ .

เสียงแปลกๆดังออกมาจากโล่มืด ภายใต้อิทธิพลของหายนะทั้งสี่ พลังของโล่มืดลดลงอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงครึ่งนาที หนึ่งในสามพลังปรารลึกลับของฉื่อหยานก็ถูกส่งเข้าไปในโล่แสงทมิฬ

” หายนะทั้งสี่นี้ช่างรุนแรงยิ่งนัก ข้าไม่แน่ใจว่าร่างกายของข้าจะสามารถรับมือกับพวกมันได้หรือไม่ “

ฉื่อหยานก็อยากจะลองรับมือกับพวกมันดูเพื่อดูว่าเขาสามารถใช้จิตวิญญานกายาแข็งรับมือกับหายนะเหล่านี้ได้หรือไม่

จู่ๆเขาก็เก็บโล่แสงทมิฬ หายนะทั้งสี่ รวมถึงไฟ , น้ำแข็ง , สายฟ้า , พายุทันทีก็ครอบคลุมร่างกายทั้งหมดของเขาและจากนั้นก็ทะลวงเข้าทุกรูขุมขนบนร่างกายของเขา

เจ็บยิ่งนัก !

ความเจ็บปวดdHแผ่ออกมาในร่างกายของเขา เมื่อเปลวไฟ , น้ำแข็ง , สายฟ้า , พายุและแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขา ความเจ็บปวดแสนสาหัส ก็ขยายไปทั่วร่างกายของเขา

ความเจ็บปวดนี้มันทมันอยู่เหนือกว่าคนธรรมดาจะรับไหว มันเจ็บปวดมาก และมันอาจจะทำให้เขาหมดสติและสูญเสียการป้องกันได้

อย่างไรก็ตาม ฉื่อหยานนั้นอยากจะทดสอบขีดจำกัดของเขาอยู่เสมอ และนี่ก็ความตั้งใจของเขา ดังนั้นภายใต้ความเจ็บปวดนี้ เขาแค่ ขบฟันแน่น และอดทนไม่ให้ตัวเองสลบลง

พลังแปลกๆในเส้นใยกล้ามเนื้อของเขาอย่างนับไม่ถ้วน อย่างรวดเร็วก็รวบรวมในร่างกายของเขา ทุกเส้นใยกล้ามเนื้อของเขาดูเหมือนจะกำลังกระตุก และปลดปล่อยพลังออกมา

พลังในกล้ามเนื้อของเขาต่อต้านการรุกรานของหายนะทั้งสี่ ผิวสีม่วงของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งพอและ รับมือกับพลังจากหายนะทั้งสี่ได้ทำให้ ร่างกายของเขาไม่แตกออก

เปลวเหมันเยือกแข็งก็กลายเป็นพวงแสงที่หนาวเย็น บินมาจากทิศเหนือ ข้ามสัตว์อสูรและโฉบเหนือหัวของ ฉื่อหยาน

” ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่ที่ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่าง อย่างไรก็ตาม ที่นั่นมีอุปสรรคที่น่ากลัว และถึงแม้ข้าไม่สามารถเข้าไปได้ แต่บางทีเจ้าอาจจะเข้าไปได้ . ” เปลวเหมันเยือกแข็งก็ส่งข้อความออกมาและกลายเป็นเกล็ดหิมะตรงหน้าอกของ ฉื่อหยาน

โดยมีฉื่อหยานเป็นศูนย์กลาง อากาศหนาวเย็นยะเยือกก็กระจายออกมา

ในทันทีระยะเวลาสั้นๆ ฉื่อหยานก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งขนาดใหญ่ ร่างกายของเขาปลดปล่อยพลังความเย็นที่น่ากลัวออกมา น้ำแข็งนี้ช่วยฉื่อหยานต้านทานผลกระทบจากหายนะทั้งสี่ได้

” พลังของเจ้าฟื้นฟูแล้วงั้นรึ ?” ฉื่อหยานถามด้วยความประหลาดใจ

” ยังไม่สมบูรณ์ดี ข้าฟื้นฟูได้ประมาณเจ็ดในสิบส่วน แต่ไม่เป็นไร เท่านี้ก็เพียงพอ ” เปลวเหมันเยือกแข็งก็ส่งข้อความออกมา เมื่อมันปลดปล่อยพลังออกมา แม้แต่สัตว์อสูรก็ ต้องกลัว , สัตว์อสุรที่รวมกันอยู่ก็ถอยออกไป

เปลวเหมันเยือกแข็งนั้นยังถูกผนึกในแหวนสายโลหิต ดังนั้นจึง ไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงได้

ตอนนี้มันออกมาจากแหวนสายโลหิต เปลี่ยนเป็นเกล็ดหิมะติดกับร่างกายของเขา ฉื่อหยาน ทั้งทีก็ปลดปล่อยพลังความเย็นออกมาปกคลุมเมืองโบราณทั้งหมด

ฉื่อหยานก็นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เขาได้เจอเปลวเหมันเยือกแข็ง

ตอนนั้น เปลวเหมันเยือกแข็ง มีพลังความเย็นที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันมีสัตว์อสูรเหมันในการควบคุม อำนาจที่เปลวเหมันเยือกแข็งปลดปล่อยออกมาตอนนั้นสามารถทำให้โลกสั่นสะเทือน และแม้แต่นักรบระดับพระเจ้าก็แถบจะไม่สามารถรับมือกับมันได้

เปลวเหมันเยือกแข็ง นั้นเปลวไฟนภาโบราณ หลังจากดูดซับกลิ่นอายธรรมดาชิตและพลังตวามเย็นมาเนิ่นนาน มันก็กลายเป็นสิ่งที่มีชีวิต ที่ลึกลับที่สุดในโลก

มันแตกต่างจากเปลวแกนเพลิง แกนเพลิงนั้นเวลาที่ได้กลายเป็นเปลวไฟนภานั้นยังสั้นเกินไป ดังนั้น หากให้เปรียบเทียบกับเปลวเหมันเยือกแข็ง แม้ว่าจะสามารถดูดซับตะวันกลั่นวิญญานแล้ว แกนเพลิงก็ยังคงห่างไกลจากมันอยู่มาก

ในเวลานี้ , เปลวเหมันเยือกแข็งก็ได้ปล่อยพลังที่แท้จริง โดยมีฉื่อหยานเป็นศูนย์กลาง อากาศหนาวเย็นก็กระจายออกมาและเริ่มแช่แข็งทุกสิ่งอย่างให้หยุดนิ่ง

พลังน้ำแข็งที่มาจากภูเขา จากทางเหนือก็จะถูกควบคุมโดยเปลวเหมันเยือกแข็ง พลังความเย็นที่ไหลมาก็เริ่มกลายเป็นน่ากลัว หนึ่งในหายนะทั้งสี่ พลังของเปลวเหมันเยือกแข็งกระจายออกไป , พลังความเย็นจำนวนมากก็กระทักออกมา

สัตว์อสูรที่เผลอโดนอากาศที่หนาวเย็นนี้ก็จะถูกแช่แข็งทันที

อย่างไรก็ตาม ฉื่อหยาน นั้นต่างออกไป

เขานั้นมีพลังอำนาจของเปลวเหมันเืยอกแข็งอยู่ในร่างกายของเขา กระดูกและเส้นเอ็นของเขานั้นหลอมรวมเข้ากับพลังความเย็นของเปลวเหมันเยือกแข็ง และทำให้เขาสามารถทนต่อพลังความเย็นนี้ได้

นอกจากนี้ เปลวเหมันเยือกแข็งยังระมัดระวังที่จะไม่กระจายพลังน้ําแข็งในร่างของเขา ดังนั้น แม้ว่าร่างของเขาจะถูกแช่แข็งอยู่ เขาก็ยังสามารถขยับได้สบายๆ แต่แน่นอนว่าความเร็วนั้นไม่เหมือนเดิม

 

ทางนั้น ! เปลวเหมันเยือกแข็งบอกกับฉื่อหยาน

ฉื่อหยาน ก็ไม่ได้พูดอะไร และกระตุ้นพลังของเขาเพื่อมุ่งไปยังทิศทางนั้น 

ตลอดทาง เปลวเหมันเยือกแข็งยังคงปล่อยอากาศหนาวเย็นออกมามันต้องแช่แข็งร่างฉื่อหยานไว้ เพื่อลดผลกระทบจากหายนะทั้งสี่ให้น้อยที่สุด ดังนั้น ร่างกายของฉื่อหยานจึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากจากหายนะทั้งสี่

อากาศเย็นแผ่ไปทุกที่ที่ฉื่อหยาน ผ่านไป แม้ว่าสัตว์อสูณจะโจมตีเขา มันก็ไม่สามารถทนการรุกรานของพลังความเย็นได้และถอยไปทันที

โดยไม่มีหลุมแรงโน้มถ่วง แต่ด้วยการพลังอำนาจของเปลวเหมันเยือกแข็ง ฉื่อหยานก็ไม่ได้รับอันตรายใดๆจากสัตว์อสูรเหล่านี้เลย

ย้ายไปยังทิศทางที่เปลวเหมันเยือกแข็งระบุ ฉื่อหยานก็มุ่งหน้าไปยังเมืองโบราณที่พังทลายลง  ภายในวัดเก่าที่ตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง เขาก็เห็นศพของสัตว์อสูรขนาดใหญ่

สัตว์อสูรตัวนั้นมีตาดวงเดียว ภายในตา ประกายแสงก็ขดไปมา และหายนะทั้งสี่ก็ถูกควบแน่นและหลอมรวมกัน กลายเป็นประตูสวรรค์ลึกลับที่นำไปสู๋สถานที่ลึกลับอื่น

__________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 29 แล้ว มีถึงตอนที่ 1338 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <