0 Views

บทที่ 405 ระดับนภา

 

” เจ้าเด็กน้อย , ดูเหมือนเจ้าจะก้าวหน้าขึ้นแล้ว ใช่ไหม ?” จ้าวเฟิงเข้ามาใกล้ฉื่อหยาน มองตาเค้าอย่างจริงจัง และตะโกน ,” เจ้าเข้าสู่ระดับนภาแล้วใช่หรือไม่ ? “

ชิเสี่ยว ไชอี้ และคนอื่นๆ ก็สะดุ้ง พวกเขามองฉื่อหยานด้วยความตกใจบนใบหน้า

ฉื่อหยานยิ้มและพยักหน้า ” ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น . . . . ” ขณะพูด เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะเอาแต่มองออกไปด้วยสีหน้าแปลกๆ

ก่อนหน้านี้ เมื่อพลังลึกลับในจุดชีพจรในร่างกายของเขาผสมกับเลือดของเขา มันก็อัดแน่นบนมือขวาของเขา เป็นหยดเลือดสามหยดสีแดงแปลกประหลาด

สามหยดเลือดในเส้นเลือดบนมือก็หลอมรวมเข้ากับมือของเขา

บนฝ่ามือของเขา เขาก็ตระหนักว่า สามหยดเลือดเป็นเหมือนทับทิมใส และงดงาม ผิวและเนื้อบนฝ่ามือของเขาก็ส่องแสงแพรวพราวออกจากหยดเลือดทั้งสามหยด โลหิตอมตะ !

ฉื่อหยานแอบตะโกนในใจในขณะที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความสุข เขาได้ยินจากตระกูลหยางก่อนหน้านี้ว่าพวกมันมาจากจิตวิญญานอมตะ ภายใต้สถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงบางอย่าง พวกเขาสามารถใช้โลหิตอมตะเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

ปีนั้น จักพรรดิ์หยางเทียนได้ใช้หยดเลือดอมตะเพื่อสืบว่าฉื่อหยานยังมีชีวิตอยู่หรือไม่และเขาก็ได้รู้ว่าฉื่อหยาน ยังมีชีวิตอยู่ และได้เชื่อมต่อกับเปลวเหมันเยือกแข็ง

ตามที่ตระกูลหยางพูด เลือดอมตะนี้มีประโยชน์อย่างน่าอัศจรรย์ เขารู้เพียงว่าโลหิตอตะสามารถช่วยให้พวกเขาบรรลุระดับที่ซับซ้อนได้

สามหยดเลือดบนฝ่ามือมีพลังผันผวนที่รุนแรง มันแตกต่างจากเลือดในร่างกายของเขา พลังของหยดเลือดทั้งสามแท้จะผันผวนแต่ในจิตของเขา เหมือนกับว่าวิญญาณของเขาถูกฝังในหยดเลือดทั้งสามเหล่านี้ ทำให้เขารู้สึกว่าหยดเลือดทั้งสามมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ

เขาไม่รู้ถึงพลังทั้งหมดของโลหิตอมตะ หรือวิธีที่ใช้พวกมัน อย่างไรก็ตาม เพียงหยดเลือดทั้งสามปรากฏขึ้นก็ทำให้เขามีความสุขอย่างมาก

เขาตกเข้าสู่สภาวะถูกควบคุมโดยปีศาจ และเขาก็ได้เข้าสู่ระดับนภาด้วยหยดเลือดทั้งสามที่หลอมรวมกัน การเดินทางมา่ยังหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬครั้งนี้ทำให้เขาเก็บเกี่ยวได้มากมายนัก

ชิเสี่ยว ไชอี้ และคนอื่นๆก็ลดลงขากรรไกรของพวกเขาด้วยสายตาที่ตกตะลึง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไชอี้ และ สองพี่น้อง พวกเขาและ ฉื่อหยาน ได้อยู่กลุ่มเดียวกันในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ เขายังจำครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอฉื่อหยาน เมื่อเขาเข้ามาที่นี่คนเดียวเขาอยู่ในนภาที่สองระดับนภา หลังจากเพียงไม่กี่เดือน เขาก็เข้าสู่นภาที่สามระดับรู้แจ้งและตอนนี้ เขาก็ได้เข้าสู่ระดับนภา

ความก้าวหน้าในการบ่มเพาะเช่นนี้คืออะไร ?

ถ้าเขาไม่เห็นว่าฉื่อหยาน ได้ทะลวงผ่านระดับด้วยตัวเอง , ไช่อี ลั่วหลี่ , และคนอื่น ๆ ไม่คงไม่เชื่อว่าจะมีใครที่สามารถบรรลุระดับได้เช่นเขา

” ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างมีพรสวรรค์นัก ! เด็กนี่ช่างทำให้ผู้อื่นประหลาดใจได้ตลอดเสียจริง ไม่เพียง แต่เขาสามารถฆ่า ถูเค่อและเสี่ยวหลิงได้ แต่เขายังสามารถทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับนภาได้ อนาคตของเขาช่างไร้ขีดจำหัด ” จ้าวเฟิง ตื่นเต้นมาก ในสายตาของเขา ยิ่งฉื่อหยานมีพรสวรรค์โดดเด่นมากเท่าไหร่ สถานะในนิกายของเขาก็ยิ่งมั่นคง . ดังนั้น การที่นำฉื่อหยานเข้าสู่นิกายได้ จะเป็นประโยชน์ต่อเขาเป็นอย่างมาก

ฉื่อหยานถอดแหวนกระเป๋าจากเสี่ยวหลิง ถือแหวนกระเป๋าในมือ ฉื่อหยานก็ส่งเสียงเย็นชามองเสี่ยวไห่ ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น แล้วบอกว่า ” เจ้าข้องใจรึ ? “

เสี่ยวไห่ และอื่น ๆรวมเป็นสามคนจากพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้าตอนนี้ก็มองฉื่อหยานด้วยความเกลียดชัง แต่ไม่กล้าลงมือทำอะไร

ได้ยินฉื่อหยานยั่วยุเช่นนี้ เสี่ยวไห่ก็พยายามห้ามความโกรธของเขา และก็เดินไปยังนักรบจากดินแดนพิสุทธิ์ที่เหลืออยู่ เห็นเสี่ยวไห่ไปเหล่านักรบทันทีก็ตามไป นักรบเหล่านั้นทันทีก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง นักรบนภาที่สามระดับนภาในกลุ่มพวกเขาก็กระซิบ ” เราต้องรวมตัวกัน เพื่อรับมือกับนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ “

เสี่ยวไห่ พยักหน้า และยืนด้วยกันกลับนักรบดินแดนพิสุทธิ์และยังไม่กล้าลงมือทำสิ่งใด

ในเวลานี้ ฝั่งที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคือกลุ่มของฉื่อหยาน และจ้าวเฟิงจากนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ หลังจากพวกเขาร่วมมือกัน พวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก แม้ว่าพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้และดินแดนพิสุทธิ์จะร่วมมือกัน พวกเขาก็ไม่อาจเหนือไปกว่ากลุ่มของจ้าวเฟิง

แน่นอนไม่เพียง แต่นักรบจากพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้และนักรบจากดินแดนพิสุทธิ์นักรบอื่นๆ ประมาณ 10 คน ที่อยู่ในนภาที่สองและนภาแรกก็ ยังรวมตัวกันกับกลุ่มของเสี่ยวไห่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้สถานการณ์ปัจจุบัน

 

สถานการณ์ในตอนนี้ชัดเจนเป็นอย่างมาก

จ้าวเฟิง ฉื่อหยาน และสหายอยู่กลุ่มเดียวกัน ส่วนที่เหลืออยู่กลุ่มอื่น พวกเขามองฉื่อหยานอย่างระมัดระวัง จ้าวเฟิง และคนอื่นๆ พวกเขากลัวว่า กลุ่มของจ้าวเฟิงจะลงมือทำอะไรอย่างโหดเหี้ยม

” จะฆ่าพวกเขาดีหรือไม่ ? “ไชอี้ถาม

ชิเสี่ยวไม่พูดอะไร และมองฉื่อหยาน

ฉื่อหยาน ก็ตะลึงไปชั่วขณะ เขามองดูกลุ่มที่เหลืออยู่ตอนนี้ หลังจากมองจ้าวเฟิงและหลี่เยว่ เขาก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม ” ตอนนี้ยังคงเท่าเทียมกันอยู่ . ถ้าเราพยายามต่อสู้กับกลุ่มอื่น ก็ไม่มีใครได้ประโยชน์อะไร . “

จ้าวเฟิงพยักหน้าเล็กน้อยและพูดด้วยเสียงต่ำ “ถ้าเราเริ่มการต่อสู้กับพวกเขา แม้ว่าเราจะไม่ขาดทุน แต่ก็หนีไม่พ้นความสูญเสีย ตอนนี้ ทุกคนต่างก็เห็นเราเป็นภัยคุกคาม ดังนั้นการต่อสู้กับพวกเขา จึงไม่จําเป็น . “

” หมอกแม่เหล็กพิษทมิฬเป็นดินแดนหนึ่งที่แปลกประหลาดอย่างมาก นักรบทุกคนก็อยู่ที่นี่ ถ้าเราออกแรงมากเกินไปและพบกับนักรบที่แข็งแกร่งกลุ่มอื่น เราจะต้องพบกับการสูญเสียแน่ ” หลี่เยว่ ขมวดคิ้ว และกล่าว

” ตกลง “

ฉื่อหยานมองกลุ่มเสี่ยวไห่กลุ่มและพูดด้วยใบหน้า ” ดังนั้นเราสมควรฆ่าศพโบราณเพื่อชิงสมบัติลับหรือไม่ ? “

” เราควรจะทำเช่นนั้น ” จ้าวเฟิงยิ้มและกล่าวว่า ” ข้าคิดว่าคนเหล่านั้นคงไม่กล้ายุ่งกับเรา ดังนั้น เรามั่นใจได้เลยว่าในขณะที่ฆ่าศพโบราณเพื่อหาสมบัติลับจะไม่มีใครมาก่อกวน “

ศพโบราณลอยมาในอากาศ ราวกับพวกมันถูกผลกระทบและถูกควบคุมโดยบางอย่าง ซึ่งป้องกันไม่ให้พวกมันออกจากสถานที่แห่งนี้

ศพโบราณเหล่านี้มีรูปแบบฝังไว้ที่ร่างกาย ถ้านักรบไม่มีความคิดริเริ่มโจมตีพวกมัน ศพก็จะไม่โจมตี เมื่อศพเหล่านี้ตระหนักว่าพวกเขาจะคุกคาม พวกมันก็จะโจมตีทันที

พลังของศพโบราณมาจากสมบัติลับบนหน้าอกของพวกเขา ความแข็งแรงของสิบเอ็ดศพโบราณเทียบได้กับนักรบระดับนภา ดังนั้น การคุกคามของพวกมันจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก

หลังจากคุยกัน ทุกคนก็เริ่มลงมือ

จ้าวเฟิง หลี่เยวา และคนอื่น ๆของนิกายประกายแสงศักดิืสิทธิ์ก็เริ่มเลือกศพโบราณของตัวเองเพื่อฆ่า ชิเสียว ไชอี้เสี่ยว และนักรบคนอื่นๆเองก็สนใจไปยังศพที่ลอยมา

ฉื่อหยาน นั้นไม่รีบลงมือ ในทางตรงกันข้าม เขาหยิบแหวนของเสี่ยวหลิงและสำรวจมันอย่างรอบคอบ

แหวนกระเป๋าของเสี่ยวหลิงแบ่งออกเป็นพื้นที่สามส่วน พื้นที่หนึ่งมีทรัพยากรบ่มเพาะและหินแร่มากมาย อีกหนึ่งคืออาหาร และอีกส่วนที่เหลือก็เก็บผลึกหินและสมบัติลับบางชิ้น

มีดส้อมรูปร่างประหลาดและสมบัติลับที่เสี่ยวหลิงได้รวบรวมเมื่อเร็ว ๆนี้ก็ส่องแสงสีฟ้าออกมา ทำให้รู้สึกหนาวไปถึงขั่วกระดูก สัมผัสได้ถึงพลังความเย็นที่น่าหวาดกลัวจากมัน

เมื่อฉื่อหยานสัมผัส นิ้วของเขาก็รู้สึกหนาวเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะมีพลังของเปลวเหมันเยือกแข็งอยู่ในร่าง บางทีนิ้วมือของเขาจะถูกแช่แข็งไปแล้ว

สมบัติลับนี้มีธาตุคือน้ำแข็ง

ฉื่อหยานแอบพยักหน้าและเอาสมบัติกลับเข้าไปในแหวนกระเป๋าของเขา เขาก็สวมแหวนของเสี่ยวหลิง มันจะเสียเวลา ถ้าเขาไม่รีบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่อ

เมื่อเสี่ยวไห่มองฉื่อหยาเก็บแหวนของเสี่ยวหลิงบนนิ้วของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง อย่างไรก็ตาม เขายังไม่กล้าที่จะลงมือ

ฉื่อหยานไม่สนใจเขาเช่นกัน เขาชำเลืองมองอย่างรวดเร็วและแสยะยิ้ม

เปลวไฟแห่งความเกลียดชังก็ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเสี่ยวไห่ เขาเปิดเผยใบหน้าที่ดุร้าบและหายใจอย่างหนักหน่วง พวกเขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ทำอะไรบุ่มบาม

ในเวลานี้ สาวกของนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ก็จ้องมองศพโบราณ ที่มีชุดเกราะสีเขียวบนหน้าอกของมัน ซึ่งดูเหมือนจะหดเข้าไปในรูปแบบ จึงไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน ชุดเกราะนี้ส่องแสงสีเขียวอ่อนเหมือนหยก

จ้าวเฟิง , หลี่เยว่ , และคนอื่น ๆที่ล้อมรอบศพโบราณ ก็ไม่ปล่อยให้มันหลุดรอดไปจากสายตา เกราะสีเขียวก็จะตกอยู่ในมือของกลุ่มจ้าวเฟิงเท่านั้น

เค้ามองไชอี้ และชิเสี่ยว พวกเขาเองก็มองไปยัศพโบราณอีกศพ ที่มีกริชสีเงินถูกฝังบนหน้าอกของมัน มันส่องแสงสีเงินออกท่ดูเหมือนจะเป็นแหล่งพลังงานของศพโบราณนี้ ศพนี้ไม่มีชีวิต แต่ภายใต้การโจมตีพวกมันกลับส่องแสงสีเงินออกมา

 

แสงสีเงินนั้นดูคมเป็นอย่างมาก แม้แต่ชิเสี่ยวก็ไม่กล้าแตะต้องมัน ในขณะที่จัดการกับศพโบราณนี้ เขาต้องพยายามหลีกเลี่ยงมัน เขาเกรงว่าแสงสีเงินจากศพโบรารจะโดนเขา

ซั่วชู และซั่วฉือไมไ่ด้เคลื่อนไหวอะไร พวกเขาแค่ยืนข้างๆเขาและดูชิเสี่ยวกับคนอื่นฆ่าศพโบราณ

มองที่กลุ่มของจ้าวเฟิงแล้วก็กลุ่มของชิเสี่ยวและคนอื่นๆ ฉื่อหยานก็รู้ว่าถ้ามันยังเป็นแบบนี้ พวกเขาจะต้องฆ่าศพโบราณและชิงสมบัติลับไปหมดแน่นอน

ฉื่อหยานยกศีรษะของเขาดูศพที่ลอย แล้วมองไปรอบ ๆเพื่อเลือกศพโบราณศพหนึ่ง ผ่านการล่าและฆ่าศพโบราณเหล่านี้ เขาจะจะต้องเก็บเกี่ยวศพโบราณ

ในเวลานี้ ในห้วงจิตสำนึกของเขาก็ปั่นป่วนขึ้น ดวงตาของเขาก็ส่องประกายทันทีเขาก็กลั้นหายใจและนั่งสมาธิสัมพัสไปยังพลังวิญญานที่ผันผวน

เป็นเปลวเหมันเยือกแข็งที่เรียกเขา .

เปลวเหมันเยือกแข็งนั้นอยู่ที่ภูเขาเต่าดำทางเหนือ และมันก็ใช้วิญญาณของมันเรียกเขาโดยไม่รู้ว่าเรียกทำไม

กว่าหลายปี เขาได้สื่อสารกับเปลวเหมันเยือกแข็งอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น , เขาจึงเชื่อมต่อกับพวกมันได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงหนึ่ง เขารู้สึกได้ถึงออร่าเปลวน้ำแข็งเย็นและตระหนักถึงจิตสำนึกที่เปลวเหมันเยือกแข็งส่งออกมา

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมเปลวเหมันเยือกแข็งถึงเรียกเขา แต่เขารู้ว่าเปลวเหมันเยือกแข็งไม่ทำร้ายเขาแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นด้านล่างสะพานศพถูกทำลายหมดสิ้น ในขณะที่เมืองโบราณทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยหายนะทั้งสี่ เปลวเหมันเยือกแข็งตอนนี้อยู่ท่ามกลางและเผชิญหน้าอยู่กับหายนะทั้งสี่ ซึ่งนี่ทำให้ฉื่อหยานกังวล

แต่เปลวเหมันเยือกแข็งกลับส่งข้อเล่งด่วนมา

หน้าฉื่อหยานก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพิจารณาอย่างรอบคอบสักครู่แล้วค่อยตัดสินใจจะเสี่ยง

แม้ว่าสี่หายนะจะน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ได้เข้าสู่ระดับนภาและ ร่างกายของเขาก็แข็งแรงและเขายังมีบ้าคลั่งนภาที่สาม ทั้งหมดนี้ทำให้เขามีความมั่นใจพอสมควร

” พวกเจ้าอยู่ที่นี่ข้าจะลงไปดูบางอย่าง

หลังจากบอกซั่วชู และซั่วฉือทันทีเขาก็ลงไปยังด้านล่างของสะพานและหายตัวไป ไม่ได้รออีกสองที่คนพูดสิ่งใด

__________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 29 แล้ว มีถึงตอนที่ 1337 แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <