0 Views

บทที่ 334 พรัดพรากชีวิต แยกจากความตาย

 

ที่ทะเลเคียร่า บนเกาะร้าง

ด้วยความช่วยเหลือของเยว่จางเฟิง ด้วยสมบัติเคลื่อนย้าย ทั้งสี่คน เยว่จางเฟิง หลินหยาฉี ฉื่อหยาน , และเซี่ยซินหยาน โชคดีที่หนีรอดจากการโจมตีที่รุนแรงของชิหยานได้

ไม่มีใครอยู่บนเกาะร้าง . เกาะอื่น ๆที่อยู่ติดกันก็แห้งแล้ง ไม่มีต้นไม้หรือหญ้า ยกเว้นหินสีเทา

เพราะการใช้สมบัติลับเคลื่อนย้ายมาไกล เยว่จางเฟิง หลินหยาฉี จึงสูญเสียพลังปราณลึกลับไปเป็นจำนวนมาก และดังนั้น สีหน้าของพวกเขาจึงซีด หลังจากที่พวกเขาได้เดินทางมาถึงบนเกาะนี้ก็ยังไม่สามารถสงบตัวเองได้ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความกลัว

เพียงหนึ่งฝ่ามือของราชาอสูร ชิหยาน ก็ได้ปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าและแผ่นดิน และได้ทำลายเกาะที่พวกเขาทั้งสี่หยุดอยู่ก่อนหน้านี้ พลังนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก และมีแรงกดดันที่รุนแรง ทำให้พวกเขาทั้งหมดเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับความแข็งของราชาอสูรที่อยู่ในนภาที่สามของระดับพระเจ้า

หนึ่งฝ่ามือของนักรบนภาที่สามของระดับพระเจ้า  สามารถข้ามผ่านนับพันไมล์และทำให้โลกสั่นสะเทือนได้ โดยที่พลังนั้นไม่ได้ลดทอนลงแม้แต่นิดเดียวเลย เกาะใหญ่เท่ากับสี่เหลี่ยมพระเจ้า ถูกบดขยี้ลงอย่างง่ายดาย นั่นน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก

ความแข็งแกร่งของ ชิหยาน นอกจากจะอยู่เหนือความเข้าใจของ ฉื่อหยาน แล้วนี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่านักรบระดับพระเจ้าน่ากลัวเพียงใด

น้อย ” เยว่น้อย ตอนนี้เราควรทำไงดี ?

หลินหยา ถามด้วยใบหน้าหมดหนทาง นางปัดฝุ่นออกจากแก้มก้นของนาง นางกัดฟันและพูดอย่างหมดหนทาง ” ทะเลแห่งนี้ไม่สงบอีกต่อไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า ” ราชาอสูรยังสามารถตามหาเราเจอได้ แม้ว่าเราจะวิ่งหนีไปเป็นพันไมล์ ก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะหาเราพบ

” ไปทางตะวันออก ออกจากทะเลแห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ” เยว่จางเฟิงลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง มองไปที่ท้องฟ้าและกล่าวว่า ” เราไม่สามารถใช้การเคลื่อนย้ายได้อีก มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป และอาจถูกธาตุไฟเข้าแทรกได้ . เราสามารถใช้ได้เพียงสมบัติพาหนะเท่านั้น ” .

หลินหยาฉี พยักหน้า

เซี่ยซินหยานและฉื่อหยาน นั่งอยู่บนก้อนหินอย่างว่างเปล่า มองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความหดหู่ ปู่ของเซี่ยซินหยายตกตาย ฉื่อหยาน ก็ต้องสูญเสีย ลินดาไป และกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนยังถูกบังคับให้สยบภายใต้ความกดดันของคนรุ่งหลังของพวกเขา

แม้แต่เกาะมังกรเหมันยังกลายเป็นสรวงสวรรค์ที่อยู่ของเผ่าอสูร

หัวหน้าเผ่าปีกตี่ฉาน และ ยู่โหลว ก็ได้กลายเป็นพันธมิตรของพวกเขา

ความโชคร้ายนี้ทำให้ ฉื่อหยานหดหู่และท้อใจเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่เขาก็เข้มแข็ง และมองโลกในแง่ดี

” เราควรจะไปกันได้แล้ว ” เยว่จางเฟิง มองทั้งสองคนเล็กน้อยส่ายหัวแล้วพูดว่า ” คนตายไม่สามารถคืนชีพ ได้. เผ่าอสูรอาจจะปรากฏตัวที่นี่ ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกมันได้วางแผนล้อมและสังหารทุกคนบนเกาะสุริยัน พวกเขาเองก็ได้ตายไปเลว ส่วนพวกเจ้าก็ควรไปได้แล้ว “

ฉื่อหยาน ค่อยๆพยักหน้า ดวงตาของเขาคมเหมือนกับดาบ ” เข้าใจแล้ว “

” ไปกันเถอะ ” ถึงแม้ว่าน้ำตาบนใบหน้าของนางไจะม่ได้ถูกเช็ดออกอย่างสมบูรณ์ เซี่ยซินหยาน ก็ยืนขึ้นอย่างขะมักเขม้นแล้วก็ถามเยว่จางเฟิงและหลินหยาฉี ” เราจะไปที่ไหนกัน ?

” เจ้ารู้สถานที่ที่ทรวดของเจ้าเซี่ยจิงโหวอยู่หรือไม่ ? ” เยว่จางเฟิงคิดสักพักก่อนพูด ” แม้ว่าทรวดของเจ้าจะกลายเป็นบ้า แต่เขาก็ยังสามารถกู้คืนได้ถ้าเขาเอได้กินเม็ดยาเส้นเลือดวิญญาน ด้วยระดับการบ่มเพาะของเขา นอกจากเขาแล้วไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ เมื่อทรวดของเจ้าหายดี เขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง ถ้าเขาเข้าสู่นภาที่สองของระดับพระเจ้า ความปลอดภัยของเราก็จะมีมากขึ้น . “

เซี่ยซินหยาน ใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวของนางเพื่อลบล้างน้ำตาแล้วพยักหน้าด้วยใบหน้าเศร้า” ข้ารู้จักที่นั่น แต่ถ้าเราไม่มีเม็ดยาเส้นเลือดวิญญาน ต่อให้เราไปถึงที่นั่น มันก็ไร้ประโยชน์ “

” ใครว่าล่ะ ? ” เยว่จางเฟิง แสยะยิ้ม และแบมือซ้ายออกมา แล้ว เม็ดยาเส้นเลืิอดวิญญานก็ปรากฏบนฝ่ามือของเขา

ภายใต้สายตาตะลึงของทั้งสามคน เยว่จางเฟิงก็กล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ “ข้าได้ใช้เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆกับเม็ดดยาเส้นเลือดวิญญาน จริงๆแล้ว ข้าต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากเม็ดยาเส้นเลือดวิญญานเพื่อหาทรวดของเจ้า หลังจากปู่ของเจ้าตาย ข้าได้นำมันกลับมาก่อนที่จะใช้สมบัติเคลื่อนย้าย”

ใบหน้าที่สวยงามของเซี่ยซินหยานก็เริ่มโกรธ

สีหน้าเยว่จางเฟิงเต็มไปด้วยความอับอาย เขาส่ายหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้ม ” เม็ดยาเส้นเลือดวิญญานมีค่าอย่างแท้จริง หลังจากที่ข้าให้เจ้า ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่รักษาคำพูดของเจ้า , ดังนั้นข้าได้แอบใช้เคล็ดลับบางอย่าง ถ้าข้าไม่ระวัง บางทีเม็ดยาเส้นเลือดวิญญานอาจจะหายไปแล้วก็ได้ ” .

 

“เอาล่ะ , ” หลินหยาฉี ขมวดคิ้วของนางกล่าวอย่างหงุดหงิด ” สถานที่แห่งนี้ห่างจากเกาะสุริยันเพียงสองพันไมล์ มันไม่ปลอดภัย ข้าคิดว่าเราควรจะรีบออกจากที่นี่ก่อน แล้วเราค่อยคุยกันทีหลัง ไม่เช่นนั้น เมื่อจิตสำนึกวิญญานของชิหยานมาถึง เราอาจจะไม่รอดก็เป็นได้ “

ฉื่อหยาน พยักหน้าและบอกว่า ” ไปกันเถอะ “

ที่แหวนของเยว่จางเฟิงก็มีแสงแวบขึ้นและพรมก็ปรากฏลอยอยู่ตรงหน้าเขา

เขาเผยรอยยิ้มบางๆ ร่างของเขาก็พุ่งขึ้นไป แล้วทันทีก็รากฏบนพรม เขาพูดกับเซี่ยซินหยาน ฉื่อหยาน ” พรมบิน นี้ถูกสร้างโดยอาจารย์ผู้ชั่วร้ายของข้า แม้ว่าความเร็วของมันอยู่ต่างกับสมบัติเคลื่อนย้ายอยู่มาก แต่ความเร็วเต็มที่ของมันก็ยังเร็วกว่านักรบนภาที่สามระดับพระเจ้า พวกเจ้าขึ้นมาเถอะ “

ในขณะที่เยว่จางเฟิงพูด หลินหยาฉี ก็ขึ้นไปอย่างง่ายๆ และ เซี่ยซินหยาน ฉื่อหยาน ก็มองนางที่ขึ้นไป

ใบหน้าของเซี่ยซินหยาน ยังดูไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตาม นางรู้ว่าสถานการณ์อันตรายมากจึงรีบกระโดดขึ้นไปบนพรมบินโดยไม่คิดอะไรอีก. นางขยับตัวเล็กน้อยไปที่หลินหยาฉี เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างให้ฉื่อหยานขึ้นมานั่ง .

ฉื่อหยานมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่มืดมน เขากำลังจะกระโดดขึ้นไปบนพรม แต่สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

จิตสำนึกที่ชั่วร้าย ซึ่งตอนนี้อยู่ห่างไปหนึ่งพันไมล์ ฉื่อหยานไม่รู้เลยว่าจิตสำนึกที่ชั่วร้ายนี้มาจากไหน

” นั่นปรมจารย์อสูรหม่าฉีต้วน ” จิตสำนึกของเปลวเหมันเยือกแข็งก็ไหลออกมาจากแหวนสายโลหิต” เจ้านี้มันจับวิญญานของเจ้าได้ และมันก็ควบคุมเจ้าไว้ มันเป็นนักรบในนภาแรกของระดับพระเจ้า ระยะทางหมื่นลี้ มันจะใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลังจากครึ่งชั่วโมง มันจะมาถึงที่นี่ “

ฉื่อหยาน ดวงตาของเขาก็เย็นชาในขณะที่เขาทันทีส่งข้อความไปว่า ” ข้าสามารถหลีกเลี่ยงมันได้หรือไม่ ? “

” วิญญานของมันนั้นแข็งแกร่งกว่าเจ้า เมื่อวิญญาณของเจ้าตกเป็นเป้าหมาย มันยากที่จะหนีจากมันได้ นอกจากเจ้าจะสามารถเคลื่อนย้ายไปไกลหมื่นลี้ได้ในพริบตา ไม่อย่างนั้น มันก็จะรู้ตำแหน่งของเจ้า . ” เปลวเหมันเยือกแข็งพูดต่อ ” ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่สามารถหนีจากชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ได้ ภายในระยะทางสั้น ๆ นี้ เจ้าคิดว่ามีโอกาสรอดจากการโจมตีจากนักรบระดับพระเจ้ารึ ? “

ร่างกาย ฉื่อหยาน ก็กลายเป็นแข็งตรึง เขาทรุดตัวลงกับพื้น

ก่อนหน้านี้ เขามักจะเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง เขาถือว่า เขามีพื้นฐานความสามารถและความเพียรพยายามที่ไม่มีใครเทียบได้ ในเวลาเพียงห้าปี เขาได้เข้าสู่ระดับปฐพีตั้งแต่ระดับเริ่มต้น นอกจากนี้ เขายัง มีจิตวิญญานต่อสู้ที่แตกต่างกันมากมายในร่าง และมีเปลวเหมันเยือกแข็ง และ แกนเพลิง เขาคิดเสมอว่าในอนาคตเขาจะต้องอยู่เหนือกว่าผู้อื่นแน่นอน

แต่เรื่องน่าสะพรึ่งในวันนี้ได้ทำลายความมั่นใจของเขา ทำให้เขาเข้าใจว่า โลกใบนี้ด้วยระดับการบ่มเพาะแค่นี้ยังนับได้ว่าอ่อนแอมาก เมื่อเผชิญหน้ากับนักรบที่แข็งแกร่งจริงๆ เขารู้สึกว่าเขาเปราะบางเกินไป ไม่มีพลังแม้แต่จะต่อต้าน

ความน่าสะพรึงกลัวของชิหยานที่ลงมาจากก้อนเมฆ ทำให้เขาตระหนักได้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเขา

วันนี้ เขาได้เข้าใจแล้วว่าพลังอันยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาปลอดภัยได้ในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้ เขาได้อาศัยอยู่กับกลุ่มของอีเทียนโหมวมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ในขณะที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีก และ ตอนนี้เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ในโลกนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพลังของตรเอง ใครคนหนึ่งไม่สมควรไปมอบชีวิตไว้ในมือของใคร

เขาได้ตัดสินใจแล้วต่อจากนี้ เขาจะลบล้างภาพล้วงตาที่หลอกลวงทั้งหมด และเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเอง

แต่น่าเสียดาย กว่าเขาจะตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ เขาก็กำลังจะถูกทำลายโดยหม่าฉีต้วน

” พวกเจ้าสามคนไปได้แล้ว ข้ามีบางอย่างที่ต้องทำ . ” ฉื่อหยานนั่งลงไขว้ขาลงอย่างหมดหนทาง เขายกศีรษะมองของเซี่ยซินหยาน ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด แล้วค่อยๆ กล่าวว่า ” ซินหยาน ดูแลตัวเองด้วยนะ ข้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีก สักวันหนึ่ง “

ร่างที่งดงามของเซี่ยซินหยานก็สั่นสะท้านเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาคู่สวยของนางสั่น นางก็ถามออกไปด้วยความกังวล ” เจ้าต้องการจะทำอะไร ?” นางรู้สึกได้ถึงความประหลาดในน้ำเสียงของฉื่อหยาน .

ฉื่อหยานไม่เคยรู้สึกเศร้ามาก่อน แต่ดูเหมือนไม่เคยหมดความหวัง

นางและ ฉื่อหยาน ได้รู้จักกันไม่นานก็จริง แต่นางก็ไม่เคยเห็นฉื่อหยานแสดงออกเช่นนี้ นางรู้สึกว่าเขาอาจจะตัดสินใจทำบางอย่างที่ไม่ดี

” นี่ เจ้าจะทำอะไร ? ” เยว่จางเฟิงตะโกน ” ทะเลเหิงลั่ว วุ่นวายเป็นอย่างมากตอนนี้ นักรบระดับพระเจ้าของเจ้าก็อยู่กับเผ่าอสูร ดังนั้น เจ้ายังจะอยากอยู่ที่นี่ทำไม ? อยากฆ่าตัวตายงั้นรึ ?

 

หม่าฉีเตี้ยน ควบคุมข้าไว้ เขาจะมาถึงที่นี่ในอีกครึ่งชั่วโมง ถ้าพวกเจ้าไม่ไปตอนนี้ พวกเจ้าจะไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่อีก ” สูดลมหายใจลึกๆ ฉื่อหยาน ก็คุยกับเยว่จางเฟิง ” ห้ามซินหยานไว้ และพานางออกไปจากที่นี่ ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังจะไปที่ไหน แต่ข้าก็อยากให้นางมีชีวิตรอด “

ร่างของเยว่จางเฟิงก็สั่น

” บูม “

หลินหยาฉี ยืดมือนางวางมันบนคอของเซี่ยซินหยานและแทรกพลังเข้าไปในร่างกายของเซี่ยซินหยาน ในที่สุดนางก็หมดสติ

ก่อนที่จะล้มลงหมดสติ นางก็ดิ้นรน อยากลงมาจากพรม แต่หลินหยาฉี ก็ได้คว้านางกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

” ขอบคุณ ” ฉื่อหยาน ผ่อนคลาย เผยรอยยิ้ม และพูดออกมา ” พาไปนางซะ ข้าดีใจที่ได้รู้จักเจ้าทั้งสอง หลังจากที่นางตื่น บอกนางว่า ในโลกนี้ นางเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจของข้า ” .

” ดูแลตัวเองด้วย ข้าหวังว่าเราจะพบกันอีก ” ใบหน้าของเยว่จางเฟิงจริงจัง เขาจ้อง ฉื่อหยาน และค่อยๆพยักหน้า ” ข้าจะบอกนางทุกคำโดยไม่ขาด แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะรอดมาบอกเรื่องนี้ด้วยตัวเอง สักวันหนึ่งในอนาคต”

หลังจากนั้น โดยไม่รอหลินหยาฉี พูดเพิ่มเติม เยว่จางเฟิงก็จับพรมสีเงินแล้วแสงก็ส่องออกมา และพุ่งไปทางตะวันออก

พวกเขาทั้งสามคนหายไปจากขอบฟ้า

ฉื่อหยาน นั่งบนพื้นอย่างว่างเปล่า ดูพวกเขาบินจากไป

เขาคิดว่า เขาคงจะไม่ได้พบพวกเขาอีกต่อไป

 

บทที่ 334 พรัดพรากชีวิต แยกจากความตาย

 

ที่ทะเลเคียร่า บนเกาะร้าง

ด้วยความช่วยเหลือของเยว่จางเฟิง ด้วยสมบัติเคลื่อนย้าย ทั้งสี่คน เยว่จางเฟิง หลินหยาฉี ฉื่อหยาน , และเซี่ยซินหยาน โชคดีที่หนีรอดจากการโจมตีที่รุนแรงของชิหยานได้

ไม่มีใครอยู่บนเกาะร้าง . เกาะอื่น ๆที่อยู่ติดกันก็แห้งแล้ง ไม่มีต้นไม้หรือหญ้า ยกเว้นหินสีเทา

เพราะการใช้สมบัติลับเคลื่อนย้ายมาไกล เยว่จางเฟิง หลินหยาฉี จึงสูญเสียพลังปราณลึกลับไปเป็นจำนวนมาก และดังนั้น สีหน้าของพวกเขาจึงซีด หลังจากที่พวกเขาได้เดินทางมาถึงบนเกาะนี้ก็ยังไม่สามารถสงบตัวเองได้ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความกลัว

เพียงหนึ่งฝ่ามือของราชาอสูร ชิหยาน ก็ได้ปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าและแผ่นดิน และได้ทำลายเกาะที่พวกเขาทั้งสี่หยุดอยู่ก่อนหน้านี้ พลังนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก และมีแรงกดดันที่รุนแรง ทำให้พวกเขาทั้งหมดเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับความแข็งของราชาอสูรที่อยู่ในนภาที่สามของระดับพระเจ้า

หนึ่งฝ่ามือของนักรบนภาที่สามของระดับพระเจ้า  สามารถข้ามผ่านนับพันไมล์และทำให้โลกสั่นสะเทือนได้ โดยที่พลังนั้นไม่ได้ลดทอนลงแม้แต่นิดเดียวเลย เกาะใหญ่เท่ากับสี่เหลี่ยมพระเจ้า ถูกบดขยี้ลงอย่างง่ายดาย นั่นน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก

ความแข็งแกร่งของ ชิหยาน นอกจากจะอยู่เหนือความเข้าใจของ ฉื่อหยาน แล้วนี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่านักรบระดับพระเจ้าน่ากลัวเพียงใด

น้อย ” เยว่น้อย ตอนนี้เราควรทำไงดี ?

หลินหยา ถามด้วยใบหน้าหมดหนทาง นางปัดฝุ่นออกจากแก้มก้นของนาง นางกัดฟันและพูดอย่างหมดหนทาง ” ทะเลแห่งนี้ไม่สงบอีกต่อไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า ” ราชาอสูรยังสามารถตามหาเราเจอได้ แม้ว่าเราจะวิ่งหนีไปเป็นพันไมล์ ก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะหาเราพบ

” ไปทางตะวันออก ออกจากทะเลแห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ” เยว่จางเฟิงลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง มองไปที่ท้องฟ้าและกล่าวว่า ” เราไม่สามารถใช้การเคลื่อนย้ายได้อีก มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป และอาจถูกธาตุไฟเข้าแทรกได้ . เราสามารถใช้ได้เพียงสมบัติพาหนะเท่านั้น ” .

หลินหยาฉี พยักหน้า

เซี่ยซินหยานและฉื่อหยาน นั่งอยู่บนก้อนหินอย่างว่างเปล่า มองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความหดหู่ ปู่ของเซี่ยซินหยายตกตาย ฉื่อหยาน ก็ต้องสูญเสีย ลินดาไป และกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนยังถูกบังคับให้สยบภายใต้ความกดดันของคนรุ่งหลังของพวกเขา

แม้แต่เกาะมังกรเหมันยังกลายเป็นสรวงสวรรค์ที่อยู่ของเผ่าอสูร

หัวหน้าเผ่าปีกตี่ฉาน และ ยู่โหลว ก็ได้กลายเป็นพันธมิตรของพวกเขา

ความโชคร้ายนี้ทำให้ ฉื่อหยานหดหู่และท้อใจเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่เขาก็เข้มแข็ง และมองโลกในแง่ดี

” เราควรจะไปกันได้แล้ว ” เยว่จางเฟิง มองทั้งสองคนเล็กน้อยส่ายหัวแล้วพูดว่า ” คนตายไม่สามารถคืนชีพ ได้. เผ่าอสูรอาจจะปรากฏตัวที่นี่ ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกมันได้วางแผนล้อมและสังหารทุกคนบนเกาะสุริยัน พวกเขาเองก็ได้ตายไปเลว ส่วนพวกเจ้าก็ควรไปได้แล้ว “

ฉื่อหยาน ค่อยๆพยักหน้า ดวงตาของเขาคมเหมือนกับดาบ ” เข้าใจแล้ว “

” ไปกันเถอะ ” ถึงแม้ว่าน้ำตาบนใบหน้าของนางไจะม่ได้ถูกเช็ดออกอย่างสมบูรณ์ เซี่ยซินหยาน ก็ยืนขึ้นอย่างขะมักเขม้นแล้วก็ถามเยว่จางเฟิงและหลินหยาฉี ” เราจะไปที่ไหนกัน ?

” เจ้ารู้สถานที่ที่ทรวดของเจ้าเซี่ยจิงโหวอยู่หรือไม่ ? ” เยว่จางเฟิงคิดสักพักก่อนพูด ” แม้ว่าทรวดของเจ้าจะกลายเป็นบ้า แต่เขาก็ยังสามารถกู้คืนได้ถ้าเขาเอได้กินเม็ดยาเส้นเลือดวิญญาน ด้วยระดับการบ่มเพาะของเขา นอกจากเขาแล้วไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ เมื่อทรวดของเจ้าหายดี เขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง ถ้าเขาเข้าสู่นภาที่สองของระดับพระเจ้า ความปลอดภัยของเราก็จะมีมากขึ้น . “

เซี่ยซินหยาน ใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวของนางเพื่อลบล้างน้ำตาแล้วพยักหน้าด้วยใบหน้าเศร้า” ข้ารู้จักที่นั่น แต่ถ้าเราไม่มีเม็ดยาเส้นเลือดวิญญาน ต่อให้เราไปถึงที่นั่น มันก็ไร้ประโยชน์ “

” ใครว่าล่ะ ? ” เยว่จางเฟิง แสยะยิ้ม และแบมือซ้ายออกมา แล้ว เม็ดยาเส้นเลืิอดวิญญานก็ปรากฏบนฝ่ามือของเขา

ภายใต้สายตาตะลึงของทั้งสามคน เยว่จางเฟิงก็กล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ “ข้าได้ใช้เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆกับเม็ดดยาเส้นเลือดวิญญาน จริงๆแล้ว ข้าต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากเม็ดยาเส้นเลือดวิญญานเพื่อหาทรวดของเจ้า หลังจากปู่ของเจ้าตาย ข้าได้นำมันกลับมาก่อนที่จะใช้สมบัติเคลื่อนย้าย”

ใบหน้าที่สวยงามของเซี่ยซินหยานก็เริ่มโกรธ

สีหน้าเยว่จางเฟิงเต็มไปด้วยความอับอาย เขาส่ายหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้ม ” เม็ดยาเส้นเลือดวิญญานมีค่าอย่างแท้จริง หลังจากที่ข้าให้เจ้า ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่รักษาคำพูดของเจ้า , ดังนั้นข้าได้แอบใช้เคล็ดลับบางอย่าง ถ้าข้าไม่ระวัง บางทีเม็ดยาเส้นเลือดวิญญานอาจจะหายไปแล้วก็ได้ ” .

 

“เอาล่ะ , ” หลินหยาฉี ขมวดคิ้วของนางกล่าวอย่างหงุดหงิด ” สถานที่แห่งนี้ห่างจากเกาะสุริยันเพียงสองพันไมล์ มันไม่ปลอดภัย ข้าคิดว่าเราควรจะรีบออกจากที่นี่ก่อน แล้วเราค่อยคุยกันทีหลัง ไม่เช่นนั้น เมื่อจิตสำนึกวิญญานของชิหยานมาถึง เราอาจจะไม่รอดก็เป็นได้ “

ฉื่อหยาน พยักหน้าและบอกว่า ” ไปกันเถอะ “

ที่แหวนของเยว่จางเฟิงก็มีแสงแวบขึ้นและพรมก็ปรากฏลอยอยู่ตรงหน้าเขา

เขาเผยรอยยิ้มบางๆ ร่างของเขาก็พุ่งขึ้นไป แล้วทันทีก็รากฏบนพรม เขาพูดกับเซี่ยซินหยาน ฉื่อหยาน ” พรมบิน นี้ถูกสร้างโดยอาจารย์ผู้ชั่วร้ายของข้า แม้ว่าความเร็วของมันอยู่ต่างกับสมบัติเคลื่อนย้ายอยู่มาก แต่ความเร็วเต็มที่ของมันก็ยังเร็วกว่านักรบนภาที่สามระดับพระเจ้า พวกเจ้าขึ้นมาเถอะ “

ในขณะที่เยว่จางเฟิงพูด หลินหยาฉี ก็ขึ้นไปอย่างง่ายๆ และ เซี่ยซินหยาน ฉื่อหยาน ก็มองนางที่ขึ้นไป

ใบหน้าของเซี่ยซินหยาน ยังดูไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตาม นางรู้ว่าสถานการณ์อันตรายมากจึงรีบกระโดดขึ้นไปบนพรมบินโดยไม่คิดอะไรอีก. นางขยับตัวเล็กน้อยไปที่หลินหยาฉี เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างให้ฉื่อหยานขึ้นมานั่ง .

ฉื่อหยานมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่มืดมน เขากำลังจะกระโดดขึ้นไปบนพรม แต่สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

จิตสำนึกที่ชั่วร้าย ซึ่งตอนนี้อยู่ห่างไปหนึ่งพันไมล์ ฉื่อหยานไม่รู้เลยว่าจิตสำนึกที่ชั่วร้ายนี้มาจากไหน

” นั่นปรมจารย์อสูรหม่าฉีต้วน ” จิตสำนึกของเปลวเหมันเยือกแข็งก็ไหลออกมาจากแหวนสายโลหิต” เจ้านี้มันจับวิญญานของเจ้าได้ และมันก็ควบคุมเจ้าไว้ มันเป็นนักรบในนภาแรกของระดับพระเจ้า ระยะทางหมื่นลี้ มันจะใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลังจากครึ่งชั่วโมง มันจะมาถึงที่นี่ “

ฉื่อหยาน ดวงตาของเขาก็เย็นชาในขณะที่เขาทันทีส่งข้อความไปว่า ” ข้าสามารถหลีกเลี่ยงมันได้หรือไม่ ? “

” วิญญานของมันนั้นแข็งแกร่งกว่าเจ้า เมื่อวิญญาณของเจ้าตกเป็นเป้าหมาย มันยากที่จะหนีจากมันได้ นอกจากเจ้าจะสามารถเคลื่อนย้ายไปไกลหมื่นลี้ได้ในพริบตา ไม่อย่างนั้น มันก็จะรู้ตำแหน่งของเจ้า . ” เปลวเหมันเยือกแข็งพูดต่อ ” ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่สามารถหนีจากชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ได้ ภายในระยะทางสั้น ๆ นี้ เจ้าคิดว่ามีโอกาสรอดจากการโจมตีจากนักรบระดับพระเจ้ารึ ? “

ร่างกาย ฉื่อหยาน ก็กลายเป็นแข็งตรึง เขาทรุดตัวลงกับพื้น

ก่อนหน้านี้ เขามักจะเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง เขาถือว่า เขามีพื้นฐานความสามารถและความเพียรพยายามที่ไม่มีใครเทียบได้ ในเวลาเพียงห้าปี เขาได้เข้าสู่ระดับปฐพีตั้งแต่ระดับเริ่มต้น นอกจากนี้ เขายัง มีจิตวิญญานต่อสู้ที่แตกต่างกันมากมายในร่าง และมีเปลวเหมันเยือกแข็ง และ แกนเพลิง เขาคิดเสมอว่าในอนาคตเขาจะต้องอยู่เหนือกว่าผู้อื่นแน่นอน

แต่เรื่องน่าสะพรึ่งในวันนี้ได้ทำลายความมั่นใจของเขา ทำให้เขาเข้าใจว่า โลกใบนี้ด้วยระดับการบ่มเพาะแค่นี้ยังนับได้ว่าอ่อนแอมาก เมื่อเผชิญหน้ากับนักรบที่แข็งแกร่งจริงๆ เขารู้สึกว่าเขาเปราะบางเกินไป ไม่มีพลังแม้แต่จะต่อต้าน

ความน่าสะพรึงกลัวของชิหยานที่ลงมาจากก้อนเมฆ ทำให้เขาตระหนักได้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเขา

วันนี้ เขาได้เข้าใจแล้วว่าพลังอันยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาปลอดภัยได้ในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้ เขาได้อาศัยอยู่กับกลุ่มของอีเทียนโหมวมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ในขณะที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีก และ ตอนนี้เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ในโลกนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพลังของตรเอง ใครคนหนึ่งไม่สมควรไปมอบชีวิตไว้ในมือของใคร

เขาได้ตัดสินใจแล้วต่อจากนี้ เขาจะลบล้างภาพล้วงตาที่หลอกลวงทั้งหมด และเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเอง

แต่น่าเสียดาย กว่าเขาจะตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ เขาก็กำลังจะถูกทำลายโดยหม่าฉีต้วน

” พวกเจ้าสามคนไปได้แล้ว ข้ามีบางอย่างที่ต้องทำ . ” ฉื่อหยานนั่งลงไขว้ขาลงอย่างหมดหนทาง เขายกศีรษะมองของเซี่ยซินหยาน ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด แล้วค่อยๆ กล่าวว่า ” ซินหยาน ดูแลตัวเองด้วยนะ ข้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีก สักวันหนึ่ง “

ร่างที่งดงามของเซี่ยซินหยานก็สั่นสะท้านเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาคู่สวยของนางสั่น นางก็ถามออกไปด้วยความกังวล ” เจ้าต้องการจะทำอะไร ?” นางรู้สึกได้ถึงความประหลาดในน้ำเสียงของฉื่อหยาน .

ฉื่อหยานไม่เคยรู้สึกเศร้ามาก่อน แต่ดูเหมือนไม่เคยหมดความหวัง

นางและ ฉื่อหยาน ได้รู้จักกันไม่นานก็จริง แต่นางก็ไม่เคยเห็นฉื่อหยานแสดงออกเช่นนี้ นางรู้สึกว่าเขาอาจจะตัดสินใจทำบางอย่างที่ไม่ดี

” นี่ เจ้าจะทำอะไร ? ” เยว่จางเฟิงตะโกน ” ทะเลเหิงลั่ว วุ่นวายเป็นอย่างมากตอนนี้ นักรบระดับพระเจ้าของเจ้าก็อยู่กับเผ่าอสูร ดังนั้น เจ้ายังจะอยากอยู่ที่นี่ทำไม ? อยากฆ่าตัวตายงั้นรึ ?

 

หม่าฉีเตี้ยน ควบคุมข้าไว้ เขาจะมาถึงที่นี่ในอีกครึ่งชั่วโมง ถ้าพวกเจ้าไม่ไปตอนนี้ พวกเจ้าจะไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่อีก ” สูดลมหายใจลึกๆ ฉื่อหยาน ก็คุยกับเยว่จางเฟิง ” ห้ามซินหยานไว้ และพานางออกไปจากที่นี่ ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังจะไปที่ไหน แต่ข้าก็อยากให้นางมีชีวิตรอด “

ร่างของเยว่จางเฟิงก็สั่น

” บูม “

หลินหยาฉี ยืดมือนางวางมันบนคอของเซี่ยซินหยานและแทรกพลังเข้าไปในร่างกายของเซี่ยซินหยาน ในที่สุดนางก็หมดสติ

ก่อนที่จะล้มลงหมดสติ นางก็ดิ้นรน อยากลงมาจากพรม แต่หลินหยาฉี ก็ได้คว้านางกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

” ขอบคุณ ” ฉื่อหยาน ผ่อนคลาย เผยรอยยิ้ม และพูดออกมา ” พาไปนางซะ ข้าดีใจที่ได้รู้จักเจ้าทั้งสอง หลังจากที่นางตื่น บอกนางว่า ในโลกนี้ นางเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจของข้า ” .

” ดูแลตัวเองด้วย ข้าหวังว่าเราจะพบกันอีก ” ใบหน้าของเยว่จางเฟิงจริงจัง เขาจ้อง ฉื่อหยาน และค่อยๆพยักหน้า ” ข้าจะบอกนางทุกคำโดยไม่ขาด แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะรอดมาบอกเรื่องนี้ด้วยตัวเอง สักวันหนึ่งในอนาคต”

หลังจากนั้น โดยไม่รอหลินหยาฉี พูดเพิ่มเติม เยว่จางเฟิงก็จับพรมสีเงินแล้วแสงก็ส่องออกมา และพุ่งไปทางตะวันออก

พวกเขาทั้งสามคนหายไปจากขอบฟ้า

ฉื่อหยาน นั่งบนพื้นอย่างว่างเปล่า ดูพวกเขาบินจากไป

เขาคิดว่า เขาคงจะไม่ได้พบพวกเขาอีกต่อไป

_________________________________

ปล. ตอนนี้กลุ่มลับถึงกลุ่ม 24 แล้ว มีถึงตอนที่ 1105  แล้วจ้า ท่านใดสนใจ กดอ่านรายละเอียดที่นี่เลย > กดตรงนี้ <