0 Views

 

ชิงเทียนคือคนทำงานที่ตารางเวลาสวนทางกับชาวบ้านอย่างสิ้นเชิง ยิ่งดึกเธอยิ่งกระปรี้กระเปร่า ดวงอาทิตย์ขึ้นเมื่อไรจะรู้สึกง่วงทันที พอเธอประกาศการเดินทางของวันพรุ่งนี้เรียบร้อยเมื่อหัวค่ำ เธอก็เข้าไปทำงานต่อในห้อง พอตะวันขึ้นก็นอนหลับจนถึงบ่ายสาม จากนั้นก็ตื่นขึ้นมาแต่งองค์ทรงเครื่องเตรียมออกงาน เซียวอี้กับเฉินหมิงกำลังเล่นบท “คนร้าย”

 

“เธอออกไปไม่ได้ อันตรายเกินไป เมื่อวานนักฆ่าเพิ่งโทรมาขอซื้อชีวิตเธอ” เซียวอี้ยืนหน้าห้องอาบน้ำ สองแขนไขว้อยู่เหนือทรวงอก

 

“หมอนั่นเรียกไปเท่าไหร่ล่ะ?” ชิงเทียนยังคงหันหน้าหากระจกขณะแต้มอายชาโดว์ลงบนเปลือกตา

 

“ไม่ได้บอกราคามา แต่ให้พวกเราเสนอไป คิดว่าเปิดไปเท่าไหร่ก็คงรับแหละ?” เฉินหมิงยืนข้างเซียวอี้กล่าวเสริมขึ้น

 

“ถือว่าหมอนั่นมีตา ของดีอย่างชั้นน่ะ หาค่ามิได้” ชิงเทียนฝึกฉีกยิ้มหน้ากระจก

 

“สมองเธอเน่ารึไง? มีคนคิดฆ่าเธอ ยังอารมณ์ดีขนาดนี้?” เซียวอี้ไม่เข้าใจความคิดของผู้หญิงคนนี้จริงๆ

 

“สาวน้อย ชั้นอยู่มายี่สิบแปดแล้ว สิบแปดปีอยู่ในเขตบ้านนอก ก่อนยี่สิบสองอยู่กับ FoxConn หลังยี่สิบสอง ถึงได้นับว่าได้ใช้ชีวิตจริงๆ”

 

คนเกิดมาก็ต้องตาย ตายช้าหรือตายอย่างสนุกสนาน ชั้นขอเลือกอย่างหลัง อย่างน้อยก็มีความสุข

 

นอกจากนี้ การรับมือนักฆ่าก็เป็นงานของพวกเธอไม่ใช่หรือไง? ถ้าทุกวันหดหัวอยู่แต่ในกระดองเพื่อรอดชีวิต แล้วชั้นจะมาหาพวกเธอทำไม?” ชิงเทียนพูดอย่างมีเหตุผล

 

“เธอนี่อวดดีไม่เบาเลย เธอเชื่อมั้ยว่าชั้นจะจับเธอมัดน่ะ” เซียวอี้คิดใช้ไม้แข็ง

“ว่าไปพวกเธอเป็นบอดี้การ์ดหรือนักฆ่ากันแน่? ถึงขนาดคิดใช้วิธีรุนแรงกับลูกค้า ทำธุรกิจต้องอาศัยคำพูดคน ทำท่าทางแบบนี้แล้วจะทำธุรกิจยังไง?” ชิงเทียนถอดชุดนอน ก่อนเปลี่ยนเป็นชุดราตรีต่อหน้าเฉินหมิงและเซียวอี้

 

“ไม่ว่าด้านไหน ที่เธอพูดนับว่ามีเหตุผล เราไม่มีสิทธิ์จำกัดอิสรภาพของเธอ ที่เราทำได้คือปกป้องเธอไม่ว่าในสถานการณ์ไหน” เฉินหมิงถอนใจ

 

“นี่ นายอยู่ข้างไหนกันแน่น่ะ? ยังจะมาช่วยหล่อนพูดอีก เธอคิดออกไปหาที่ตาย แถมยังจะพาพวกเราไปตายด้วย!” เซียวอี้ถลึงตาใส่

 

 “การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบ่อยเพิ่มความเสี่ยง แต่ก็ยิ่งเพิ่มความยากลำบากขั้นสุดยอดในการที่นักฆ่าจะลงมือฆ่าอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะการสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุฆาตกรรมจากสภาพแวดล้อมเดิมนั้นง่าย แต่กับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงนับไม่ถ้วน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง แถมแผนยังจะรั่วง่ายอีกด้วย” เฉินหมิงไม่คิดรอคอยตั้งรับอย่างเดียว แถมเวลาที่กำหนดก็ไม่เหมาะอย่างยิ่ง ยี่สิบวันนั้นนานเกินไป เฉินหมิงไม่สามารถตั้งการ์ดป้องกันอย่างสมบูณ์แบบได้ยาวนานขนาดนั้น

 

“ชั้นเป็นคนยึดหลักประชาธิปไตย ตอนนี้เสียงเป็นสองต่อหนึ่ง เธอจะออกไปกินล็อบสเตอร์กับชั้น หรือจะกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ที่บ้าน เลือกเอาเอง” ชิงเทียนเผยสีหน้าท่าทางแบบคนถือไพ่เหนือกว่า

 

“….ถือว่าพวกนายแน่!” เซียวอี้สั่นศีรษะด้วยความไม่พอใจก่อนเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องเธอ

 

“นายเองไม่ได้อยากให้ชั้นไป” ในห้องน้ำเหลือเพียงชิงเทียนและเฉินหมิง ชายหญิงสองคนนี้ดูเหมือนเพื่อนเก่านานปี แค่มองตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร

 

“ใช่แล้ว”

 

“งั้นทำไมไม่ห้ามล่ะ?” แค่เรื่องนี้ที่ชิงเทียนไม่อาจหาคำตอบได้

 

“เพราะผมคิดลองดูว่า ปาร์ตี้ประเภทไหนกันแน่ที่ทำให้คุณยอมเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อเข้าร่วมให้ได้?” เฉินหมิงอมยิ้มหรี่ตา

 

“หนุ่มน้อย เธอช่างเอาใจใส่จริงๆ ไม่กลัวชั้นตกหลุมรักเธอเหรอ?” ชิงเทียนปรายตามอง

 

“รักผมได้ แต่อย่าคิดรักจะ “ขึ้น” ผมเด็ดขาด “ของเล่น”พวกนั้นของคุณผมเห็นมาหมดแล้ว” เฉินหมิงพูดจบก็ปลีกตัวไปเปลี่ยนชุด

 

เมื่อถึงยามตะวันเริ่มลับขอบฟ้า สองหญิงหนึ่งชายนั่งรถแท็กซี่ที่วิ่งผ่านมาพอดีหลังจากต้องเดินไปโบกห่างจากบ้านไปสามบล็อกถนน ชิงเทียนที่สวมรองเท้าส้นสูงบ่นตลอดทาง แต่เฉินหมิงที่สวมชุดสูทกลับยืนกราน

 

ขนาดนั่งรถแท็กซี่ คนขับที่เลือกยังต้องเป็นผู้หญิง หลังจากขึ้นบนรถยังถ่ายรูปคนขับส่งไปถามที่บริษัทรถแท็กซี่เพื่อยืนยันตัวตนอีกด้วย

 

คนขับรถแท็กซี่ถามว่าต้องการไปที่ไหน? ชิงเทียนที่นั่งข้างหลังขณะกำลังจะเปิดปาก กลับถูกเซียวอี้อุดปากไว้ เฉินหมิงที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยนำทางไม่บอกปลายทาง เพียงแต่บอกทิศทางเท่านั้น สุดท้ายระยะทางที่เดิมต้องจ่ายเพียงยี่สิบหยวน ก็บานปลายจนต้องจ่ายถึงสี่สิบหยวน แถมยังเจอรถติดสองรอบด้วย

 

จนเมื่อพวกเขามาถึงท่าเรือส่วนตัวของเมืองหลินไห่แล้ว คนขับรถหญิงถึงได้โผล่หัวออกมาด่าว่า “พวกนายมันไอ้พวกบ้า!”

 

ในกระบวนการทั้งหมดนี้ชิงเทียนไม่สามารถออกความเห็นใดได้ นี่เป็นข้อแลกเปลี่ยนในการออกมาข้างนอก การเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นเฉินหมิงจัดการ ห้ามโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น

 

“กลุ่มของพวกเธออยู่ที่ท่าเรืองั้นเหรอ? ไม่ธรรมดาเลยนะ” เซียวอี้ก้าวเหยียบลงบนพื้นกระดานไม้ ไม่มีใครที่ท่าเรืออันมืดมิดเลยนอกจากเรือ กระทั่งคนก็ไม่มีสักคน

 

“ที่นี่แค่เป็นที่ทรานสิท พาหนะของพวกเรากำลังมา” ชิงเทียนหัวเราะ เรือยอชหรูหราเปล่งประกายลำหนึ่งจอดเทียบด้านข้างท่า นี่มาเพื่อรับพวกเขาโดยเฉพาะ

 

“ท่าทางแพงไม่เบาเลย?” เซียวอี้กระซิบถามข้างเฉินหมิง

 

“น่าจะมากกว่ายี่สิบล้าน? ของเล่นของพวกคนรวยน่ะ พวกเราคนธรรมดาไม่เข้าใจหรอก” เฉินหมิงยิ้มขณะก้าวเดินตามฝีเท้าของชิงเทียน

 

ปาร์ตี้วันเกิดวันนี้เป็นของคุณชายลูกเศรษฐีจากมหานคร พ่อของไอ้หมอนั่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จากกลุ่มผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ต แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยจะถามว่าลูกใช้เงินไปเท่าไหร่ ในบรรดาคนนอกวงการแล้วเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ ครั้งนี้เขาเหมาโรงแรมส่วนตัวของตนเองบนเกาะหนานซานจัดงานวันเกิด เชิญคนในวงการและดารามามากมาย ตั้งแต่สองทุ่มถึงห้าทุ่มเป็นปาร์ตี้ดริงก์อย่างเดียวจริงๆ อย่างน้อยคนร่วมงานก็ดื่มกินจริงจัง ยังไม่มีใครถอดชุดออก

 

ที่ยิ่งหรูหราจะเป็นช่วงหลังห้าทุ่มที่จะจัดภายในห้อง คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในปาร์ตี้ดริ้งก์เพื่อทำความรู้จักกับฝ่ายตรงข้ามที่จะสามารถเล่นสนุกด้วยกันในคืนนี้ได้ ส่วนราคาและวิธีเล่นนั้น ต่างก็กำลังรอคอยข้อมูลอยู่

 

“ชั้นจะไม่เข้าร่วมปาร์ตี้ส่วนตัวหลังจากนี้ เพียงแต่ไอ้คุณชายนี่ถือเป็นเพื่อนชั้น ไม่มาไม่ได้”

 

“ชั้นเป็นคนนอกคนแรกที่เขาออกมาหาประสบการณ์ เขาไม่ชอบเล่นเป็นทีม ก็แค่ทำเพราะกลัวเพื่อนๆ มองว่าเขาไม่เข้าพวกแค่นั้น ที่น่าตลกคือหมอนี่ใช้เวลาไปแค่สามสิบวิ ชันได้ค่าจ้างมาสามหมื่น บวกอีกห้าหมื่นเป็นค่าปิดปากจากเพื่อนๆ ของเขา” ชิงเทียนเปิดแชมเปญลงนั่งบนโซฟาด้านหลังเรือยอชน์ หญิงสาวดูสบายๆ เหมือนอยู่บ้านตนเอง

 

“ธุรกิจแบบนี้ของเธอทำเงินดีมากสินะ?” เซียวอี้รับแก้วแชมเปญมาถือ

 

“ต้องดูหน้าด้วย พวกสินค้าระดับต่ำจะได้ก็แต่พวกลูกค้าแก่โรคจิต เรียกไปเป็นนางแบบส่วนตัวแป๊บนึง ค่าตัวพันนึงต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ แถมยังต้องขายหน้าตัวเองออกไปอีก ในเน็ตถ้าลองหาดูจะมีแต่รูปพวกเธอแก้ผ้าว่อนไปหมด เพราะงั้นใครจะยอมจ่ายเงินดูข้างในของพวกเธออีก ตัวเองเลือกทางแจ้งเกิดของตัวเอง” ชิงเทียนนั่งลงบนโซฟาริมขอบเรือ ขณะกำลังจะดื่มแชมเปญ แก้วที่เธอถือก็ถูกเฉินหมิงแย่งไป

 

“ดื่มแก้วนี้ ผมลองแล้ว ไม่มีพิษ” เฉินหมิงส่งแก้วของตัวเองให้ชิงเทียน จากนั้นก้าวหลีกออกด้านข้างอย่างเงียบๆ

 

ชิงเทียนมองเขา จากนั้นพูดต่อ “ส่วนระดับบนสุดอย่าง “ราชินีนอกวงการ” แบบชั้น เดือนนึงถ้าไม่ได้นั่งเฉย ก็จะหาได้ประมาณเดือนละหกล้านถึงสิบล้าน?”

 

“เงินดีขนาดนั้น?” เซียวอี้ตกใจ

 

“เธอว่าเยอะงั้นเหรอ? สิบเปอร์เซ็นต์ถูกผู้จัดการหัก ห้าเปอร์เซ็นต์จ่ายให้คนของสถานที่จัดปาร์ตี้เพื่อรับประกันความปลอดภัย ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ใช้ซื้อหาแพคเกจจิ้งเพื่อรับประกันว่าพวกเราจะดูดีและดู High สิบเปอร์เซ็นต์ใช้ไปดับบิวตี้ซาลอนเพื่อรับประกันความงาม นอกเหนือจากนี้ ถึงจะใช้เองส่วนตัวได้” ชิงเทียนถอนใจ

 

“นั่นก็เยอะแล้วเหอะ?” เซียวอี้กระดกแชมเปญ

 

“สาวน้อยเธอทำงานปกติ ไม่เข้าใจความยากลำบากของพี่สาวที่ต้องนอนแลกเงินหรอก ผู้ชายพวกนั้นมีแต่ความคิดจะเล่นวิตถารกับร่างกายเรา บางทีเจอพวกโรคจิตตัวเองหมดสภาพแล้วยังต้องขึ้นอุปกรณ์ให้อีก ไม่ว่าอะไรก็กล้าใช้ รูก้นพี่สาวแต่ไหนแต่ไรไม่เคยขาย ตอนนี้เพื่อนๆในวงการมีตั้งมากเท่าไรที่ตอนตดไม่มีเสียงแล้ว!”

 

“หยุดๆๆๆ ไม่ต้องลงรายละเอียด โอเคมั้ย?” เซียวอี้นึกไปถึงช่วงเวลาในอดีตที่ต้องนั่งจ้องหนังเอวีพวกนั้น

 

“ไม่คิดเกษียณเหรอ?” เฉินหมิงถามเสียงเบา

 

“ไม่ใช่เกษียณ แต่เรียกว่าปลดระวาง งานไซด์ไลน์นี้เป็นสถานที่ที่กลืนกินความหนุ่มสาว ทุกวันต้องมีคนสวยๆหล่อๆเข้ามา เพื่อเงินแล้วไม่ว่างานอะไรก็กล้าทำ พวกไซด์ไลน์อายุ 28 อย่างพวกเรานั้นอยู่ในนี้ได้อีกไม่นานหรอก ชั้นคิดว่าอีกสักสองปีจะออกจากวงการไปเลี้ยงหมูอยู่บ้านนอกดีกว่า” ชิงเทียนกล่าว

 

“เลี้ยงหมูก็ดีนะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องฝึกบังคับตัวเองยิ้มต่อหน้ามัน” เฉินหมิงพูด เรือยอชน์เข้าเทียบท่าที่เกาะหนานซานพอดี

 

จตุรัสที่อยู่ใกล้ชายหาดติดไฟมลังเมลือง วงดนตรีแจ๊สที่กำลังบรรเลงท่วมทำนองเพลงฮิต เหล่าหญิงชายในชุดราตรีหรูหราที่จับกลุ่มคุยกันพร้อมแก้วไวน์ในมือ

 

“คุณคืนละเท่าไหร่? บินคู่ได้มั้ย? แล้วเล่นเกมส์อะไรได้? เล่มเกมส์เต่าถูกมัดได้หรือเปล่า?”

 

“ราคามาตรฐาน บินคู่ต้องขอดูคนก่อน เกมส์เล่นได้เยอะแต่ต้องคำนวณแยกราคา เกมส์เต่าเลิกพูดเลย ถ้าคุณเทคนิคไม่ดีจะทิ้งรอยไว้ กลับไปต้องโดนสามีด่า”

 

……..

 

“น้องสาว ไม่เลวเลยนี่นา บอกราคามาเถอะ”

 

“พี่ชายดูให้ดีก่อน นี่เขตกะเทย ชั้นเป็นคนพามา”

 

“อ๋อ รู้แล้ว สงสัยพี่ชายอยากเปลี่ยนรสชาติสินะ →_→

 

……

 

“คุณชาย วันนี้มีเซลล์แบบจำกัดเวลา ซื้อเยอะมีของแถม!”

 

“แถม? คุณพาน้องสาวมา?”

 

“ไม่ใช่ แต่ชั้นท้องแล้วต่างหาก  →_→

 

…….

 

บทสนทนาที่ไร้ยางอายปลิวว่อน

 

เกาะหนานซานอยู่ค่อนไปทางใต้ของเมืองเป่ยไห่ เป็นโลกส่วนตัวของเศรษฐี ไม่เคยเปิดต่อคนนอก แต่มีชื่อในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในฐานะเกาะสำหรับจัดงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ส่วนตัว งานแต่งงาน เป็นต้น ราคาแพงหูฉี่

 

พี่คุณชายของชิงเทียนใช้เงินไปร่วมสามสิบล้านในการเช่าสถานที่จัดงานครั้งนี้ และเพื่อความอลังการ เหล่าเพื่อนรสนิยมทรามต่างนั่งเครื่องบินส่วนตัวมาร่วมงาน คนนับว่ามีชื่อเสียงไม่น้อย

 

“พวกเธอก็ดื่มกินตามสบาย ชั้นจะไปทักทายพี่คุณชายสักนิดหน่อย แล้วก็จะไปคุยกับคนรู้จักสองสามคน” ชิงเทียนเดินไปจตุรัส ทิ้งเฉินหมิงและเซียวอี้บนโต๊ะอาหาร

 

“จำที่ผมพูดก่อนหน้านี้ได้มั้ย?” เฉินหมิงคว้ามือของชิงเทียนแน่น

 

“จำได้ ห้ามดื่มไวน์จากใคร อย่าทานอาหารจากใคร อย่าห่างจากสายตานายเกินสิบเมตร ห้ามคุยกับคนแปลกหน้า ห้ามพกถุงยาง” ชิงเทียนแทบจะกลอกตาบนแล้ว ตลอดทางเฉินหมิงพร่ำสวดทั้งหมดนี้มากว่าร้อยครั้ง

 

“ประโยคสุดท้ายเธอเพิ่มเอง นอกนั้นถูกหมด” เฉินหมิงค่อยปล่อยมือชิงเทียน

 

ส่วนเซียวอี้ที่ด้านข้างถ่ายโอนความสนใจไปที่อาหารจนหมดสิ้น แค่แป๊บเดียวก็ไปตักอาหารมาเต็มจาน มองไปยังเฉินหมิงที่ด้านข้าง ไอ้เครื่องบดอาหารนี่ในจานกลับมีแต่ของทานเล่นไม่กี่ชิ้น

 

“นายทำอะไร? แสดงเป็นสุภาพบุรุษ?” พอเทียบกับเฉินหมิง เซียวอี้ก็ต้อรู้สึกอายขึ้นมา เอาอาหารในจานเททิ้งไปครึ่งหนึ่ง

 

“เวลาทำงานไม่ทานมาก ถ้าถึงเวลาลงมือแล้วอิ่มจนขยับไม่ไหว ไม่ใช่ถูกคนหัวเราะเยาะตายหรือไง” เฉินหมิงทานองุ่นขณะสายตามองไปยังชิงเทียนที่อยู่ในวงล้อมเหล่าบุรุษที่อยู่ไม่ไกล พวกนั้นส่วนใหญ่อายุราวสามสิบปี พอเห็นชิงเทียน ดวงตาหื่นกระหายก็จดจ้องไปยังสัดส่วนบะละฮึ่มที่ดุนดันออกมา ส่วนเว้าตรงสะโพกผาย ส่วนก้นที่งอนงาม ไร้ซึ่งการเก็บอาการโดยสิ้นเชิง