0 Views

ขบวนการลักพาตัวในที่สุดก็จบลง เมื่อเฉินหมิงเดินออกมาจากโรงอาหารพร้อมฟางเยวี่ยนซึ่งอยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจและรถหน่วยสวาทสามคันก็มาถึงแล้ว

 

ทว่าเมื่อพวกเขาได้เห็นความเละเทะของโรงอาหารถึงกับตระหนักว่าตัวเองกังวลเกินไปและควรปล่อยให้ทางรถฉุกเฉินจัดการจะเหมาะกว่า ยามนี้ฝ่ายตำรวจนับว่าได้ผลประโยชน์มากมาย ไม่เพียงกำราบซินเหลียนเซิ่ง กลุ่มเด็กๆ ยังได้รับการช่วยเหลือจากการถูกกักขัง ทั้งโรงงานสารเสพติดยังถูกกวาดล้าง ซ้ำยังตรวจพบอาวุธปืนอีกจำนวนมาก

 

กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไล่ตามจับสถานบันเทิงใต้ดินของพวกมันตลอดถนนในสัปดาห์ที่ผ่านมา จับกุมพวกอันธพาลและเศษเดนรายใหม่ของกลุ่มพันธมิตร เข้ายึดสารเสพติดได้อีกมาก ทั้งช่วยเหลือเด็กสาวได้อีกมาก และทลายแหล่งผลิตหนังเกย์ในเขตพื้นที่ นี่แน่นอนว่าเป็นเรื่องหลังจากนี้ไปแล้ว

เหตุผลที่ฟางซื่อฉวนไม่ไปหาตงชวนตามนัดเพราะกำลังรวบรวมเงินค่าไถ่  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักลูกสาวของตัวเอง

 

แต่นั้นมาเมืองหลินไห่เริ่มกลับสู่ความเงียบสงบ โรงงานเคมีแห่งแรกเริ่มดำเนินงานในห้าวันหลังจากได้ปรับปรุง

 

ในที่สุดหน้าที่บอดี้การ์ดเฉินก็สิ้นสุดลง ชายหนุ่มมองอาจารย์มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเดินเข้ามาในห้องสอบพร้อมกับกระดาษทดสอบก่อนจะมองไปที่เด็กสาวซึ่งกำลังยิ้มให้เขาผ่านหน้าต่าง ใจของชายหนุ่มถึงได้ปล่อยวางเสียที

 

รวมฟางเยวี่ยนไปด้วยนั้น ก็มีเด็กนักเรียนสองสามคน ทั้งหมดเป็นคุณหนูคุณชายทายาทเศรษฐีทั้งสิ้น

 

“ข้อตกลงสิ้นสุดแล้ว” เซียวอี้ถอนหายใจ “แต่ทำไมรู้สึกไม่เหมือนตอนอารักขาหยกฝันเลย เหมือนกับผ่านการตายแล้วเกิดใหม่ยังไงยังงั้น”

 

“เงินหายาก ขี้กินยาก หาเงินยังยากกว่ากินขี้ซะอีก รีบๆปรับตัวให้ชินซะ” เฉินหมิงยิ้ม

 

“ได้ยินงั้นก็ดี ฉันรับผิดชอบเรื่องหาเงินส่วนนายก็กินขี้ไปซะ ” เซียวอี้เอนตัวพิงกับแนวรั้วป้องกันพลางมองชายหนุ่มข้างกาย “ดีที่นายไม่ได้ฆ่าใครไป ฉันเห็นตำรวจช่วยชีวิตเด็กเหล่านั้นแล้ว เอาจริงถ้าตอนนั้นฉันอยู่ด้วยคงพุ่งไปสับพวกมันเป็นพันๆ ชิ้น”

 

“การเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ถือเป็นพื้นฐานสำคัญ ไม่ว่าคุณจะโกรธแค่ไหนก็ไม่ควรลืมภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของคุณเอง”

 

“เรียนยังไง?” เซียวอี้แปลกใจ

 

“แบบนี้ไง” พลันมือข้างหนึ่งชายหนุ่มก็คว้าก้นหญิงสาวไว้ เซียวอี้ฉุนกึ้ก พลิกมือตบหน้าเฉินหมิง

“ดูคุณโกรธสิ ผมแค่สอนคุณ ทำไมต้องตีกันด้วย เมื่อไหร่ที่ผมจับก้นแล้วคุณไม่โกรธ นั่นแหละคุณก็จะทำมันได้” เฉินหมิงกุมห่อแก้มแดงอย่างไม่รู้สึกรู้สา

 

“ไม่ต้องเมื่อไหร่ ตอนนี้แหละพี่สาวคนนี้จะสอนนายเองว่าการเป็นสุภาพบุรุษต้องเป็นยังไง!” เซียวอี้กำหมัดพุ่งเข้าใส่เฉินหมิง

 

เสียงระฆังดังขึ้น

 

ฟางเยวี่ยนหัวเราะเมื่อมองไปยังคนทั้งคู่ ชีวิตครึ่งเดือนที่ผ่านมาเหมือนความฝัน มีทั้งอันตราย ความเข้าใจผิด ความผูกพัน ฟางเยวี่ยนนับว่าเรียนรู้ในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น รู้จักดูราคาตลาดเวลาซื้อของ แถมยังยอมรับเงินทอนจากมือคนได้แล้วด้วย

 

ตอนที่เธอถือเงินสิบหยวนไว้ในมือครั้งแรก เธอตื่นเต้นดีใจราวกับเด็กเล็กๆ

 

  การสอบสิ้นสุดภายในครึ่งชั่วโมง เมื่อฟางเยวี่ยนเดินออกมา นอกจากเฉินหมิงกับเซียวอี้แล้วยังมีลีชางซิวด้วย

 

“ยินดีด้วยครับคุณหนู จากนี้ไปคุณหนูคือนักเรียนดีเด่นของอ็อกซ์ฟอร์ด บอสเตรียมดินเนอร์เพื่อคุณหนูและปาร์ตี้ให้เพื่อนๆ ของคุณหนูแล้วครับ”

 

“ฉันรู้ แล้วนายจองไฟล์ทบินหรือยัง?” ฟางเยวี่ยนว่าอย่างหงุดหงิด

 

“พรุ่งนี้ตอนเที่ยงครับ เป็นไฟล์ทบินตรงสู่ลอนดอนและขึ้นเรือไปอ็อกซ์ฟอร์ดครับ ตลอดทางคุณหนูสามารถชมวิวที่สวยงามของแม่น้ำเทมส์ได้” ลีชางซิวนับว่าเป็นบอดี้การ์ดอย่างแท้จริง ชายหนุ่มสามารถยิ้มแย้มได้แม้ว่าเจ้านายของตนจะสีหน้าบอกบุญไม่รับ

 

อีกทั้งลีชางซิวต้องไปด้วยเพราะเหตุการณ์ล่าสุด ชายหนุ่มได้รับมอบหมายให้ไปเป็นบอดี้การ์ดฟางเยวี่ยนที่อังกฤษเพื่อดูแลอาหารการกินรวมไปถึงการใช้ชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัย

 

ในความเป็นจริง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฟางเยวี่ยนคือการที่เฉินหมิงยังรับหน้าที่ตรงนี้ หลังจากที่ฟางเยวี่ยนไปกินข้าวฟางซื่อฉวนตามลำพังเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่อย่างไรเฉินหมิงก็ยังปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขาอย่างเด็ดขาดอยู่ดี เพราะเขาถือว่าซื้อขายกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

 

“ขอฉันคุยกับนายตามลำพังได้มั้ย” ฟางเยวี่ยนรู้สึกกระดากอาย

 

“….อีกแล้วสินะ” เซียวอี้ละเหี่ยใจกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หากแต่ลีชางซิวนั้นรวดเร็วยิ่ง เขาถอยห่างออกไป 5 เมตรพร้อมกับมองไปที่อื่น

 

ตรงระเบียงนอกห้องเรียน ฟางเยวี่ยนจ้องมองเฉินหมิง เด็กสาวพยายามที่จะพูดก่อนแก้มจะขึ้นสีแดงระเรื่อ “คืนนี้นายจะมาปาร์ตี้มั้ย?”

 

“ลืมมันไปเถอะ งานปาร์ตี้นั่นมันไม่เหมาะกับคนอย่างฉันหรอก” เฉินหมิงบอกปัด

 

    “ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน”

 

“เพื่อนสิ”

 

“ฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนนาย”

 

“หรือคิดสาบานเป็นพี่น้อง?”

 

“ถ้านายยังไม่หยุดเล่นอีก เชื่อเถอะว่าฉันชกนายแน่” ฟางเยวี่ยนยกกำปั้นขึ้นด้วยความโกรธ

 

“ไม่ล้อแล้วก็ได้ คุณหนูของผม” เฉินหมิงกล่าวอย่างขอความปรานี

 

“นายก็รู้ ขอเพียงนายพูดออกมาแค่คำเดียว ฉันก็จะอยู่ที่นี่กับนาย” ดวงตาฟางเยวี่ยนมีน้ำตาคลอ เพราะการจากลา

 

“ไม่มีหรอก ไม่มีผู้ชายคนไหนทำให้ฉันแบบที่นายทำ” น้ำตาสีใสของฟางเยวี่ยนไหลออกมา

 

“ฉันเป็นบอดี้การ์ด ฟางเยวี่ยน และหน้าที่ของฉันคือการปกป้องเธอ ถ้าหากระหว่างการทำหน้าที่นี้ จะมีอะไรที่เป็นความจริงจากใจของฉัน ก็คือประโยคที่ว่า “ขอเพียงเธอไม่เป็นไร” ประโยคนั้น เธอเป็นผู้หญิงที่ดี ถึงเวลาที่เธอจะเรียนรู้การเอาใจใส่คนอื่นในสังคมแล้ว ถ้ามีเวลามากเธอก็อยู่กับพ่อให้มากๆ เขาอาจตายเพราะทำงานหนักเกินไปเข้าสักวัน”

 

“นายปากเสีย!” ฟางเยวี่ยนยิ้มทั้งน้ำตาพลางทุบกำปั้นลงบนอกเฉินหมิง มุกแช่งพ่อฝ่ายหญิงแบบนี้ คนดีๆ ไม่มีใครทำกัน

 

“เฉินหมิง ฉันจะไม่ลืมนาย” เด็กสาวกอดคอเฉินหมิงไว้ แบบเพื่อน แบบญาติ แบบคนรัก “เมื่อไหร่ที่ฉันโตขึ้นพอที่จะแต่งงานตามกฎหมายได้ ถ้านายยังไม่แต่งงาน ฉันจะกลับมาแต่งกับนายเอง!”

 

“เด็กโง่ บอดี้การ์ดสุดโรแมนติกอย่างฉัน ถ้ารอเธอกลับมา ป่านนั้นคงได้เป็นพ่อเด็กสักโหลสองโหลไปนานแล้ว” เฉินหมิงโอบกอดฟางเยวี่ยนกลับ

 

แล้วบรรยากาศการจากลาก็จบลงด้วยน้ำตาและเสียงหัวเราะ

 

เมื่อลีชางซิวนำทางฟางเยวี่ยนขึ้นรถ เฉินหมิงกลับรั้งบอดี้การ์ดคนใหม่ไว้ “เพื่อน งานจบแล้ว เงินงวดสุดท้ายก็น่าจะโอนแล้วนี่? รัฐบาลมีนโยบายไม่ให้ละเลยค่าจ้างแรงงานนะ”

“ค่าจ้างที่เหลือไม่ใช่คุณได้แต่สามวันก่อนแล้วเหรอ? มือถือคุณส่งข้อความมาแล้วเราก็โอนเข้าบัตรเครดิตคุณนี่? บัญชีคุณถูกต้องใช่มั้ย? คุณไม่ได้รับเงินเหรอ?” ลีชางซิวทำหน้าแปลกใจ

 

“ไม่มีข้อความ? เกิดอะไรขึ้น? เป็นไปได้ไง!” เฉินหมิงพูดตอบ เขาเรียกใช้บัญชีธนาคารในทันทีและปรากฏว่าในบัญชีธนาคารของชายหนุ่มมีเลข 300,000 จริงๆ หากแต่ภายในสิบวินาทีต่อมานั้นเงินจำนวน 298,000 ถูกโอนไปบัญชียูเครน แน่นอนว่าเงินถูกถ่ายโอนเข้าบัญชีธนาคาร 52 ประเทศในอีกสามนาทีต่อมา ก่อนจะหยุดลงในบัญชีของเม้าส์ที่ไม่สามารถตามต่อได้

 

ข้อความถูกบล็อกโดยเม้าส์   คนที่ใช้โทรัพท์เฉินหมิงส่งข้อความไปทวงค่าจ้างก็เม้าส์

 

แถมคนที่ใช้โทรศัพท์ของเขาโอนเงินไปให้ตัวเองก็เม้าส์อีก

 

เงินหายไปแบบนี้ ธนาคารไม่รับผิดชอบด้วย นี่เรียกว่าภัยพิบัติจากน้ำมือมนุษย์ได้ใช่มั้ย?

 

“มันเกิดบ้าอะไร? จาก300,000 กลายเป็น2,000ได้ไง? ฉันเสี่ยงชีวิตทำงานนี้นะ แถมยังถูกยิงด้วย!” เซียวอี้ว่าอย่างเดือด ก่อนเธอจะคว้าคอเฉินหมิงมาเขย่าจนหมดสารรูป

 

“ฮ่าๆ น่านะ คบเพื่อนไม่ระวัง แต่ฉันก็…” เฉินหมิงคิดร้องไห้แต่ไร้น้ำตา

 

ตั้งแต่วันนั้นมา ชายหนุ่มก็กลับสู่วงจรของการทานหญ้าครั้ง เงิน 2000 หยวน ภายใต้การร้องเรียนอันอำมหิตของเซียวอี้ ถึงกับถูกเฉือนแบ่งออกไปอีก 1980 หยวน ช่วยไม่ได้จริงๆ ตอนไปซื้อของในห้างก่อนบุกโรงงานเคมีที่หนึ่ง เฉินหมิงผลาญเงินเซียวอี้จนหมดเกลี้ยงไม่เหลือหลอ เฉินหมิงกินผักกินหญ้าได้ แต่เซียวอี้ทำไม่ได้แน่นอน

 

ตอนนี้เธอเงินเดือนตำรวจก็ไม่มีแล้ว ถ้ายังไม่มีเงินเหลือติดตัวซักแดงเธอต้องตายแน่

 

ต่อให้หักเงิน 1980 หยวนไป เฉินหมิงก็ยังคงติดหนี้เซียวอี้ 18,000 หยวนอยู่ดี เขาคาดประมานดอกเบี้ยตามเรทดอกเบี้ยสูงสุดของธนาคาร คำนวนเป็นรายวัน เฉินหมิงออกปากต่อเจรจา คิดขายเรือนร่างแลกเงิน คิดราคาที่ครั้งละ 100 หยวนจนกว่าหนี้จะหมด

 

เซียวอี้กลับรับข้อเสนอ ก่อนใช้มือถือเฉินหมิงส่งข้อความไปเว็บเกย์อย่างไม่ลังเลเพื่อหาเงินชดใช้ ทั้งหมด 180 ครั้ง เฉินหมิงต้องล้มเลิกการเจรจาด้วยความเจ็บปวดใจ

 

น่าเสียดาย เฉินหมิงได้แต่ใช้เงิน 20 หยวนสุดท้ายซื้อเมล็ดผักโตไว ขุดดินที่แถวหน้าบ้านออก ทำตัวเป็นเกษตรกร หวังว่าก่อนมะเขือเทศจะโตทันกิน ตนเองคงไม่ถึงกับอดตายก่อน?

 

สังคมเมืองก็เป็นเช่นนี้ บางคนยอมทำงานเป็นม้าลาเพื่อแลกข้าวสามมื้อในแต่ละวัน  แต่บางคนกินอยู่สุขสำราญ ใครจะสนกัน?

 

ขณะเวลาย่ำค่ำ ในห้องสวีทของโรงแรมที่ใหญ่สุดในเมืองหลินไห่ เงินดอลล่าร์เป็นฟ่อนร่วงโรยลงมาราวกับเกล็ดหิมะโปรยปราย งานปาร์ตี้ส่วนตัวที่มีคนเพียงแค่หกคน ปรากฏร่างสง่างามเย้ายวนของนางแบบห้าคน อีกคนเป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมที่มีใบหน้าชั่วร้าย

 

พวกเขาเปิดเพลงที่ทำให้เือดลมพลุ่งพล่าน ทำเรื่องที่จะทำให้คนเลือดลมพลุ่งพล่านเช่นกัน ชายหนุ่มใจป้ำ เงินทั้งกล่องมีมูลค่าร่วม 200,000 ดอลล่าห์สหรัฐ ทำให้เหล่านางแบบโสเภณีทั้งห้าคนต้องเบิกตาหัวเราะรื่น

 

ชิงเทียนก็เป็นหนึ่งในนั้น ภาพเหตุการณ์แบบนี้เธอเห็นมามากต่อมาก หญิงสาวปลดชุดออกอย่างชำนาญ โอบอุ้มทรวงอกขนาด 34  ก้าวเข้าสู่ห้องอาบน้ำ ทำความสะอาดผิวกายเรียบลื่นขาวเนียนราวกับหยก

 

แต่ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องแหลมดังมาจากห้องนอน แน่นอนว่าไม่ได้มาจากเกมส์วิปริตอันใด ชิงเทียนรีบฉวยชุดคลุมอาบน้ำสวมใส่ก่อนวิ่งออกมา

 

เธอเห็นเพียงร่างเปลือยของจินจู่ที่นั่งอยู่บนร่างของคนอื่นๆ สองมือกุมคอ ร่างหอบสะท้าน

 

หญิงสาวอีกสามคนต่างหวาดกลัวจนตะลึง ซุกมุมห้องร่ำร้องไม่เป็นภาษา หญิงสาวที่พื้นใกล้ชิงเทียนตาเหลือกขาว ไร้ซึ่งลมหายใจ

 

ชิงเทียนสีหน้าตระหนก “เฮงซวยเอ๊ย ตอนบอกงานทำไมไม่บอกก่อนว่าชอบแบบวิปริต? แบบนี้มันต้องเพิ่มเงินนี่นา!”