0 Views

“มันอยู่ไหน?” นักเลงที่กระชับปืนสั้นดาวดำในมือกรรโชกถามเพื่อนของมันในห้อง

 

“ใครจะรู้? ” ปืนในมือน่ะถือต่ำๆหน่อย จะเล็งมาทางข้าทำไม!เดี๋ยวปืนลั่น!” เหล่าหมาจื่อร้องขึ้น

 

“เฮอะ!ออกมาสิวะ!ไอ้กุ๊ยชั้นสองเต่าหัวหด !”กล้าเข้ามาแต่ไม่กล้าโผล่หัวงั้นเรอะ!” นักเลงร่างยักษ์ตะโกนท้าทาย น่าเสียดายที่ในโรงงานใหญ่โตเพียงมีเสียงมันด่าพ่อล่อแม่คนเดียว รอบข้างกลับเงียบจนน่ากลัว

 

ไม่ทางเลือก พวกมันทั้งหมดได้แต่กระจายกำลังกันออกค้นหาโดยรอบเส้นทางน้อยใหญ่ที่รายล้อมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือกำลังพล 40 คน แบ่งเป็น 40 เส้นทาง ค้นจากด้านในออกมาทั้งสี่ทิศแปดทาง

 

พวกมันเป็นเพียงกองหน้า ทางด้านนอกโรงงาน ยังมีกลุ่มมือปืนอีกนับไม่ถ้วนทั้งประตูหน้าหลัง ในมือคนพวกนั้นสามารถมองเห็นปืนกลมือคนละกระบอกสองกระบอกชัดเจน

 

เกมส์เล่นซ่อนหายังดำเนินต่อไปในโรงงาน หนึ่งในอันธพาลกุมปืนแน่นยามเดินผ่านสายพานส่ง โดยปราศจากสัญญาณเตือนใดๆ มีดทำครัวพุ่งออกมาจากช่องวางสายพาน ตัดเฉือนเส้นเอ็นออกอย่างเฉียบคมราวศัลยแพทย์มือฉมัง

 

อันธพาลสองคนทางด้านข้างเร่งถลาเข้ามา เพียงพบเห็นร่างเพื่อนของมันนอนครวญครางบนพื้น ไม่เห็นแม้แต่เงาศัตรู

 

แสงไฟสีแดงบนพื้นเรืองรอง นักเลงที่อยู่ทางด้านหน้าเครื่องบินวางมือแตะลงข้างตัวเพื่อน มันมองเห็นรอยเท้าเปรอะเลือดบนพื้นอย่างรวดเร็ว รอยเลือดปรากฏไปถึงประตูเครื่องบางๆ ของห้องเคบิน

 

“ฆ่ามัน!” อันธพาลที่ด้านหน้าเครื่องตะโกนระดมพวกพ้องเข้าทลายห้องเคบิน

 

ปังๆๆๆ!

 

ปังๆๆๆๆ!

 

พวกมันระดมยิงอย่างบ้าคลั่งจนสะเก็ดไฟระเบิดกระจายทั่ว ยิงจนปรากฏรูโหว่ขึ้นมา ปืนในมืออันธพาลสองคนลูกกระสุนหมดแม็กกาซีนพอดี

 

ควันประตูห้องเคบินยังไม่จาง อันธพาลที่ทะลึ่งขึ้นหน้าไปทั้งสองคนเพิ่งนึกขึ้นว่าต้องเปลี่ยนแม็กกาซีน ทว่าประตูห้องเคบินกลับถูกเท้าเตะเปิดออก เฉินหมิงกระแทกสองมือหนักหน่วงราวค้อนใส่ทรวงอกพวกมัน  สองมือคว้าแม็กกระสุนของอันธพาลทั้งคู่ที่ล้มลงสู่พื้น

 

พวกนักเลงกลุ่มนี้สมควรดูหนังแอคชั่นมากไป ถึงกับคิดว่าสามารถใช้กระสุนปืนยิงระเบิดประตูออกง่ายๆ สงสัยจะคำนวนแรงทะลวงของลูกกระสุนจากความหนาเป็นอย่างเดียว

 

ลืมเรื่องพลังงานส่งหัวกระสุนจากจนพ้นปากกระบอก รวมทั้งแรงกระทำของปืน เมื่อต้องพบกับแผ่นเหล็กด้วยพลังงานแฝงอันน้อยนิด เกรงว่าต่อให้เป็นแผ่นเหล็กหนาไม่ถึงสามมิลลิเมตรยังไร้ประโยชน์

เฉินหมิงเปิดสวิทต์สายพานด้านหลัง  เครื่องยนต์ในโรงงานทั้งหมดกระหึ่มขึ้นทันที เหล่าอันธพาลเมื่อได้ยินเสียงอึกทึก มีไม่น้อยที่ตกอกตกใจจนยิงมั่วๆออกมา

 

เฉินหมิงย่องเงียบไปตามทางเดินที่กระหึ่มเสียงเครื่องจักร แตะเบาๆลงบนด้านหลังอันฑกาลคนหนึ่ง คมมีดทำครัวยี่ห้อหวางเม่ายอดเชฟทำหน้าที่ปาดเชือดลงบนเนื้อนิ่มๆ ราวแล่เนื้อวัว

 

ชายหนุ่มกลับสามารถคำนวนตัดเฉพาะเส้นเอ็นพวกมันออกอย่างแม่นยำ ส่วนใหญ่ลงมือเพียงสี่มีด พวกอันธพาลเถื่อนต่างร่วงลงกองงอก่องอขิง บ้างยังคงไม่รู้ตัว ร้องออกมาคำหนึ่งก่อนก้มลงมอง เฉินหมิงเชือดไปเชือดมา เชือดจนตนเองตอนท้ายบังเกิดความพิศวง เจ้าพวกนี้ที่จริงเป็นแค่หมูถือปืนไร้สมองรึเปล่า?

 

ในโรงงานเซ็งแซ่ไปด้วยเสียงเครื่องจักร เสียงปืน ยังมีเสียงร้องร่ำไม่ขาดสาย ทั้งหมดสิบนาทีเต็ม เสียงกรีดร้องกลายเป็นเสียงคร่ำครวญ เสียงปืนก็หยุดลง มีเพียงเครื่องจักรที่ยังคงขยับเคลื่อนไม่หยุดยั้ง

 

เฉินหมิงหยุดยืนกลางโรงงาน บนเสื้อเต็มไปด้วยเลือดสดๆของคนอื่น เสื้อเกราะถูกยิงใส่สามครั้งจนเป็นรอย แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

 

มือปืนทั้งสี่สิบที่เป็นกองหน้า บ้างมือเก๋าบ้างไก่อ่อนผสมกันไป ทั้งหมดถูกวางกำลังคละกันอย่างแยบยล ทว่านี่ไม่อาจใช้กับชายหนุ่ม ไม่ว่าไก่อ่อนหรือไก่เก๋า กับเฉินหมิงแล้วล้วนไม่ต่างจากของว่าง

 

พวกแก๊งอันธพาลทั่วไป เวลาฝึกมือปืนมักฝึกแค่เทคนิคการยิง เพราะที่พวกมันรบด้วยคือคนธรรมดา วิธีการรบและเคลื่อนไหว กำหนดตำแหน่งหรือการเคลื่อนพล ทั้งหมดล้วนไม่รู้จัก พวกนี้ทั้งหมดไม่มีใครตาย รอจนพวกมันหายดีเมื่อไหร่ ฝีมือย่อมต้องก้าวหน้าไปมาก อย่างไรเสีย บทเรียนที่จดจำจากร่างกายอันเจ็บปวดมักฝังลึกไม่เลือน

 

“เฮ้ย!ตายห่ากันหมดแล้วรึยังวะ ? ตอบหน่อยสิโว้ย!” หวางจงตะคอกถาม

 

“ยังเหลืออยู่หนึ่ง ที่ยังเคลื่อนไหวได้เหลือชั้นคนเดียว ทำไม? จะตามชั้นไปเล่นเป็นเพื่อนรึไง?” เฉินหมิงทางหนึ่งตอบวิทยุ ทางหนึ่งเร่งเก็บกระสุนปืนของเหล่าอันธพาล มัดรวมกันเป็นปึก

 

“ไอ้หนู ไอ้จั*ไร ทำไรไม่ทำมาก่อกวนโรงงานพวกข้า วันนี้แกไม่ตาย!ข้าไม่ขอใช้ชื่อหวางจงอีก!” หวางจงเสียงสั่นด้วยความโกรธแค้น

 

“ก็เปลี่ยนชื่อเป็นหวางไม่เอาอ่าวก็ใช้ได้แล้ว จริงสิ เพื่อนๆแกที่ถือปืนกลเบาข้างนอกนั่น พุ่งระยะสิบเมตรได้เร็วประมาณไหน?” เฉินหมิงมัดรวมกระสุนร้อยนัดเข้ากับแบตสำรองยี่ห้อเสียวหมี่

 

“แกถามทำไม?” หวางจงงงเต็ก

 

“ชั้นรับปากไว้ว่าตอนลงมือห้ามฆ่าคน แต่ถ้าพวกแกซุ่มซ่ามทำตัวเองตาย ก็ไม่เกี่ยวกับชั้น” เฉินหมิงพูดพลางยกปืนตะปูขึ้นเล็งไปยังหน้าต่างระบายอากาศนัดหนึ่ง กระจกหน้าต่างแตกกระจายลงทันที

 

“มันอยู่ประตูหน้า!” อันธพาลที่อออยู่ด้านนอกปลดล็อคไกปืนทันที ขณะกำลังตระเตรียมเหนี่ยวไก ลูกเหล็กกลมเล็กๆ ลูกหนึ่งถูกโยนกลิ้งหลุนๆออกมา ตกลงตรงกลางวงพวกมันพอดี

 

“เย*แม่ง!ระเบิดกระสุน!” หัวโจกที่ดูท่ามีประสบการณ์อยู่บ้างตะโกนขึ้น กลุ่มมือปืนร่วม 20 แตกฮือออกทั่วสี่ทิศแปดทาง ระยะถ่วงเวลาระเบิด 5 วินาทีเต็ม พวกที่ตีนไวหน่อยสับฝีเท้าพุ่งไปได้ไกลกว่า 20 เมตร

 

นักเลงเก่าสมเป็นนักเลงเก่า ที่ซ่อนตัวก็เลือกเป็นบังเกอร์หนาทนทาน ยังมีพวกงุ่มง่ามที่วิ่งไปไม่ถึง 10 เมตรดีที่กระโดดหมอบหลบอยู่กับพื้น เสียงระเบิดตู้มดังสนั่น   อุณหภูมิสูงจากแรงระเบิดส่งลูกกระสุนดีดพุ่งออก พื้นดินที่อยู่ในรัศมีระเบิดพรุนเป็นรังผึ้ง

 

  พร้อมกับเสียงระเบิดแตกออก เฉินหมิงควงปืนยิงตะปูบุกซ้ายป่ายขวาเข้าไปท่ามกลางกลุ่มนักเลง

 

“ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!”  

 

เสียงปืนกระแทกส่งเหล่ามือปืนอันธพาลลงไปทัวร์ฝันหวานบนพื้น ไม่ต่างจากเชือดหมูเชือดไก่

 

มือปืนทางประตูหลังวิ่งมาถึง แต่ไม่ทันการณ์แล้ว เฉินหมิงขณะกำลังคิดหาของที่พอใช้ประโยชน์ได้จากพวกที่นอนสลบ ต้องพบกับเสียงปืนหนึ่งนัด กระสุนตกลงที่เบื้องหน้าเฉียดฝ่าเท้า พื้นโคลนเลนแตกเป็นหลุม

 

เมื่อกวาดตามองขวาง บนตู้คอนเทนเนอร์ที่ห่างออกไป 200 เมตร ปรากฏมือสไนเปอร์คนหนึ่งกำลังเกร็งแรงเต็มที่สลัดปลอกกระสุนบรรจุลูกใหม่ ที่มันกำลังใช้กลับเป็นเมาเซอร์ 98kแห่งกองทัพเยอรมัน ราชันแห่งสไนเปอร์ในสงครามโลกครั้งที่สอง

 

“ราชาสไนเปอร์ไรเฟิลที่แทบถือเป็นสุดยอดในสงครามโลก ถูกพวกแกเอามายิงในระยะ 200 เมตรยังไม่ถูก…ถ้าฮิตเลอร์รู้เข้ามีหวังโมโหจนเส้นเลือดแตกตายแน่”  เฉินหมิงสูดหายใจก้มหยิบปืนกลเบาในประเทศ type 05 ขึ้นจากพื้น สลับเป็บรูปแบบซิงเกิ้ลช็อต บรรจงเล็งไปยังมือสไนเปอร์บนตู้คอนเทนเนอร์

 

ปืนกลเบากับสไนเปอร์ไรเฟิล กล้องโลหะกับกล้องมองโฮโลสโคป มือสไนเปอร์บนตู้คอนเทนเนอร์ยิ้มขึ้น

 

“ฝีมือกระจอกขนาดนี้ ผีเอ๊ย” เฉินหมิงสูดลมหายใจ เหนี่ยวไกก่อนก้าวหนึ่ง

 

ปืนกลเบา type 05 มีระยะหวังผลที่ 150-200 เมตร แต่นั่นก็แค่สถิติ กระสุน 5.8 มม.ในระยะ 150 เมตรขึ้นไปหวังผลในการควบคุมบังคับยากขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่ต่างจากเหยียบคันเร่งรถด้วยระดับความเร็ว 300 กม.ต่อชั่วโมง แต่ไม่ว่าอย่างไรรถก็วิ่งได้แค่ 270 กม.ต่อชั่วโมงอยู่อย่างงั้น

 

แต่ทว่า ชั่ววินาทีที่เฉินหมิงเหนี่ยวไกปืน แรงสะท้อนถอยหลังของปืนถ่ายเทผ่านไหล่สู่ทุกมัดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นเลือด กระทั่งมาถึงมัดกล้ามเนื้อต้นขา ทั้งหมดถ่ายเทลงสู่พื้น แทบติดค้างอยู่ในร่างกายเท่ากับศูนย์

 

เมื่อปืนอยู่ในมือของชายหนุ่ม แรงสะท้อนถอยหลังแทบไม่ทำปฏิกิริยาใดๆ ต่อวงโคจรของกระสุนเลยแม้แต่น้อย

 

ลูกกระสุนพุ่งตรงเข้าใส่นิ้วของมือสไนเปอร์ที่กำลังจะเหนี่ยวไกบนตู้คอนเทนเนอร์อย่างแม่นยำ มือสไนเปอร์กรีดร้องลั่นก่อนกลิ้งม้วนร่วงลงมาด้านล่าง

 

นี่มิใช่ทักษะที่นิรวานบ่มเพาะชายหนุ่มมาสิบปีเด็ดขาด หากแต่เป็นพรสวรรค์ประดุจเทพของเฉินหมิง…ร่างแรงสะท้อนศูนย์!

 

สิบปีก่อน ตอนที่เฉินหมิงถูกผู้พันเชาพากลับฐาน  ไม่มีใครเห็นหัวชายหนุ่ม

 

เด็กหนุ่มจากเอเซียที่ไร้เรี่ยวแรง ยกเหล็กยังไม่ได้ ไร้ซึ่งกล้ามเนื้อ ไร้ซึ่งทักษะต่อสู้ประชิดตัวลอบสังหาร ไร้ซึ่งมันสมองระดับยอดอัจฉริยะ ไม่สามารถไขรหัสลับอันสลับซับซ้อนมากความสำคัญใดๆ  แค่มือปืนที่ยิงแม่นคนหนึ่ง ในนิรวานนี้แทบทุกคนก็มีคุณสมบัติเป็นสไนเปอร์แล้ว

 

สำหรับเรื่องฆ่าคนมาเยอะ? ฆ่าอันธพาล 104 คนมันก็แค่ขำๆ…

 

ทว่าทันทีที่เฉินหมิงเข้าฝึกซ้อมเป็นคลาสแรกเท่านั้น เหล่านิรวานทั้งหลายต่างต้องตกตะลึง

 

พวกมันไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต แรงสะท้อนถอยหลังทั้งหมดของปืน เมื่อเข้าสู่ร่างกายเฉินหมิงล้วนไม่ต่างจาก “โซเดียม” ที่ร่วงลงสู่น้ำ แตกกระจายออกทั่วทั้งร่าง ส่งผลให้กระสุนที่ออกจากปลายกระบอกแม่นยำแทบ 100 % วิถีกระสุนที่วัดได้งดงามสมบูรณ์แบบ

 

ทุกคนตื่นเต้นคล้ายค้นพบของเล่นใหม่ ต่างพากันทดลองไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าปืนพก ปืนกลเบา ไรเฟิลสังหาร ปืนกลหนัก หรือปืนเล็กยาวซุ่มยิงทำลายวัตถุ ขอเพียงเป็นการเล็งยิงทีละนัด ร่างกายของเฉินหมิงสามารถสลายแรงกระแทกสะท้อนออกไปอย่างสมบูรณ์

 

ปืนชนิดเดียวที่สามารถสร้างความกระทบกระเทือนแก่ชายหนุ่มยามยืนลั่นไกได้ คือ ntw – 20 ปืนเล็กยาวซุ่มยิงทำลายวัตถุสัญชาติแอฟริกาขนาด 20 มม. ปืนชนิดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อยืนลั่นไก มันสามารถทำลายหัวไหล่พลปืนได้หากปราศจากแท่นยิง

 

แต่เมื่อเฉินหมิงทดลองยิง เพียงแค่วิถีกระสุนเบี่ยงเบนเล็กน้อย กระดูกหัวไหล่ไร้ซึ่งความกระทบกระเทือนใดๆ

 

ผู้คนเรียกขานเฉินหมิงจากทักษะปีศาจนี้ว่า “ร่างไร้แรงสะท้อนถอยหลัง/ ร่างแรงสะท้อนศูนย์” จากนั้น ย่อลงมากลายเป็น — ซีโร่บอดี้

 

“อาวุธในประเทศก็ไม่เลว ยิงแล้วพอใช้ได้” เฉินหมิงพูดพลางเบนปากกระบอกปืน มุ่งไปยังรถที่จอดอยู่มุมโรงงาน มือปืนที่เพิ่งโผล่หัวมาถูกยิงหดหัวกลับไป

 

“เฮ้ยยย ไอ้มือด้วนนน แกอยู่ที่ไหน? แกไม่มาหาชั้น ชั้นจะไปเล่นกับแกล่ะน้า”  เฉินหมิงร่ำร้องใส่วิทยุวอคกี้ทอคกี้

 

“ไอ้หนู แกคิดว่าตัวเองเจ๋งเป้งไร้เทียมทานงั้นสิ?” ที่ตอบกลับเฉินหมิงมาไม่ใช่หวางจง แต่เป็นน้ำเสียงเย็นเยียบหม่นทะมึนเสียงหนึ่ง

 

“ตงชวน !?” เฉินหมิงเดาส่ง

 

“โรงอาหารสต๊าฟ กล้าก็มา” ตงชวนหัวเราะเย็น

 

“ห้านาที” เฉินหมิงทิ้งปืนกลเบาในมือ วิ่งปราดไปยังทิศทางที่ตั้งของโรงอาหาร ทุกฝีเท้าเฉียบขาด

 

ในเวลานี้เอง ภายในโรงอาหารคนงาน ตงชวนสั่งหลินฟานให้ลากกรงออกไปทางห้องครัว “ที่นี่มอบให้พวกแกแล้ว อย่าทำให้ชั้นขายหน้าอีก  ชั้นไม่ได้เรียกฟางซื่อฉวนมานั่งดูตลกนะเว้ย!”

 

“รับทราบ!” หวางจงน้อมส่งพร้อมเทพโล้น ด้านหลังพวกมันเต็มไปด้วยมือดีร่วมร้อย

 

ในห้องครัว ตงชวนกดปุ่มที่นาฬิกา ตู้เย็นเลื่อนออกไปทางด้านข้าง เปิดทางเดินกว้างขวางลงไปใต้ดิน ที่ด้านล่างก็คือฐานผลิตยาเสพติดใหญ่ของซินเหลียนเซิ่งเอง

 

“จงเอ๋อร์ มือแกขาดแล้ว ครั้งนี้ชั้นเอง” เทพโล้นหัวเราะเย็น สวมสนับมือรูปพยัคฆ์

 

“หน้าผากนายยังมีผ้าปิดแผลอยู่ด้วยซ้ำ แต่แค่มองก็หมดกำลังใจแล้ว ชั้นไปเอง” หวางจงยื่นมือสีทองข้างที่ขาดออก ปรากฏปืนกลหนักเอนกประสงค์ M60 ห้อยแขวนอยู่ที่ห่วงข้อมือข้างที่ขาด

 

“ไอ้ดื้อด้านเอ๊ย M60มันตั้งห้าแสนนะ แกเอาออกมาใช้เรอะ!” เทพโล้นรู้สึกว่าคนรอบๆตัวมันมีแต่พวกล้างผลาญสมบัติ

 

“ปืนก็เหมือนผู้หญิง ถ้าไม่ลอง จะรู้ได้ไงว่าดีไม่ดี? ไม่ต้องห่วง เสร็จแล้วจะเอาไปขัดสีฉวีวรรณให้เอี่ยม ขอแค่ให้ไอ้สถุนนั่นมันตายก่อนเท่านั้น!” หวางจงสลัดลูกเลื่อนก่อนบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิง