0 Views

เซียวอี้สำนึกเสียใจที่เกี่ยวก้อยคล้อยตามเฉินหมิง ไม่ใช่เพราะกลัวนายบอดี้การ์ดบ้าทำลายสัญญา แต่เป็นเพราะไอ้หมอนี่กลับซื้อข้าวของไร้สาระมากมายสารพัดสิ่ง บนตัวไม่มีตังค์สักเก๊ ยังมาเอาการ์ดของเธอไปรูดซื้อของอีก ผลสุดท้าย กระทั่งเศษเงินเก็บตั้งแต่สิบขวบของหญิงสาวยังถูกปล้นไปหมดสิ้น ในบัตรเหลือเงินอยู่แค่ 2.33 หยวน ช่างขำไม่ออกจริงๆ

 

เฉินหมิงเริ่มปฏิบัติการผลิตไอเท็มจากหลังรถจี๊ปที่อยู่ในลานจอด ชายหนุ่มพันเทปไฟแช็คเข้ากับขวดสเปรย์ออกมาเป็นปืนไฟ  เอาพาวเวอร์แบงค์มาถอดสลับขั้วทำเป็นระเบิดเวลา เอาผงแป้งทำเส้นหมี่และผงพริกไทยระดับเผ็ดสุดมาทำเป็นแก๊สน้ำตา เอาเสื้อกั๊กสารพัดประโยชน์แบบของช่าง เพิ่มแผ่นเซรามิคกับซีเมนต์ผสมมาทำเป็นเสื้อเกราะ….

 

เฉินหมิงไม่ต่างจากสัตว์ประหลาดที่ใช้เครื่องมือของใช้ประจำวันทั้งหลาย ประกอบออกมาเป็นสารพัดอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ทรงอานุภาพ ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที

 

“เสื้อเกราะนี้ถึงจะด้อยประสิทธิภาพมากกว่าเสื้อเกราะใยเหล็กของกองทัพ แต่สำหรับกระสุนปืนพกต่ำกว่า 9 มม. ถือว่ายังพอใช้ป้องกันได้บ้าง” เฉินหมิงช่วยเซียวอี้สวมเครื่องประดิษฐ์ของตน “เธอมีปืนพก เพราะงั้นชั้นไม่ให้อาวุธอื่นแล้ว เอาแค่แก๊สน้ำตาสองถุง แล้วก็ปืนไฟอีกอันก็เหลือเฟือ

 

เธอจู่โจมแหล่งกบดานที่ชื่อ “รังสำราญ” ของพวกมัน กำลังคนมีมากน้อยเท่าไหร่ยังไม่รู้ ไม่ต้องรีบบุก ถ้าไม่ต้องใช้ปืนก็ให้หลีกเลี่ยงไว้ เมื่อยืนยันว่าฟางเยวี่ยนอยู่ที่นั่นให้โทร.หาชั้นทันที ชั้นจะรีบไปเสริมให้ ส่วนทางด้านนี้ เมื่อเจอฟางเยวี่ยนก็จะรอเธอมาสมทบค่อยลงมือเหมือนกัน”

 

“ทำไมชั้นมีความรู้สึกว่าแผนนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง? นายกำลังปิดบังอะไรชั้น?” เซียวอี้จู่ๆ ก็โพล่งออกด้วยความกังวล

 

“จะเป็นงั้นได้ไงเล่า อย่าลืมที่พวกเราเกี่ยวก้อยสัญญากันสิ ถ้าโกหกขอให้เป็นหมาเลยเอ้า!” เฉินหมิงพูดจบก็ยกสารพัดอุปกรณ์ประดิษฐ์ของตนขึ้น “เอาล่ะ เจอกัน ชั้นไปก่อนนะ”

 

เฉินหมิงรีบวิ่งไปเรียกแท็กซี่ มุ่งไปยังปลายทาง —— โรงงานเคมีอันดับหนึ่งของหลินไห่

 

จากคำสารภาพของเทพโล้น  ซินเหลียนเซิ่งไม่เคยจับคนเรียกค่าไถ่มานานแล้ว มีแค่พวกคู่ค้าที่ติดค้างเงินพวกมัจำนวนมากเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้รับสิทธิพิเศษนี้ ส่วนใหญ่ล้วนถูกส่งไปที่ “รังสำราญ” ที่ตั้งอยู่ ณ ตึกผู้อพยพทางตะวันออกของเมือง หรือโรงงานเคมีที่หนึ่งทางฟากตะวันออก

 

ตึกผู้อพยพสถานการณ์จะซับซ้อนกว่าหน่อย เพราะเป็นตึกสูงสามสิบชั้น ข้าในถูกแบ่งเป็นร้านค้าเล็กๆมากมาย ห้องเช่าและเกาเฮ้าส์อีกนับไม่ถ้วน เป็นเขตที่บริหารจัดการยากที่สุดของหลินไห่ รวมทั้งเป็นแหล่งรวมตลาดใต้ดินขนาดใหญ่มาเนิ่นนานแล้ว คนที่อยู่ในที่นี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้อพยพชั้นต่ำสุดของสังคม เรื่องการอพยพไม่ต้องพูดถึง ยังมีการสะสม ค้ายาเสพติด รวมถึงการค้าบริการทางเพศมานานแล้ว

ทางตำรวจเคยมีการเข้าทลายแหล่งซ่องสุมนี้ ผลลัพธ์คือการเผชิญหน้ากันระหว่างกองกำลังป้องกันตึกของผู้อยู่อาศัยและตำรวจ ซินเหลียนเซิ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ใหญ่ในตึกนี้ รวมทั้งถือเป็นจักรพรรดิใต้ดินของที่นี่

 

ส่วนโรงงานเคมีที่หนึ่ง ตั้งแต่แรกก็กิจการไม่ดี ใกล้เจ๊งมาเนิ่นนาน เมื่อ 5 ปีก่อนพอดีได้ผู้ลงทุนใหญ่มาซื้อไว้ เลยสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมา ตอนหลังถึงได้รู้ว่า ผู้ลงทุนลึกลับคนนั้นก็คือหัวจื่อเฉียงแห่งซินเหลียนเซิ่ง จากนั้นถูกซินเหลียนเซิ่งฮุบกลืนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กลายเป็นเจ้าของเต็มตัว

 

โรงงานเคมีนี้ได้รับความช่วยเหลือจากซินเหลียนเซิ่ง มีออร์เดอร์เพิ่มขึ้นมาก ทว่ากำไรอันน้อยนิด ไหนเลยจะอยู่ในสายตาบอสของซินเหลียนเซิ่ง

 

แต่นับจากซินเหลียนเซิ่งเข้ามารับไม้ต่อ ยาเสพติดที่เข้ามาในเขตทั้งหมด ถูกแปรรูปออกสู่เมืองใกล้เคียงจากผู้ผลิตรายใหญ่นี้

 

 

ทางกรมตำรวจสงสัยมาตลอดว่าซินเหลียนเซิ่งใช้โรงงานนี้แปรรูปยาเสพติด บุกค้นมากกว่า 10 ครั้ง แต่คว้าน้ำเหลวตลอด ยังมีนักสืบ 3 คนที่ถูกฆาตกรรมเพราะการตามสืบเรื่องนี้อีกด้วย

 

โรงงานนี้เป็นสถานที่ลับที่ถูกคุ้มกันแน่นหนาที่สุดของพวกมัน แน่นอนว่าเป็นสถานที่เหมาะสมที่สุดในการซ่อนเหยื่อลักพาตัวด้วย

 

ส่วนสถานการณือีกด้านตงชวนกำลังสุขสำราญกับการคุยกับชายผู้ร่ำรวยที่สุดแห่งหลินไห่ ปกติเมื่อก่อนโทรไปเจอแต่เลขาฯ มีครั้งนี้ที่ฟางซื่อฉวนกุมโทณศัพท์แน่น ไม่กล้าละความสนใจ

 

“เถ้าแก่ฟางผู้สูงส่งยอมฟังผมพูดแล้วสิ? ก่อนหน้านี้แม้แต่หางตาแกยังไม่ยอมปรายมองชั้นเลยนี่?” ตงชวนแสยะยิ้ม ขาข้างหนึ่งเตะใส่กรงของฟางเยวี่ยนที่ด้านข้าง

 

“ปล่อยชั้นออกไปนะ ไอ้สารเลว!” ฟางเยวี่ยนตะคอกด้วยโทสะ

 

“ตงชวน ชั้นนับถือนายเป็นคนมีศักดิ์ศรี คำโบราณว่าไว้ล้างแค้นไม่ดึงถึงลูกเมีย นายทำกับชั้นชั้นไม่มีอะไรจะพูด แต่ทำไมต้องเล่นงานลูกสาวชั้น?” ฟางซื่อฉวนรวบรวมความเยือกเย็น ข่มเสียงกล่าวหนัก

 

“ท่านประธานฟาง อย่าวางผมไว้บนที่สูงส่งขนาดนั้น ผมตงชวนรู้สถานะตัวเองดี ก็แค่นักมวยที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง แค่อันธพาลไม่กลัวตายคนนึงเท่านั้น ไม่อย่างนั้น ผมจะหลงเชื่อคนผิด ลงไปเล่นในตลาดหุ้น สุดท้ายถูกท่านประธานฟางสั่งสอนด้วยเงินหยวนมาได้รึ” ตงชวนหัวเราะ “ไม่รู้ประธานฟางยังจำได้มั้ย ในงานประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทซินเหลียนเซิ่ง ท่านประธานใช้เงินหยวนก้อนแล้วก้อนเล่า กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดทุกส่วนของพวกเราซินเหลียนเซิ่งต่อหน้าต่อตา

 

…..ส่วนชั้น ก็วิงวอนขอร้องแกอย่างกับหมาตัวหนึ่ง ชั้นบอกแล้วใช่มั้ย ซินเหลียนเซิ่งเป็นชั้นรับต่อมาจากบอสหัวจื่อเฉียง เป็นความรักความทุ่มเทหนึ่งเดียวในชีวิตของชั้น ไม่อาจให้มันล่มสลายไปต่อหน้าต่อตาชั้นได้ แกยังจำที่แกพูดไว้กับชั้นได้มั้ย?”

 

 

“แกพูดว่า เด็กน้อย ปลาใหญ่กินปลาเล็ก นี่ก็คือกฏธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด ตอนนี้ ชั้นก็คิดจะพูดกับลูกสาวแกแบบนี้เหมือนกัน” ตงชวนนั่งยองๆลงหน้ากรง ส่งสายตาพยาบาทแก่ฟางเยวี่ยน “เด็กน้อย ปลาใหญ่กินปลาเล็ก นี่ก็คือกฏธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!กฏธรรมชาติ!”

 

“ตงชวน ชั้นกับเหล่าเฝิงมีความสัมพันธ์กันอยู่บ้าง พวกมันเองน่าจะติดต่อหานายแล้ว แม้ในวงการจะวุ่นวาย แต่นายจะไม่ไว้หน้าพวกมันบ้าง?”  ฟางซื่อฉวนใช้วิธียืมชื่อคนมากดดัน

 

“เหล่าเฝิงน่ะ….เหมือนจะเคยรับสายพวกมันอยู่นะ พวกเหล่าเฝิงชั้นรู้จักอยู่แล้ว แก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุด ว่ากันว่าพวกมันอยู่มาตั้งแต่ก่อนยุคราชวงศ์ชิง น่ากลัวจัง ชั้นกลัวแทบตายแล้ว

 

ถุ้ย!ไปเอาแก๊งโบราณคร่ำครึมาบีบชั้นเหรอ? แกคิดว่าชั้นตงชวนขี้ขลาดเหรอ? ฟางซื่อฉวน ชั้นให้เวลาแก 1 ชั่วโมง มาที่โรงงานเคมีที่หนึ่งนี้ ถ้าชั้นได้ยินเสียงหวอตำรวจมาถึงก่อนแก แกก็รอรับศพลูกสาวแกได้เลย!” ตงชวนพูดจบก็วางสายทันที

 

“บอส พูดออกทะเลไปไหนนั่น? ลักพาตัวไม่ใช้ต้องเสนอเงื่อนไข เฃ่นค่าไถ่เท่าไหร่ๆ เทือกนั้นหรอกเรอะ?” หลินฟานโคลงศีรษะ

 

“ชั้นไม่อยากได้เงินมัน ที่ชั้นต้องการ คือให้มันได้เห็นสิ่งที่มันรักที่สุดถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา มองสีหน้าเจ็บปวดของมัน แค่นั้นก็คุ้มแล้ว”  สายตาตงชวนที่มองมายังฟางเยวี่ยน ไม่ต่างจากสายตาที่มองสัตว์ตัวหนึ่ง

 

“แต่นายรับปากให้ชั้นเยนังนี่ได้นี่นา”

 

“แน่นอน ชั้นไม่ใช่พวกนายหน้าปลิ้นปล้อน พูดแล้วรักษาคำพูด อีกหนึ่งชั่วโมง รอให้มันมาถึงก่อน แกก็สามารถเปิดซิงนังคุณหนูคนสวยนี่ต่อหน้ามันได้เลย!” ตงชวนหัวเราะหึหึ

 

“นายนี่มันชั่วจริงๆ …แต่ชั้นชอบเป็นบ้า!” หลินฟานเผยสีหน้าสัตว์ป่า “เมื่อก่อนตอนชั้นช่วยลูกสาวมัน ตอนแรกคิดว่าน่าจะได้โอกาสโงหัวขึ้นมาบ้าง? ที่ไหนได้มันบอกในบริษัทไม่มีตำแหน่งที่เหมาะกับชั้น ให้เงินชั้นมาแสนนึงก็ไล่ส่ง

 

แสนนึง? นั่นแค่ราคากระโปรงตัวนึงของลูกมันเท่านั้น!”

 

 

“พวกนายไม่มีทางได้ตายดีแน่!” ฟางเยวี่ยนตะโกนแช่ง

 

“ทำไมพวกที่ถูกชั้นเล่นสนุกจนตาย ส่วนใหญ่ชอบพูดประโยคนี้กันนะ?” ตงชวนเลิกคิ้ว

 

“เพราะพวกนั้น นอกจากตะโกนแช่ง ก็ไม่มีปัญญาทำอย่างอื่นแล้วน่ะสิ…” หลินฟานหันไปทางกรงเหล็ก “ศิษย์น้อง อีกแป๊บชั้นจะได้เล่นเธอจนสำลักตายต่อหน้าเสด็จพ่อเธอแล้วนะ ตอนนั้นก็ร้องเรียกชั้นให้เพราะๆ ล่ะ”

 

……………

 

เซียวอี้ใช้ความเร็วสูงสุดมุ่งไปตึกอพยพ  เมื่อเดินผ่านซอยด้านหลัง ก็ทิ้งระเบิดเวลาพาวเวอร์แบงค์ลงไปข้างแนวแท่งแบรริเออร์

 

หญิงสาวก้าวไปถึงประตูหน้า ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น แสงไฟจากระเบิดพุ่งสูงเสียดฟ้า ตึกอพยพตกอยู่ในความมืด แม้เฉินหมิงจะบอกว่าของสิ่งนี้ประสิทธิภาพไม่มาก แต่เมื่อเห็นแบบนี้ เซียวอี้อดตกใจไม่ได้ นายนั่นถึงกับสามารถดัดแปลงพาวเวอร์แบงค์ 10000 แอมป์จนเป็นระเบิดอานุภาพร้ายแรงได้

 

คนในตึกรีบทะลักออก เซียวอี้ปะปนข้าไปภายใน นักเที่ยวแน่นอนว่าสามารถหนีออกไป แต่เจ้าของร้านกับผู้อยู่อาศัยแน่นอนว่าไปไม่ได้ พวกนั้นถึงกับมีเครื่องปั่นไฟสำรอง นี่เป็นบทเรียนจากการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อก่อน

 

ไฟระหว่างชั้นดับลงไปห้านาที ก่อนที่ระบบไฟพื้นฐานจะคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ไฟฟ้าในห้องควบคุมความปลอดภัยใช้ไม่ได้แล้ว บนหน้าจอมีแต่ข้อความโฆษณาของบริษัทกล้องวิ่งวนไปมา

 

นี่ก็เป็นสิ่งประดิษฐ์ของเฉินหมิงอีกเช่นกัน ชายหนุ่มใช้แค่โทรศัพท์ถูกๆ ราคาสามร้อยกับอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่าง ผลิดเครื่องรบกวนสัญญาณไฟฟ้ารัศมีร้อยเมตรออกมา ของเล่นนี้ถูกเซียวอี้วางไว้ในกล่องนิรภัยหน้าห้องควบคุม

 

ตอนยังเป็นนักเรียนในโรงเรียนตำรวจ  เซียวอี้เคยเล่นบทเรียนจำลองการบุกตึกอพยพ หญิงสาวคุ้นเคยโครงสร้างตึกดี แถมยังได้รางวัลยอดเยี่ยมในการบุกเข้าได้ด้วยกำลังร้อยคนเท่านั้น

 

แต่มาตอนนี้ แค่เซียวอี้คนเดียว กลับบุกมาถึงชั้น 6 ได้ด้วยวิธีการของเฉินหมิง

 

“นี่!เหล่าหวัง กล้องวงจรปิดมีปัญหา มาช่วยดูหน่อย แกรับเงินเดือนจากซินเหลียนเซิ่ง น่าจะรู้เรื่องเทคนิคพวกนี้บ้าง?” ผู้ชายผมทองร้อยห่วงเต็มตัวเตะประตูห้องยาม

 

เซียวอี้มาหยุดยืนข้างหลังมันอย่างเงียบเชียบ ลงมือเล็กน้อยก็ลากมันเข้าไปเก็บในทางหนีไฟ

 

เมื่อเหล่าหวังเปิดประตู ก็ไม่เจออะไรแล้ว

 

“สงสัยเล่นมากไปหน่อย ชักหลอนแฮะ” เหล่าหวังปิดประตูไม่ยุ่งเกี่ยว

 

“รังสำราญอยู่ชั้นไหน” เซียวอี้กระซิบถามไอ้อันธพาล

 

“ฆ่าชั้นให้ตายก็ไม่บอก! ชั้นไม่มีทางทรยศเพื่อน!” หมอนั่นโหวกเหวก

 

เซียวอี้กระชากห่วงที่ร้อยริมฝีปากมันออกข้างหนึ่ง เลือดหยดลงพื้นแหมะ

 

“ชั้นชอบคนจริงแบบนี้แหละ คนแบบนี้ถึงจะเล่นสนุกหน่อย ไม่รู้ว่านอกจากห่วงที่ปากแล้ว ยังร้อยไว้ตรงไหนอีก? เดี๋ยวชั้นจะค้นออกมาให้หมดเอง!” เซียวอี้เลียนแบบท่าทางโหดของเฉินหมิงข่มขู่คน