0 Views

ต้องเป็นคนโง่ประเภทไหนที่จ่ายเงิน 19,800 หยวนซื้อกรอบรูปคริสตัลอันหนึ่ง? เฉินหมิงวันนี้นับว่าได้รับทราบประสบการณ์ความงั่งอย่างถึงแก่น

 

“แม่คะ หนูขอโทษที่ซื้อได้แค่กรอบรูปถูกๆนี่ให้แม่ หนูจะเปลี่ยนอันที่ดีกว่านี้ให้ครั้งหน้านะคะ” ฟางเยวี่ยนนั่งลงบนเก้าอี้สุดโถงทางเดิน บรรจงใส่รูปของเธอและแม่ลงในกรอบคริสตัล

 

“ชั้นหิวแล้ว หาไรกินกันเถอะ” เฉินหมิงแนะ

 

“ชั้นจะโทรไปจองที่ภัตตาคารเอ้ากวนไห่” ฟางเยวี่ยนล้วงมือถือออกมา

 

“ไม่ นั่นไกลเกินไป หาที่กินใกล้ๆ นี่ล่ะ” เฉินหมิงดึงโทรศัพท์มา

 

“ใกล้ๆ?” ฟางเยวี่ยนมองไปยังร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่อยู่ตรงข้าม ทั้งหมดมีแต่ร้านค้าที่ต้องบริการตนเองทั้งสิ้น

 

“โอ…ว่ากันว่าพวกมันเป็นร้านที่ใช้น้ำมันใช้แล้วมาทำอาหารนี่ กินไปจะไม่ตายเหรอ?”

 

“อย่างมากก็พิการ ใครมันจะตายง่ายดายขนาดนั้น” เฉินหมิงลากฟางเยวี่ยนตรงดิ่งเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ

 

ก๋วยเตี๋ยวที่นี่ขายชามละ 20-30 หยวน หากคนก็ยังแน่นขนัด ซ้ำนี่ยังเป็นเวลาทานอาหารพอดี พนักงานในร้านจึงเสิร์ฟสาละวนมือเป็นระวิง

 

ชายหนุ่มหาโต๊ะว่างตรงหัวมุมได้หนึ่งตัว แต่นั่งยังไม่ทันอุ่นก้น ก็พลันปรากฏคู่สามีภรรยาเยาว์วัยก้าวเข้ามา

 

“ขอโทษครับ ข้างๆ มีคนมั้ย?” ฝ่ายชายกล่าวถาม

 

ปกติฟางเยวี่ยนไม่คุ้นชินกับการนั่งร่วมโต๊ะกับผู้อื่น แต่เห็นท้องของฝ่ายหญิงโย้ออกมาภายนอก นับว่ายังพอมีมารยาทพื้นฐาน อนุญาตทั้งสองนั่งร่วมโต๊ะ

 

“ไปสั่งเถอะ ชั้นเลี้ยงเอง” เฉินหมิงส่งเงินให้หญิงสาว 100 หยวน

 

“ชั้นไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน แล้ว..100 หยวนสำหรับสองคน? ถูกมากก!” ทักษะพื้นฐานการใช้ชีวิตของฟางเยวี่ยนไม่ผ่านอย่างแรง

 

“โอเค เราคุยกันแล้วนะ ไปเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตของคนธรรมดาซะ หนูน้อย” เฉินหมิงถอนใจ

 

“เก็บเงินนายคืนไป ชั้นไม่รับเงินจากมือคนอื่น สกปรก” ฟางเยวี่ยนชูนิ้วกลาง ก่อนหมุนกายจากไป

สามีภรรยาทั้งคู่พูดคุยกัน ฝ่ายชายนั่งข้างเฉินหมิง ส่วนฝ่ายหญิงนั่งตรงข้าม

 

เฉินหมิงถอดแว่นตาออกพลางแย้มรอยยิ้ม “ชั้นไม่ได้ดูถูกพวกอาชีพมือปืน แต่อย่างน้อย ได้โปรดทุ่มเทกับงานของพวกนายบ้าง ดูที่ท้องเมียนายสิ อย่างน้อยต้องหกเดือนขึ้นไป แต่ดันใส่ส้นสูงสิบเซ็นต์ นี่พวกนายทำบ้าอะไรกัน? หาที่ตาย?”

 

สามีภรรยาคู่นั้นอึ้งไปชั่วครู่ เป้าหมายของพวกเขาคือฟางเยวี่ยน แต่ดูท่าเจ้าคนข้างๆ นี่ไม่สามารถปล่อยไว้ได้ ฝ่ายชายพลันดึงมีดสั้นออกมาเล่มหนึ่ง  ขณะที่ผู้หญิงดึงปืนพกกล็อก 18 ติดที่เก็บเสียงออกมาจากท้องโย้ ๆ ของเธอในพริบตา

 

 

“ดูนั่น! หยกฝันมา!” เฉินหมิงตะโกนลั่น ลูกค้าและเด็กเสริฟทั้งหมดหันขวับไปทางเดียวกัน ชายหนุ่มจิกหัวมือปืนหนุ่มก่อนอัดใส่กำแพงเต็มรัก ด้านหลังศีรษะและแผ่นหลังกระแทกใส่กำแพงอย่างจังจนสลบในทันที  

 

ขณะเดียวกัน เฉินหมิงตวัดเท้าลอดใต้โต๊ะเตะใส่ท้องมือปืนสาวฝั่งตรงข้ามจนปืนพกหลุดกระเด็น หญิงสาวอ้าปากกว้างเตรียมกรีดร้อง แต่ชายหนุ่มจิกศีรษะหล่อนฟาดลงกับโต๊ะโครม การต่อสู่จบลงในสองวินาที ต้องเปิดโหมดโสลวโมชั่นถึงจะมองทันว่าเฉินหมิงทำอะไรลงไป

 

“เซียวอี้ อยู่ไหน?” เฉินหมิงกระซิบถามใส่หูฟังอันจิ๋ว

 

“ชั้นสี่ หัวฝักบัวที่นี่ไม่เลว เข้ากับอ่างอาบน้ำพวกเราพอดี” เซียวอี้กล่าวอย่างรื่นเริง

 

“ค่อยซื้อคราวหน้า เรื่องกำลังจะมา มีมือปืนอยู่ที่นี่ เตรียมเดินทางทันที” เฉินหมิงกล่าวพลางก้มหยิบปืนที่ร่วงลงพื้น พอดีกับฟางเยวี่ยนเดินกลับมาสีหน้าไม่พอใจ

 

“มันถูกเกินไป สองชามยี่สิบหยวน? นายลองคิดดูสิ? ครั้งสุดท้ายที่ชั้นเคยกินเนื้อโกเบ นั่นจานละสามพันหยวนนะ” ฟางเยวี่ยนขมวดคิ้ว “เนื้อนี่ดีไม่ดีเป็นเนื้อวัวติดโรควัวบ้ารึเปล่า”

 

“ไม่ใช่วัวทุกตัวนะที่ถูกเลี้ยงมาด้วยดนตรีคลาสสิค เอาเถอะ เธอว่าเนื้อวัวนี่ไม่ดี ก็เปลี่ยนที่กัน” เฉินหมิงกล่าวรวบรัด

 

“โอ้…อืม ก็ได้ ไปเถอะ แล้วสองคนนี้เป็นอะไรไป?” ฟางเยวี่ยนมองไปที่สองสามีภรรยา หญิงสาวจำได้ว่าเมื่อครู่สองคนนี้ยังดีๆ อยู่ ตอนนี้กลับหลับสนิทไปซะงั้น

 

“น่าจะเหนื่อยมากจากการเดินเที่ยว อย่าไปกวนพวกเขาเลย” เฉินหมิงดันร่างฟางเยวี่ยนผ่านประตู ถือโอกาสวางแขนโอบรอบเอวเรียวบางของฟางเยวี่ยน

 

“นายทำอะไร? อยากตายเรอะ?” ฟางเยวี่ยนไม่คิดว่าเฉินหมิงจู่ๆ กลับใกล้ชิดขนาดนี้ ตะคอกออกมาหน้าดำหน้าแดง

 

“สงสัยน้ำตาลในเลือดต่ำ ไม่มีแรงเลย ขอพิงหน่อยนะ ถือว่าช่วยชีวิตคนละกัน” ชายหนุ่มกล่าวอ้าง

 

“ชั้น…ก็ยังพอมีมโนธรรมอยู่หรอกน่า” ฟางเยวี่ยนผินหน้าไปอีกทาง รับรู้สัมผัสอุณหภูมิของฝ่ามือชายหนุ่มทางผิวเนื้อส่วนช่วงเอว ทั้งอ่อนโยนทั้งเบาสบาย แน่นอนว่าเธอไม่มีทางยอมรับออกมาแน่

 

ลงบันไดเลื่อนจากชั้นห้ามาชั้นสี่ พอเลี้ยวเข้าทางเดิน  ผู้ชายสูงอายุที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ด้านข้างล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อสูท

 

“ฟางเยวี่ยน ดูสินั่นใคร?” เฉินหมิงอุทานออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น ฟางเยวี่ยนหันหน้าไปดู ชายหนุ่มสะบัดเท้าเตะใส่ใบหน้ามือปืนชรานั้น คนทั้งหมดไม่มีใครสังเกตเนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นเร็วเกินไป ที่ทุกคนเห็นคือชายชราผล็อยหลับอยู่บนเก้าอี้เท่านั้น

 

“อาจารย์ขาโหด คุณมาทำอะไรที่นี่?” ฟางเยวี่ยนมองเซียวอี้เดินเข้ามา

 

“ฝักบัวในห้องชั้นพัง เลยมาหาซื้ออันใหม่ แล้วเธอล่ะมาทำอะไร? ลูกคุณหนูอย่างเธอน่าจะไปอยู่ตามร้านหรูๆนี่นา” เซียวอี้กล่าวพลางชูฝักบัวในมือให้ดู

 

“ก็แค่มาลองใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ไม่ใช่เรื่องของคุณ” แม้จะไม่รู้สึกเป็นศัตรูกับอีกฝ่าย หากอย่างไรยังคงไม่สามารถเข้ากันได้

 

“พอพอพอพอ หาที่กินเถอะ ชั้นเลี้ยงเอง” เฉินหมิงฉวยข้อมือของหญิงสาวทั้งสองก่อนจูงเดินไป

 

“ขอโทษนะ รู้มั้ยว่าแผนกอ่างอาบน้ำอยู่ที่ไหน..” ชายแก่คนหนึ่งถือใบปลิว ยิ้มอย่างเป็นมิตร ถามไปยังฟางเยวี่ยน

 

“หลงทางเหรอ? ผมรู้ เดี๋ยวผมบอกทางคุณเอง” เฉินหมิงคว้าไหล่ชายแก่ นำทางไปยังกำแพงอีกฝั่งด้วยท่าทางอบอุ่นอ่อนโยน ก่อนจะเดินกลับมาในอีกห้าวินาที

 

“ตาแก่นี่จริงๆ เลย เกือบมองไม่ออกเชียว ไปต่อเถอะ” เฉินหมิงตบฝ่ามือเข้าหากันพลางกล่าว ส่วนชายแก่คนเมื่อครู่ยามนี้แน่นิ่งอยู่กับพื้น แม้มีลูกค้าบางคนที่สังเกตเห็น เพียงแค่เดินวนอ้อมร่าง ไม่กล้าเข้าไปเช็ค

 

ระหว่างทางไปภัตตาคาร เฉินหมิงมักหายตัวไปอย่างแปลกประหลาดตลอดทาง นั่นทำให้ฟางเยวี่ยนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แถมตลอดรายทางยังมีคนล้มสลบลงไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มไม่ต่างจากเหยี่ยวมือฉมัง ไม่ว่าเหล่ามือปืนปลอมตัวมาอย่างไร เฉินหมิงสามารถมองออกทันที

 

บนรถของซินเซิ่งเหลียน นั่งไว้ด้วยหวางจงอันธพาลอันดับหนึ่งของแก๊งตงชวน มันคือผู้บัญชาการแผนสังหารในครั้งนี้ ส่วนใหญ่คนในวงการเรียกมันว่า “ราชานักฆ่า” มันต่างจากเทพโล้นอยู่มาก บนศีรษะเต็มไปด้วยกลุ่มเส้นผมหยิกหยอย ตัวผอมสูงชะลูด และถึงจะเป็นอันธพาลเชี่ยวชาญมวยตะลุมบอน แถมยังมีฝีมือทางปืนไม่เลว มันแขวนลูกกระสุนไว้บนคอลูกหนึ่ง เที่ยวบอกคนอื่นๆ ว่านี่คือเครื่องรางนำโชค สามารถฆ่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุด

 

ครั้งนี้มันเลือกสมุนมาหกสิบคน ทั้งหมดเป็นมือดีที่เห็นการฆ่าคนเหมือนฟันหยวก

 

แต่มันยังไม่รู้ว่า มือดีทั้งหมดนั้นถูกเฉินหมิงจัดการจนสิ้นแล้ว

 

“พวกห่-นี่มันอะไรกัน!ตอบ !ตายรึยังโว้ย?” หวางจงตะโกนใส่อินเตอร์คอม นับตั้งแต่นักฆ่าเบอร์ 3 และ 4 คู่สามีภรรยานั่น นักฆ่าคนอื่นๆ ล้วนขาดการติดต่อทั้งหมด

 

หวางจงออกคำสั่งฆ่าโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะมันต้องการเอาหน้า แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลายเป็นแบบนี้ มันแตกตื่นจนเหงื่อไหลชุ่มสูทอาร์มานี่

 

“หัวหน้า เห็นนังนั่นแล้ว พวกมันกำลัง…” เสียงกระแทกดังสนั่น คล้ายเสียงแผ่นเหล็ก เสียงของสมุนเบอร์ 40 ขาดช่วงทันที  จากนั้น หวางจงได้ยินเสียงปิดฝาถังขยะ

 

ไม่นาน ฟางเยวี่ยนและเซียวอี้ออกมาจากทางเข้าลานจอดรถ เฉินหมิงก้าวเดินตามหลัง

 

“อยากนั่งรถชั้นมั้ย?” เฉินหมิงยิ้มถาม

 

“คิดจะฆ่าชั้นงั้นเรอะ?” ฟางเยวี่ยนบ่น รถของชายหนุ่มไม่มีกระทั่งแอร์ ยิ่งอากาศร้อนแบบนี้ ยิ่งไม่ต่างจากนั่งในห้องอบซาวน่า

 

“นั่งไปกับชั้นก็ได้ แอร์รถชั้นอาจจะไม่ค่อยดี แต่หลังคาเปิดประทุน ลมธรรมชาติ” เซียวอี้สตาร์ทเครื่องรถจี๊ป

 

“โอเค เจอกันที่ร้านตามที่ชั้นบอก” เฉินหมิงโบกมือลาต่อรถจี๊ปที่ทะยานออกจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว ฟางเยวี่ยนคิดว่ายัยครูขาโหดนี่ต้องหิวมากแน่ๆ

 

แต่เฉินหมิงยังไม่ติดเครื่องยนต์ ชายหนุ่มเพียงยืนยิ้มนิ่งอยู่ ณ จุดที่โดดเด่นที่สุดในลานจอดรถ หวางจงโมโหอย่างแรงเมื่อรู้ว่าเป้าหมายรอดไปได้ มันพารถ 5 คันที่เต็มไปด้วยนักฆ่าเข้ามาในลานจอดรถ

 

“หัวหน้า ไอ้นี่แหละคนที่จัดการคนของเรา” คนขับรถที่จริงๆ แล้วแอบหนีออกมาจากห้างบอกต่อลูกพี่ มันโชคดีที่ยังรอดมาได้หลังพบหน้าเฉินหมิงแล้ว

 

“ชนมัน!” หวางจงสั่งพลางยิ้มเหี้ยม

 

คนขับเร่งความเร็วขึ้นทันทีตามคำสั่ง

 

เฉินหมิงยิ้มก่อนชักปืนออกมาเมื่อรถเข้าใกล้

 

“ปุ”

 

เสียงลั่นเบาๆ คราหนึ่ง ลูกกระสุนเจาะเข้าใส่ล้อรถด้านหน้า รถคนนั้นเสียหลักหมุน

ก่อนที่ล้อหลังด้านซ้ายจะระเบิดออก

 

รถพลิกคว่ำหลายตลบก่อนกระแทกลงสู่พื้นอย่างแรงที่ระยะสองเมตรเบื้องหน้าชายหนุ่ม  ก่อนลอยกระเด็นหวือข้ามศีรษะเฉินหมิงอย่างเฉียดฉิว

หวางจงที่นั่งข้างคนขับอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง สีหน้าคล้ายคนใกล้ตาย แต่เฉินหมิงยังคงยืนแน่วแน่กับที่ ลั่นกระสุนอย่างต่อเนื่องสิบห้านัดจนรังเพลิงว่างเปล่า

 

รถทั้งห้าคันเสียหลักปะทะชนซึ่งกันและกันก่อนเริ่มระเบิดไหม้อย่างรุนแรง สัญญาณเตือนอัคคีภัยทำงาน สปริงเกลอร์ในลานจอดรถฉีดพ่นละอองน้ำออกมาไม่ขาดสาย