0 Views

LazyNine : แปล

 

    ภายในห้องพักตกลงสู่ความเงียบงัน ฟางซื่อฉวนถอดแว่นตากรอบทองของเขาออก ดวงตาของเขาสะท้อนแสงจากหยดน้ำที่ปริ่มคลอ “พ่อ…ไม่ได้อยากให้มันกลายเป็นแบบนี้”

 

    ลูกสาวของเขามองมาที่เขาและเย้ยหยันตัวเขาทั้งน้ำตา “ฟางซื่อฉวน คุณมันแก่แล้วจริง ๆ ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บไม่ได้ด้วยซ้ำ นี่คุณเคยคิดบ้างไหมว่าคุณมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร? ภรรยาของคุณเสียชีวิต ลูกสาวของคุณเองก็เกลียดชังคุณ ตอนนี้คุณมีอะไรเหลืออยู่บ้างนอกจากฐานะกับเงินทอง?

 

    ฉันเกลียดคุณ ไม่ใช่เพราะคุณไม่มาอยู่ใกล้ ๆ ตอนที่คุณแม่เสีย แต่เป็นเพราะคุณมันไม่เคยรู้จักความรับผิดชอบในฐานะพ่อหรือสามีเลยสักนิด ฉันอยากให้คุณไม่ได้ร่ำรวยอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ซะยังดีกว่า อยากให้คุณเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ทำงานล่วงเวลาทุกวี่วัน ถูกผู้จัดการในบริษัทกลั่นแกล้ง เพื่อที่อย่างน้อยคุณจะได้มาพร่ำบ่นถึงชะตาชีวิตอันหนักหนาของคุณบ้างตอนที่คุณกลับมาบ้านจากที่ทำงาน”

    “ในแวดวงศ์ธุรกิจที่พ่ออยู่ ถ้าพ่อไม่เป็นปีศาจร้าย พ่อก็ต้องกลายเป็นแค่ลูกแกะตัวหนึ่ง ขอโทษนะ แต่พ่อหยุดไม่ได้หรอก พ่อต้องรับผิดชอบความเป็นอยู่ของครอบครัวนับพัน ถ้าพ่อพลาดโอกาสไปเพียงแค่โอกาสเดียว ก้าวพลาดไปแค่สักครั้ง พ่อก็จะสูญเสียทุกสิ่งและติดหนี้ท่วมหัวที่ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็จ่ายได้ไม่หมด พ่อขอหวังให้ลูกจงเกลียดจงชังพ่อซะยังดีกว่าปล่อยให้ลูกถูกพวกเจ้าหนี้ทำร้าย” ฟางซื่อฉวนอดกลั้นไว้ไม่ให้ตนหลั่งน้ำตา เขาก้าวเดินไปยังประตูแต่ก็หยุดเท้าลง ณ ตรงนั้นซะก่อน

 

    “วันนี้พ่อมาที่นี่เพื่อเยี่ยมลูกเพราะเพิ่งจะมีนักฆ่าคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนลูกมาเพื่อหลอกฆ่าพ่อ พ่อคิดว่ามันเป็นลูกจริง ๆ ถึงได้เพิ่งรู้ตัวว่าพ่อเริ่มจะจำไม่ได้แล้วว่าลูกมีรูปร่างเป็นยังไงกันแน่” ฟางซื่อฉวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

    “เจ้านักฆ่านั่นไร้น้ำยาเป็นบ้า ถ้านั่นเป็นฉัน คุณไม่มีโอกาสรอดมายืนอยู่ตรงนี้แน่” ฟางเยวี่ยนเอ่ยเสียงห้วนขรึม

 

    “ใช่แล้ว พ่อเห็นด้วย ถ้าพ่อตาย ช่วยอย่ามาดูใจพ่อเป็นครั้งสุดท้ายด้วยนะ เพราะมันจะทำให้พ่อตายตาไม่หลับ” ฟางซื่อฉวนเดินออกจากห้องไปหลังพูดจบ

 

    “อ๊าาาา!!!!!!”

 

ฟางเยวี่ยนกรีดร้องและเตะเข้าใส่โต๊ะน้ำชาที่อยู่ในห้องนั่งเล่น เด็กสาวทุบทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถทุบทำลาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกซื้อมาด้วยเงินของฟางซื่อฉวน เธอเกลียดชังพ่อของเธอ แต่เธอก็เกลียดชังตัวเองที่อยู่ไม่ได้หากไร้ซึ่งเงินของฟางซื่อฉวนเช่นกัน

 

เธอเคยพยายามไปหางานทำ แต่สุดท้ายเธอก็ทำไม่ได้ เธอยอมก้มหัวและเอาใจคนแปลกหน้าเพียงเพื่อเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ทุกวันไม่ได้ เธอปรับตัวไปใช้ห้องเปลี่ยนเสื้อห้องเดียวกับคนอื่นไม่ได้ เธอสวมชุดที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์เคมีทั้งชุดไม่ได้ เธอไม่รู้จักวิธียิ้มอย่างให้เกียรติแก่ผู้อื่น ฟางซื่อฉวนไม่ได้เพียงแค่ทำลายครอบครัวของเธอ แต่เขาเองก็ยังทำลายความสามารถในการปรับตัวของสู่สังคมของเธอไปด้วย

 

    “บอสครับ คุณจะไปไหนต่อครับหลังจากนี้?” ลีชางชิวกลับมายังที่รถและถามออกไปอย่างนอบน้อม

 

    “กลับบริษัท แจ้งไปที่ผู้จัดการแผนกและเลขาฝ่ายบริหารว่าแผนโปรเจคท์องค์กรแผนใหม่สุดต้องเรียบร้อยก่อนวันพรุ่งนี้” ฟางซื่อฉวนเช็ดน้ำตาและเอ่ยอย่างใจเย็น [ความ-ิบหายหล่นใส่หัวลูกจ้างแล้วครับงานนี้ ท่านผู้ชม]

 

    “ตอนนี้เวลา 2 ทุ่มแล้วนะครับ…” ลึชางชิวเป็นกังวล

 

    “ที่เธอต้องทำมีแค่ฟังคำสั่งฉัน! ฉันไม่มีแม้แต่ครอบครัวเหลืออยู่แล้วตอนนี้! จะให้ฉันปล่อยให้ไอ้พวกบัดซบนั่นเอาเงินของฉันไปผลาญกับลูก ๆ ของพวกมันอย่างมีความสุขงั้นเหรอ? นั่นมันยุติธรรมแล้วเหรอ? แจ้งนัดประชุมพวกนั้นซะ! ฉันจะเล่นงานพวกมันทุกคนแน่ถ้าพวกมันสาย!”

 

ฟางซื่อฉวนขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ เห็นได้ชัดเลยว่าฟางเยวี่ยนได้รับนิสัยขี้หงุดหงิดมาจากพ่อของเธอเต็ม ๆ เพียงแต่เธอไม่ได้เอาความใจเย็นและความยับยั้งชั่งใจมาจากพ่อของเธอด้วย

 

    “เฉินหมิง…” เซียวอี้เห็นว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นในห้องของฟางเยวี่ยน

 

“ผมรู้ เธอกำลังทำร้ายตัวเองอยู่ใช่ไหม?” เฉินหมิงสังเกตเห็นเรื่องนี้แล้ว

 

“เธอทุบข้าวของเละเทะไปหมดเลย เธอพัง iPhone 6 plus ไป 2 เครื่องแล้ว และตอนนี้เธอก็กำลังพัง TV กับคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในห้องด้วย เกิดอะไรขึ้นกับนังหนูคนนี้เนี่ย?”

 

“ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้เธอได้ระบายอารมณ์สักนิดเถอะ บางครั้งการร้องไห้ก็ถือได้ว่าเป็นการรักษาชนิดหนึ่งนะ ผมเองก็เคยต่อยตีกับเพื่อนร่วมทีมตอนที่ผมรู้สึกแย่เหมือนกัน มันจะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเสมอตราบเท่าที่พวกเราสู้กันจนกว่าจะเดี้ยงจนลุกไม่ขึ้นและต้องให้คนเข้ามาช่วย”

 

    “อย่าเอาตัวนายไปเทียบกับเธอจะได้ไหม! โอ้ ไม่นะ เธอกำลังจะออกจากห้องพักของเธอไปแล้ว” เซียวอี้ร้องลั่น

    เฉินหมิงได้ยินเสียงใครบางคนมาเคาะประตูห้องของเขาขณะที่เขากำลังเตรียมจะออกไปไล่ตามฟางเยวี่ยน ชายหนุ่มเปิดประตูออก และฟางเยวี่ยนผู้ร้องไห้อย่างหนักจนน้ำตานองหน้าก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเขา เด็กสาวผลักเฉินหมิงออกไปให้พ้นทางและวิ่งตรงดิ่งไปยังตู้เย็นในครัว เธอคุกเข่าลงไปกับพื้นและหยิบเบียร์ออกมาเปิดดื่มอย่างบ้าคลั่ง

 

    เด็กสาวดื่มแล้วก็ดื่มอีกดื่มจนเธออาเจียน แต่เธอก็ยังไม่ใคร่สนใจและยังดื่มต่อไป เธอดื่มเบียร์ไป 10 กระป๋องแล้วก็ยังไม่เมา จากนั้นเมื่อเธอเห็นเหล้าวิสกี้ในตู้เย็น เธอก็คว้าเอามันออกมา

 

    “พอได้แล้ว!” เฉินหมิงปรามเสียงดัง

 

    “แค่ดื่มนิดดื่มหน่อยเอง ฉันจะจ่ายให้นาย 10,000 ต่อกระป๋องเลย แค่นั้นพอไหม?” ฟางเยวี่ยนว่า เฉินหมิงจึงแย่งวิสกี้มาจากในมือของเด็กสาวอย่างรวดเร็ว

 

    “เอาคืนมานะ!” ฟางเยวี่ยนลุกขึ้นยืน ตั้งท่าจะเตะใส่เฉินหมิง แต่เธอก็ล้มลงไปอาเจียนอยู่กับพื้นซะก่อน

 

    “ทำไมกัน? ทำไม? ทำไมฉันถึงต้องเกิดมาเป็นลูกสาวเขาด้วย? ทำไมฉันถึงมีทุกอย่างยกเว้นแค่ครอบครัวธรรมดา ๆ? ทำไมทั้งที่ฉันเกลียดเขาขนาดนั้นแต่ก็ยังทิ้งขว้างเงินของเขาไปไม่ได้? แม่คะ หนูคิดถึงแม่เหลือเกิน หนูจะเจอแม่ได้ที่ไหน…” ฟางเยวี่ยนลุกไม่ขึ้นอีกแล้ว เสียงของเธอเบาลงแล้วก็เบาลง

 

    “ฟางเยวี่ยน? ฟางเยวี่ยน?” เฉินหมิงอุ้มเด็กสาวขึ้นมา เธอตกอยู่ในอาการโคม่าเป็นที่เรียบร้อย ใบหน้าของเธอซีดขาว ริมฝีปากกลายเป็นสีน้ำเงิน และผิวของเธอเองก็ทั้งเยียบเย็นและเปียกชื้น

 

    เฉินหมิงเร่งนวดหัวใจเด็กสาวโดยไว แต่เด็กสาวก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ความดันโลหิตของเธอดิ่งต่ำลงอย่างรวดเร็วและลมหายใจก็เริ่มติดขัด

 

    “เกิดอะไรขึ้น?” เซียวอี้ถามด้วยความกังวล

 

    “อาการแอลกอฮอล์เป็นพิษฉับพลัน…เซียวอี้ ช่วยผมซื้อของบางอย่างมาหน่อย ผมต้องการถุงน้ำเกลือ 1 ถุง, สายน้ำเกลือ 1 สาย, ยาฆ่าเชื้อ, น้ำตาลกลูโคส, วิตามิน B6, ยาโพแทสเซียมคลอไรด์, และยาแรนิทิดีน ได้ยินชัดไหม?”

 

“ได้ยิน แต่เสียงลมหายใจเธอมันฟังดูแปลกแล้วนะ เธอจะไม่ตายใช่ไหม?” เซียวอี้ถามอย่างเป็นห่วงในตัวเด็กนักเรียนที่เธอเคยทะเลาะด้วยคนนี้จริง ๆ

 

“เธอไม่มีวันตายหรอกตราบที่ผมยังอยู่ตรงนี้ พวกของที่เธออาเจียนออกมาติดอยู่ที่หลอดลมของเธอ เธอจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ” เฉินหมิงเอ่ยพลางก็กดมือลงที่อกของฟางเยวี่ยนแรง ๆ ไปด้วย

 

ศีรษะของฟางเยวี่ยนผงกขึ้นมาตามแรงกด และก่อนที่ศีรษะของเด็กสาวจะตกถึงพื้น เฉินหมิงก็ก้มลงไปประกบปากเรียบร้อยแล้ว เขาหยาบคายจนทำมันลงไปได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างริมฝีปากของเขาและเธอด้วยซ้ำ

 

20 วินาทีให้หลัง เฉินหมิงก็วางเด็กสาวที่กำลังอยู่ในอาการโคม่าลง เด็กสาวกลับมาหายใจคล่องเป็นปกติแล้ว เฉินหมิงเองก็หันไปพ่นของเสียสกปรกทิ้งออกจากปากที่ด้านข้างตัว

 

การกระทำทั้งหมดนี่ทำให้เซียวอี้ถึงกับตะลึงงัน เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนลงมือช่วยผู้หญิงคนหนึ่งโดยไม่ลังเลขนาดนี้มาก่อนเลย

 

“นี่ คุณไปซื้อของรึยัง?” เฉินหมิงถามขณะที่เช็ดคราบเปื้อนออกจากปาก

 

“จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เซียวอี้เพิ่งมาวิ่งออกจากห้องพักเอาก็ตอนนี้เอง

 

    ในเวลาเพียงแค่ 20 นาทีหลังจากนั้น  เซียวอี้ก็วิ่งมาที่ห้องพักเฉินหมิง ราวกับเธอเพิ่งผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายมา เธอหายใจหอบไม่เป็นจังหวะ

 

    “เข้ามาเลย” เฉินหมิงคว้าเอาถุงใส่ของมาจากหญิงสาวแทนการต้อนรับแขก

 

    “เธออยู่ไหน?” เซียวอี้กังวลอยู่นิด ๆ ว่าตัวตนของพวกเธอจะถูกเปิดเผย

 

    “ไม่ต้องห่วง เธอไม่ได้ยินพวกเราหรอก” เฉินหมิงยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะในห้องรับแขก เขาใส่ยาต่าง ๆ เข้าไปในถุงน้ำเกลืออย่างคล่องแคล่ว ราวกับบุรุษพยาบาลที่ผ่านประสบการณ์งานมาหลายปี “ผมอาบน้ำให้เธอและพาเธอไปนอนที่เตียงแล้ว อาการของเธอน่าจะดีขึ้นในวันพรุ่งนี้”

 

    “นายอาบน้ำให้เธอ?” เซียวอี้เอ่ยอย่างประหลาดใจด้วยนัยน์ตาเบิกกว้าง “นายไม่ได้ทำอย่างอื่นด้วยใช่ไหมห๊ะ?”

 

    “แน่น่อนล่ะ ผมอ๊อดอ๊อดแจ๊กกิ้งแกร๊ดเธอใน 13 นาที…นั่นนมันเหลวไหลสิ้นดี! ผมมีเวลาแค่ 20 นาที! ดีแค่ไหนแล้วที่ผมอาบน้ำให้เธอเสร็จทัน!” เฉินหมิงเป็นชายผู้ที่กลับมาจากสนามรบ สถานที่ไม่สนใจในความแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง

 

    “คุณพระเถอะ เธอเพิ่งจะ 18 เองนะ! นี่นายไม่รู้สึกละอายบ้างรึไง?” เซียวอี้รู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง

 

    “แล้วไง? ผมต้องแต่งงานกับเธอไหม?” เฉินหมิงถามพลางก็ทิ่มเข็มสายน้ำเกลือเข้าไปที่แขนของฟางเยวี่ยน

 

    “ขอล่ะ ผมทำอย่างนั้นไปก็เพื่อช่วยเธอเท่านั้น! คุณอยู่นี่แล้วฝากดูเธอด้วยแล้วกัน ผมมีบางอย่างที่ต้องไปทำ ถ้าเธอถาม…”

 

    “ฉันจะบอกเธอว่าฉันเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเอง ถึงแม้ฉันอยากจะบอกความจริงกับเธอก็เถอะ” เซียวอี้ว่า

 

    “เด็กดี” เฉินหมิงยิ้มและออกจากห้องพักไป

 

    เช้าวันต่อมา ฟางเยวี่ยนลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างหนัก เธอจำได้เพียงแค่ว่าเธออยากหาเบียร์กินก็เลยมาที่ห้องของอาจารย์เฉินหมิง…

 

    ฟางเยวี่ยนพบว่าเธอกำลังนอนอยู่บนเตียงของคนอื่น เธอตกใจมากจนร้องกรี๊ดขึ้นมาครั้งหนึ่ง

 

    “อย่าเสียงดังนักได้ไหม! นี่มันยังเช้าตรู่อยู่เลยนะ” เซียวอี้ผู้นั่งอยู่ที่ด้านข้างของเตียงอ้าปากหาวพลางก็ลุกขึ้นยืน

 

    “คุณ? ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่ได้?”

 

    “คุณเฉินบอกฉันว่าเธอมีอาการแอลกอฮอล์เป็นพิษ ฉันก็เลยมาเฝ้าไข้ให้เธอทั้งคืน เธอบอกว่าฉันติดหนี้ขอโทษเธออยู่ใช่ไหม และทีนี้เธอก็มาติดหนี้ทำงานล่วงเวลากับฉันทั้งคืน ถือว่าพวกเราเจ๊ากันแล้วกัน” เซียวอี้เอาชุดมาให้ฟางเยวี่ยนเปลี่ยน “สวมชุดสะอาดพวกนี้ซะ เธอได้สติแล้วก็กลับห้องไปนอนพักได้แล้ว”

 

ฟางเยวี่ยนกลับมาที่ห้องของเธอ เธอคิดว่าห้องพักของเธอจะอยู่ในสภาพเละเทะเพราะเหตุที่เธออาละวาดไว้เมื่อคืน แต่เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าห้องพักของเธออยู่ในสภาพสะอาดเรียบร้อยดี ข้าวของที่เสียหายถูกซ่อมแซม ติดแปะใหม่ด้วยกาวรวมทั้งภาพถ่ายร่วมกันของคุณแม่ของเธอและตัวเธอที่เธอทำมันเสียหายไปเมื่อคืนนี้ด้วย เฉินหมิงซ่อมมันให้แล้ว ทั้งยังมีกระดาษแผ่นหนึ่งแปะอยู่ที่หลังกรอบรูปด้วย

 

[ไม่ว่าเธอจะโกรธเกรี้ยวสักแค่ไหน เธอก็ไม่ควรจะทำลายสิ่งของที่มีค่า ไม่ว่าเธอจะเกรี้ยวกราดสักเพียงใด  เธอก็ไม่ควรหลงลืมคนที่รักเธอ สำหรับในครั้งนี้ ฉันรู้สึกเสียใจแทนตัวเธอและคุณแม่เธอจริง ๆ]

 

    ขณะที่ในมือถือกรอบรูปเอาไว้ น้ำตาของฟางเยวี่ยนก็ไหลออกมาอีกครั้ง