0 Views

LazyNine : แปล

 

เซี่ยวอี้ยังไม่ได้ทานอาหารเช้าเพราะเธอต้องรีบออกมาขับรถจี๊ปตามอารักขาฟางเยวี่ยน ตอนนี้เป็นเวลา 7 โมงเช้า ดังนั้นรถราบนท้องถนนจึงแน่นขนัด แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับฟางเยวี่ยนผู้เคยชนะการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ EBR มาก่อนเลย

 

ทักษะการขับขี่มอเตอร์ไซค์ของเธอนั้นช่างเหนือชั้น เธอจึงสามารถขี่ผ่านรถที่คับแน่นไปตามเส้นถนนได้สบาย ๆ หากเซี่ยวอี้ไม่เหยียบเร่งความเร็วรถเพื่อไล่ตามไปด้วยความเร็วสูงคงที่ เธอคงจะคลาดสายตาจากเด็กสาวไปแล้ว

 

ฟางเยวี่ยนไม่ได้ขับรถไปโรงเรียน แต่เธอกลับมายังที่โรงฝึกมวยแห่งหนึ่งที่ชื่อ ‘กวางหลง’  ที่นี่คือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดต่อการเรียนมวย มันเป็นที่ที่คอยช่วยสอนมวยให้กับเด็ก ๆ ฟางเยวี่ยนมักจะเรียนมวยอยู่ที่นี่

 

    ตั้งแต่ที่เจ้าของคนก่อนจากไปเพราะโรคหัวใจ โรงฝึกมวยก็มีแต่จะย่ำแย่ลงไปทุกวีวัน แทบจะไม่เหลือครูสอนมวยเหลืออยู่แล้ว

 

    จากนั้นฟางเยวี่ยนก็ถูกพายังที่นี่โดยภรรยาของเจ้าของคนก่อน เพียงเพื่อเก็บรักษาสถานที่ฝึกและความทรงจำในวัยเด็กของเธอไว้

 

    ฟางเยวี่ยนเปลี่ยนชุดของเธอและพันฝ่ามือของเธอด้วยผ้าก๊อต จากนั้นเด็กสาวก็เริ่มการฝึกมวยไทยของเธอในวันนี้

 

ทุกหมัดที่ซัดออกไปถือเป็นการระบายอารมณ์สำหรับเธอ สาเหตุที่ฟางเยวี่ยนเรียนมวยไทยนั้นไม่ใช่เพียงแค่เพราะเธอยากปกป้องแม่ของเธอ แต่ยังเป็นเพราะเธอต้องการจะระบายความโกรธเกรี้ยวของเธอที่มีต่อโลกใบนี้ หรือแม้แต่ต่อคุณพ่อมนุษย์ ATM ของเธอเองด้วย

 

เซี่ยวอี้ขึ้นไปยังร้านกาแฟที่อยู่บนชั้นสามของตึกฝั่งตรงข้ามเพื่อที่เธอจะได้สามารถมองเห็นฟางเยวี่ยนที่กำลังฝึกมวยอยู่ดี

 

“บริกร ขอลาเต้แก้วหนึ่งกับแซนวิชอีกหนึ่งนะ” เฉินหมิงนั่งลงที่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะอย่างนิ่งสงบก่อนจะแย้มยิ้มออกมา “คุณอยากจะทานอะไรหน่อยไหม?”

 

“ไม่ล่ะ” เซี่ยวอี้จับจ้องไปยังฟางเยวี่ยนที่กำลังฝึกอยู่ “แม่หนูนี่ฝึกมวยแทบทุกวัน นั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงได้เก่งกังฟูนักล่ะนะ”

 

“แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ผมไม่ชอบวิธีชีวิตของเธอที่เป็นแบบนี้ มันเรียบง่ายเกินและจะถูกเล่นงานเอาได้ง่าย ๆ ที่ผมจะพูดก็คือถ้าเธอเป็นเด็กสาวทั่ว ๆ ไปคนนี้ที่เกียจคร้านและอยู่แต่ในบ้าน ผมคิดว่าพวกเราน่าจะคุ้มครองเธอได้ง่ายกว่า”  เฉินหมิงพูดพลางก็กินแซนวิชของเขาไป

 

    “นายต้องได้เงินมาจากเมื่อวานนี้เยอะเลยสินะ เธอให้นายมาเท่าไหร่ล่ะ?” เซี่ยวอี้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดผ่านทางกล้องส่องทางไกลเมื่อวานนี้

 

    “20,000 ได้มั้งผมว่า? ผมถามลีชางลชิวมาแล้ว ฟางซื่อฉวนให้เงินลูกสาวสุดที่รักของเขา 1,000,000 ต่อเดือนเป็นอย่างต่ำนับแต่เธอยังอายุแค่ 14 และไม่เคยถามเธอเลยว่าเธอใช้เงินยังไง ฟางเยวี่ยนใช้เงินที่มากมายขนาดนั้นได้ไม่หมดหรอกต่อให้เธอพยายามก็เถอะ…”

 

    “เราต่างก็เป็นเด็กผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ แต่ทุก ๆ วันในกระเป๋าเงินฉันดันมีเงินอยู่แค่ 10 หยวนเอง ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย” เซี่ยวอี้หัวเราะ

 

    “ผมมีชั่วโมงสอนวันนี้ ต้องกลับไปโรงเรียนแล้ว อ้า แล้วนี่ค่าทำงานล่วงเวลาของคุณ” เฉินหมิงมอบซองเงินซองหนึ่งให้กับเซี่ยวอี้และเดินจากไป

 

    “ขอบคุณมากค่า” เซี่ยวอี้เปิดซองเงินออกอย่างตื่นเต้น แต่รอยยิ้มของเธอก็เป็นอันต้องแช่นิ่งไปในเวลาเพียงชั่ววินาที เมื่อเธอพบว่าในซองเงินซองใหญ่นั้นมีเงินอยู่แค่ 200 หยวน… “บริกรคะ ฉันขอจ่ายเงินค่ะ”

 

    “อรุณสวัสดิ์ครับ ทั้งหมด 150 หยวนถ้วนครับ”

 

    “อะไรนะคะ? แต่ฉันสั่งแค่น้ำเปล่าแก้วเดียวเองนะ!”

 

    “เพื่อนของคุณสั่งลาเต้หนึ่งแก้ว แซนวิชหนึ่งชิ้น และทูน่ากับแฮมเบอร์เกอร์คาเวียร์ซูพรีมก่อนที่เขาจะออกไปเมื่อครู่นี้ครับ”

 

“…ไม่ค่ะถ้าอย่างนั้น นี่ค่ะเงิน” เซี่ยวอี้ยิ้มแหย และส่งซองเงินในมือให้กับบริกรไป  

 

    ในขณะเดียวกัน ที่อีกด้านหนึ่งของเมือง ฟางซื่อฉวนกำลังนั่งอยู่ที่ที่นั่งหลังบนรถเอสคาลาด ยานพาหนะเชิงพาณิชย์ของเขา ดื่มชาไปพลางก็เช็คดูเอกสารไปพลาง

 

    เมื่อพวกเขาหยุดรถลงเพื่อรอสัญญาณไฟจราจร เสียงดังกระหึ่มของเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นมาดึงความสนใจของฟางซื่อฉวนไป เขาสังเกตเห็นเด็กสาวร่างบาง สวมชุดนักเรียนโรงเรียนเอกชนโพลารีสและหมวกกันน็อคที่กำลังขี่อยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ EBR

 

    “ฟางเยวี่ยน?” ฟางซื่อฉวนเผลอลดรถกระจกหน้าต่างรถลงโดยไม่ทันคิด

 

    “อย่าครับ!” ลีชางชิวร้องตะโกน เจ้าคนสวมหมวกกันน็อคหยิบเอาปืนติดไซเรนเซอร์ออกมาจากในชุดนักเรียน ลูกกระสุนบินพุ่งผ่านขอบกระจกกันกระสุนเข้ามายังภายในที่โดยสาร ก่อนที่นักฆ่าจะทันได้ลั่นไกอีกนัด ลีชางชิวก็กระโดดลงจากรถผ่านหน้าต่างของที่นั่งด้านหน้าและออกมาเตะเจ้านักฆ่าจนปลิวร่วงจากรถไปยังถังขยะที่อยู่ไม่ไกลจากมอเตอร์ไซค์ หมวกกันน็อคของนักฆ่ากระเด็นหลุดออกไป

 

    นักฆ่าคนนั้นไม่ใช่ฟางเยวี่ยน มันไม่ใช่ผู้หญิงด้วยซ้ำ แต่เป็นเพียงแค่ผู้ชายตัวผอมสูงคนหนึ่ง

 

    พวกรถที่อยู่ทางด้านหลังรู้ได้ว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น พวกนั้นจึงรีบขับหลบออกไปโดยไว

 

    “หาเรื่องกับซินเหลียนเซิ่ง แล้วพวกแกจะจบศพไม่สวย…” เจ้านักฆ่าพยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็เปล่าประโยชน์

 

    “คิดถึงจุดจบของแกเองก่อนดีกว่านะตอนนี้” ลีชางชิวเอ่ยด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

 

    เจ้านักฆ่าร้องออกมาอย่างน่าพรั่นพรึง นิ้วมือทั้งหมดของมันถูกหักทิ้งทั้งหมด มันไม่น่าจะใช้มือของมันได้อีกต่อไปแล้วนับจากนี้ หลังจากเจ้านักฆ่าสลบไปแล้ว ลีชางชิวก็กลับมาที่รถ

 

    “เจ้าอันธพาลพวกนั้นถึงกับแต่งตัวเหมือนลูกสาวของฉันเพื่อมาฆ่าฉัน…” ฟางซื่อฉวนตัวสั่น หากแต่ไม่ใช่เพราะความกลัว

 

“บอสครับ ดูเหมือนว่าพวกมันจะเริ่มใช้อาวุธแล้ว บอสต้องการให้ผมติดต่อไปหาอธิบดีตำรวจไหมครับ?” ลีชางชิวถาม

 

“ไม่ พวกเราทั้งสองฝ่ายต่างก็มาจากโลกใต้ดิน เพราะอย่างนั้นไม่จำเป็นต้องให้ตำรวจช่วยหรอก…แต่ในเมื่อพวกมันเริ่มก่อน ก็อย่ามาโทษที่ฉันอำมหิตแล้วกันครั้งนี้ ต่อสายหา ‘เฒ่าเฟิง’ ถึงเวลาที่พวกนั้นต้องตอบแทนฉันแล้ว” ฟางซื่อฉวนเอ่ยเสียงเรียบ

 

    “บอสครับ มันจะสูญเปล่าไปหน่อยเหรอครับที่จะให้ ‘เต่าเฟิง’ มาตอบแทนด้วยเรื่องอะไรแบบนี้? จะให้ผมติดต่อหาเพื่อนเก่าของผมจากที่หน่วยก็ได้นะครับ เพียงแค่คืนเดียว…” ฟางซื่อฉวนส่ายหน้าก่อนที่ลีชางชิวจะได้พูดจบซะอีก

 

    “ชางชิว อย่าทำเรื่องพวกนั้นอีกเลย ตอนนี้เธอเป็นบอดี้การ์ดนะ ไม่ใช่นักฆ่า ให้คนอื่นที่ชื่นชอบการฆ่าฟันมาจัดการเรื่องนี้เถอะ” ฟางซื่อฉวนเตือนชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน “แล้วก็ช่วยแคนเซิลนัดทั้งหมดในคืนนี้ให้ฉันด้วยนะ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องไปทำ”

 

    “ครับ บอส” ลีชางชิวขึ้นมาบนรถอย่างรวดเร็ว เจ้านักฆ่านั่นถูกมัดติดกับถังขยะไปเรียบร้อยแล้ว

 

    มื้ออาหารเมื่อคืนทำให้ฟางเยวี่ยนเป็นมิตรกับเฉินหมิงมากขึ้น ในอดีต ฟางเยวี่ยนมักจะหลับหมอบลงไปกับโต๊ะตลอดไม่ว่าจะเป็นคาบเรียนวิชาไหนก็ตาม แต่วันนี้ เธอนั่งนิ่งสงบและมองออกไปยังนอกหน้าต่างตลอดเวลาในคาบเรียนของเฉินหมิง

 

    ถึงแม้เมื่อเฉินหมิงถามคำถามเธอ เด็กสาวจะยังคงส่งนิ้วกลางชูเด่นหรามาให้เฉินหมิงเหมือนเช่นเคย แต่มันก็ไม่ได้แฝงไว้ด้วยท่าทีเป็นศัตรูอีกต่อไปแล้ว

 

    เฉินหมิงกินแฮมเบอร์เกอร์ราคาแพงยับที่เขาซื้อมาเมื่อเช้าในช่วงเวลากลางวัน นั่นทำให้เซี่ยวอี้รู้สึกอยากจะกระโดดเตะยอดหน้าของเขาขึ้นมาจริงจัง…วันนี้เป็นวันที่แสนสุขสงบ ไม่มีคาบเรียนฝึกสอนการต่อสู้อิสระที่แสนจะดุเดือดอีกแล้ว ฟางเยวี่ยนเองก็ไม่ได้เจอนักฆ่าหรือพวกอันธพาลปลาซิวปลาสร้อยที่ไหนโผล่มารังควาน และแผลที่ตาของเธอเองก็อาการดีขึ้นเยอะ

 

    ฟางเยวี่ยนพบกับเฉินหมิงในลิฟท์อีกครั้ง เฉินหมิงยิ้มและทักทาย “สวัสดี” ฟางเยวี่ยนยืนนิ่งไป 10 วินาทีก่อนจะตอบ “อืม” กลับมา ดูเหมือนฟางเยวี่ยนจะไม่ได้เกลียดอีตาอาจารย์คนนี้อีกต่อไปแล้ว

 

    แต่ภาพฉากอันแสนสงบสุขนี้ก็มาถึงจุดจบทันทีที่ลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นที่ 16 ลีชางชิวยืนในโถงทางเดินด้วยรอยยิ้ม “ไม่พบกันนานเลยนะครับ คุณหนูฟาง”

 

    ใบหน้าของฟางเยวี่ยนพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาอีกครั้ง เธอกระชับกระเป๋าของเธอและก้าวเร็ว ๆ ไปในห้องพัก

 

    “ให้ผมช่วยนะครับ คุณหนูฟาง” ลีชางชิวพยายามช่วยเธอถือกระเป๋า

 

    “ไปให้พ้นเลย ไอ้ลิ่วล้อ ฉันถือของฉันเองได้” ฟางเยวี่ยนเปิดประตูห้องและปิดมันลงเสียงดังสนั่น

 

    เหลือเพียงชายสองคนในโถงทางเดิน “ทำไมนายถึงมาอยู่นี่ได้…โอ้ ไม่นะ นี่บอสของนายก็อยู่นี่ด้วยงั้นเหรอ?” เฉินหมิงถาม

 

    “เขาอยู่ในห้องพักครับ” ลีชางซูถอนหายใจ

 

    ฟางเยวี่ยนมองเห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับแฟ้มเอกสารอีกสองสามเล่มในมือ เขาแบบนี้ให้เธอเห็นมาได้เกือบ 10 ปีแล้ว ดูราวกับรูปปั้นยังไงยังงั้น

 

    ฟางเยวี่ยนไม่เอ่ยปากพูดสิ่งใดและเดินตรงไปยังห้องนอนของเธอ

 

    “ฟางเยวี่ยน…” พ่อของเธอเอ่ยเรียก

 

    “เรียกฉันเหรอคะ คุณมนุษย์ ATM?” ฟางเยวี่ยนไม่แม้แต่หันกลับมามอง

 

    “เรามาคุยกันหน่อยได้ไหม? อย่าต่อต้านมากนักเลย ไม่ว่ายังไง พ่อก็ยังเป็นพ่อของลูกนะ” ฟางซื่อฉวนกล่าวอย่างอ่อนโยน

 

    “คุณมนุษย์ ATM คะ จำคำที่คุณบอกกับฉันเมื่อ 2 ปีก่อนตอนที่ฉันออกจากบ้านมาได้ไหมคะ? คุณสาบานเลยว่าคุณไม่อยากเห็นหน้าฉันอีกเป็นครั้งที่สอง” ฟางเยวี่ยนกลับมายังห้องนั่งเล่นในท้ายที่สุด

 

    “นั่นเป็นเพราะพ่อโกรธมาก พ่อไม่อยากให้ลูกจากพ่อไป”

 

    “แล้วคุณจำได้ไหมว่าทำไมฉันถึงออกมาจากบ้าน? มันเพราะว่าคุณยังมัวแต่ประชุมระยำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ที่บริษัทนั่นตอนที่คุณแม่ตายในวันนั้นไง! คุณไม่มีแม้แต่เวลามาดูใจท่านด้วยซ้ำ! ดูสิว่าคุณเย็นชาขนาดไหน! มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลินไห่ผู้เป็นนายแสนยิ่งใหญ่ เขายังประชุมอยู่ที่บริษัทแม้แต่ตอนที่ภรรยาของตัวเองตาย! แล้วคุณแม่ล่ะ? ท่านมอบทุกอย่างให้กับคุณตลอดเวลาหลายปีมานั้น แต่เวลาที่คุณอยู่กับท่านยังน้อยซะกว่าเวลาที่คุณอยู่กับไอ้ลิ่วล้อของคุณเลยด้วยซ้ำ!” ฟางเยวี่ยนร้องตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด

 

    “ระวังคำพูดของลูกไว้ด้วย! พ่อเป็นพ่อของลูก และลูกก็เป็นผู้หญิง อย่าพูดจาให้มันหยาบคายนัก!” ฟางซื่อฉวนลุกขึ้นยืนอย่างมีโทสะ

 

    “ฉันก็แค่อยากจะบอกให้คุณรู้ว่าคุณทำอะไรลงไปบ้าง คนอย่างคุณน่ะไม่ควรมีลูกมีเมียด้วยซ้ำ คุณน่ะควรจะไปทำไอ้เรื่องอย่างว่านั่นกับเงินและรับสต๊อกสินค้าเป็นลูกซะ!”

 

    “เพียะ!”

 

ฟางเยวี่ยนถูกตบหน้าเสียงดังกังวาน เด็กสาวหลั่งน้ำตา แต่นั่นไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด