0 Views

เทพโล้นตกสู่ฝันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตระหว่างที่มันกำลังโคม่า มันฝันว่ามันถูกวาร์ปไปในหนังเรื่อง “SAW” .อย่างกะทันหัน – หนังสยองขวัญคลาสสิคตลอดกาล มันกำลังมีเซ็กซ์กับใครบางคน ที่มันมองเห็นทั้งหมด ก็คือหุ่นกระบอกตัวเล็กค่อยๆไต่ขึ้นมาบนเข่าของมัน จากนั้น หุ่นไม้สุดหลอนอ้าปากกว้าง เขมือบหัวของมันเข้าไป ก่อนจะกลายร่างเป็นซอมบี้ในหนังเรื่อง ‘plants and zombies’

 

ฝันก็คงเป็นเพียงความฝัน แต่ความเจ็บปวดนั้นจริงแท้ มันรู้สึกว่ามีเลือดไหลลงมาที่แนวขนตา เฉินหมิงที่สวมหน้ากากหุ่นกระบอกยืนควงปืนสักอยู่ด้านหน้ามัน

“แกทำอะไร?” เทพโล้นสะกดความเจ็บปวดกล่าวถาม

 

“อย่าขยับ เอาล่ะ เริ่มกันเลย! ชั้นจะสักคำว่า ‘ขันที’ ลงบนหน้าผากนาย น่าจะสวยไม่เบาทีเดียว” เฉินหมิงออกแรงกด มันเจ็บจนเทพโล้นตัวสั่น

“ฆ่าชั้นเถอะ! อย่าทำกับชั้นอย่างนี้เลย ขอร้องล่ะ! ชั้นไม่ใช่ขันที! จะให้ชั้นไปเจอลูกพี่ได้ยังไง!?” เทพโล้นตะโกนก้อง

 

“เฮ้ อย่ากังวล นายต้องชอบอันนี้ด้วยแน่” หลังสักจนหมด เฉินหมิงถอดกางเกงของเทพโล้นออกอย่างรวดเร็วจนมันไม่อาจขัดขืนได้เลย

เซียวอี้ปิดตาลงเมื่อเห็นการกระทำของเฉินหมิง

 

“นี่จำเป็นด้วย? ถ้าอยากให้ชั้นตาย ก็ให้ชั้นตายอย่างรวดเร็วเถอะ ชั้นจะขอบคุณนาย

..”เทพโล้นร่ำร้องไม่หยุด

“นายเคยดูหนัง 007 มั้ย?” เฉินหมิงถามขณะหยิบเชือกหนาที่ผูกปลายอีกด้านไว้กับน็อตตัวใหญ่ “นายพูดถึงอันไหน?”

 

“ 007 ภาคคาสิโนรอแยล ภาคแรกของ 007 คนใหม่น่ะ ที่ตัวเอกถูกถอดเสื้อผ้า ไข่ถูกผูกเชือกแบบนี้แหละ แต่ที่จริงมันก็เฟคอ่ะนะ เพราะหมอนั่นยังอึ๊บกะผู้หญิงต่อได้ แม่-เฟคสุดๆ จากแรงกระทำที่เห็น นั่นมันกระชากไข่หมอนั่นขาดได้เลยนะ ชั้นขอทดลองกับนายละกัน” เฉินหมิงกวัดแกว่งเชือกใส่หน้าเทพโล้น

“เอาล่ะนะ หนึ่ง…สอง….”

 

“ยอมแล้ว! ก็ได้! ชั้นบอก! ออกไปห่างๆจากไข่ชั้น! ชั้นจะบอกนายทุกอย่าง!” เทพโล้นพังทลายสิ้นเชิง ตรรกะของมันถูกความกลัวกลืนกินจนสิ้นซาก มันทนการทรมาณได้ทั้งหมด 27 นาที นั่นถือเป็นสถิติที่ไม่เลวเลย คนปกติทั่วไปทนได้ประมาณ 10 นาที ต่อให้เป็นทหารอาชีพที่ผ่านการทรมาณมานักต่อนัก ก็ทนได้แค่ 40 นาทีเท่านั้น

 

แต่เทพโล้นสมกับเป็นเบอร์ 2 ของตงชวน มันรู้เรื่องแทบทุกอย่างของซินเหลียนเซิ่ง และมีหลายอย่างที่ตำรวจตามสืบนับสิบๆปี. นี่ยังรวมถึงนายตำรวจสองนายที่ต้องสังเวยชีวิตเพื่อสืบความลับที่ว่าอีกด้วย

 

“พวกนายกำลังสุมหัวทำอะไรกัน?” เฉินหมิงขยับเก้าอี้ นั่งลงตรงหน้าเทพโล้น

“ยาล็อตใหญ่กำลังจะมาจากเวียดนามทางเรือเร็วๆนี้” เทพโล้นตอบคำถามคอตก มันตอบทุกอย่างออกมาอย่างกับ สิรี “มีงานต่ำๆ อะไรอีกมั้ย?”

“ลูกพี่หาสมุนจากยูเครนมาได้ พวกมันจะมาในอีกไม่กี่วัน”

“ได้ยินว่าพวกนายตอนนี้เป็นศัตรูกับฟางซื่อฉวน คิดจะลักพาตัวลูกสาวมันหรือเปล่า?”

 

“ชั้นไม่รู้…ตงชวนไม่ได้พูด พวกเราไม่มีแผนเรียกค่าไถ่อะไรเลยจริงๆ แค่อยากฆ่านังเด็กนั่น ฟางซื่อฉวนหลอกฮุบของของเราไป ถนนบันเทิงเส้นนี้เป็นของพวกเราซินเหลียงเซิ่ง มันเอาของๆเราไป เราก็จะเอาลูกสาวที่สำคัญที่สุดของมันมา”

 

“ฟางซื่อฉวนมีชื่อเสียง บอดี้การ์ดรอบตัวมากมาย นายจะฆ่าลูกมันยังไง?”

“ตงชวนวางแผนไว้หมดแล้ว พวกเราส่งคนแฝงตัวไปข้างกายฟางเยี่ยนนานแล้ว อยู่ที่จะลงมือเมื่อไหร่เท่านั้น”

 

“นายรู้จักคนที่แฝงตัวเข้าไปมั้ย?” เซียวอี้ถาม

“ไม่รู้ พวกเราฟังมาจากตงชวนทั้งนั้น เป็นแค่ลิ่วล้อ”

“ดีมาก นายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตอนนี้ คิดหาวิธีหลุดออกมาเองละกันนะ” เฉินหมิงโยนกุญแจให้เทพโล้น ก่อนหายตัวไปพร้อมพยาบาลสาว

 

ระหว่างขากลับ เซียวอี้ตั้งคำถาม “ปล่อยมันทำไม? มันสามารถเป็นพยานความผิดที่ซินเหลียนเซิ่งทำทั้งหมดได้เลยนะ”

“ชั้นเป็นบอดี้การ์ด ไม่ใช่ตำรวจ ถ้าเทพโล้นโดนตำรวจคุมตัว ตงชวนจะไม่ทำตามแผนเดิมแน่นอน นั่นจะยิ่งอันตรายกับผู้ว่าจ้างของเรา ข้อมูลที่เราเค้นมาทั้งหมดก็จะกลายเป็นเปล่าประโยชน์” เฉินหมิงนั่งผ่อนคลายที่ที่นั่งด้านหลังอย่างไม่สะท้าน

 

“นายปล่อยมันไป นายไม่กลัวมันไปบอกตงชวนรึไง?” เซียวอี้ไม่เห็นด้วยกับความคิดชายหนุ่ม

“อ๋อ มันไม่บอกหรอก เพราะมันไม่กล้า มันทรยศลูกพี่ตัวเอง และมันไม่อยากเล่นเกมส์ทรมาณแบบนี้อีกแน่ๆ ไอ้นั่นมันฉลาด มันอยู่ในโลกที่ปกครองด้วยกฏแห่งความป่าเถื่อน คนโง่น่ะ ไม่มีทางรอดอยู่ได้หรอกนะ”

จากมุมนี้ เฉินหมิงนับว่าทำร้ายเทพโล้น เทพโล้นหัวไวที่อยู่ในโลกป่าเถื่อนนั้นได้

 

“อย่างนั้น อย่างน้อยก็ต้องบอกฟางซื่อฉวนเรื่องลูกสาวของเขา?” เซียวอี้ยังคงคิดแบบตำรวจสาวที่เพิ่งค้นพบแผนฆาตกรรม

“แล้ว? ฟางซื่อฉวนก็จะส่งลูกตัวเองไปก่อนเวลา? ให้ตำรวจอารักขาลูกของเขา? แต่หมายความว่าพวกเราจะต้องตกงาน!! อย่าลืมสองแสนที่เราใช้หมดไปนั่นสิ! ชั้นจะจ่ายคืนยังไง? ขายตูดเรอะ?” คำพูดของเฉินหมิงทำให้เซียวอี้ใบ้กิน

 

“นาย..นายมันเลว! คิดแต่เรื่องเงินกับภารกิจ! ชีวิตคนก็ไม่ต่างจากเศษกระดาษสำหรับนาย?” เซียวอี้บันดาลโทสะ

“ชีวิตไม่เคยไร้ค่าด้วยตัวมันเอง มีแต่มีลมหายใจ จึงจะมีค่า ใจเย็นก่อน ฟางซื่อฉวนจ้างชั้นเป็นบอดี้การ์ดให้ลูกสาวเขา เพราะงั้น ไม่มีทางที่ใครจะทำอะไรเธอได้” รอยยิ้มของเฉินหมิงประดุจดังผู้ลงทัณฑ์ต่อซินเหลียนเซิ่ง

 

วันต่อมา งานของทั้งคู่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ การแฝงกายอารักขาคือรูปแบบการคุ้มครองที่ไม่อาจให้เป้าหมายรู้ตัวหรือรับรู้ แรงกดดันที่เกิดจากการลอบคุ้มครองได้       

 

นี่เป็นงานยากกว่าการอารักขาทั่วไป ข้อผิดพลาดในการป้องกันเกิดขึ้นได้ง่ายดายอย่างยิ่ง เพราะบอดี้การ์ดไม่สามารถเปิดเผยตัว ดังนั้น จำต้องสร้างความสัมพันธ์เพื่อเข้าใกล้ตัวเป้าหมาย หมายถึงผู้คุ้มกันต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี อย่างน้อย ต้องไม่ทำให้เป้าหมายเกลียดคุณ

โรงเรียนเอกชนโพลารีสเป็นโรงเรียนคุณหนู ไม่สนใจเรื่องเกรดการเรียนเท่าไหร่ แค่ต้องการกระดาษยืนยันตัวจากพ่อแม่เด็กเท่านั้น นี่ไม่ใช่โรงเรียนไม่ชอบเด็กธรรมดาทั่วไป แต่เป็นเพราะค่าเทอมที่นี่ สูงจนคนธรรมดาไม่มีปัญญาเข้าเรียนได้

 

เมืองหลินไห่มีทัศนียภาพงดงาม ดังนั้น พวกลูกคนมีเงินเลือกมาที่นี่เพื่อเข้าโรงเรียน เหมือนกับมาพักผ่อนวันหยุด ในฐานะประธานโรงเรียน ฟางซื่อฉวนจัดหาตำแหน่งงานให้เฉินหมิงและเซียวอี้ได้อย่างง่ายดาย แต่จากข้อมูลที่ให้มา ทั้งสองคนต้องไม่รู้จักกันมาก่อน ดังนั้น ต้องไปโรงเรียนไม่พร้อมกัน เซียวอี้สวมชุดตามความเหมาะสม หญิงสาวใส่แว่นตากรอบทอง สีหน้าเย็นชา

 

เฉินหมิงสวมแว่นดำ เสื้อเชิร์ตเก่าโทรม กางเกงและรองเท้าราคาถูก  ถือกระเป๋าหนังใส่เอกสาร ไม่ต่างจากศาสตราจารย์สติเฟื่องในมหาวิทยาลัย

ตอนนี้ชายหนุ่มไม่มีรถอีกต่อไป เขาต้องออกจากที่พักเวลาหกโมงเช้า โดยสารรถบัส

เฉินหมิงยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน บอกกับตนเองว่า จากวันนี้ไป ต้องกลายเป็นคุณครูขี้แพ้ในโรงเรียนนี้