0 Views

“เซิ่นฉือ” ตั้งอยู่ใจกลางถนนบันเทิงหลินไห่ แม้ฟางเถียนกรุ๊ปจะเข้าครอบครองสถานที่ไปเมื่อครึ่งเดือนก่อน แต่ไม่ว่าใครก็รู้ว่า ซินเหลียนเซิ่งคือเจ้าของแท้จริง

 

แต่ละร้านแต่ละบาร์มีเจ้าของเป็นแก๊งค์ต่างๆ หัวหน้าแก๊งค์บางคนจากไปหลังขายหุ้น แต่ตงชวนเข้าถือสิทธิ์และแต่งตั้งหัวหน้าแก๊งใหม่ทันที เซิ่นฉือเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หัวหน้าของที่นี่เรียกว่า “เทพโล้น” มันคือสมุนอันดับสองของตงชวน ที่จริงมันก่อเรื่องราวและสร้างความเสียหายมากมาย แต่มีคนเข้าคุกแทนมัน ตงชวนเข้าใจดีว่ามันเองมิได้ฉลาดเช่นฮวาจื่อเฉียง ดังนั้นบอกต่อสมุนของตนเองเสมอๆ “คนเรา จะฉลาดตลอดเวลาน่ะมันยาก ที่สำคัญคือ อย่าแพ้”

 

เทพโล้นคือลูกผสมของความอาฆาตพยาบาทและความลามกหื่นกาม ดูจากกฏที่มันตั้งในบาร์เซิ่นฉือก็รู้ได้ หากลูกค้าเป็นสาวสวย หรือมากับสาวสวย ก็สามารถเข้าไปในบาร์ได้ฟรีๆ โดยไม่ต้องเข้าคิว

 

บาร์ของมันมีสองชั้น ชั้นล่างคือลานสาธารณะ ส่วนชั้นบนคือส่วนห้องวีไอพีทั้งหมด สถานที่นี้ของซินเหลียนเซิ่งขึ้นชื่อเรื่องการรักษาความปลอดภัย ทุกคนในที่นี้คือนักเลงอาชีพ และไม่ต้องกลัวตำรวจใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น บาร์นี้นับว่ามีอิทธิพลไม่น้อย หากแต่ห้องวีไอพีแพงหูฉี่ ราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 20000 หยวน

 

เซียวอี้ไม่เคยเข้ามาสถานที่แบบนี้มาก่อนเลย เธอเคยไปเพียง KTV บ้างเป็นบางครั้งกับเพื่อนๆร่วมงาน หญิงสาวคาดว่ามีเพียงคนโง่ไร้สมองจึงมายังที่แบบนี้ ในสายตาของเธอ คนอัดแน่นเป็นปลากระป๋องบนฟลอร์ เสียงดนตรีแสบแก้วหู เหล่าหญิงสาวภายใต้เมคอัพหนาเตอะ  รวมทั้งพวกอันธพาลขาโหด นี่คือสิ่งที่เซียวอี้คิด

 

แต่นี่คือซินเหลียนเซิ่ง และหญิงสาวรู้ว่าเฉินหมิงพาเธอมาที่นี่ทำไม ไม่ใช่แค่ดื่มเบียร์แกล้มถั่วแน่นอน

 

“ผมไม่ได้อยู่ที่นี่มาเป็นสิบปี บอกผมหน่อยสิ ในสายตาเธอแล้ว ซินเหลียนเซิ่งเป็นไงบ้าง?  เฉินหมิงถามเซียวอี้

“ซินเหลียนเซิ่งคือแก๊งอันธพาลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลินไห่ พวกมันดื้อด้าน และมักเกี่ยวข้องกับการค้ายา ค้าประเวณี มือปืน การพนัน…ทุกอย่างที่ผิดกฏหมาย พวกมันเอาทั้งนั้น แต่ฮวาจื่อเฉียงมีเงินไม่น้อย มีลิ่วล้อและกลงิธีอยู่บ้าง อาชญากรรมที่มันลงมือส่วนใหญ่มีแพะรับบาปไปแล้ว พวกมันถึงขนาดเลี้ยงดูคนป่วยไว้ในแก๊งโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่แพะรับบาป ฟางซื่อฉวนครั้งนี้นับว่าหาเรื่องผิดคนแล้วจริงๆ …ถ้าพวกมันเริ่มทวงแค้น พวกมันไม่มีทางหยุดจนกว่าเป้าหมายจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ชั่วร้ายอย่างที่สุด” เซียวอี้ตรวจสอบข้อมูลแก๊งนี้มาก่อนหน้านานแล้ว

 

“งั้นเหรอ?” เฉินหมิงยังคงมีสีหน้า “ไม่ยี่หระ” เหมือนเดิม เขาฆาตกรรมมาเฟีย 104 คนเพียงลำพังตอนอายุสิบหกปี การจะหาคนที่ทั้งชั่วร้ายและอำมหิตกว่าชายหนุ่ม นับว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ

 

“อืม ผมเห็นผู้ชายตรงโน้น สูง 180 หัวล้าน รอยสักไม้กางเขนที่ท้ายทอย มันเป็นคนของซินเหลียนเซิ่ง?” เฉินหมิงโยกศีรษะไปตามจังหวะดนตรีพลางกล่าวถาม

 

“เทพโล้น? มันคือลิ่วล้ออันดับสองที่รับใช้หัวหน้าคนใหม่ของซินเหลียนเซิ่ง มันทั้งหื่นกามทั้งร้ายกาจ อย่าไปหาเรื่องมัน” เซียวอี้รู้ดีว่าเฉินหมิงไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น แต่ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของตนเอง ถ้าลงไม้ลงมือกัน นอกจากเฉินหมิงจะกลายร่างเป็นนักล่าสังหารอีกครั้ง ทั้งคู่คงไม่สามารถรอดปลอดภัยออกไปได้

 

“ไม่ไม่ ผมไม่หาเรื่องมันแน่นอน เธอคิดมากเกินไป หมอนี่เป็นคนดีนะ มันมาถามว่าแม่ผมเป็นไงบ้าง ผมเลยทักทายตามประสามิตรไปที่หน้ามันนิดหน่อย” เฉินหมิงฉีกยิ้ม

 

“บ้าเอ๊ย นายทำอะไร? ชั้นนึกว่านายไปห้องน้ำ!” เซียวอี้เริ่มเครียดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคของเฉินหมิง

 

“เธออิ่มรึยัง? ได้เวลาไปแล้ว ที่นี่เสียงดังเกินไปหน่อย” เฉินหมิงวางขวดเบียร์ที่เพียงจิบไปเล็กน้อยลงบนโต๊ะ

 

“ให้ตายสิ ชั้นรู้ว่านายคิดทำอย่างอื่น! ยังไงก็ช่าง นายต้องอออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด” เซียวอี้เดินตามเฉินหมิงแหวกผู้คนออกจากเซิ่นฉือ บาร์เซิ่นฉือยามนี้อยู่ในช่วงที่ผู้คนคึกตักที่สุด  ทั้งสองมาถึงรถจี๊ป แต่เซียวอี้กลับพบถุงกระสอบที่ดิ้นกระดุ๊กกระดิ๊กอยู่ในนั้น

 

“นี่มันเฮงซวยอะไรเนี่ย?” เซียวอี้พูดออกมาด้วยท่าทีแตกตื่นชัดเจน

“เทพโล้น” เฉินหมิงยิ้ม ชายหนุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ มุ่งตรงไปยังโรงงานกระเบื้องร้าง

เจ้า “เทพโล้น” เองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับตัวเองเช่นกัน มันกำลังอึ๊บสาวอยู่ในห้องน้ำ จู่ๆก็มีเงาดำกระโดดออกมาจากกำแพง ใช้ท่ากากบาทใส่มันจนแทบตายอยู่ตรงนั้น

 

ในฐานะนักเลงอาชีพ พลาดท่าในการลอบโจมตีแบบนี้นับว่าน่าขายหน้าที่สุด ดังนั้นมันดิ้นรนสุดชีวิต ส่งคำถามสารทุกข์สุขดิบถึงมารดาอีกฝ่ายออกไปเพื่อสร้างความสับสน จากนั้น มันถูกน็อคสลบก่อนบรรจุใส่ถุงกระสอบ มันคืนสติทันทีที่ร่วงลงสู่ถังขยะบนพื้น

 

นี่คือสิ่งที่เทพโล้นปะติดปะต่อได้จากการลักพาตัวมันครั้งนี้ มันรู้สึกว่านี่มันคือเรื่องบัดซบที่สุดที่คนอย่างมันเองยังต้องถูกลักพาตัว

กระสอบถูกยกขึ้น เทพโล้นถูกมัดติดกับเก้าอี้ปลดทุกข์ที่มีรูตรงกลาง

แสงไฟกระพริบเจิดจ้าแสบตาทั่วทิศ ผู้ชายคนหนึ่งที่สวมแค่กางเกงขาสั้นหนังกับผ้ากันเปื้อนยางยืนอยู่ที่ด้านหน้ามัน กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์บนโต๊ะปฏิบัติการ ใบหน้าของผู้ชายคนนั้นสวมไว้ด้วยหน้ากากหุ่นกระบอกน่าสะพรึงแบบเดียวกับในหนัง

บนโต๊ะปฏิบัติการเรียงรายไปด้วยมีดผ่าตัด คีมหนีบ รวมทั้งคัตเตอร์หลากหลาย ราวกับศัลยแพทย์ ช่าง และช่างไม้กำลังทำงานร่วมกัน

 

“สหาย บอกมาว่านายเป็นใคร ถ้าชั้นล่วงเกินสหายไปโดยไม่ตั้งใจ ขอชดใช้ด้วยโต๊ะจีนสิบโต๊ะพร้อมขอขมาถ้านายปล่อยชั้นออกไป แต่หากนายจับคนผิด..อืม ชั้นไม่ใช่คนใจแคบ นายปล่อยชั้นไป ชั้นจะไม่ถือสาแล้วกัน”

เทพโล้นพยายามร้องขอความเมตตาอย่างใจเย็น

“พยาบาล ช่วยตรวจความหนาของผิวหนังหมอนี่หน่อยสิ” เฉินหมิงพูดอย่างนุ่มนวลผ่านทางเครื่องแปลงเสียง เซียวอี้ที่สวมหมวกพยาบาลโน้มตัวลง แทงเข็มทะลุมือของเทพโล้นอย่างแรง

“สั-เอ๊ย! มันเจ็บนะเว้ย!” เทพโล้นแหกปากลั่น เนื่องเพราะเซียวอี้ไม่ชำนาญในการแทงเข็ม ทั้งขนาดของเข็มก็ไม่ธรรมดาอีกด้วย

 

“อย่าเสียงดังสิ แค่แป๊บเดียวก็จะสบาย” เซียวอี้เริ่มช่วยเฉินหมิงเช็ดอุปกรณ์ แต่ที่ใช้เช็ดไม่ใช่แอลกอฮอล์ เป็นน้ำมันพริกคั่ว..

“เฮ้ย! ตรงไหนที่มัน “สบาย” กันวะ? เลือดไหลไม่หยุดเลยเนี่ย!” มือซ้ายของเทพโล้นบวมขึ้นทันตา

“โอ้ ดูท่านายจะแพ้ของพวกนี้สินะ” เฉินหมิงมองสำรวจมือของเทพโล้น

“ช่าย ข้าแพ้ของพวกนี้ ข้าถึงไม่เคยเล่นยาไงล่ะ!” เทพโล้นพูดตรงไปตรงมา

“ไม่เป็นไร ผลข้างเคียงของอาการแพ้พวกนี้ แค่ทำให้นายเจ็บมากขึ้นอีกนิดเท่านั้น” เฉินหมิงเสียบเข็มที่บรรจุเต็มด้วยสารประหลาดบางอย่างเข้าใส่เทพโล้น

“อ๊าาาาาาาา….” นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เทพโล้นร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด

“ไอ้เ-็ดแม่-งงงเอ๊ย! อย่าให้-ูรอดไปได้นะ-ึง! -ูจะฉีก-ึงออกเป็นชิ้นๆ !”

 

“ชั้นไม่แน่ใจนักว่านายจะออกไปทั้งมีลมหายใจได้รึเปล่า คุณสมบัติของสารกระตุ้นตัวนี้ออกฤทธิ์สามชั่วโมง มันจะทำให้เส้นประสาทของนายไวต่อการกระตุ้นมากขึ้น ต่อให้แค่ตบหน้านาย แต่นายจะรู้สึกเหมือนถูกค้อนฟาด…ยินดีด้วยจริงๆ นายจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดพอๆ กับที่ผู้หญิงคลอดลูกเลยล่ะ” เฉินหมิงอธิบายอย่างแจ่มชัด

“แกเป็นใครกันแน่? ต้องการอะไร? เงิน? แก้แค้น? อย่างน้อยก้บอกเหตุผลมาสิว่าทำไมข้าต้องตาย?” เทพโล้นสั่นสะท้าน

 

“พวกเราไม่ใช่ศัตรู ชั้นไม่ต้องการเงินนนาย แค่อยากรู้เรื่องของซินเหลียนเซิ่นเล็กน้อย พวกนายมีทั้งหมดกี่คน? สุมหัวกันอยู่ที่ไหน? พักนี้รวมหัวกันทำอะไร?..โอ้ และถ้านายรู้ขนาดรูตูดของตงชวน ก็บอกชั้นมาได้นะ”

นี่เหนือความคาดหมายของเซียวอี้ หญิงสาวไม่คาดว่าเฉินหมิงจะจับตัวรองหัวหน้ามาเค้นถาม ชายหนุ่มบอกว่าจะ “ทำการบ้านนิดหน่อย” ใช้วิธี “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่พ่าย” แม้เฉินหมิงพูดถูก ชายหนุ่มยังหน้าด้านขอให้เซียวอี้ใส่ชุดพยาบาลสาวเซ็กซี่ยั่วสวาท

“ขอร้องล่ะ ปล่อยข้าไปเถอะ! ข้าเพิ่งได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าสาขาไม่กี่วัน! ข้าไม่รู้เรื่องที่แกถามเลยซักอย่าง!” เทพโล้นอ้อนวอนทั้งน้ำตา

 

“อ่า-ฮะ นายตอบผิด เอาจริงๆนะ นายแสดงได้ห่วยมาก” เฉินหมิงถอนใจ มือเอื้อมหยิบค้อนอันน้อยๆ ทุบลงบนเท้าของเทพโล้นอย่างพิถีพิถัน

“แม่จ๋า! แม่จ๋า! หนูจะตายแล้ว!” เทพโล้นร้องโหยหวน

“นายคิดดีๆนะ รอบหน้า เราจะเล่นเป็นหมอฟันกัน โอ้ นายรู้มั้ย ชั้นขอบอกความลับนายอย่างนึง ชั้นถอนฟันเก่งมากๆเลยนะ” เฉินหมิงยืนขึ้น เปลี่ยนจากค้อนเป็นคีมหนีบ

“ข้าบอกไม่ได้ ถ้าตงชวนรู้ มันฆ่าข้าแน่..” เทพโล้นถอนใจยาว

 

“ดูคล้ายนายยังไม่ค่อยเข้าใจนะ อย่างแรก ชั้นไม่แน่ใจว่านายจะรอดไปถึงวันพรุ่งนี้ อย่างที่สอง ชั้นไม่รู้จักตงชวน แต่วิธีฆ่าคนของมัน แน่นอนว่าไม่มีทางเจ๋งไปกว่าชั้นได้” เฉินหมิงบีบกรามเทพโล้น บังคับมันอ้าปากออก ปากคีมยื่นเข้าไปด้านใน ก่อนถอนออกมา

 

เทพโล้นไม่ร้องอีกต่อไป ความทรมาณในครั้งนี้ทำให้มันหมดสติทันที