0 Views

บทที่ 16 นางฟ้างดงามของพระผู้เป็นเจ้า

 

คืนนี้เป็นค่ำคืนที่คึกคักที่สุด อีกทั้งนอกเหนือจากภายในงานนี้ก็ยังมีการตั้งโต๊ะพนันกันบนอินเทอร์เน็ตโดยบริษัทภายนอก อัตราต่อรองว่าใครจะได้เป็นผู้ชนะมีการผันผวนขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา หลังจากจบการร้องเพลงที่สาม เป็นครั้งแรกที่อัตราต่อรองของหยกฝัน

ลดต่ำลงกว่ากรีนทีอยู่ที่ 1:0.7 ส่วนอัตราของกรีนทีขึ้นไปสูงถึง 1:1.5 นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าเพลงที่สามของกรีนทีเผยข้อบกพร่องออกมาอย่างชัดเจน เพียงเท่านั้นก็ทำให้อัตราต่อรองผันผวนเช่นนี้ปรากฎออกมาได้ ทว่าการพนันก็เหมือนการซื้อหุ้น ทุกนาทีและวินาทีมันจำเป็นต้องวิเคราะห์อย่างใจเย็นและใช้การควบคุมในสถานการณ์ที่เหมาะสม  โกลเด้นกลอรี่กรุ๊ป – กลุ่มบริษัทธุรกิจการพนันที่ใหญ่ที่สุดคือผู้กำหนดอัตราต่อรองในรอบนี้ พวกเขาจ้างเจ้ามือเปิดโต๊ะ 50 คนลงบัญชีทางอินเตอร์เน็ต และเมื่อรวมถึงคนเดินโพยอีกกว่า 1000 คนทั่วประเทศ ก็ก่อร่างเป็นศูนย์บัญชาการกลางขนาดมหึมาขึ้นมา

และในช่วงวินาทีสำคัญนี้เอง ยังมีนักพนันมือเก๋าบางคนที่ฉวยโอกาสทำกำไรจากอัตราต่อรองที่ผันผวนโดยการทุ่มวางเดิมพันมหาศาลในครั้งเดียว ส่วนใหญ่ต้องการเสี่ยงดวงครั้งสุดท้ายซื้อหุ้นทางหยกฝัน อย่างไรซะ ความสามารถในการร้องเพลงของทั้งสองต่างกันจนเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม ในบรรดาเงินพนันก้อนใหญ่นี้ ยังมีพวกประหลาดบางคนที่ลงทุนเดิมพันกับกรีนทีในครั้งเดียวถึงห้าแสนหยวน จนแม้แต่เจ้ามือผู้รวบรวมออเดอร์ยังต้องตะลึง

 

สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้คือ การพนันขันต่อที่ใหญ่โตเช่นนี้ปกติจะไม่จัดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนจะไปสถานที่บางแห่งที่มีไวน์ขึ้นชื่อและสถานที่เดิมพันซึ่งมีความปลอดภัยกว่า แน่นอนว่าถ้าหากนักลงทุนคนใหนที่ต้องการจะปกปิดตัวตนมันก็จะเป็นอีกเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

เพลงที่สามจบลงไปแล้ว ฮวาปากมากกำลังโฆษณาเหล่านักร้องดาวรุ่งหน้าใหม่ ขณะที่เฉินหมิงปลดหูฟังออกและยืนขึ้น

“นายคิดจะทำอะไร?” การออกปากถามเฉินหมิงตลอดเวลากลายเป็นนิสัยของเซียวอี้ไปแล้ว

“ไปฉี่” เฉินหมิงตอบอมยิ้ม

ไม่นานหลังจากเฉินหมิงก้าวออกไป กรีนทีในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาว กางเกงดำ สวมทับด้วยเดรสสีดำค่อยๆ เต้นรำออกมาจากข้างเวทีในทำนองเพลง 【Billie Jean】ของไมเคิล แจ๊กสัน นี่คือเพลงตัดสินของเธอ รวมทั้งทักษะเผด็จศึกที่หญิงสาวฝึกฝนมานานกว่าครึ่งปีอย่างลับๆ

 

การเต้นของเธอนั้นก้าวตามอาจารย์ของเธอ  อดีตผู้ให้คำแนะนำและออกแบบท่าเต้นส่วนบุคคลแก่ไมเคิล แจ็คสัน และมีความคล้ายคลึงกับราชาเพลงป๊อปช่วงปลายถึง 98% ทักษะการเต้นของกรีนทีแน่นอนว่าไม่ได้รับมาจากการทำศัลยกรรมพลาสติก มูนวอร์ค,ยืนเอียง 45°, ท่าหมุนรอบตัว 360 องศาแบบต่อเนื่อง การยืนเขย่งปลายเท้า ทั้งหมดนี้ แม้แต่แดนเซอร์ข้างหลังยังทำไม่ได้เท่าเธอ ดั่งถูกต้องมนตร์เมื่อกรีนทีเป็นผู้ใช้ท่าเต้นเหล่านั้น ดั่งกับว่าเธอมีวิญญาณ ไมเคิล แจ็กสัน สถิตย์อยู่กับตัว

 

คนที่มีสายตาอยู่บ้างต่างรู้ดีว่า นี่คือการเต้นเลียนแบบไมเคิล แจ๊คสันที่ดีที่สุดในในเอเชีย หรืออาจจะดีที่สุดในโลกด้วยซ้ำ เมื่อสดับฟังเสียงตะโกนสั่นพร่าและเสียงครวญสะท้านบนเวที ไม่ว่าใครก็รู้ว่ากรีนทีนั้น…ขนาดไหน

 

หลังจากเพลงจบจะยังไม่ได้รับคะแนนในทันที พวกเขาจะตัดสินผลการโหวตทาง SMS จากผู้ชมซึ่งกำลังดูผ่านโทรทัศน์ ทุกๆหนึ่งแสนโหวตจากเบอร์โทรศัพท์ที่ต่างกันจะเท่ากับ 0.1 คะแนน ผู้แข่งขันที่ได้ขึ้นไปบนเวทีก่อนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะว่าด้วยหากร้องเพลงได้ไพเราะพอผู้ชมที่ไม่รู้เรื่องราวดีนักจะคว้าโทรศัพท์และโหวตออกไปทันที แม้ว่าหยกฝันจะสามารถทำได้ดีกว่าแต่การโหวตจากเบอร์ที่โหวตไปแล้วก็จะไม่นับ

 

การสามารถขึ้นแสดงเป็นคิวแรก แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายหนวดปลาหมึกของคนหนุนหลังกรีนทีนั้นยืดยาวไปถึงผู้กำกับเวทีในรอบสุดท้าย…

ก่อนขึ้นสู่เวที หยกฝันเองทราบจุดจบแต่แรก แต่ในฐานะของดาราแล้ว ต้องเคารพต่อเวที แม้จะต้องแพ้ แต่ก็ต้องยิ้มแย้มร้องเพลงสุดท้ายจนจบ

“คิวที่สอง ชั้นมาแล้ว” หยกฝันสูดลมหายใจลึก เติมเต็มปอดเล็กๆของเธอ  หญิงสาวฉีกยิ้ม นำเหล่าแดนเซอร์ขึ้นสู่เวที นี่คือรอบสุดท้าย เธอต้องทำให้ดีที่สุด

 

มองเห็นท่าทางเสียใจของกรรมการ เห็นได้ชัดว่าการร้องของหยกฝันเหนือชั้นกว่ากรีนที แต่ไม่ว่าอย่างไรกรีนทีก็ต้องเป็นผู้ชนะ มีหลายครั้งที่คนเราแค่สามารถยอมรับความจริงได้เท่านั้น ยิ่งมีหลายครั้งที่เราเพียงสามารถทำให้ดีที่สุด ก่อนต้องยอมรับความเป็นจริงที่ต้องเป็นไป ชีวิตก็แค่นี้

 

แต่เมื่อหยกฝันได้ประจำตำแหน่งและเสียงเพลงก็ได้เริ่มต้นขึ้น จากนั้นก็มีเสียง  “พึ่บบ” ลอยมาให้ได้ยิน ทันใดนั้นไฟทุกดวงบนเวทีก็ดับลงแม้แต่เสียงเพลงก็เงียบลงอย่างฉับพลัน ผู้ชมบนเว็บไซต์เริ่มกระซิบกระซาบกัน เนื่องจากว่าการแข่งขันระดับนี้ไม่ควรจะเกิดเหตุผิดพลาดเช่นนี้

 

ผู้กำกับเวทีคลั่งขึ้นมาทันที เขาตะโกนใส่ไมโครโฟนไม่หยุดยั้ง “ห้องควบคุมเวที! ตอบด้วย! เกิดเชี่ยอะไรขึ้น!? ตาย-ห่ากันหมดแล้วรึไง? อย่างน้อยส่งเสียงหายใจมาก็ยังดี! เฮ้ย!”

 

กลุ่มบอดี้การ์ดวิ่งไปยังห้องรักษาความปลอดภัย แต่ประตูถูกล็อคจากด้านใน มีกระทั่งไม้จิ้มฟันหักๆสอดคาอยู่ในรูกุญแจ ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูออกได้

 

“เตะมันสิ! ถล่มมันซะ! ระเบิดมันออกไปเลยก็ได้! ทำไงก็ได้เปิดประตูนั่นให้ผม!” ผู้กำกับตะคอกจนเสียงแห้งหมดเรี่ยวแรง

บอดี้การ์ดกว่าสิบคนกระแทกประตูทีละคน เพื่อการควบคุมเสียงแทรกซ้อน ประตูถูกออกแบบมาจากโลหะอัลลอยด์หนาสามนิ้ว ไม่ต้องพูดถึงกระสุน แม้แต่ระเบิดยังไม่แน่ว่าจะสามารถทำอะไรประตูหนาที่ถูกบล็อกไว้ด้วยลำโพงตัวละสามร้อยกิโลกรัมสี่ตัวได้

คนงานสิบคนในห้อง ต่างถูกมัดแน่นเป็นขนมบ๊ะจ่างก่อนโยนไปกองไว้มุมห้อง ทุกคนต่างจ้องเขม็งไปยังปีศาจร้ายที่จู่โจมต่อพวกเขา ยามนี้มันนั่งสุ่มจิ้มนิ้วลงไปบนคีย์บอร์ด

หลายสิบวินาทีต่อมา จอสรีนขนาดยักษ์ทางด้านหลังเวทีติดขึ้น ไม่มีเอฟเฟ็คท์แสงสีใดๆ มีเพียงประโยคว่า “ร้องเพลงที่คุณอยากร้องก็พอ รู้สึกดีจริงๆที่ได้ฟังเพลง —– ผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในใจคุณ”

 

“นายบอดี้การ์ดจอมวุ่น ไม่มีอะไรที่นายไม่กล้าทำจริงๆใช่มั้ย?” หยกฝันที่ดวงตาสะท้อนประกายน้ำตาไม่อาจทำอย่างไรได้นอกจากหัวเราะ เฉินหมิงเป็นเช่นที่เขากล่าว เขาเข้าใจในตัวหยกฝันยิ่งกว่าตัวของเธอเอง เมื่อไม่มีทางร้องเพลงแดนซ์เร็วๆ ได้อีก นักเต้นเดินลงจากเวที หยกฝันหยิบกีตาร์และเก้าอี้ออกมา เดินไปยังกลางเวที

“นี่! นายอยู่ไหน? เรื่องบ้าๆทั้งหมดนี่ฝีมือนายสินะ?” เซียวอี้เรียกหาเฉินหมิง กรอกคำพูดลงโทรศัพท์อย่างเร่งร้อย

“ไม่ช่ายยย ผมบอกแล้วไง ผมไปฉี่–”

“ฉีน้องสาวนายสิ! นายหายไปยี่สิบนาทีแล้ว! ท่อปัสสาวะนายมีปัญหารึไง!?” เซียวอี้กล่าวด้วยความหงุดหงิด”

“อึด้วยฉี่ด้วยก็ผิดงั้นเรอะ?”

“แล้วเสียงกระแทกนั่นอะไร? เสียงคนตะโกนว่าจะสับนายเป้นชิ้นๆนั่น?”

 

“ห้องส้วมมีห้องเดียว ผมทอดหุ่ยนานไปหน่อยก็แค่พวกผู้ชายที่รอข้างนอก”

“เลิกล้อเล่นซะที! กลับมาเดี๋ยวนี้! เลิกส้รางความวุ่นวายได้แล้ว” ก่อนที่เซียวอี้จะทันพูดจบ อีกฝ่ายก็วางหูไปแล้ว หญิงสาวไม่ทราบสมควรจัดการสถานการณ์บนเวทีอย่างไรดี

บนเวที หยกฝันตอนนี้กลับกลายเป็นนักร้องในบาร์ หญิงสาวนั่งลงพร้อมไมโครโฟนบนเก้าอี้บาร์ โอบกีตาร์แนบอก

 

“ทุกคน ต้องขอโทษด้วย ใครบางคนทำเรื่องวุ่นวายทำให้เสียบรรยากาศ ไม่สามารถร้องเพลงที่เตรียมไว้ ให้ชั้นได้ร้องเพลงช้าที่ชั้นเพิ่งแต่งขึ้นมาแทนก็แล้วกัน ไม่ต้องไปสนเรื่องคะแนนหรอก ลืมเรื่องแพ้ชนะไปให้หมด รอฟัง “นางฟ้าผู้งดงามของพระผู้เป็นเจ้า” กันดีกว่านะ?”

 

หลังปล่อยวางทุกอย่าง รอยยิ้มของหยกฝันกลายเป็นยิ้มแบบ “เด็กสาวข้างบ้าน” เพียงแค่ไม่กี่คำก้สงบความโกลาหลทั้งหลายสู่ความเงียบ

 

“เมื่อก่อน ฉันเองก็เจ็บเหมือนกัน

เป็นคนโง่ หลงคิดว่ารู้ความรักเป็นอย่างไร

มีเพียงคำหลอก เริ่มต้นจากภาพลวง

คำพูดหวานกลายเป็นมีดที่กรีดเฉือน

ฉันเจ็บมากมาย หวังให้ผู้ชายหายไปให้หมด

มีคนบอกว่า ฉันไม่ใช่นางฟ้าของพระผู้เป็นเจ้า

คิดฝันเกินตัว ทอดทิ้งให้เป็นไป

เขาใช้เวลา ชะล้างอดีตของฉันอันไร้หัวใจ

เป็นใครกันที่ให้ฉันได้มาเจอเธออีกครั้ง

ผู้ชายไร้เหตุผลแบบนี้ก็มีอยู่?

บุกรุกเข้ามากลางใจของฉัน

ให้ฉันได้รู้ว่าคุณนี่เองที่ฉันรอ

ไม่ว่าเจ็บเท่าไร เหน็ดเหนื่อยเพียงไหน ที่เดียวที่ฉันพักพิงได้

ทั้งที่ไม่มีคำบอกรัก แต่พวกเราเหมือนคนรักกัน

คุณคือสวรรค์ที่อยู่ข้างๆกันตลอดมา

รู้มั้ย ฉันก็คือนางฟ้างดงามของพระเจ้าจริงๆ

เขาไม่ได้เข้ามากวาดล้างพวกผู้ชายออกไป

เขาแค่เข้ามา มอบคำว่าเริ่มต้นใหม่ให้เราสองคน…”

 

พรสวรรค์คืออะไร? พรจากสวรรค์ก็คือเสียง คนที่สามารถทำให้เสียงนั้นอวลอยู่ในใจของคุณได้ เพลงของหยกฝันขจัดความขุ่นข้องในใจที่เธอมีมาตลอดหลายปี มันแฝงไว้ด้วยความหวนรำลึก ความแค้น ความผิดหวังเสียใจ แต่ท้ายที่สุด มันเต็มไปด้วยความอบอุ่นและฟื้นคืน

 

ใช่แล้ว ชีวิตก็คือละคร ใครบ้างที่จะผ่านถนนเรียบสนิทตั้งแต่เกิดจนตาย? ชีวิตคน ย่อมต้องมีสิ่งไม่พึงปรารถนา ความรัก ย่อมต้องพบพานคู่ชีวิตที่บัดซบบ้าง แต่ความโชคร้ายไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากพวกเราเชื่อมั่นว่าต่างเป็นนางฟ้าที่ได้รับเมตตาจากรพะผู้เป็นเจ้า แน่นอนต้องมีวัน ที่จะมีผู้ชายหรือผู้หญิงไร้เหตุผลซักคนที่ทลายเข้ามาในใจ มอบคำว่าเริ่มต้นใหม่ให้แก่คุณ

เพลงจบลงพร้อมเสียงกีตาร์แผ่วเบาคลอเคลีย ฝูงชนนั่งนิ่งเงียบประดุจป่าช้า ผู้ฟังนับหมื่นเงียบสนิทไร้เสียง เป็นความเงียบงัน กระทั่งกรรมการยังไม่กล่าววาจาแม้แต่คำเดียว

“”จบกัน…” อู๋เหนิงที่ลุกลนอยู่ตรงที่นั่งวีไอพีเลิกดู เขาหมุนตัวไปยังเหล่าไก่ไม้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง

 

คุณหวังที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กรรมการลุกขึ้นพูดทันที “ผมรู้ รอบนี้ผมไม่มีสิทธิ์ให้คะแนนคุณ  แต่ผมยังอยากพูดคะแนนในใจของผมตอนนี้ สิบคะแนนเต็ม! กฏทั้งหลายไปลงนรกซะ! สเปเชี่ยลเอฟเฟ็คท์อลังการหลีกไป! นี่คือสิ่งที่เพลงต้องเป็น ท่วงทำนองที่ถูกร้อยเรียงออกมาจากใจ เนื้อร้องที่กลั่นออกมาจากชีวิตของผู้คน ดนตรีที่ดีดบรรเลงออกด้วยอารมณ์ความรู้สึก นี่ถึงจะเรียกว่าเพลง!”

 

หยกฝัน! คุณคือนางฟ้าที่พระผู้เป็นเจ้าอำนวยพร คืนนี้ ผมสาบานจงรักภักดีต่อคุณ”

คุณหวังคุกเข่าลงข้างหนึ่งด้วยท่วงท่าอัศวินสาบานต่อกษัตริย์ ยิ่งกว่านั้น เมื่อเขากล่าวเริ่ม ยิ่งไม่มีทางหยุดผู้คนจากเสียงเชียร์ได้เลย แม้แต่ผู้ที่นั่งฝั่งกรีนทียังตะโกนออกมา

มีบางคนที่หัวเราะจนร้องไห้ และมีบางคนที่ร้องไห้จนหัวเราะ เพลงใหม่ดังสกุณาขับขาน  ราวกับคมมีดที่เสียบทะลุกลางใจผู้ฟัง ทำให้ผู้คนหวนระลึกถึงหยกฝันเมื่อครั้งอดีต เด็กสาวอันบริสุทธิ์เรียบง่ายกับเพลงฟังสบายๆ  ปล่อยวางแพ้ชนะ นำเพลงของเธอกลับสู่รากฐานเดิม จากนั้น ปริมาณก็กลายเป็นคุณภาพ

การโหวตทางออนไลน์เริ่มต้น ฮวาปากมากประกาศกติกา มีแค่ข้อความและการโหวตทางเน็ตในสิบนาทีต่อไปจึงจะถูกนับ จากข้อความโหวต หมื่นโหวตเท่ากับ 0.1 คะแนน ขณะที่โหวตจากในสนาม พันโหวตเท่ากับ 0.1 คะแนน จากกติกาดั้งเดิมนี้ แค่ระยะเวลาสั้นๆ SMS ที่จะได้รับมักอยู่ที่ราวๆ 7-8 ล้าน

 

ทว่า ไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามที่เคย บริษัทเพลงของกรีนทีใช้งบไปกว่าห้าสิบล้านหยวน แต่เมื่อต้องเผชิญกับจำนวนผู้ฟังราวคลื่นมหาสมุทร ก็ไม่ต่างจากน้ำในแก้วที่สาดใส่รถที่กำลังถูกไฟโหม หยกฝัน – นางฟ้างดงามคนนี้ กระตุ้นให้ผู้ชมที่รับฟังรายการแต่ไม่เคยโหวตมาก่อน ภายในสิบนาที ประชาชนเกือบทั้งหมด โหวตให้แก่หยกฝัน

 

และในสนามเอง จำนวนSMS ของกรีนทีอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้าน แต่หยกฝัน …คือ 6.7 ล้าน!

 

—————————————————————————————————————————-