0 Views

สหายชุดดำทั้ง 9 ที่ยืนล้อม ไป่ ซิง เพื่อปกป้องเขาอยู่พร้อมกับร่างกายที่เรืองแสงออกมาเพื่อป้องกันสัตว์ร้าย

หน้าผากของพวกเขามีแสงสีเขียวจางๆ

พวกเขาอยู่ในระดับอภินิหาร มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเอาชนะพวกสัตว์ร้าย

 

ยังไงก็ตาม ฝูงสัตว์เองต่างกันออกไป ความเร็วของพวกมันมีขีดจำกัด

มีสัตว์ร้ายมากมายอยู่ในหอบัลลังก์หมาป่าเพลิงฟ้ากว่า 1000 ตัว ทั้งวานรกรามเหล็ก แรดเผือกสามเขา และสิงโตเขี้ยวอัสนี ทั้งหมดกว่า 4000 ตัว

หน้าที่ของ ซิง หยวนกัว คือการค้นหา ศิลาเซียน ภูเขาคังหลิงเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเซี่ย  แม้ว่าจะอันตราย แต่แค่มีหน่วยปีกสีชาดและกองทัพทลายภูผาก็คงจะเอาอยู่ นอกจากนี้พวกเขายังมีกำลังเสริมจาก 5 กองตรวจการทางเหนือ

 

เขารีบออกจากเมืองทันที และพาผู้ติดตาม 2 คนที่อยู่ในระดับอภินิหารมาด้วย

 

เขาสั่งให้หน่วยปีกสีชาดและกองทัพทลายภูผาเลี่ยงการปะทะกับพวกสัตว์ร้าย และสั่งให้พวกเขาจู่โจม ไป่ ซิง และสหายทั้ง 9

 

ด้วยวิธีนี้ ทำให้พวกเขากดดันฝ่ายศัตรูได้อย่างหนักหน่วง

 

พวกปีศาจต้องคอยหลบการโจมตี

ต่อกรกับสัตว์ร้ายกว่า 4000 ตัว และทหารชั้นยอดอีก 2000 คนจากหน่วยปีกสีชาดและกองทัพทลายภูผา กระแสของสงครามได้เปลี่ยนไปแล้ว

“หัวหน้า!” สหายคนหนึ่งมองไปทาง ไป่ ซิง

“ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าความพยายามในการวางกับดัก …มันจะถูกทำลายด้วยเรื่องแค่นิดเดียวของ ฟาง เจิ้งจือ!” ไป่ ซิง ไม่ยอมแพ้

“หัวหน้า จะลังเลไม่ได้แล้ว ถ้าการตายของเราจะทำลายกองตรวจการศักดิ์สิทธิ์ได้ พวกเราก็ยินดีจะตายเป็น 100 ครั้ง! “

“ใช่แล้ว!”

“หัวหน้า …จะปล่อยให้พวกกองตรวจการศักดิ์สิทธิ์ออกจากกลืนกินโลกไปไม่ได้แผนการของเผ่าปีศาจจะถูกทำลาย! “

 

สหายคนหนึ่งอ้อนวอนต่อ ไป่ ซิง ขณะที่ป้องกันการจู่โจม

“โอเค เริ่มได้!” ไป่ ซิง กัดฟันแน่น ขณะที่ชักดาบสีเงิน และดวงตาที่สามก็ส่องแสงออกมา

เมื่อเห็นแบบนี้เหล่าสหายทั้ง 9 ก็โล่งใจ

 

“ฮึ่ม!”

 

เสียงแปลก ๆ ดังขึ้น

 

จากนั้นหอบัลลังก์ทั้งหมดเริ่มสั่น รอยแตกสดำปรากฎขึ้นกลางอากาศราวกับใยแมงมุมมันดูเหมือนว่าพื้นที่นั้น ถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ …

 

“บัดซบ ข้าคิดผิด!” เสียงของ ฟาง เจิ้งจือ ดังออกมาด้วยความจระหนก

“เจ้าคิดผิด?” ปิง หยาง มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ

“มันจบแล้ว …พวกเรามาได้แค่นี้!” ฟาง เจิ้งจือ กังวลใจ

 

“เกิดอะไรขึ้น?” ปิง หยาง เริ่มกังวลตาม

 

“ทำไมทุกคนต้องเลือกทางนี้? ทำไมทุกคนต้องตายด้วยกัน? ด้วยวิธีนี้จะไม่มีใครได้ออกไป! “ ฟาง เจิ้งจือ ไม่ตอบ ปิง หยาง และว้าวุ่น

“โอ้ ข้าเข้าใจแล้ว!” ฉือ กูเหยียน เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

ปิง หยาง มองไปทาง ฟาง เจิ้งจือ  นางได้ยินเขาพูดว่า ‘ตายด้วยกัน’

 

นางไม่ชอบเอาซะเลย … แต่จะมีใครชอบกันคำพูดแบบนั้น

 

เมื่อ ซิง หยวนกัว เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แววตาที่ราวกับนกฟินิกซ์คู่นั้นก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“ข้าเข้าใจแล้ว!”

“น่าเสียดาย มันสายไปแล้ว!” เสียงของ ไป่ ซิง ดังขึ้น เขาได้รับการปกป้องจากสหายของเขา

“ข้าไม่เคยกลัวตาย ข้าดีใจด้วยซ้ำที่จะได้ตายพร้อมกับ 1 ใน 10 หัวหน้าดินแดนปีศาจ ดินแดนดวงดาว! “ ซิง หยวนกัว ใจเย็น

“ฮ่า ๆ ๆ … ในวันนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่!” ดาบของเขาเคลื่อนไหวราวกับรำดาบอยู่ท่ามกลางดวงดาว

สหายทั้ง 9 ได้เห็นการกระทำนั้น ยังไงก็ตามพวกเขาไม่คิดจะหยุด มันถูกกำหนดไว้แล้ว – ทุกคนที่อยู่ในกลืนกินโลกจะต้องตายลงในที่สุด

 

ปีศาจ มนุษย์ และสัตว์ร้าย

 

พวกเขาทั้งหมดจะตาย!

“พลุบ!” แสงสีเงินฟาดตัดผ่านอากาศ มันทะลุหัวสัตว์ 3 ตัว เลือดกระฉูดออกมาจากรอยแผลนั้น

 

และมันทั้ง 3 ก็นอนแน่นิ่งไป

 

ไป่ ซิง เหยียบย่ำร่างของสัตว์ตัวหนึ่งที่นอนแน่นิ่ง

เขาชูดาบขึ้น เงยหน้าเล็กน้อยด้วยท่าทีอันเย่อหยิ่ง

เขาไม่ได้พูดอะไรมากนัก ตวัดดับไปมาขณะที่มองดูเหล่าสัตว์ร้าย

อย่างไรก็ตามในขณะนั้นเอง โลกเริ่มเงียบลง ไม่มีใครรู้เลย เพราะว่า ไป่ ซิง นั้นรวดเร็วมาก หรือเพราะเขามีพลังมากเกินไป สัตว์ทุกตัวหยุดเคลื่อนไหว

 

หอบัลลังก์เงียบชะงักไปชั่วครู่

 

 

“ตูมมม!”

เสียงดังก้องเข้าหูของทุกคน

ชายในชุดสีดำ 2,000คนปรากฎตัวขึ้น เขาแต่ละคนถือหอกยาวเช่นเดียวกับหน่วยปีกสีชาด และกองทัพทลายภูผา

อย่างไรก็ตามใบหน้าของพวกเขาถูกปกคลุมทั้งหมด ไม่สามารถมองเห็นได้ราวกับพวกเขาเป็นมัมมี่

เมื่อหน่วยปีกสีชาดและกองทัพทลายภูผาได้เห็น ก็หยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ

พวกเขารู้ดีว่าคนพวกนั้นเป็นอะไร พวกคนตาย

ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกที่จะสู้รบหรือไม่ก็ตาม

มีเพียงจุดจบเดียวเท่านั้น ความตาย!

ซิง หยวนกัว มองไปที่ทหารทั้ง 2,000 คนด้วยความโกรธ คนพวกนี้คือคนที่สังหารหมู่หน่วยปีกสีชาดและกองทัพทลายภูผา

2,000 คนจากทั้ง 2 กองทัพ มีเกือบ 500 คนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

นี่เป็นการสูญเสียที่เจ็บปวดมากที่สุดของ ซิง หยวนกัว

 

ตอนนี้…

 

เขารู้ว่าทหารที่ปรากฎขึ้นมานั้นไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถยืนดูทหารชั้นยอดของอาณาจักรตายต่อหน้าได้

 

“ในที่สุดพวกเขาก็มา! ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้ารู้ดี! “

“ขอรับ” ทหารทัั้ง 2,000 คนตอบพร้อมเพรียง

“เอาล่ะ ข้อขอถามพวกเจ้าเสียหน่อย เจ้ารู้ว่าเจ้าจะตายไม่ว่าจะสู้หรือไม่ก็ตาม เจ้าจะต่อสู้ไหม? “ ซิง หยวนกัว ถาม

 

“สู้!”

 

“สู้!”

“สู้!”

“…”

พวกเขาตอบพร้อมเพรียงกัน ดังก้องไปทั่วหอบัลลังก์

พวกเขาทั้ง 2,000 คนจากทั้ง 2 กองทัพก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับเกลียวคลื่น พุ่งไปทางทหารนักรบในชุดดำทั้ง 2,000 คน

“เอาล่ะลุยกันเลย!” ซิง หยวนกัว กล่าวอย่างเคร่งขึม

ขณะที่พูดจบร่างของเขาก็หายไป เส้นแสงสีม่วงพุ่งตรงไปทาง ไป่ ซิง

 

“ไป่ ซิง การต่อสู้ของเราจะต้องถูกจดจำ!”

“เข้ามา!” ไป่ ซิง ก้าวเหยียบร่างของสัตว์อีกตัว เขาจ้องไปที่เส้นแสงสีม่วง  ราวกับว่าเป็นการจู่โจมของจักรวาล

“ฆ่า!”

“ฆ่า!”

เสียงดังขึ้นในเวลาเดียวกันนั้นเอง

แสงสีเงินเข้าปะทะกับเส้นแสงสีม่วง

“ตูมมม!”

“ตูม..ตูม…ตูมตูม “

การระเบิดเกิดขึ้น ราวกับแสงสีเงินที่ไร้ขีดจำกัดเข้าปะทะกับลูกบอลเพลิงสีม่วง

เศษเสี้ยวของการปะทะกระจัดกระจายไปทั่วท้องฟ้า

 

ความดุร้ายของเหล่าสัตว์ร้ายรุนแรงขึ้น เสียงคำรามสะท้อนออกมาขณะที่พวกมันเริ่มกัดกันเอง สัตว์บางตัวก็เข้าจู่โจมพวกเดียวกันเอง

วานารกรามเหล็ก ใช้แขนทุบลงบนหัวของแรดเผือกสามเขาจนพื้นดินยุบลงไป

ขณะเดียวกันเขาของแรดก็แทงกระดูกของวานรกรามเหล็กจนทะลุ

“แกร้ง”

 

มีเขาแทงทะลุออกมาจากหน้าอกของวานร

 

การต่อสู้ในหอบัลลังก์ดำเนินมาจนถึงจุดสูงสุดแล้ว ชายในชุดคลุมดำ เหล่าสัตว์ร้าย ทหารของหน่วยปีกสีชาดและกองทำพทลายภูผา ทั้งปีศาจ ทั้งหมดล้วนฆ่ากันอย่างไม่ลังเล

ไม่มีอะไรจะพูด

 

ดวงตาของ ปิง หยาง เริ่มมีน้ำตาไหลรินออกมาขณะที่เฝ้าดูการฆ่าล้างนี้

“ทำไมท่านลุงซิง ต้องต่อสู้กับ ไป่ ซิง ด้วย?” ปิง หยาง ไม่เข้าใจ

“ไป่ ซิง ได้ปิดกั้นหนทางหนีทางเดียวไปแล้ว … “ ฉือ กูเหยียน ลูบหัว ปิง หยาง เบาๆ

“วิธีเดียวที่จะออกไป?” ปิง หยาง ไม่เข้าใจ

 

“เจ้าจำได้ไหมว่า ฟาง เจิ้งจือ พูดอะไร?” ฉือ กูเหยียน มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ

ฟาง เจิ้งจือ แทบจะไม่ได้ยินอะไรเลยด้วยซ้ำ

“พี่เหยียน กำลังพูดถึงเรื่องที่ว่าทำไมปีศาจต้องใช้เวลากว่า 12 ปี ในการฝึกกองทัพสัตว์ร้าย ในเมื่อพวกเขามีกองทัพประหลาดนั่นอยู่แล้วใช่ไหม?” ปิง หยาง ถาม

 

“ใช่ ข้าคิดเรื่องนั้น …พวกชุดดำน่าจะเป็นกองทัพของกลืนกินโลก!” ฉือ กูเหยียน มองไปที่กองทัพที่แข็งแกร่งพวกนั้น

 

“เป็นของกลืนกินโลก?” ปิง หยาง สับสนยิ่งขึ้นไปอีก

“ตอนแรก ข้าก็คิดเหมือนกับ ฟาง เจิ้งจือ  ข้าคิดว่าเป็นฝีมือของสหายทั้ง 9 ตน คนที่สังหารหมู่เหล่าทหารชั้นยอดของเรานั้นเป็นภาพลวงตาของเจ้าพวกนั้น แต่ตอนนี้…” ฉือ กูเหยียน ลังเลใจ

 

“ใช่หรือไม่?”

“ไม่! ภาพลวงตาของพวกเขาเกิดจากหน่วยปีกสีชาดและกองทัพทลายภูผา จริงๆแล้วพวกเขาเป็นภาพลวงตาที่อาศัยอยู่ในกลืนกินโลกแห่งนี้! “ ฉือ กูเหยียน ชี้ไปที่เหล่าทหารชุดคลุมดำทั้ง 2,000 คน

 

ถ้าใครมองตามทิศที่นิ้วของ ฉือ กูเหยียน ชี้ไปนั้น …

จะเห็นแสงสีม่วงพุ่งออกมาจาก 1 ในชายชุดดำสวมหน้ากาก มันเหมือนการโจมตีของ ซิง หยวนกัว มันพุ่งไปทางหน่วยปีสีชาด

ในขณะเดียวกัน ชายชุดดำอีกคนก็เริ่มส่องแสงออกมา ก่อนที่แสงสีเงินจะกระพริบรอบๆตัวเขา …

“มันเป็นไปได้ยังไงกัน?!” ปิง หยาง มองไปอย่างไม่เชื่อ

“จริงๆแล้วมันเกิดจาก”กลืนกินโลก”!” เสียงของ ฉือ กูเหยียน ดังขึ้น

“เกิดจากกลืนกินโลก?” ปิง หยาง หวาดกลัว

 

“เมื่อเราคิดว่าภาพลวงตาเป็นความจริง ความจริงจะกลับกลายเป็นภาพลวงตา เมื่อเราคิดว่าเรามีบางสิ่งที่เราไม่ได้มีจริงๆ สุดท้ายเราก็เสียสิ่งที่มีจริงๆไป” ฟาง เจิ้งจือ เหมือนจะตอบ ปิง หยาง และพูดกับตัวเองไปพร้อมกัน

“เมื่อเราคิดว่าภาพลวงตาเป็นความจริง ความจริงจะกลับกลายเป็นภาพลวงตา เมื่อเราคิดว่าเรามีบางสิ่งที่เราไม่ได้มีจริงๆ สุดท้ายเราก็เสียสิ่งที่มีจริงๆไป  เจ้าคิดมันด้วยตัวเองงั้นรึ? “ ฉือ กุเหยียน มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ ด้วยความแปลกใจ

“เจ้าเคยอ่าน ความฝันในหอแดง หรือไม่?” ฟาง เจิ้งจือ ถามขึ้นมา

“ความฝันในหอแดงคืออะไร? “ ฉือ กูเหยียน ถาม

“มันคือความฝันของคนที่อยู่ในหอสีแดง! “ ฟาง เจิ้งจือ อธิบาย

หัวใจของเขาแทบหลุดออกจากหน้าอก เขาลืมไปว่าบนโลกใบนี้ไม่มีเรื่องเล่านิยายเรื่องอื่นๆ

“ฝันอะไร … เจ้าพูดว่าอะไรงั้นรึ?” ปิง หยาง มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ

“ข้าไม่ได้พูดอะไร? ข้าเป็นคนคิดคำพูดนั้นขึ้นด้วยตัวเอง ข้าไม่ฉลาดรึ? “ ฟาง เจิ้งจือ ไม่ขุ่นเคืองที่จะอ้างว่าคำพูดนั้นตัวเองเป็นคนคิดขึ้น

“อ้อหรอ!” ปิง หยาง ไม่คิดจะให้ ฟาง เจิ้งจือ ชนะอย่างง่ายดาย แม้ว่าสิ่งที่ ฟาง เจิ้งจือ กล่าวว่าดูเรียบง่าย แต่ดูเหมือนว่าจะมีนัยสำคัญบางอย่าง

 

เมื่อเราคิดว่าภาพลวงตาเป็นความจริง ความจริงจะกลับกลายเป็นภาพลวงตา เมื่อเราคิดว่าเรามีบางสิ่งที่เราไม่ได้มีจริงๆ สุดท้ายเราก็เสียสิ่งที่มีจริงๆไป

 

มันเกี่ยวอะไรกับสถานกาณ์ปัจจุบัน?

ปิง หยาง ท่องคำพูดนี้ซ้ำกับตัวเอง จากนั้นดวงตาของนางก็เป็นประกาย ราวกับพบบางอย่าง

“สิ่งที่จ้ากำลังจะบอกคือต่อให้ทั้ง 9 คนนี้เป็นของปลอม แต่พลังของพวกเขานั้นเป็นของจริง?” ปิง หยาง มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ อย่างตื่นเต้น

 

“อืม … สติปัญญาของเจ้าต้องพัฒนาอีกมาก!” ฟาง เจิ้งจือ ตอบอย่างหยาบคายเมื่อเห็นสีหน้าของ ปิง หยาง

“เจ้าแกล้งข้าอีกแล้วรึ?! ฮึ่ย … บอกข้ามา … ที่ไหน … ข้าผิดตรงไหน? “  ปิง หยาง โกรธแล้วก็ถามอย่างข่มขืน

“แม้ที่เจ้าพูดจะไม่ได้ผิดทั้งหมด แต่เจ้าก็พลาดไปเรื่องนึง!” ฟาง เจิ้งจือ มองดูการต่อสู้ที่รุนแรระหว่าง ซิง หยวนกัว และ ไป่ ซิง ก่อนที่เขาจะพูด

 

 

เพจหลัก : Double gate TH