0 Views

“เจ้ามันโกหก! เมื่อ 12 ปีก่อน ข้าอายุแค่ 3 ขวบเท่านั้น บอกว่าข้าไปฆ่าราชาของพวกมัน! เจ้ามั่นใจได้ยังไง? “ สายตาของ ฟาง เจิ้งจือ แหลมคมขึ้นมาทันที

เขาคาดหวังว่า ฉาง เจีย จะมีการตอบสนอง

 

“บรู๋วววว!” หมาป่าเพลิงฟ้านับพันตัวหอนขึ้นมาเมื่อได้ยิน ฟาง เจิ้งจือ พูด คราวนี้เสียงหอนของพวกมันนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ

สัตว์ที่อยู่เป็นฝูงนั้นมักจะต่างกับสัตว์แบบอื่น พวกมันฉลาดพอที่จะตัดสินใจได้ว่าใครโกหกอย่างรวดเร็ว

“ลองจินตนาการดูว่าถ้า ข้าฆ่าราชาของพวกเขาจริง ข้าจะเปิดเผิยสิ่งที่ซ่อนอยู่ออกมาทำไมกัน? เจ้าคิดว่าสัตว์พวกนี้จะโง่ยอมถูกเจ้าควบคุมอย่างนั้นรึ? “ ฟาง เจิ้งจือ กล่าวอย่างจงใจให้พวกสัตว์โกรธ

สายตาของหมาป่าเพลิงฟ้ากลายเป็นสีแดงในทันที

การแสดงออกของ ฉาง เจีย เปลี่ยนไป เช่นกัน

เขาไม่รู้ว่าราชาหมาป่าถูกฆ่าตาย และไม่คิดว่า ฟาง เจิ้งจือ จะใช้ขนของมันให้เป็นประโยชน์

เขารู้สึกผิดอย่างน่าเหลือเชื่อ

เขารู้สึกเหมือนพระภิกษุสงฆ์ที่รู้ว่าเด็กที่อยู่ในท้องของมารดาไม่ใช่ลูกของเขา แต่เมื่อคลอดออกมาและตรวจเลือดกลับพบว่าเป็นลูกของเขา

มีอะไรที่บ้าบอกว่านี้อีกไหม?

 

เชี่ย!

บ้าบอสิ้นดี!

ฉาง เจีย ต้องการอธิบาย แต่เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี

ทหารหลายพันคนเองก็ตกตะลึง ทุกคนหันไปมอง ฟาง เจิ้งจือ

“ฉาง เจีย ได้ฆ่าราชาหมาป่าเพลิงฟ้าจริงๆหรือ?”

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเรา!”

ไม่มีใครรู้ว่า ฟาง เจิ้งจือ พูดเรื่องจริงหรือไม่ แต่ก็โน้มเอียงไปทางที่เชื่อ เพราะถ้าเป็นอย่างที่ ฟาง เจิ้งจือ บอกตอนนั้นเขาอายุเพียง 3 ขวบ

 

ฆ่าหมาป่าเพลิงฟ้า?

มันจะเป็นไปได้งั้นรึ?

แน่นอนว่าไม่

ฟาง เจิ้งจือ ไม่สนใจความแปลกใจของเหล่าทหาร  เขาต้องการตีเหล็กตอนที่มันร้อนๆ

เขาจะกดดัน ฉาง เจีย จนกว่าจะได้ในสิ่งที่เขาต้องการ

“ข้ายังคงมีหลักฐานอื่น ๆ เจ้าต้องการจะดูหรือไม่? จะเอาของแรดเผือกสามเขา วานรกามเหล็ก สิงโตเขี้ยวอัศนีย์ ตัวไหนก่อนดี ? “ ฟาง เจิ้งจือ พูดก่อนที่ ฉาง เจีย จะได้ตอบอะไรกลับมา

“เป็นไปไม่ได้!” ดวงตาของ ฉาง เจีย เปลี่ยนเป็นสีแดง เขาไล่ราชาทั้ง 4 ออกไปในทิศทางที่ต่างกัน

 

เขามีจุดประสงค์เพื่อไม่ให้พวกมันได้ติดต่อกัน

แม้ ฟาง เจิ้งจือ จะรู้ที่ซ่อนของราชาหมาป่าเพลิงฟ้า แต่อีก 3ตัวที่เหลือจะเป็นไปได้ยังไงกัน?

 

ฉาง เจีย ไม่เชื่อ

 

อย่างไรก็ตามถ้า ฟาง เจิ้งจือ ไม่มีหลักฐานพวกนั้น เขาจะพูดอย่างเสียงดังมั่นใจออกมาได้ยังไงกัน? เขาไม่กลัวว่าความจริงถูกเปิดเผยงั้นรึ?

หรือ…

 

“ท่าไม่ดีแล้ว!”

ทันใดนั้น ฉาง เจีย ก็นึกบางอย่างได้ เขาพยายามที่จะวิ่งหนี แต่มันก็สายไปแล้ว แสงสีม่วงได้เข้ากระทบเข้ากับร่างกายของเขา ถายในแสงนั้นมีลำแสงสีดำซ่อนยู่ข้างใน

 

มันเป็นการโจมตีที่ถึงตายได้

“อั้ก!”

ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ดาบสีดำขนาดใหญ่ ก็ได้เจาะทะลุเข้าสู่หัวใจเขา เลือดสดๆสาดกระเซ็นไปทั่ว

ดวงตาของ ฉาง เจีย เบิกกว้าง 

ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า ฟาง เจิ้งจือ กำลังพยายามทำอะไร แต่ก็สายเกินไป เขารู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวเรียง

“โอ้…? ข้าเข้าใจแล้ว… “ ฉาง เจีย กระอักเลือดออกมาขณะมองไปที่ ซิง หยวนกัว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความไม่เต็มใจ อย่างไรก็ตาม ดวงตาของเขากลับเป็นประกาย เหมือนเขาได้วางภาระที่วางอยู่บนบ่าลง

“ฉาง เจีย เจ้าไม่พูดอะไรก่อนตาย?” ซิง หยวนกัว กล่าว

มันไม่ยากสำหรับคนที่มีพลังมากมายแบบเขาที่จะลอบโจมตี ฉาง เจีย นอกจากนี้ ฉาง เจีย ยังมัวแต่สนใจกับ ฟาง เจิ้งจือ

 

ซิง หยวนกัว ไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ

“ฮ่าฮ่า เจ้าอยากรู้งั้นรึว่าคนของดินแดนภูเขาทางใต้ … คิดยังไงกับอาณาจักรเซี่ย? ถ้าเจ้าอยากรู้ … ก็ไป … ไปดูด้วยตัวเอง … “ ดวงตาของ ฉาง เจีย ค่อยๆปิดลง

แม้แต่ตอนตายเขาก็ยังไม่รู้ว่าทำไมแผนการของเขาถึงล้มเหลว

เขาเตรียมการมานานที่ภูเขาคังหลิง รวมทั้งติดตั้งกับดักกลืนกินโลกที่นี่ เขากระทั่งทำให้สัตว์เชื่อฟัง

หมาป่าเพลิงฟ้า 1000 ตัว แต่ละตัวอยู่ในระดับประทับศักดิสิทธิ์ วานรกรามเหล็กก็มีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก แรดเผืก 3 เขา ก็มีพลังเป็นอย่างมาก รวมถึงสิงโตเขี้ยวอัสนี …

ด้วยสัตว์จำนวนมาก ต่อให้มีทหารมากกว่านี้หลายเท่าก็ไม่เป็นปัญหา

แล้วความผิดพลาดอยู่ตรงไหน?

 

ราชาหมาป่าเพลิงฟ้า…

 

มันจะถูกฆ่าโดยเด็กอายุ 3 ขวบเมื่อ 12 ปีที่แล้วได้อย่างไร? ทำไม? หมู่บ้านที่อยู่ตรงตีนเขาก็มีแต่ชาวบ้านธรรมดาต่อให้มีคนมากแค่ไหนก็ไม่สามารถฆ่าหมาป่าเพลิงฟ้าตัวนั้นได้!

 

“ตึง!” หัวของ ฉาง เจีย กระแทกกับพื้น

 

“บรู๋ววว!”

 

“บรู๋ววว!”

“…”

“โฮก!”

“บรู๋ววว!”

สัตว์แต่ละตัวหอนขึ้นมาพร้อมกัน

 

พวกมันดูเหมือนจะหอนเพื่อให้เกียรติราชาของพวกมันที่ตายไป และภาวนาให้กับ ฉาง เจีย ที่ตายไป

มันเป็นเสียงแห่งความเศร้าและโกรธ

กองทัพสัตว์ที่กำลังโกรธ สามารถทำอะไรได้บ้าง? ซิง หยวนกัว แม้กระทั่งสมาชิกของหน่วยปีกสีชาดและกองทัพทลายภูผาทุกคนต่างรู้ดี

 

แต่ ฟาง เจิ้งจือ ไม่

ฉาง เจีย ได้ฝึกสัตว์เหล่านี้มา 12 ปีแล้ว ถ้าพวกมันเปลี่ยนฝ่ายเพราะคำพูดของ ฟาง เจิ้งจือ นั่นก็หมายความว่า 12 ปีที่ผ่านมานั้นไร้ความหมาย

เขาไม่คิดจะใส่ร้าย ฉาง เจีย เพื่อให้สัตว์มาเป็นพวก  เขาเพียงแต่สร้างความวุ่นวาย

และ…

ให้ ซิง หยวนกัว มีโอกาสโจมตี

เพียงเพราะ ฉาง เจีย ตายใช่ว่ากองทัพสัตว์จะฟัง ฟาง เจิ้งจือ แต่ถ้า ฉาง เจีย ยังมีชีวิตอยู่ ฟาง เจิ้งจือ ก็จะไม่มีโอกาสควบคุมพวกสัตว์

ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปล่อยให้ ฉาง เจีย มีชีวิตอยู่

ความคิดของ ฟาง เจิ้งจือ นั้นง่ายๆ เขาจะสร้างโอกาสให้ ซิง หยวนกัว ฆ่า ฉาง เจีย ทุกอย่างนั้นไม่ใช่เรื่องของเขา สิ่งที่เขาต้องทำก็คือหาที่หลบซ่อนตัว

การตายของ ฉาง เจีย ทำให้เกิดความวุ่นวายในหมู่สัตว์ เขาไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ฉีกร่างของ ฉาง เจีย ออก และเข้าโจมตีพวกปีศาจ?

อย่างไรก็ตาม ฟาง เจิ้งจือ มั่นใจว่า ถ้าไม่มี ฉาง เจีย สัตว์พวกนี้จะไม่เชื่อฟังใครง่ายๆ

พวกมั่นจะวิ่งพล่านและสร้างความวุ่นวาย!

หลังจากเพลงจบลง ดวงตาของพวกสัตว์นั้นเผยความดุร้ายพร้อมคำรามออกมา

พวกมันไม่ได้จากไป พวกมันมองทุกคนรวมถึง ไป่ ซิง เป็นศัตรู

“ฟาง เจิ้งจือ!” เสียงเรียกชื่อของเขาด้วยความโกรธดังขึ้น แน่นอนว่ามันมาจาก ไป่ ซิง เขาโกรธมาก

อย่างไรก็ตาม ฟาง เจิ้งจือ ไม่สนใจ

ฝ่ายตรงข้ามของ ไป่ ซิง คือ ซิง หยวนกัว

ซิง หยวนกัว นั้นสมน้ำสมเนื้อกับเขา อย่างน้อย ไป่ ซิง ก็ต้องตั้งใจอย่างเต็มที่ ถ้าอยากมีโอกาสจัดการ ซิง หยวนกัว

“ฆ่า!” ชายชุดดำทั้ง 9 คน ที่อยู่หลัง ไป่ ซิง เริ่มเคลื่อนไหว

“ฆ่า!” ทหารที่เต็มได้วยขวัญกำลังใจก็ตะโกนขึ้นมาเช่นกัน กับกองทัพของสัตว์ที่ไร้ผู้บัญชาการ ราวกับไฟแห่งการต่อสู้ของพวกมันถูกจุดติดขึ้นมา

การต่อสู้เริ่มขึ้นในที่สุด ทุกอย่างนั้นอยู่ในความวุ่นวาย สัตว์ร้ายโจมตีไม่เลือกหน้า

“อ๊าก!!”

“ไปตายซะ!”

 

การต่อสู้ในโถงบัลลังก์นั้นตึงเครียดและโหดร้ายมาก

ฟาง เจิ้งจือ ยืนอยู่ข้างสงครามด้วยความสงบ เขาถูกขนาบข้างด้วยผู้หญิงสองคน

“เ้จ้าไปเอาหนังของหมาป่าเพลิงฟ้ามาได้ยังไงกัน?” ปิง หยาง ไม่เข้าใจนางไม่สามารถระงับความสงสัยได้อีกต่อไป

 

“ข้าฆ่ามัน” ฟาง เจิ้งจือ พูดออกมาด้วยความเหยียดหยาม

“เจ้าฆ่ามัน!? อย่ามาโกหกเขา เจ้าอายุเท่าไรเมื่อ 12 ปีที่แล้ว?  ปิง หยาง ไม่เชื่อ

“ข้าบอกว่าข้าฆ่ามันเมื่อ 12 ปีที่แล้วงั้นรึ?” ฟาง เจิ้งจือ ตอบกลับ

 

“เขาฆ่ามันจริงๆ แต่เขาได้ฆ่ามันเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ตอนเขาอายุ 7 ปี!”  ! “ เสียงของ ฉือ กูเหยียน ขัดจังหวะการ สนทนา

“พี่เหยียน รู้เรื่องนี้?”

 

“อืม”

 

“เอาล่ะ ในเมื่อพี่เหยียนพูดเช่นนีข้าจะเชื่อเขาละกัน แต่ … ฟาง เจิ้งจือ กลับบอกว่า 12 ปีที่แล้ว?!  เจ้ามันโกหก! “ ในที่สุด ปิง หยาง ก็เข้าใจ

“เห้อ… ข้าคิดวาพวกเขาค่อนข้างโง่แล้วนะ แต่ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะเป็นเหมือนพวกเขา…เจ้าไม่เข้าใจอะไรเลยงั้นรึ? “ ฟาง เจิ้งจือ เยาะเย้ย

“เจ้ากล้าบอกว่าข้าโง่ ข้าจะบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อและยึดตำแหน่งเจ้าซะ! “ ปิง หยาง โกรธเกรี้ยว

นางรับไม่ได้ที่จะถูกดูถูกต่อหน้า ฉือ กูเหยียน

“อย่างแรกคือเจ้าต้องออกไปข้างนอกให้ได้ก่อน” ฟาง เจิ้งจือ เมิน ปิง หยาง เขาเคยชินกับมันแล้ว

“ออกไป? แล้ว … แล้วเจ้าหาวิธีได้แล้วรึ? “

“ข้าคิดแล้ว ข้าไม่ได้พูดไปแลวงั้นรึ? ข้าเจอทางแล้ว! “ ฟาง เจิ้งจือ กล่าวอย่างใจเย็น

“เจอทางแล้ว?” ปิง หยาง กล่าวด้วยความไม่เชื่อ

 

ฉือ กูเหยียน ผงะไป นางคิดว่า ฟาง เจิ้งจือ แค่ต้องการหลีกเลี่ยงการต่อสู้เท่านั้นเขาจะหาวิธีออกไปได้ยังไงกัน?

“แน่นอนมันเป็นความจริง ทำไมข้าต้องโกหกพวกเจ้าทั้งสองด้วยละ? … “ ฟาง เจิงจือ พยักหน้า

“งั้นบอกมา!” ปิง หยาง กระวนกระวาย

 

“โอ้ถ้าข้าพูดตอนนี้ เจ้าก็จะไปฟ้ององค์จักรพรรดิและถอนตำแหน่งข้าไม่ใช่รึ แล้วจับข้าโยนเข้าคุก? ข้าไม่โง่นะ!” ฟาง เจิ้งจือ ส่ายหัว

“เจ้า… เจ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของอาณาจักร กล้าขัดคำสั่งข้างั้นรึ?”  ปิง หยาง พูดพร้อมกับแขนที่สั่นสะท้าน

“เดี๋ยวข้าก็ถูกยึดตำแหน่งแล้วนี่หน่า?” ฟาง เจิ้งจือ ไม่สนใจ ปิง หยาง

“เจ้า เจ้า … อ้า … พี่เหยียน เขาแกล้งข้า! “

“ฟาง เจิ้งจือ เจ้าควรบอกมา บางทีเราอาจจะหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกัน ข้าแน่ใจว่ามันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าด้วย? “ ในที่สุด ฉือ กูเหยียน ก็พูดออกมาด้วยความฉุนเฉียว

ฟาง เจิ้งจือ ผงะไปเล็กน้อย ฉือ กูเหยียน  เขาต้องกลับไปที่หมู่บ้านภูเขาทางตอนเหนือก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น ถ้าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้

 

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ค่อยยินดีที่พ่ายแพ้ ฉือ กูเหยียน เท่าไรนัก

“ข้าแค่โกหก เจ้าเชื่อข้างั้นรึ?” ฟาง เจิ้งจือ มองที่ ฉือ กูเหยียน

“…” ฉือ กูเหยียน ตะลึง ปากของนางอ้าค้าง

หน้าของ ปิง หยาง กลายเป็นสีแดงทันทีทันใดนั้นหอกสีแดงก็ปรากฎขึ้นมาในมือของนาง

หอกฉีหลิน

“ข้าจะฆ่าเจ้า!”

ปิง หยาง จับหอกเปลวเพลิง ก่อนจะพุ่งไปทาง ฟาง เจิ้งจือ

“พวกเจ้าจำได้ไหม ที่หน่วยปีกสีชาดและกองทัพทลายภูผาต่อสู้กับภาพลวงตา แต่สุดท้ายกลับต่อสู้กันเอง หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกสังหารหมู่โดยชายสวมหน้ากาก ลองคิดดูสิ ถ้าปีศาจมีกองกำลังที่แข็งแกร่งขนาดนั้น ทำไมต้องเสียเวลาฝึกสัตว์กว่า12ปีด้วย ? ”

ฟาง เจิ้งจือ นึกเรื่องบางอย่างออกในทันที

หอกที่พุ่งไปข้างหน้าของ ปิง หยาง แข็งค้างไปทันที

 

” ใช่! ทำไมกัน?” ปิง หยาง ถามด้วยความสงสัย

ตาของ ฉือ กูเหยียน สว่างขึ้นขณะที่นางนึกถึงมัน จากนั้นนางเหมือนนึกบางอย่างออก

 

“เจ้าจะบอกว่า … “

“ข้าคิดว่าไม่นานคำตอบต้องโผล่ออกมาเร็วๆนี้!” ฟาง เจิ้งจือ มองไปยังชายชุดดำทั้ง 9 ที่ยืนอยู่หลัง ไป่ ซิง

 

 

เพจหลัก : Double gate TH