0 Views

ฉือ กูเหยียน นางฉลาดเหมือนเคย นางรู้ดีว่า ซิง หยวนกัว ต้องการจะบอกอะไร อย่างไรก็ตามเนื่องจากเขาอ้างนามขององค์จักรพรรดิ นั่นหมายความว่า ซิง หยวนกัว ได้ตัดสินใจแล้ว

ปิง หยาง รู้ดีว่า ซิง หยวนกัว ต้องการให้นาง ไปหลบซ่อนตัว ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดที่ดี นางชอบรังแกคนอื่น แต่ไม่ชอบถูกรังแก

 

ดังนั้น …

 

หากนางไปกับ ฟาง เจิ้งจือ ก็ไม่ต้องต่อสู้

“ฆ่า!” เหล่าทหารร้องตะโกนพร้อมยกอาวุธขึ้นสูงด้วยกำลังใจที่เอ่อล้น

 

“เจ้าจะเอาชนะด้วยจำนวนงั้นรึ?” ไป่ ซิง มองไปที่ทหารนับพันก่อนที่จะเหลือบมองไปทางพรรคพวกทั้ง 9 คน แววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความเยาะเย้ย

ต้องพบกับความอัปยศเพราะเด็กอายุแค่ 15 ปี มันทำให้เขาโกรธอย่างไม่น่าเชื่อ

อย่างไรก็ตามเมื่อต้องเจอกับศัตรูที่ทรงพลัง เขาเองก็ไม่สามารถคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ได้ ยิ่งกว่านั้นตอนนี้ทหารก็มีกำลังใจอย่างเอ่อล้น เขาต้องหาวิธีระงับอารมณ์ไว้ให้ได้เสียก่อน

“ทั้งช่วงเวลาและสถานที่ต่างเป็นใจให้กับเจ้า  สิ่งเดียวที่ข้ามีคือคน “ ซิง หยวนกัว ตอบอย่างเย็นชา

 

“คน? ฮ่าฮ่า … ช่างน่าขัน ข้าไม่กล้าพูดว่าจะชนะคนอื่นหรอกนะถ้าเป็นคนของเจ้าข้ามั่นใจมาก!”  ไป่ ซิง หัวเราะเบา ๆ

ท่าทีของ ซิง หยวนกัว มืดมนลงไปอีก เขาเคยต่อสู้ ไป่ ซิง หลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขารู้ดีว่ามันรับมือยากแค่ไหน ไป่ ซิง ไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน

 

หรือจะมีการซุ่มโจมตี?

 

ขณะที่เขากำลังคิดถึงเรื่องนี้ เสียงเพลงก็ดังออกมาจากประตูหิน ให้ความรู้สึกเหมือนกับฝนตกกลางทะเลทราย ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างมาก

เมื่อ ซิง หยวนกัว ได้ยินท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

“หรือจริงๆแล้วพวกเจ้าทั้งหมด … “ แม้การสู้รบจะลำบากแค่ไหน ซิง หยวนกัว ก็จะยังคงใจเย็น

 

แสดงว่าตอนแรกพวกปีศาจวางแผนโจมตีหน่วยเกราะมังกรและใช้พวกเขาเป็นคนส่งข่าวเพื่อหลอกล่อพวกเขาออกมา

เขารู้ว่าทำไมปีศาจจึงเลือกภูเขาคังหลิง เพราะพวกปีศาจจะสามารถติดตั้งกับดักบนภูเขาลูกนี้ได้

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า ซิง เฮา ให้การต้อนรับกับสหายปีศาจของข้า’ฉาง เจีย’ หน่อย ” ไป่ ซิง ชี้ไปทางประตูหินขณะพูด

ซิง หยวนกัว ไม่สน ไป่ ซิง

 

สายตาของเขาจ้องแต่ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ชายคนนั้นถูกปกคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยหวายสีเขียว เขามีเคราหนาและไม่สวมชุดเกราะ มีขลุ่ยสีเขียวอยู่ในมือ

ดูเหมือนพวกคนป่า

 

อย่างไรก็ตาม ซิง หยวนกัว ยังคงเยือกเย็นด้วยความไม่ประมาท

ชายคนนั้นดูเหมือนจะมองมาที่ ซิง หยวนกัว เช่นกัน แต่เป็นเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น

 

ทหารทั้งหมดไม่อยากเชื่อเมื่อได้เห็นชายคนนั้น

“นะ … นามสกุลฉาง!”

“ฉาง เจีย!”

“มีแค่คนจากพื้นที่นั้นเท่านั้นถึงสวมชุดหวายแบบนั้นได้…แต่ทำไมเขาถึงนามสกุล ฉาน?! “

ทหารหลายพันคนต่างไม่เชื่อเมื่อพวกเขาตระหนักถึงตัวตนของชายคนนั้น สิ่งที่เห็นตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธอย่างรวดเร็ว

 

“นับตั้งแต่อาณาจักรเซี่ยก่อตั้งมา พวกเราได้ให้การปกป้องคุ้มกันภูเขาทางใต้ ในฐานะคนตระกูลฉาง เจ้าควรจะรู้ดีกว่าคนอื่น! ทำไมเจ้าถึงกลายเป็นพันธมิตรกับพวกปีศาจ?! “ เสียงของ ซิง หยวนกัว สั่นเล็กน้อย

ฉาง เจีย เงียบ อย่างไรก็ตามเมื่อ ซิง หยวนกัว กล่าวว่า “ในฐานะคนตระกูลฉาง” เหมือนในดวงตาของเขาเผยความเจ็บปวดออกมาเล็กน้อย

 

“ฉาง เจีย เจ้าทำอะไรอยู่ รู้ตัวหรือไม่?เจ้ารู้ความหมายของการเป็นคนของดินแดนภูเขาทางใต้หรือไม่? “ ซิง หยวนกัว ยังคงพูดต่อ

ฉาง เจีย ไม่ได้พูดอะไรออกมา ราวกับเขาไม่ได้ยินที่ ซิง หยวนกัว พูด

 

“เข้ามาสิ ฉาง เจีย เจ้าใช้เวลาไปกว่า 20 ปี ในภูเขาแห่งนี้ ตอนนี้เป็นเวลาที่เจ้าควรแสดงความสามารถออกมาแล้ว!” ไป่ ซิง เหลือบมองไปที่ ฉาง เจีย

ฉาง เจีย พยักหน้า แต่ยังคงนิ่งเงียบ

เขาไม่ได้ยกย่องใครเหมือนพรรคพวกทั้ง 9 ของ ไป่ ซิง  เขาเพียงแค่พยักหน้า และเริ่มเป่าขลุ่ยทันใดนั้นเสียงอันไพเราะก็ดังก้องไปทั่ว

แต่คราวนี้เสียงนั้นคมชัดมาก เหมือนกับว่าธรรมชาติได้ถูกสะกดจิตอย่างรุนแรง

“ตูม!”

 

มีเสียงดังออกมาจากประตูหิน

 

“โฮก!”

เสียงคำรามของสัตว์ร้าย ดังสะท้อนไปทั่วโถงบัลลังก์

ที่ประตูหิน สัตว์ร้ายที่มีขนเหมือนเหล็กสีฟ้าคราม มีกรงเล็บสีดำที่แหลมคม ยิ่งไปกว่านั้น ขนอานสีแดงสดยาวตั้งแต่หัวจรดปลายหาง

“หมาป่าเพลิงฟ้า!”

 

“ไม่ มันคือราชาหมาป่าเพลิงฟ้า!”

ก่อนที่ทหารจะทันทำอะไร

ภายในไม่กี่นาทีหมาป่าเพลิงฟ้านับพันตัวก็เข้ามาในโถงบัลลังก์

นอกเหนือจากหมาป่าเพลิงฟ้า ก็มีสัตว์ร้ายอื่น ๆ อีกมาก ทั้งวานรกรามเหล็ก, แรดเผือกสามเขา และสิงโตเขี้ยวอัศนีย์ …

พวกมันกรูกันเข้ามาด้านใน

ยังไงก็ตาม พวกมันกลับเชื่อฟัง ราวกับได้รับการฝึกมา มีหมาป่าเพลิงฟ้ากว่า 1000 ตัว แรดเผือกสามเขาอีกกว่า 500 ตัวได้ วานรกรามเหล็กขี่ม้าทั้งฝูง และสิงโตเขี้ยวอัสนีคอยเฝ้าระวังด้านหลัง

 

ซิง หยวนกัว เริ่มขมวดคิ้ว

ตั้งแต่ ฉาง เจียง เดินพ้นประตูออกมา เขาก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ ยังไงก็ตามเขาไม่คิดว่า ฉาง เจียง จะฝึกพวกมันได้ขนาดนี้

พวกมันเป็นสัตว์ร้ายต่างเผ่าพันธ์ุ

ที่สำคัญพวกมันเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ทั้งหมด!

พวกมันให้ความสำคัญกับการร่วมมือมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลก

ยังไงก็ตามมันจะร่วมมือกับเผ่าของตัวเองเท่านั้น แต่ ฉาง เจีย ทำให้พวกมันร่วมมือกันได้ เขาถึงกับพูดไม่ออก

“ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าเป็นสำนักอันดับต้นๆของดินแดนภูเขาทางใต้!” ซิง หยวนกัว ตวัดดาบ 2 ครั้ง

ดาบของเขามีสีดำบริสุทธิ์และดูเก่าแก่ ใบมีดอันคมกริบกับอักขระที่ถูกตีตราลงบนผิว เริ่มส่องแสงประกาย

 

“ฆ่า! เพื่อความภาคภูมิใจของพวกเรา! “

“ฆ่า!”

ทั้งกองทัพนำโดย ซิง หยวนกัว ไม่มีใครก้าวหนี ต่างเข้าเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย

พวกเขาเป็นทหารยอดเยี่ยมแห่งอาณาจักรเซี่ย

 

“เพื่อความภาคภูมิใจและเกียรติยศ!”

 

ที่ด้านหลัง ปิง หยาง เกาะแขนของ ฉือ กูเหยียน เอาไว้แน่นนางรู้สึกไม่ค่อยดีขณะที่มองดูกองทัพเข้าปะทะกับสัตว์ร้าย

“ฟาง เจิ้งจือ เจ้าบอกว่าพบ ศิลาเซียน แล้ว มันอยู่ที่ไหนกัน?” ปิง หยาง โกรธ

นางไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่เข้ามาในโถงบัลลังก์ นางรู้ว่า ฟาง เจิ้งจือ ทำไปเพื่อหาข้ออ้างลากทั้งสองคนออกไป นางไม่มีเหตุผลที่จะโกรธเขา

ฟาง เจิ้งจือ ไม่ได้พูดอะไร เขาไม่แม้แต่จะได้ยินในสิ่งที่ ปิง หยาง พูด สายตาของเขาเอาแต่จ้องไปที่ หมาป่าเพลิงฟ้า

 

“ถูกใช้งานมา 20 ปี?!”

“20 ปีมาแล้ว … “

เมื่อ 8 ปีก่อน ตอนเขาอายุได้ 7 ขวบ เขาได้ฆ่าหมาป่าเพลิงฟ้าบนภูเขาคังหลิง มันเป็นหมาป่าที่โดดเดี่ยว แต่ตัวมันใหญ่กว่าที่เขาเห็นในตอนนี้

ตอนที่มันกำลังจะตายมันเหลือบมองเข้าไปในส่วนลึกของภูเขาคังหลิง ดวงตาของมันดูเหมือนโล่งใจ แต่ก็ไม่เต็มใจ

มันใช้ชีวิตตลอด 3-4 ปีที่ตีนเขาคังหลิง

ไม่มีใครรู้ว่าทำไม หมาป่าเพลิงฟ้าตัวนั้นถึงอยู่อย่างโดดเดี่ยว บนภูเขา แม้จะเหงามันไม่เคยก้าวเข้าไปในส่วนลึกของภูเขาคังหลิงเลย มันกลับเลือกที่จะวนเวียนอยู่ที่ตีนเขา

 

12 ปี…

ฟาง เจิ้งจือ กำหมัดแน่น

หมาป่าเพลิงฟ้าตัวนั้นคือราชาของหมาป่านับพันเหล่านี้ มันคือราชา!

จนถึงตอนนี้ ฟาง เจิ้งจือ ยังคงจำใบหน้าของมันตอนที่กำลังจะตายได้ดี ทั้งเหงาและโดดเดี่ยว

 

“บรู๋วววว…!”

ฟาง เจิ้งจือ ทำเสียงเหมือนที่เคยได้ยินตอนนั้น

เสียงร้องของหมาป่าที่โดดเดี่ยวกึกก้องดังไปทั่วโถงบัลลงก์

มันขัดจังหวะเพลงขลุ่ยสะกดจิต

หมาป่าเพลิงฟ้าทั้งหมดต่างหยุดเคลื่อนไหวในทันที ดวงตากว่า 1000 คู่ จ้องไปที่ ฟาง เจิ้งจือ ด้วยความไม่เชื่อ

นี่คือจิตสำนึกของสัตว์ร้าย

ฟาง เจิ้งจือ รู้ว่า สัตว์พวกนี้ฉลาดแค่ไหน เขามีความชำนาญในการเลียนเสียงของพวกมัน

เขาก็ตะโกนอีกครั้ง บรู๋วววว!”

 

ในตอนนั้นหมาป่าเพลิงฟ้านับพันตัวเริ่มเคลื่อนไหว

ไม่ใช่แค่หมาป่าเพลิงฟ้าแม้แต่สัตว์ตัวอื่น ๆ ก็มองไปยังเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี

 

“12 ปีก่อนเขาขับไล่ราชาของพวกเจ้าออกจากภูเขาคังหลิง!”

“ตอนนั้นเขาสัญญาว่าจะให้อิสระกับราชาผู้นั้น เขาสัญญาว่าจะปล่อยราชาของพวกเจ้าไป!”

“แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่!”

“เขาฆ่าราชาของพวกเจ้าและทอดทิ้งศพเอาไว้บนภูเขาคังหลิง เขาถลกหนังราชาของพวกเจ้าออกมา! “

ฟาง เจิ้งจือ ยืนอยู่ที่เดิมของเขา และเริ่มเล่าเรื่องราว การกระทำของเขาอาจดูตลกไปเสียหน่อย

แต่สัตว์ทุกตัวกลับอยู่จดจ้องอยู่กับท่าทางอันตลกของเขา

“เจ้าขยะ! ข้า, ฉาง เจีย, สืบเชื้อสายมาจากตระกูลชั้นนำของภูเขาทางใต้ ข้ากินมังสวิรัติทั้งชีวิต ข้าไม่เคยสวมเสื้อขนสัตว์เลย ข้าดื่มน้ำแค่ในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น! ข้าเป็นเพื่อนกับต้นไม้และเป็นสหายของเหล่าสัตว์! เจ้ากล้ากล่าวหาข้าได้ยังไง? “ ท่าทีของ ฉาง เจีย เปลี่ยนไป เมื่อได้ยิน ฟาง เจิ้งจือ

ในฐานะคนตระกูลชั้นนำของภูเขาทางใต้ เขามีวิธีการฝึกฝนอยู่ พวกเขาเชื่อในเต๋าแห่งการสรรค์สร้าง อย่างไรก็ตามพวกเขาเน้นการใช้ร่างกายเพื่อเชื่อมต่อกับธรรมชาติ

พวกเขาอาศัยอยู่ในป่า หลีกหนีจากเมือง เหมือนกันกับตระกูลฉาง พวกเขาเคารพธรรมชาติ

 

พวกเขาเป็นเพื่อนกับเหล่าสัตว์ร้าย พวกเขาใช้พลังของสัตว์เพื่อปกป้องบ้านเกิดเมืองนอน ในทางกลับกันพวกเขาไม่เคยกินเนื้อสัตว์หรือสวมหนังของพวกมันเลย!

ฉาง เจีย โกรธมาก ฟาง เจิ้งจือ ดูหมิ่นเขา

ราวกับพระภิกษุที่ถูกกล่าวหาว่าแอบมีหญิงสาว

 

ตอนที่ ซิง หยวนกัว พูดด้วยและขู่เรื่องของทางใต้ ฉาง เจีย กลับไม่ตอบ

แต่กลับกัน ฟาง เจิ้งจือ แค่พูดเรื่อไร้สาระเพียงนิดเดียว ทำให้เขาโกรธเกรี้ยวอย่างสิ้นเชิง

สิ่งนี้ทำให้ทหารหลาย 1000 คนตะลึง

แม้แต่สหายทั้ง 9 ตนของ ไป่ ซิง เองก็ตะลึงหลังจากรู้จัก ฉาง เจีย มาหลายปี พวกเขารู้ว่า ฉาง เจีย เป็นคนพูดน้อยมาก

 

การตอบรับของเขามีเพียงแค่พยักหน้าหรือส่ายหน้าเท่านั้น

 

แต่ตอนนี้ …

คนเก็บตัวคนนี้กำลังพูดไม่หยุด?!

ฉือ กูเหยียน มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ นางรู้ว่า ฟาง เจิ้งจือ กำลังพูดอะไร แต่อย่างไรก็ตาม ฟาง เจิ้งจือ เข้าใจว่า ฉาง เจีย ขับไล่ราชาของสัตว์พวกนี้เมื่อ 12 ปีก่อน?

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกที่ ฟาง เจิ้งจือ ได้เห็น ฉาง เจีย … 12 ปีก่อน …

ฟาง เจิ้งจือ มีอายุแค่ 3 ขวบ?

 

“ข้ากล่าวหา? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้ามีหลักฐาน? “ ฟาง เจิ้งจือ ไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตามท้องของเขาบอกว่า ฉาง เจีย เป็นผู้ขับไล่ราชาหมาป่าเพลิงฟ้า

แต่เรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกันยังไง?  

“เจ้ามีหลักฐานอะไร?”  ฉาง เจีย ไม่เชื่อ เขาไม่เคยทำอะไรแบบนั้น เด็กชายคนนี้จะไปมีหลักฐานได้ยังไง?

“แน่นอน ข้ามี!” ฟาง เจิ้งจือหยิบหนังของ หมาป่าเพลิงฟ้า ขึ้นมาในมือ

 

เมื่อ 8 ปีก่อน เขาได้ฆ่าหมาป่าเพลิงฟ้า และเอาไปขายได้เงินมาพอสมควรอย่างไรก็ตาม ฉือ กูเหยียน ไปที่หมู่บานภูเขาทางใต้ เขาไม่มีทางเลือก ได้แต่เก็บหนังหมาป่าเอาไว้ เพื่อไม่ให้ ฉือ กูเหยียน รู้ร่องรอยของเขา

ซึ่งเมื่อครอบครัวของเขามีเงินทองมากขึ้น เขาจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะขายมันเขาตัดสินใจที่จะเก็บไว้เป็นของที่ระลึกของการฆ่าครั้งแรกของตัวเอง

ตอนนี้เขาได้ใช้ประโยชน์ของมันแล้ว

ฉาง เจีย จ้องมอง หนังหมาป่าเพลิงฟ้าที่ถูกซ่อนอยู่  หมาป่าเพลิงฟ้าตัวอื่นๆก็เช่นกัน

 

นั่นคือราชาของพวกเขา

บรู๋วววว!” ทันใดนั้นหมาป่าเพลิงฟ้านับ 1000 ตัวก็โห่ร้อง เสียงกระหึ่มของพวกมันสั่นสะเทือนไปทั่วหอบัลลังก์ ราวกับการสรรเสริญให้กับความพ่ายแพ้ของราชา

ความรู้สึกของ ฉาง เจีย มืนมดลงไปอีก

“เป็นเจ้านั้นเอง! เจ้าฆ่าราชาของพวกเขา เจ้าชาวเขาชั้นต่ำ!

 

 

เพจหลัก : Double gate TH