0 Views

ฟาง เจิ้งจือ เองก็ยิ้มเช่นกัน มันสดใสมากกว่าของ ไป่ ซิง นอกจากนี้ท่าทางของเขาราวกับคาดการทุกอย่างเอาไว้แล้ว

“เขากำลังลองเชิง?”

“ข้าคิดว่ามีโอกาส 90% ที่ ฟาง เจิ้งจือ จะยอมจำนน!”

 

ทหารทุกคนมองไปยัง ฟาง เจิ้งจือ ด้วยความดูถูก พวกเขากำลังต่อสู้ แต่ ฟาง เจิ้งจือ กลับขอของขวัญจากปีศาจ? ช่างกล้ามาก!

 

ซิง หยวนกัว เองก็มองที่ ฟาง เจิ้งจือ  เขาไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้คิดอะไร ทุกอย่างที่เขารู้เกี่ยวกับ ฟาง เจิ้งจือ มาจากการได้ยินมาเท่านั้น

 

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน

เขาไม่รู้ว่า ฟาง เจิ้งจือ เป็นคนซื่อสัตย์ยึดมั่นในความถูกต้อง หรือคนที่ทำทุกอย่างเพราะผลประโยชน์

ถ้าเป็นอย่างแรก งั้นก็หมายถึงก่อนหน้านี้เขาเล่นตลก?

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ศัตรูแข็งแกร่งมาก นอกจากนี้พวกเขาถูกขังอยู่ใน กลืนกินโลก ชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในอันตราย มีความเป็นไปได้ว่า ฟาง เจิ้งจือ จะยอมจำนน

ฆ่า?

หรือปล่อยไป?

นี่เป็นคำถามที่ ซิง หยวนกัว ต้องตอบ ในฐานะแม่ทัพ เขาต้องคิดให้ดีก่อนจะทำอะไร ซึ่งตอนนี้ ฟาง เจิ้งจือ อยู่ข้าง ปิง หยาง

ปิง หยาง ก็ดูไม่สงสัยอะไร

 

ถ้า ฟาง เจิ้งจือ จับ ปิง หยาง เป็นตัวประกัน นั่นหมายถึงความตายของพวกเขา

 

ดวงตาของ ซิง หยวนกัว สว่างไสว เขาไม่ได้หยุดหรือโจมตี ฟาง เจิ้งจือ  เขาสัญญากับตัวเองว่า ถ้า ฟาง เจิ้งจือ รับของขวัญ เขาจะฆ่า ฟาง เจิ้งจือ ทันที!

 

 

หลังจากหัวเราะ ไป่ ซิง คิดอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบอัญมณีออกมา จากนั้นก็ลูบไล้มันเบาๆสองสามครั้ง

 

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นคนที่มีไหวพริบและฉลาด เข้าสู่ระดับสะท้อนสวรรค์ตอนอายุ 15 ปี ไม่มีครูนำทาง เรียนด้วยตัวเอง ข้าเคยผิดหวังกับมนุษย์เสมอมา พวกเขามักใช้ความช่วยเหลือจากครอบครัว แต่ไม่เคยตระหนักถึงผู้มีพรสวรรค์ที่อยู่รอบตัวเขา  คงน่าเสียดายถ้าเจ้าไปอยู่กับคนพวกนั้น ในเมื่อเจ้าได้พบข้า ข้าก็หวังว่าเจ้าจะรับมันไป … วิชาดาบ”ดาราไร้สิ้นสุด!”

ความตั้งใจของ ไป่ ซิง นั้นชัดเจน เขาพยายามสรา้งความแตกแยกจากการชักชวน ฟาง เจิ้งจือ โดยเขาเสนอวิชาปีศาจให้ครึ่งหนึ่ง

 

จากนั้นเขาก็วางอัญมณีไว้บนมือ และยื่นออกไป

 

“วิชาดาบดาราไร้จำกัด?!”

“ไม่ใช่ว่ามันเป็นวิชาที่ต้องฝึกกับ ไป่ ซิง งั้นรึ?”

ทหารทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อได้ยิน

ซิง หยาวนกัว เหลือบมอง  ไป่ ซิง ไม่ได้เสนอ ชุดเกราะ ของมีค่า เขาเสนอวิชาครึ่งหนึ่ง

 

ถ้า ฟาง เจิ้งจือ ฝึกฝนมัน แน่นอนเขาจะต้องถามหาอีกส่วนหนึ่ง

ทางเลือกของ ฟาง เจิ้งจือ คืออะไร? เอาวิชามาแลกกับความภักดีกับ ไป่ ซิง? หรือปฏิเสธมันทั้งหมด …

ซิง หยวนกัว ไม่ต้องคิดนาน

คำตอบก็อยู่ตรงหน้าทุกคน

ฟาง เจิ้งจือ เดินไปหา ไป่ ซิง อย่างไม่ลังเล

จากนั้นเขาก็เอาอัญมณีนั้นมา

 

เขาโค้งคำนับอย่างจริงใจให้กับ ไป่ ซิง แล้วตะโกนว่า “ขอบคุณ!”

 

เสียงของเขาดังก้องไปทั่ว

 

อย่างไรก็ตามการท่าทีของทหารทุกคนกลับดำทมึน

 

มือของ ซิง หยวนกัว ก็เลื่อนไปจับที่เอว เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ แต่ ฉือ กูเหยียน เองก็เคลื่อนไหวเล็กน้อย

นางขยับตัวขวางระหว่าง ซิง หยวนกัว และ ฟาง เจิ้งจือ

 

ซิง หยวนกัว มองไปที่ ฉือ กูเหยียน และตระหนักว่าดวงตาของนางเป็นประกายกว่าเดิม ท่าทีขอนางสงบเหมือนทะเลสาบในฤดูใบไม้ผลิ

ซิง หยวนกัว ปล่อยมือออก

 

มันดูไม่น่าเชื่อ ก่อนหน้านี้เขาสัญญากับตัวเองว่าจะฆ่า ฟาง เจิ้งจือ ถ้าเขารับของขวัญ แต่ตอนนี้เขากลับไม่ทำ

 

แต่นี่เป็นความจริง

หลังจากกล่าวขอบคุณ ฟาง เจิ้งจือ ก็กลับมาที่เดิม

มันดูค่อนขางขัดแย้ง

 

ทำไมเขาเดินกลับมา ทั้งที่ควรจะแสดงความภักดีกับ ไป่ ซิง?

 

“มันอาจจะเป็น…”

ความคิดหนึ่งเกิดขึ้นในใจของเหล่าทหาร ฟาง เจิ้งจือ ไปยืนข้างๆ ปิง หยาง ห่างไม่ถึงนิ้ว

รอยยิ้มของ ไป่ ซิง สดใสขึ้น

 

ฟาง เจิ้งจือ เองก็ยิ้มอย่างสดใส

การแข่งกันยิ้มยังดำเนินต่อไปอีก 5 นาที ในที่สุด ไป่ ซิง ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป

“ของขวัญของเจ้าอยู่ที่ไหนกัน?” ไป่ ซิง ไม่อยากกล่าวเตือน แต่เขาไม่อยากรออีกต่อไป

“ข้าไม่ได้ให้มันไปแล้วหรอ?” ฟาง เจิ้งจือ มอง ไป่ ซิง อย่างสงสัย

“เจ้า? อะไร … เจ้าให้อะไรกับข้า? “ ไป่ ซิง สับสนมากยิ่งขึ้น

“ข้าไม่ได้ขอบคุณไปหรอกหรือ? มันคือ “ของขวัญ” ของข้าไง! “ ฟาง เจิ้งจือ ตอบกลับ

” ‘ขอบคุณ’ เป็นของขวัญที่เจ้ามอบให้ข้า?” ไป่ ซิง ผงะไปทันที

ทหารที่ได้ยิน ฟาง เจิ้งจือ พูดเอง ก็มองกันไปมาด้วยความสับสนเช่นกัน

 

ไม่ใช่ ฟาง เจิ้งจือ แปรพักต์แล้วงั้นรึ?

ทำไม…

“ทำไมอาณาจักรเซี่ยที่ยิ่งใหญ่ มีประชากรมากมาย ในขณะที่ เผ่าพันธุ์ปีศาจมีแค่เมืองเล็กๆ ในฐานะเจ้าหน้าที่ระดับ 4 มันก็เป็นเกียรติอย่างมากแล้วที่ข้าขอบคุณเจ้า ข้าแค่เอาอัญมณีเล็กๆจากเจ้ามาเท่านั้น ไม่คิดว่าเป็นเจ้าที่ควรคุกเข่าให้กับความใจกว้างของข้างั้นหรือ?”  เสียงของ ฟาง เจิ้งจือ ดังขึ้นอีกครั้ง เขาโยนอัญมณีในมือไปมา

เมื่อ ไป่ ซิง ได้ยินเช่นนั้น ท่าทีของเขาดูดำทมึนขึ้นทันที เจ้าหน้าที่ระดับ 4? ฑูตแห่งดาบ?

ในฐานะหัวหน้า 1 ในดินแดนปีศาจ ระดับเจ้าหน้าที่ของเขานั้นอยู่ในระดับ 2 ในโลกปีศาจ

เจ้าหน้าที่ระดับ 4 ที่ไม่มีทหารอยู่ใต้บังคับบัญชา ต้องการให้เขาคุกเข่าให้?

 

อัปยศ! มันน่าอัปยศเป็นอย่างมาก!

ทหารทุกคนมองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ ผู้นิ่งสงบ และ ไป่ ซิง ที่กำลังโกรธถ้าพวกเขาไม่รู้ว่าเรื่องตรงหน้าหมายความว่ายังไง สมองของพวกเขาคงมีปัญหา

 

แปรพักต์?

เชี่ย!

 

ใครจะกล้าดูถูกผู้นำของฝ่ายตรงข้ามขนาดนี้? การกระทำของ ฟาง เจิ้งจือ แสดงจุดยืนของเขาชัดเจน

 

เขาจะต้องเป็นศัตรูกับปีศาจไปจนตาย!

“พูดได้ดี! อาณาจักรเซี่ยที่ยิ่งใหญ่ มีประชากรมากมาย ขณะที่เผ่าพันธุ์ปีศาจมีแค่เมืองเล็กๆ  ทำไมพวกเราต้องยอมจำนนให้มันด้วย! “

 

“เหอะ! คิดว่าเจ้าหน้าที่ระดับ 4 จะถูกหลอกล่อด้วยหินโง่ๆงั้นรึ! “

“ใช่ ฆ่าปีศาจเพื่ออาณาจักรเซี่ยอันยิ่งใหญ่!”

ขวัญกำลังใจของทหารเพิ่มขึ้น มันไม่ใช่เพราะ ฟาง เจิ้งจือ พูดทั้งหมด

 

แต่มันเป็นความภาคภูมิใจของพวกเขา!

 

หากเยาวชนอายุ 15 ปี กล้าดูถูกหัวหน้า 1 ในดินแดนปีศาจ แล้วพวกเขาที่เป็นทหารของอาณาจักรเซี่ยอันยิ่งใหญ่จะยอมแพ้งั้นหรือ?

พวกเขาพร้อมจะตาย โดยไม่ละทิ้งความภาคภูมิใจ พวกเขาเป็นกองทัพทลายภูผาและหน่วยปีกสีชาดเสาหลักของอาณาจักร

จากความล้มเหลวก่อนหน้านี้ของพวกเขา พวกเขามีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว คือต้องเอาชนะปีศาจและกู้ความภาคภูมิใจกลับมาให้ได้

ซิง หยวนกัว จ้องไปที่ ฟาง เจิ้งจือ

เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำของ ฟาง เจิ้งจือ นั้นเป็นการจงใจหรือแค่เรื่องบังเอิญ อย่างไรก็ตามเขารู้ว่า สิ่งที่ ฟาง เจิ้งจือ ใช้ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการฟื้นฟูขวัญกำลังใจของกองทัพ

ขวัญกำลังใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

ถ้ามีความกล้าหาญแล้วละก็ ทุกอย่างก็เป็นไปได้

ฟาง ผู้ยังไม่มีประสบการณ์อะไรทั้งสิ้น แต่เขากลับทำในสิ่งที่ผู้บัญชาการคาดไม่ถึงได้

 

เขาสามารถปลุกขวัญกำลังใจของกองทัพหลาย 1000 คนขึ้นมาได้

ปิง หยาง ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไรนัก อย่างไรก็ตามนางรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ของกองทัพนับพันคน เป็นเพราะ ฟาง เจิ้งจือ ?

เจ้าไร้ยางอายเอา “วิชาดาบดาราไร้สิ้นสุด” ของปีศาจมาและเพิ่มกำลังใจให้เหล่าทหาร? ไม่น่าเชื่อ

“ช่างเถอะ คงแค่โชคดีแหละ!” ปิง หยาง พึมพำ

ฉือ กูเหยียน นั้นไม่เหมือน ปิง หยาง นางเติบโตมาในตระกูลนักรบและคุ้นเคยกับกลยุทธ์ต่างๆดีนางรู้ดีว่า ฟาง เจิ้งจือ ทำอะไรลงไป

ถ้าพวกเขาสามารถชนะสงครามนี้ได้ …

 

ฟาง เจิ้งจือ ถือว่ามีบทบาทมากในครั้งนี้

การปลุกกำลังใจของเหล่าทหารดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันยากอย่างไม่น่าเชื่อ คนที่สามารถทำเรื่องนั้นได้เป็นคนที่หาได้ยากยิ่ง และถือเป็นอัจฉริยะของเหล่านักรบ

“เจ้าไร้ยางนั่น… ทำได้จริงๆงั้นรึ?” ความรู้สึกของ ฉือ กูเหยียน เปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก 

 

นางเคยเห็นการแสดงออกของทหารมาก่อน นางรู้ว่าพวกเขาเป็นแค่พวกขี้แพ้ อย่างไรก็ตามพวกเขาเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาเป็นกองทัพที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อความภาคภูมิใจของพวกเขา

 

วิธีการของเขาอาจจะไร้ยางอาย

แต่ไม่น่าเชื่อเลยกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

 

ท่าทีของ ไป่ ซิง แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง เขาเหลือบไปมองเหล่าทหาร

“นายท่าน เตือนข้าว่า ฟาง เจิ้งจือ เป็นคนที่ไม่สามารถคาดเดาได้ นายท่านบอกให้ข้าระวังตัว หากต้องปะทะกับเขา ข้ามองข้ามเรื่องนั้น แต่ตอนนี้มันเป็นไปตามนั้นจริงๆ! แต่ไม่เป็นไร เพราะในค่ำคืนนี้ชื่อของ ฟาง เจิ้งจือ จะหายไปจากโลก กลืนกินโลก จะเป็นหลุมฝังศพของเขา! “

ร่างของ ไป่ ซิง ส่องประกายแสงสีเงินในขณะที่พูด ออร่าอันแกร่งกล้าครอบคลุมทั่วร่างของเขา

 

ก่อนจะปล่อยคลื่นพลังพุ่งไปหา ฟาง เจิ้งจือ

ดวงตาปีศาจสีแดงหมายความว่า ไป่ ซิง อยู่เหนือ หยิง ซาน ขึ้นไปอีก

 

ฟาง เจิ้งจือ ได้ฆ่า หยิง ซาน ลง …

อย่างไรก็ตามตอนนั้นเพราะดาบไร้ร่องรอยนั้นควบคุมโลกแห่งเซียนอยู่ เขาไม่สามารถเอาชนะ หยิง ซาน ได้ด้วยความสามารถที่เขามี ตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับ ไป่ ซิง …

 

เขาไม่ใช่คนที่ร้ายกาจ

“น่าเสียดาย ข้ายังไม่ได้ชื่นชมที่แห่งนี้เลย!” ฟาง เจิ้งจือ บ่นเล็กน้อยก่อนก้าวออกไป

การต่อสู้ระหว่าง 2 ผู้ทรงพลัง เขาต้องการเพียงยืนเชียร์อยู่ข้างๆเท่านั้น เขาไม่เคยคิดจะไปยืนแทนที่พวกเขา

ซิง หยวนกัว จ้องมอง ฟาง เจิ้งจือ

 

เขาสับสนเมื่อเห็น ฟาง เจิ้งจือ ก้าวออกไปพร้อมกับพึมพำบางอย่าง

 

น่าชื่นชม?

 

เด็กคนนี้ไม่ใช่คนที่มีฝีมือ

เห็นได้ชัดว่า ฟาง เจิ้งจือ อยากจะใช้เวลานี้วิ่งหนีออกไป

เขาไม่ได้โกรธ

ฟาง เจิ้งจือ ได้ทำในส่วนสำคัญที่สุดไว้แล้ว ในฐานะแม่ทัพเขาจะสู้เอง

แต่ทว่า…

 

เขาไม่วิ่งเร็วไปหน่อยงั้นรึ?

อย่างน้อยๆ เขาไม่ควรจะพาองค์หญิงไปกับเขาหน่อยรึ?

ในขณะที่เขากำลังคิดถึงเรื่องนี้ ฟาง เจิ้งจือ ก็หันกลับมาและปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ปิง หยาง และ ฉือ กูเหยียน  “ตามข้ามา ข้าพบศิลาเซียนแล้ว เร็วเข้า!”

ซิง หยวนกัว รู้สึกตะลึงกับท่าทีของ ฟาง เจิ้งจือ

นั่นไม่ตลกเลยนะ?

ทหารนับพันคนไม่พบแม้แต่ร่องรอยของ ศิลาเซียน เลยสักนิดเดียว เจ้าจะพบมันได้ยังไง ทั้งที่ยังไม่ได้เดินไปทั่วทั้งโถงเลย?

 

อย่างไรก็ตามการต่อสู้ที่อันตราย แต่ฟาง เจิ้งจือ กลับบอกให้ ปิง หยาง และ ฉือ กูเหยียน ไปกับเขา มันทำให้ ซิง หยวนกัว มั่นใจ

 

ทั้ง ปิง หยาง และ ฉือ กูเหยียน จะไม่มีอันตราย

“ฝ่าบาท กูเหยียน องค์จักรพรรดิได้สั่งให้ค้นหา ศิลาเซียน  ในนามขององค์จักรพรรดิ ข้าขอสั่งให้ท่านทั้ง 2 ทำตามที่ ฟาง เจิ้งจือ กล่าว “ ซิง หยวนกัว พบกับข้ออ้างที่ไร้สาระ แต่เขาตัดสินใจที่จะ “ตกลง” ทำตามข้ออ้างนั้น

 

 

เพจหลัก : Double gate TH

 

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ไม่ได้อัพนิยายมา 3 วัน เนื่องจากมีโปรเจคที่ต้องเร่งส่งทำให้ยุ่งมากๆเลยครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ หลังจากนี้จะกลับมาลงตามปกติ หากมีอะไรเพิ่มเติมจะแจ้งผ่านทางหน้าเพจ Double gate TH นะครับ

ลิงก์แฟนเพจ : Double gate TH