0 Views

 

ฟาง เจิ้งจือ ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครโลภมากกว่าเขา

 

คนนั้นคือ ปิง หยาง

ก่อนที่ ฟาง เจิ้งจือ จะวิ่งไป ปิง หยาง ก็ออกตัวไปก่อนแล้ว

นางพุ่งตรงไปที่ประตูหิน โดยไม่ได้พูดอะไรกับ ฟาง เจิ้งจือ

“ฮ่า ๆ ๆ , เป็นของข้า … “ ขณะที่นางวิ่ง นางก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

ทำให้ ฟาง เจิ้งจือ สงสัยเล็กน้อย

 

ปิง หยาง เป็นองค์หญิง! ทำไมนางต้องรีบขนาดนี้? ก็แค่ศิลาเซียน? นางไม่เคยเห็นมาก่อนงั้นหรือ?

 

นางช่วยทำตัวให้เหมือนชนชั้นสูงหน่อยได้ไหม?

ฟาง เจิ้งจือ มองไปที่ ฉือ กูเหยียน

ดูเหมือนนางจะเข้าใจสิ่งที่ ฟาง เจิ้งจือ สงสัย “จริงๆแล้ว ปิง หยาง ไม่เคยเห็นศิลาเซียนมาก่อน”

 

“แล้วเจ้าละ?”

 

“ข้าเคย” ฉือ กูเหยียน พยักหน้า

 

ฟาง เจิ้งจือ สงสัยอีกครั้ง

ปิง หยาง นางเป็งถึงองค์หญิงที่องค์จักรพรรดิรักใคร่ แต่นางกลับไม่เคยเห็นมัน ทั้งๆที่ ฉือ กูเหยียน เคย

 

เดี๋ยวก่อนนะ..

นางเคยเห็นมาก่อน? ไม่ใช่ว่านางกลายเป็นเซียนแล้วงั้นรึ?

 

“เจ้าได้กลายเป็น… “

“ไม่!”

 

“เจ้าไม่เข้าใจมัน?”

“…” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัว  “ศิลาเซียนไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด มันไม่ใช่ศิลาจริงๆ  ถ้าเจ้าโชคดีเห็นมัน ก็จะเข้าใจ “

 

“มันไม่ใช่ศิลา?”ฟาง เจิ้งจือ อยากจะบอกว่า ฉือ กูเหยียน โกหกเขา

อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือไล่ตาม ปิง หยาง ให้ทัน นางไปอยู่ตรงประตูทางเข้าแล้ว

ฟาง เจิ้งจือ และ ฉือ กูเหยียน รีบวิ่งไปที่ประตูหินโดยไม่ลังเล

ทันทีที่เขาก้าวเข้าไป เขารู้สึกราวกับถูกดึงดูดโดยแรงที่ไม่รู้จัก

ฉากด้านหน้าชวนให้แปลกใจมากยิ่งขึ้น

เสาหินสีทองอย่างมากก็กว้างเพียง 10 เมตร แต่ข้างหน้าเขาตอนนี้เป็นโถงบัลลังก์ เสาในโถงนี้นั้นถูกแกะสลักอย่างปราณีต

 

ตรงกล้างโถง นั้นคล้ายกับหม้อสีดำขนาดใหญ่

 

เปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในนั้น

ใต้ของหม้อขนาดใหญ่ มีทหารหลายพันนายในชุดเกราะอยู่

 

ปิง หยาง หยุดมองด้วยความแตกตื่น ปากของนางอ้าออกด้วยความหวาดกลัว

 

“ท่านลุงซิง!”

 

“ขอรับ…องค์หญิง ท…ท่านมาทำอะไรอยู่ที่นี่?! “ ชายในชุดเกราะตกใจทันทีเมื่อเห็น ปิง หยาง

จากนั้นก็เห็น ฟาง เจิ้งจือ เขาขมวดคิ้ว ขณะที่เขากำลังจะพูดบางอย่าง ขากลับแข็งค้างไป

 

ฉือ กูเหยียน เดินตามมา

 

“กูเหยียน?”

“ท่านลุงซิง เป็นเกียรติมากที่ได้พบท่าน” ฉือ กูเหยียน โค้งคำนับให้เล็กน้อย

“องค์หญิง, กูเหยียน… ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?” ทันใดนั้น ชายคนนั้นก็มาปรากฎตัวอยู่ใกล้ๆเขาทันที

ฟาง เจิ้งจือ ตกใจมาก

ถ้าความเร็วของ ฉือ กูเหยียน นั้นน่าทึ่งแล้ว ชายคนนี้ก็น่าทึ่งยิ่งกว่า

 

เขาเป็นน้องชายร่วมสาบานขององค์จักรพรรดิ? และพี่ชายของพ่อ ฉือ กูเหยียน?

หัวใจของ ฟาง เจิ้งจือ สั่นสะท้าน เขาคือ ซิง หยวนกัว? ผู้นำของ 13 กองตรวจการ และพ่อของ ซิง ฉิงซุย?

ฟาง เจิ้งจือ นั้นมีความรู้สึกที่ดีต่อกองตรวจการความมั่นคง

เขาชื่นชมความมุ่งมั่นและการตัดสินใจ ยิ่งไปกว่านั้น ซิง ฉิงซุย ยังช่วยเขาที่โถงบัลลงก์

อย่างไรก็ตาม ซิง หยวนกัว นั้นมองแค่ ปิง หยาง และ ฉือ กูเหยียน เท่านั้น

ฟาง เจิ้งจือ จึงไม่อยากขัดจังหวะพวกเขา

“เรื่องมันยาวกว่าพวกเราจะมาถึงที่นี่ ท่านลุงก็ติอยู่ในกับดักงั้นหรือ? “ ฉือ กูเหยียน เหลือบไปมองหทารนับพันนายที่อยู่ข้างหลัง

“ไม่มีอะไรหนีจากสายตาของเจ้าได้พ้น ข้าไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป การต่อสู้ครั้งนี้ยากที่สุดตั้งแต่ข้าเคยต่อสู้มา อย่างไรก็ตามข้าจะไม่ปล่อยปีศาจไปเด็ดขาด ต่อให้ต้องตายก็ตาม! “ ซิง หยวนกัว ได้ตัดสินใจไว้แล้ว

แก้ไขแล้ว
ฟาง เจิ้งจือ สัมผัสได้ถึงจิตวิญญานแห่งการต่อสู้ คล้ายกับ ซิง ฉิงซุย
 
 

 อย่างไรก็ตามหาก ซิง ฉิงซุย เป็นแม่น้ำ ซิง หยวนกัว ก็ราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่

 

มหาสมุทรที่ไม่มีสิ้นสุด

 

เรื่องยากที่สุดทำหรับแม่ทัพก็คือการคุมสติของเขาเอาไว้หลังจากได้รับความพ่ายแพ้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะสูญเสียพลทหารไปมาก ซิง หยวนกัว ยังคงคุมสติของเขาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

นี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้เป็นผู้นำของกองตรวจการความมั่นคง และเป็นเสาหลักของอาณาจักรเซี่ย

 

“ลุงซิง เกิดอะไรขึ้นที่ค่ายกัน?” ฉือ กูเหยียน ถาม

 

“เจ้าไปที่นั่นมารึ?”

 

“ใช่”

 

“ฮึ่ม มันคือการสังหารหมู่ …เป็นการต่อสู้ระหว่างหน่วยปีกสีชาดกับกองทัพทลายภูผา”แววตาของ ซิง หยวนกัว กลายเป็นสีแดงเลือด

ฉือ กูเหยียน ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเรื่องนี้

 

ปิง หยาง เองก็เงียบไป

หลังจากเงียบไปสักพัก ซิง หยวนกัว ก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กองทัพทลายภูผาและหน่วยปีกสีชาดตระหนักว่าพวกเราถูกโจมตี  พวกเขาจึงร่วมกันตั้งการป้องกันอย่างรวดเร็ว “

“พ่อของท่านออกคำสั่งกับหน่วยปีกสีชาดในการรบครั้งนี้ ข้าก็ได้พิจารณาถึงจุดแข็งและกลยุทธ์ในแต่ละกองทัพ ข้าสั่งให้กองทัพทลายภูผาเฝ้าทางประตูตะวันออกและทางใต้ ส่วนหน่วยปีกสีชาดป้องกันทางตะวันตกและทางเหนือ “

 

ซิง หยวนกัว หยุดพูดสักพัก

 

ฉือ กูเหยียน พยักหน้า ถ้านางมีอำนาจ นางเองก็คงทำเช่นเดียวกัน กองทัพทลายภูผามีฝีมือด้านการใช้หอกที่ยอดเยี่ยม ส่วนหน่วยปีกสีชาดส่วนมากเป็นทหารม้า

 

หน่วยปีกสีชาดจะเป็นผู้ปราบปรามและป้องกันผู้บุกรุก ดังนั้นพวกเขาต้องรวดเร็ว และคล่องตัว เพื่อทันการพวกคนเถื่อน

พวกเขาจะจัดการคนเถื่อน และคุมสถานการณ์ได้อย่างอยู่หมัด

สำหรับกองทัพทลายภูผา ส่วนใหญ่ใช้เพื่อเข้าตีเมือง เช่นนี้ การเข้าโจมตีจึงเป็นเรื่องถนัดของพวกเขา

เนื่องจากพวกเขามีหลักการที่ต่างกันมาก มันทำให้พวกเขาร่วมงานกันได้ยาก

ซิง หยวนกัว เป็นแม่ทัพมาหลาย 10 ปี เขารู้ถึงเรื่องพวกนี้ และจัดกองกำลังด้วยความเหมาะสมที่สุด

“แต่ข้าไม่คิดเลยว่าด้วยเรื่องนี้ …จะทำให้เกิดการสังหารหมู่แบบนี้ขึ้น!” ซิง หยวนกัว กัดฟัน และกำมือแน่นจนนิ้วของเขากลายเป็นสีขาวซีด

 

“การสังหารหมู่?”

“ใช่ กองทัพทลายภูผากับหน่วยปีสีชาดฆ่าฟันกันเอง ก่อนที่ข้าจะรู้ตัวก็สายเกินไป … “

พวกเขา … อาจจะตั้งใจสร้างความวุ่นวาย? “ ฉือ กูเหยียน คาดเดา

“ข้าคิดว่านี่อาจจะเป็นเหตุผลเดียวเท่านั้น ตอนที่ถูกโจมตี กองทัพทลายภูผาไม่เห็นหน่วยปีกสีชาด แต่พวกเขาเห็นชายในชุดดำ และสวมหน้ากาก  ด้านหน่วยปีกสีชาดเองก็เช่นกัน” ซิง หยวนกัว ส่ายหัว

“ชายชุดดำสวมหน้ากาก … ท่านลุงจะบอกว่าคนพวกนี้ไม่มีอยู่จริง? “ ฉือ กูเหยียน ขมวดคิ้ว

“ตามการวิเคราะห์เบื้องต้น ชายชุดดำสวมหน้ากาก น่าจะเป็นคนของทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามรูปร่างของพวกเขานั้นต่างกันออกไป ตอนนั้นเองที่หน่วยปีสีชาดเห็นภาพหลอน และแทงไปที่คนของกองทัพทลายภูผา “ ซิง หยวนกัว ยังคงพูดต่อ

 

“แล้วทำไมท่านไม่สั่งให้หยุดโจมตี?”

“ข้าออกคำสั่งไปแล้ว แต่เมื่อการโจมตีหยุดลง ชายชุดดำสวมหน้ากากก็… “ ท่าทีของ ซิง หยวนกัว เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เมื่อข้าสั่งให้หยุดโจมตี การสังหารหมู่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น!”

ฉือ กูเหยียน สามารถเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ศพของกองทัพทลายภูผาสามารถบอกได้ทุกอย่าง มันเป็นกับดักที่สมบูรณ์แบบและกองทัพได้ตกลงไป

 

“ท่านลุง เคยได้ยินเกี่ยวกับ กลืนกินโลก หรือไม่?” ฉือ กูเหยียน ถามขึ้นมา

“กลืนกินโลก?! แน่นอน … หรือเจ้าจะบอกว่า … เราติดอยู่ใน กลืนกินโลก? “ ท่าทีของ ซิง หยวนกัว เปลี่ยนไปทันที

“นี่เป็นเพียงแค่การคาดเดาของข้า ตอนที่เกิดเหตุการณ์ ข้าอยู่ห่างออกไป มีแค่ กลืนกินโลกเท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยนภูเขาคังหลิง กลายเป็นกับดักขนาดใหญ่! “

 กับดักอะไรกัน … ข้าไม่เคยคิดว่าพวกปีศาจจะหา กลืนกินโลก ที่ถูกทำลายไปแล้วได้ นอกจากนี้ยังซ่อมแซมมันได้? มีเพียง 3 คนในโลกที่สามารถซ่อมมันได้… แต่ทำไมถึงไปรับใช้ปีศาจกัน? “ ดวงไฟลุกโชนในดวงตาของ ซิง หยวนกัว

 

“นี่เป็นคำถามที่ดีมาก แต่น่าเสียายที่เจ้าคงไม่มีรู้คำตอบนี้ไปทั้งชีวิต” ขณะที่พวกเขากำลังพูด เสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากประตูหิน

จากนั้นก็มีคนสวมชุดดำเดินออกมาจากประตู เขาสวมหมวกบนหัว คลุมด้วยผ้าสีดำ

 

มีชามีชายชุดดำอีก 9 คนอยู่ด้านหลังเขา

แต่ละคนทีดวงตาปีศาจเป็นสีเขียว

ระดับอภินิหาร

“ปีศาจระดับอภินิหาร! ทั้ง 9 คน? “

ซิง หยวนกัว รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เห็นภาพนี้ แต่เขาก็ได้สติอย่างรวดเร็ว

“เจ้าคงคิดว่าทำให้ข้าประหลาดใจสินะ แต่พวกเจ้าก็มีจำนวนไม่มาก  น่าผิดหวัง!” ซิง หยวนกัว ส่ายหัว

“เจ้าได้ต่อสู้กับพวกเรามาหลายปีแล้ว ตอนนี้เจ้าควรจะไปพบเพื่อนเก่าได้แล้ว! นอกจากนี้ข้า ไป่ ซิง ยังเป็นปีศาจตนเดียวใน 10 ดินแดน ที่สามารถต่อกรกับเจ้าได้! “ ชายผู้สวมผ้าคลุมพูดพร้อมดึงหมวกออก

ใบหน้าอันงดงามปรากฎขึ้นมา เขาดูอายุราว 30 ปี ขาวสะอาด

เขาดูราวกับนักปราชญ์ที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้มากมาย

ใครที่มองชายคนนี้ต้องรู้สึกกดดัน ตาของเขาคมกริบราวกับดาบ

ยิ่งไปกว่านั้น…

ดวงตาปีศาจของเขาเป็นสีแดงเลือด!

“เป็นถึงหัวหน้าดินแดนปีศาจแห่งดวงดาว แต่เจ้ายังพาผู้ติดตามมาถึง 9 ตน …ยังไม่พออีกรึ?” ซิง หยวนกัว กำมือแน่นเมื่อเห็นดวงตาปีศาจดวงนั้น

“แน่นอนว่าไม่ ข้าแค่อยากให้เจ้าแปลกใจ! ยังไงก็ตาม ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะทำให้ข้าแปลกใจยิ่งกว่า สุดยอดผู้มีความสามารถแห่งอาณาจักร ฉือ กูเหยียน, องค์หญิง ปิง หยาง และถ้าข้าเดาถูกล่ะก็ นั่นคือฑูตแห่งดาบคนใหม่ ? “ ไป่ ซิง ยิ้มเย้ยขณะมองไปทาง ฟาง เจิ้งจือ

“ฑูตแห่งดาบ ?!” ทหารทุกคนต่างมองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ เมื่อได้ยินเช่นนั้น

บางคนก็รู้จัก ฟาง เจิ้งจือ อยู่แล้ว

แต่ทำไม ไป่ ซิง ถึงเรียกเขาว่าฑูตแห่งดาบ?

“โดยปกติแล้ว เมื่อมนุษย์ได้รับตำแหน่ง พวกเขาก็จะให้ของแสดงความยินดี ข้าสงสัยว่าหัวหน้าดินแดนปีศาจอย่างท่าน รู้จักมารยาทบ้างหรือไม่ “ ฟาง เจิ้งจือ พูดเน้นคำว่า ‘แสดงความยินดี’

“ฮ่า ฮ่า ฑูตแห่งดาบพูดถูกแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันและเจ้าก็ได้รับตำแหน่งครั้งแรก ยังไงก็ตามพวกมนุษย์เมื่อได้รับของขวัญก็ต้องให้การตอบแทน ถ้าข้าให้ของขวัญแก่เจ้า แล้วเจ้าจะให้อะไรกับข้าละ? “ ไป่ ซิง เยาะเย้ย

“แน่นอนข้าต้้องมอบให้แน่นอน!  ท่านจงมั่นใจว่าข้าจะตอบแทนท่านแน่นอน! “ ฟาง เจิ้งจือ ตอบอย่างจริงใจ

“น่าสนใจมาก!” รอยยิ้มของ ไป่ ซิง สดใสเมื่อมองไปยัง ฟาง เจิ้งจือ ที่ไร้เดียงสา

 

 

เพจหลัก : Double gate TH