0 Views

 

มันเป็นเดือนพฤษภาคม ของวันที่แสงแดดเจิดจ้า

 

ช่วงเวลาเย็นของวันนั้น ฮั่นหลาง เดินออกมาจากโรงเรียนพร้อมกระเป๋าสะพายหลัง เขาเทหนังสือเรียนภายในกระเป๋าทิ้งลงถังขยะ สามปีในโรงเรียนมัธยมปลายได้สิ้นสุดลงแล้ว และหนังสือเหล่านี้ก็ไร้ประโยชน์ใดๆสำหรับเขา

 

ทันใดนั้น ชายร่างท้วมเล็กน้อยได้วางมือลงบนไหล่ของ ฮั่นหลาง ชื่อของเขาคือ หลี่ฉี่ เขาเป็นเพื่อนของฮั่นหลาง ในความเป็นจริงแล้วหลี่ฉี่ไม่ได้เป็นคนอ้วนเพียงแต่ครอบครัวของหลี่ฉี่ค่อนข้างร่ำรวย ด้วยสิ่งเอื้อประโยชน์ต่างๆจากสถานะของเขาจึงเป็นผลทำให้ผิวของเขาค่อนข้างบอบบางและไขมันค่อนข้างมากกว่าบุคคลอื่นเล็กน้อย

 

หลี่ฉี่เอ่ยขึ้นมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ในที่สุดก็เรียนจบสักที ไปหาสถานที่เลี้ยงฉลองกัน ฉันเลี้ยงเอง!”

 

มีคนออกหน้าเลี้ยง?! ทุกคนคงโห่ร้องออกมาอย่างยินดี เพียงแต่ หวังเหย่ ลูบผมของเธอและพูดออกมาอย่างเอียงอายว่า “วันนี้ฉันขอผ่านนะ ฉันต้องเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาลัย สุดท้ายแล้วพวกเราเป็นเพียงบุคคลธรรมดาที่ไร้พลังพิเศษ… ถ้าเราไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ มันก็จะเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะหางานทำ”

 

บรรยากาศดูเริ่มจะอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อทุกคนนึกถึงความยากลำบากในภายภาคหน้า นี้เป็นยุคของกาแลคซี่ มันเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่มีพลังเหนือธรรมชาติเช่นเอสเปอร์  เหล่าเอสเปอร์สามารถหาความสุขได้ด้วยพลังของตน ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ ความมั่งคั่ง ผู้หญิง หรือสิ่งอื่นใดที่พวกเขาต้องการ ในขณะที่เหล่าบุคคลธรรมดา เป็นได้เพียงแค่แรงงานชั้นต่ำ

 

นับตั้งแต่เข้าสู่ยุคกาแลคซี่และเหล่าผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ กฎระเบียบและบรรทัดฐานทั้งหมดได้เปลี่ยนแปลง ราวกับว่าได้สร้างโลกขึ้นมาเพื่อผู้มีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติโดยเฉพาะ  เอสเปอร์ได้รับสิทธิ์ใช้ระบบขนส่งและที่พักฟรี สามารถเข้าทำงานใดๆหรือโรงเรียนอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการ และยังได้รับสวัสดิการทุกเดือนจากรัฐบาล ในขณะที่คนธรรมดาซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของประชากร ต่างต้องพบเจอกับการแข่งขันที่รุนแรงสำหรับการจ้างงานหรือสอบเข้าโรงเรียน เนื่องจากการปฏิบัติที่แตกต่างนี้ มากกว่าครึ่งของคนธรรมดายังคงยากจนและสิ้นหวัง

 

ถึงแม้ว่าทุกคนจะจบการศึกษาแล้วจากโรงเรียนมัธยม แต่หลังจากเดือนนี้พวกเขายังต้องสมัครเข้ามหาลัย ทุกคนไม่ได้เป็นเหมือน หลี่ฉี่ที่ไม่สนใจกับอะไรและยังคงมีอารมณ์ที่จะสังสรรค์อย่างไร้ซึ่งแรงกดดัน

 

“เอ่อ ฉันคิดว่าฉันก็คงต้องขอผ่านเหมือนกัน แม่ของฉันทำอาหารเย็นไว้รอแล้ว” เจียงเซียวหยานปรับแว่นตาของเธอแล้วพูดขึ้นมา

 

“น่าเบื่อจริงๆ!” หลี่ฉี่หันหน้าไปทางเธอและพูดออกมา

 

“ฉันต้องรีบไปให้ทันรถไฟใต้ดินดังนั้น…” หญิงสาวอีกคนก็พูดขึ้นมา

 

“ครอบครัวของเธอพักอยู่ที่หลังโรงเรียน ไปให้ทันรถไฟอะไรของเธอ น้องสาวเธอสิ!” หลี่ฉี่เริ่มเดือดขึ้นนิดๆ

 

อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากที่หลี่ฉี่จะพยายามโน้มน้าวทุกคนได้สำเร็จ  ในขณะที่ทุกคนได้เดินจากไป ฮั่นหลางสะพายกระเป๋าขึ้นโบกมือให้กับหลี่ฉี่และพูดขึ้นว่า “ทุกคนไม่ได้เหมือนนายที่มีเงินโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอนาคต ฉันก็ต้องขอตัวกลับบ้านก่อนเหมือนกัน”

 

“นายยังไปไม่ได้!” หลี่ฉี่พูดขึ้นอย่างกระวนกระวาย “นายคิดว่าที่ฉันชวนเจ้าพวกอ่อนเหล่านี้ เพราะฉันไม่มีที่ให้ผลาญเงิน? วันนี้มันเป็นวันเกิดของนาย!”

 

ฮั่นหลางยิ้มและพูดขึ้น  “ฉันรู้ถึงความตั้งใจของนาย  ขอบคุณมากแต่วันนี้ฉันมีธุระ หลังจากที่ฉันได้งาน ฉันจะซื้อซาลาเปาเนื้อจัมโบ้ มาไถ่โทษ”

 

“นายคิดว่าเลี้ยงซาลาเปาเนื้อจัมโบ้นั้นมันเป็นอาหารชั้นดี นี่ฉันวางแผนว่าวันนี้จะพานายไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีหอยเชลและกุ้งหวานที่นายชื่นชอบ!” หลี่ฉี่พยายามที่จะใช้อาหารเพื่อล่อหลอกฮั่นหลาง แต่ฮั่นหลาง ยังคงไม่ไหวติง

 

“ไว้วันหลังนะ วันนี้ฉันติดธุระจริงๆ” ฮั่นหลาง ยิ้มขึ้นและเดินตรงไปยังทิศทางกลับบ้านของตน

 

……

 

ทุกๆวันที่ฮั่นหลางเดินกลับบ้านเขาจะผ่านโรงเรียนฝึกฝนพลังพิเศษ ที่ชื่อ พินนาเคิล หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่กำลังฉายโฆษณาอยู่ ในวันนี้ก็ เช่นกัน “ฮีโร่คนต่อไป! อาจเป็นคุณ!”

 

ฮั่นหลาง ไม่เชื่อในการอวดอ้างของโฆษณาที่จะเปลี่ยนบุคคลธรรมดาไปเป็นฮีโร่ เนื่องจากพลังพิเศษนั้นไม่ใช่ผักบนแคร่ ที่เพียงแค่คุณต้องการก็ทำเพียงหยิบมันขึ้นมา

ในวันที่ไม่มีซุปเปอร์ฮีโร่ สหพันธ์โลกล้วนตกอยู่ในความตึงเครียดและหวาดกลัว ในปี 2066 มีเพียงฮีโร่ ระดับ 5 ดาว บนโลก คลาร์ก ด้วยนามของสภาโลกที่ต้องการให้เขาเข้าร่วมการประชุมกาแลคซี่ ในระหว่างการแข่งขันของเหล่าผู้มีพลังพิเศษทั้งหลายในกาแล็กซี่ คลาร์กได้โชว์พลังพิเศษที่ตระการตาและเทคนิคการต่อสู้ที่น่าทึ่งทำให้ได้รับความชื่นชมจากดาวเคราะห์ดวงอื่นบนกาแลคซี่

 

ด้วยกฎเพื่อความอยู่รอดของกาแลคซี่ ถ้าดาวเคราะห์ดวงใดที่ไร้ฮีโร่ที่แข็งแกร่งคอยปกป้อง ดาวเคราะห์ดวงนั้นจะตกเป็นอาณานิคมของดาวเคราะห์ที่แข็งแกร่งกว่า หลังจากตำนานที่คลาร์กได้สร้างไว้ในงานประลอง เก้าปีได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว พบว่าเขาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากกาแลคซี่ ไม่มีข่าวคราวใดของเขานับจากนั้นเป็นต้นมา

 

งานประลองแห่งกาแลคซี่ที่ใกล้มาถึงในอีกหนึ่งปีข้างหน้า หากฮีโร่ คลาร์ก ยังคงไม่กลับมา และสหพันธ์โลกไม่สามารถส่งฮีโร่ที่แข็มแกร่งเช่นเดียวกับ คลาร์ก แล้วล่ะก็ดาวเคราะห์โลกจะตกเป็นอาณานิคมของดาวเคราะห์ที่แข็งแกร่งกว่าที่โหยหาทรัพยากรของโลก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้และเสริมสร้างสถานะในกาแลคซี่ สหพันธ์โลกได้ริเริ่มพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะสร้างยุคแห่งซุปเปอร์ฮีโร่ อย่างไรก็ตามความหวังดูเหมือนเลื่อนลอย นอกจากคลาร์ก ฮีโร่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครที่มีพลังพิเศษสามารถไปถึงระดับ 5 ดาวได้อีกเลย และความเป็นอิสระของโลกได้นับถอยหลังเข้าสู่การสิ้นสลายตกเป็นอาณานิคมของดาวเคราะห์ดวงอื่น

 

……

 

ฮั่นหลาง อาศัยอยู่เพียงคนเดียวในอพาร์ทเมนต์ราคาถูกใกล้โรงเรียนของเขา ซึ่งแม่ของเขาได้ซื้อมาในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ มันเป็นอพาร์ทเมนต์ห้องเล็กๆประมาณ 30 ตารางเมตร และอยู่ในมุมที่เปิดรับแสงแดดได้ค่อนข้างดี

 

ฮั่นหลาง ชงชาดำสำหรับตนเอง นั่งอยู่หน้าคอมถอดสร้อยคอของเขาออกนำชิปหน่วยความจำจากจี้สีดำ สิ่งนี้เป็นของต่างหน้าแม่ของเขา เขาได้ให้สัญญากับแม่ของเขาไว้ว่าเขาจะเข้าใช้งานมันหลังจากที่เขาได้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ดังนั้นฮั่นหลางได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญานั้นจนถึงวันนี้

 

ในอดีตนั้น ผู้คนต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์จึงจะนับว่าเป็นผู้ใหญ่ เนื่องจากยุคกาแลคซี่ ตอนนี้อายุ 16 ปีนับได้ว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มภาคภูมิแล้ว

 

วันนี้เป็นวันเกิดของ ฮั่นหลาง ตามที่แม่ของเขาได้บอกไว้ ฮั่นหลาง เกิดตอน เที่ยงคืน ตอนนี้เป็นเวลา 6:15 PM (18.15) ซึ่งยังเหลือเวลาราว 5 ชั่วโมงจะถึงเที่ยงคืน

 

“เวลาเดินช้าซะจริง” ฮั่นหลาง จ้องมองนาฬิกาพร้อมกับบ่นออกไปและพูดกับตัวเองว่า “หากเปิดก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมง ก็น่าจะไม่เป็นไร”

ฮั่นหลางได้ปฎิเสธหลี่ฉี่เพราะในวันนี้เป็นวันที่เขาได้รอคอยมานาน ที่จะได้เปิดของขวัญชิ้นนี้ เขาต้องการรู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในชิปนี่มานานแล้ว ทุกๆวินาทีที่รอคอยเป็นการรออย่างทรมาณ เขาจึงตัดสินใจที่จะตรวจสอบมันในตอนนี้

 

เขาใส่ชิปลงไปในเครื่องอ่านของคอมพิวเตอร์และจอภาพที่เป็นรุ่นมาตรฐาน 1000TB USB ที่ราคาขายไม่เกิน 12 UC

 

“ป๊อกๆ”

ฮั่นหลาง ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนชิป แต่ไฟล์ไม่สามารถเปิดได้ พร้อมกับที่รังสีอินฟราเรทที่ฝังอยู่ในคอมพิวเตอร์ได้ถูกเปิดใช้งานอย่างอัตโนมัติ และลำแสงสีแดงได้สแกนไปทั่วร่างของฮั่นหลางอย่างรวดเร็ว

 

เครื่องตรวจวัดรังสีอินฟราเรทเป็นคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ในยุคกาแลคซี่ ส่วนใหญ่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ที่มันสามารถสแกนร่างกายโดยอัตโนมัติเพื่อตรวจหาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และพิมพ์ใบสั่งยาสำหรับยาตามโรค มันเป็นเรื่องที่สะดวกสบายสำหรับคนที่เข้ารับการตรวจร่างกายเป็นประจำ

 

“มีสิ่งผิดปกติกับระบบเหรอ ฉันแค่อยากจะเปิดไฟล์ในชิปนี่ ทำไมสแกนเนอร์ถึงเปิดทำงาน?” ฮั่นหลาง นิ่งคิด

 

ในเวลานั้นหน้าจอได้แสดงข้อความขึ้นมาบรรทัดหนึ่ง…

 

“การทดสอบทางพันธุกรรมสิ้นสุดโปรแกรมเชื่อมโยงสู่ ดาร์กเน็ต”