0 Views

บทที่ 217 ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เปิดใช้งาน !

พลังจิตของไป่เฟิงนั่นนอกจากจะแข็งแกร่งแล้วมันยังมีประโยชน์อีกอย่างนั่นคือทำให้เขาสามารถจำจดได้ดีมากขึ้น และในตอนนี้เขาก็มองไปที่หัวใหม่และรู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างมาก

“เอ๊ะ ?”

ความคิดบางอย่างเข้ามาในหัวไป่เฟิง นี่มันไม่ใช่หัวหมาหัวเดียวกับที่เขาตกมันขึ้นมาได้จากบ่อ ? สิ่งที่แตกต่างนั่นก็คือหัวใหม่นี้มันมีขนาดเล็กกว่าตอนที่เขาตกมาได้ ไม่ใช่ว่าเขาเอามันไว้ในห้องนิรภัยหรอกหรือ ?

นอกจากนี้มันมีเพียงแค่หัว แต่มันกลับรวมร่างกับไม่รู้จักพอกับหลุมดำได้อย่างไงกัน !

ไป่เฟิงรีบวิ่งเข้าไปในบ้านและเมื่อเขาเข้ามาเขาเห็นรอยฟันที่เรียงยาวไปจนถึงห้องนิรภัย มุมปากของเขากระตุกจนไม่สามารถควบคุมได้

มีรูขนาดใหญ่ที่ด้านล่างประตูเหล็กหนา ๆ เขาพ่นลมหายใจด้วยความตกใจออกมา แม้แต่ประตูมันก็สามารถฉีกขาดได้ ? ฟันของมันคมแค่ไหนกัน ?

และในตอนนี้ประตูคงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป รูขนาดใหญ่เช่นนี้คงไม่มีทางประกันขโมยได้หรอก จริงไหม ?

“ปัง !”

มีดบินสีทองพุ่งออกมาจากร่างของไป่เฟิงด้วยความคิดของเขา มันพุ่งผ่านอากาศไปข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น ประตูเหล็กหนา ๆ ถูกผ่าราวกับเนยถูกมีดร้อน ๆ หั่นออกจากกัน

เมื่อเดินเข้าไปในประตู ไป่เฟิงก็ยืนยันความคิดของเขาได้ทันที หัวที่ถูกวางไว้ชั้นบนหายไป

หลุมดำและไม่รู้จักพอรออยู่ข้างนอกและมันก็ตื่นเต้นทันทีที่เห็นไป่เฟิงเดินออกมา พวกมันรีบควบคุมร่างกายก่อนจะรีบวิ่งไปหาราวกับอยากจะเล่นกับเขา

ในเวลาเดียวกันไป่เฟิงก็ส่งพลังจิตของเขาไปตรงหัวตรงกลางที่เป็นเคอร์เบอรอส

“โฮ่ง !”

เคอร์เบอรอสตกใจอย่างมาก มันรีบรวบรวมพลังจิตของตัวเองเพื่อสร้างกำแพงป้องกันทันทีที่เห็นไป่เฟิงส่งพลังจิตพุ่งมาหามัน

ไป่เฟิงไม่ได้พุ่งเข้าไปอีกต่อไป แม้ว่าพลังจิตของมันจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน แต่มันอยู่ในร่างเดียวกันนั่นแปลว่าจิตใจของพวกมันก็ต้องหลอมรวมด้วยเช่นกัน

พลังจิตของเคอร์เบอรอสไม่ได้ด้อยไปกว่าไป่เฟิงในตอนแรก นอกจากนี้ประสบการณ์ในการต่อสู้เรื่องพลังจิตของมันยังแข็งแกร่งกว่าไป่เฟิงอยู่มาก !

ไป่เฟิงนำพลังจิตของเขากลับมาก่อนจะมองเคอร์เบอรอสอีกครั้ง

‘การมีอยู่ของมันดูเหมือนจะเอาแน่เอานอนไม่ได้ ใครจะไปรู้กันบางทีฉันอาจจะถูกมันฆ่าไม่วันใดก็วันหนึ่งก็ได้ ฉันน่าจะ …’

ช่วงเวลาที่ความคิดดังกล่าวเข้ามาหัวของไป่เฟิง จิตสังหารก็กระจายออกมารอบ ๆ ร่างกายของเขา

เคอร์เบอรอสสามารถรู้ถึงจิตสังหารจากมนุษย์ตรงหน้ามันได้ทันที มันรู้สึกราวกับมันกำลังจมลงไปในทะเลสาบน้ำแข็ง

ตัวมันในตอนนี้มันไม่สามารถต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ไอ้หัวโง่ ๆ ทั้ง 2 ข้างของมันก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกถึงจิตสังหารที่ชายตรงหน้าส่งมาให้มัน

‘ระบบ แกสามารถแปลคำพูดของคนอื่นได้ใช่ไหม ? หรือไม่ก็แปลคำพูดของฉันให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ด้วยใช่หรือเปล่า ?’ ไป่เฟิงถามระบบด้วยความคาดหวัง

“ดิ๊ง ! ค่าใช้จ่ายจะมากกว่าเดิม 2 เท่าเมื่อต้องการแปลภาษาของผู้อื่น เนื่องจากนี้การแปลต้องทำถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกนั่นคือภาษาของโฮสต์ และอีกครั้งสำหรับอีกฝ่าย !” ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก

‘บัดซบ ! นี่มันอะไรกัน ? ทำไมถึงต้องใช้ค่าประสบการณ์ถึง 2 เท่า ! แกแปลเหมือนกูเกิ้ลทรานสเตลไม่ได้หรือยังไง ?’

ใบหน้าของไป่เฟิงเปลี่ยนเป็นสีดำเหมือนก้นกระทะ แต้มประสบการณ์ที่ใช้มีแต่มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเมื่อไหร่กันที่เขาจะยกระดับชาวประมงของเขาได้ ?

‘แล้วต้องใช้แต้มประสบการณ์เท่าไหร่ฉันถึงจะคุยกับเคอร์เบอรอสได้อย่างถาวร ?’

หลังจากที่ไป่เฟิงคิดว่ามันน่าจะมีค่าอย่างมากหากได้เรียนรู้ภาษา อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องพึ่งระบบทุกครั้งที่เขาต้องการคุยกับมัน มันถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

“ดิ๊ง ! ระดับชาวประมงต่ำเกินไป ไม่สามารถใช้งานระบบดังกล่าวได้” ระบบตอบกลับโดยไม่ลังเลราวกับรู้ว่าไป่เฟิงคิดจะทำอะไร

‘บัดซบ ! ไอ้ระบบหน้าเลือด !’

คิ้วของไป่เฟิงขมวดอย่างแรง ตามที่คิดไว้ดูเหมือนระบบมันต้องการควบคุมแทนที่จะให้เขาควบคุมมัน

“งั้นช่วยแปลคำพูดของฉันให้เคอร์เบอรอสเข้าใจได้ก็พอ” ไป่เฟิงบอกด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย

“เคอร์เบอรอส แกเข้าใจคำพูดของฉันใช่ไหม ?” ไป่เฟิงมองไปที่เคอร์เบอรอสและกล่าวอย่างสบาย ๆ เมื่อมองเห็นการกระพริบตาบนใบหน้าของเคอร์เบอรอส ไป่เฟิงรู้ได้ทันทีว่ามันเข้าใจคำพูดที่เขาพูด

“ถ้าแกได้ยินที่ฉันพูด แกน่าจะรู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่ฉันส่งไปได้สินะ ฉันสงสัยว่าถ้าฉันสับหัวแกตอนนี้แกจะสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ได้หรือเปล่า ?”

เมื่อเคอร์เบอรอสได้ยินคำพูดของเขาในตอนแรก มันไม่ตอบใด ๆ มันทำเพียงเงียบตอบกลับมาเท่านั้น

แต่เมื่อได้ยินคำพูดต่อมามันก็ทำให้เคอร์เบอรอสตกใจ หากหัวของมันถูกสับจริง ๆ รอบนี้มันจะต้องตายแน่นอน !

“มนุษย์ ! อย่ารังแกหมาตัวนี้ให้มากนัก ! แค่ไอ้โง่ 2 ตัวก็ทำให้ข้าปวดหัวมากแล้ว แกคิดว่าข้าจะทำอะไรแกได้ ?” เสียงแหบแห้งและเก่าแก่ดังออกมายังจิตใจของไป่เฟิง เห็นได้ชัดว่าพลังจิตของมันแข็งแกร่งอย่างมาก !

“แล้วแกมีเทคนิคฝึกฝนที่มีค่าบ้างหรือเปล่า ? ถ้ามันมีค่าพอฉันอาจจะปล่อยให้แกมีชีวิตรอดต่อไป” ไป่เฟิงยิ้มและตอบกลับมา

“ไม่มี ! ข้ารู้เพียงเทคนิคที่เหมาะสำหรับสัตว์อสูรเท่านั้น”

เคอร์เบอรอสตอบทันทีที่เห็นแสงแห่งความหวัง อย่างไงก็ตามเทคนิคเหล่านี้แม้ว่ามันจะมีค่าอย่างมาก แต่มันไม่มีประโยชน์สำหรับมนุษย์ !

“โอ้ ? งั้น ในเมื่อแกไม่มีอะไรมาขายเพื่อยื้อชีวิตตัวเองแล้ว แกก็ต้องทำตามคำสั่งฉันเท่านั้น ในอนาคต แกจะต้องกัดเฉพาะคนที่ฉันบอกให้กัดเท่านั้น เข้าใจไหม !”

ไป่เฟิงมองไปที่เคอร์เบอรอสอย่างเฉยชา ตอนแรกเขาคิดว่าเขาจะจับปลาอ้วน ๆ ที่เต็มไปด้วยไขมันได้ กลับกันมันกลายเป็นผีจน ๆ ที่น่าสงสารเท่านั้น เขาเมินคำพูดโหดร้ายที่ออกมาจากปาก “นายท่านหมา” แล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารกินแทน

ในเวลาเดียวกันจิ้งจอกน้อยที่กำลังสับสันก็เดินสำรวจสวนด้วยใบหน้าเย่อหยิ่ง และเมื่อมันมองเห็นไม่รู้จักและหลุมดำ มันก็เงยหัวขึ้นก่อนจะหัวเราะอย่างควบคุมไม่ได้ มันกลิ้งไปบนพื้นพร้อมกับตบหน้าท้องด้วยเท้าของมัน

‘อัก ! นอกจากไอ้มนุษย์ที่น่ารังเกียจแล้ว แม้แต่ไอ้ตัวน้อยนี่ยังกล้าหัวเราะนายท่านผู้นี้ ?’

เตอร์เบอรอสยังคงโกรธที่ได้ยินว่าเขาต้องทำตามที่มนุษย์ที่น่ารังเกียจสั่ง และในตอนนี้แม้แต้จิ้งจอกน้อย ๆ ยังกล้าหัวเราะมัน ด้วยความโกรธและไม่ทันได้ยั้งคิด มันก็ใช้อุ้งเท้าของมันตบไปที่จิ้งจอกน้อย !

“โฮ่ง !”

หลุมดำและไม่รู้จักพอกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป มันรีบพยายามควบคุมร่างกลับมาและดึงอุ้งเท้ากลับมา แต่อย่างไรก็ตามแรงที่ส่งออกมาก็เพียงพอที่จะส่งจิ้งจอกน้อยให้บินไปไกลก่อนจะกลิ้งอยู่บนพื้น

“ดิ๊ง ! สัตว์เลี้ยง : จิ้งจอกแห่งภัยพิบัติเปิดใช้งานความสามารถ “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” ! พลังระดับ : ระดับ 2 !”

ไป่เฟิงที่กำลังทอดอาหารอยู่รีบวางกระทะลงทันที นี่มันแย่แล้ว !

เขารีบวิ่งออกมาจากห้องครัวมาที่สวนทันที เขาเห็นจิ้งจอกน้อยกำลังนั่งอยู่บนพื้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

ไม่รู้จักพอและหลุมดำกำลังกัดหัวเคอร์เบอรอสด้วยความโกรธ สำหรับผู้กระทำผิดอย่างเคอร์เบอรอสสภาพของมันในตอนนี้น่าสงสารอย่างมาก

‘ข้าทำอะไรผิดกัน ! ทำไมไอ้โง่ทั้ง 2 ตัวต้องมากัดข้าด้วย ?’

เคอร์เบอรอสกำลังสับสน มันรู้สึกกลัวอย่างมากเมื่อเห็นทั้งสองหัวหันมามองมันราวกับพวกมันกำลังเจอภัยพิบัติบางอย่าง และในขณะที่มันกำลังคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็ถูกมนุษย์คว้าร่างขึ้นมาก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในป่าลึกโดยไม่พูดอะไร

เมื่อตอนที่พวกมันอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่า หมาป่าทั้ง 2 ตัวนั่นมองด้วยความอิจฉาไปยังนายของมันที่กำลังเล่นกับจิ้งจอกน้อย มันทำให้พวกมันรู้สึกโกรธอย่างมากพวกมันจึงแกล้งจิ้งจอกน้อยโดยไม่ลังเล และเหตุการณ์หลังจากนั้นก็ทำให้พวกมันต้องทุกข์ทรมานอย่างมาก ตั้งแต่นั้นมาเมื่อใดก็ตามที่มันเห็นจิ้งจอกน้อยเขามาใกล้ มันก็จะนึกถึงเหตุการณ์ที่น่าสยดสยองก่อนจะรีบเดินหนีจิ้งจอกน้อยและถูกบังคับให้เดินไปรอบ ๆ บ้านเพื่อหนีจิ้งจอกน้อยแทน

และในตอนนี้เคอร์เบอรอสมันกล้าเอาอุ้งเท้าของมันไปตบจิ้งจอกน้อย ! พวกมันรู้ได้เลยว่าพวกมันต้องเจอกับภัยพิบัติครั้งใหญ่แน่นอน

“ฉันทำดีที่สุดได้แค่นี้ เคอร์เบอรอส ไม่รู้จักพอ หลุมดำ เมื่อไหร่ก็ตามที่มันจบลง ฉันจะกลับมารับพวกแก”

ในขณะที่วิ่งเข้ามาในป่าไป่เฟิงมองที่ไม่รู้จักพอและหลุมดำด้วยความเสียใจและสงสาร เมื่อเขาเห็นว่าในป่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเหมือนจะไม่มีมนุษย์อยู่แถวนี้ เขาก็กางปีกที่สวยงามด้านหลังออกมาก่อนจะกระพือปีกและบินเข้าไปในภูเขา