0 Views

บทที่ 193 หนึ่งดาบเหนือทุกสิ่ง !

กลุ่มของซูเปยจ้องมองไปยังฉากด้านหน้าด้วยสายตาแปลก ๆ กะเทยนี้มันมาจากไหน ?

‘ไอ้บ้าคนไหนเป็นผู้กำกับ ? นักแสดงแบบนี้มันจะทำให้เรตติ้งต่ำลง !’

ซูเปยช่วยไม่ได้ที่จะสบถออกมา ปากของเขารู้สึกกระตุกทุกครั้งที่มองไปยังทอมบอยตรงหน้า

การปรากฏตัวของนักแสดงทั้งสามคนนั้น 10/10 แต่เมื่อมีคนแปลกหน้าเดินขึ้นมา ทันทีที่เธอเดินขึ้นมามันทำให้ภาพดูดีของทั้ง 3 คนพังทลายทันที !

‘ผู้หญิงคนนี้สวยจริง ๆ … รูปร่างและหน้าตาของเธอมันเหมือนเทพธิดาเลย !’

ซูเปยกลืนน้ำลายเมื่อความคิดสกปรกแวบเข้ามาในใจของเขา ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องทำความรู้จักกับเธอคนนี้ให้ได้ตราบใดที่ต้องจ่ายออกไปถึงแสนหยวน

“ฉันรู้จักดาบของฉันดี ดังนั้นมาตัดสินด้วยดาบเดียวดีกว่า ! ”

คังหลานจับดาบของเขาแล้วกล่าวอย่างจริงจังเมื่อมองไปยังเกาลี เนื่องจากพวกเขาทั้งคู่ใช้ดาบเหมือนกันดังนั้นมันเหมือนกับการต่อสู้ของดาบ !

“โปรดชี้แนะ !”

เกาลีแสดงออกอย่างมืดมนบนใบหน้าเมื่อมองไปยังศัตรูของเขา ตระกูลของคังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นตัวแทนของตระกูล !

สำหรับเกาลี เขาเห็นได้แค่ว่าตระกูลคังนั่นเป็นแค่ตระกูลบ้า ๆ ! พวกเขาอาศัยอยู่กับดาบ และตายเพื่อดาบ !

ในมือของพวกเขามีเทคนิคดาบที่เป็นเทคนิคการฆ่าของตระกูลคัง ! พวกเขาเชื่อมั่นว่ามีแค่ดาบเท่านั้นที่ครองโลกได้ !

นี่เป็นครั้งแรกที่เกาลีจริงจังในการประลอง ขณะเดียวกันเขาก็หยิบดาบโบราณที่ห่อด้วยแสงสีฟ้าจาง ๆ ออกมา

ดาบมีความยาว 3 ชุน ด้ามของดาบมีรูปมังกรที่ปากของมันเคี้ยวดาบอยู่ !

ตัวดาบยาวและมีความคมอย่างมาก !

คังหลานเอามือแตะดาบของเขาอย่างระมัดระวังราวกับกำลังปลอบใจคนรัก ใบมีดแผ่กลิ่นอายความเย็นออกมาสัมผัสกับมือเขา เมื่อเทียบกับดาบของเกาลี นี่จึงเป็นดาบที่ดูเรียบง่าย ตัวดาบเป็นสีดำและไม่ได้รับการตกแต่งใด ๆ

เห็นได้ชัดว่าตัวใบมีดถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียว – มันคือการฆ่า ! แม้ว่าจะอยู่ห่าง ๆ แต่เกาลีก็รู้สึกถึงความต้องการฆ่าได้ในใบมีดเล่มนั้น

แม้ว่าจะดูเหมือนดาบธรรมดา แต่ดาบของคังหลานนั่นได้รับความสนใจอย่างมาก ตัวใบมีดถูกปกคลุมไปด้วยลวดลายจาง ๆ ซึ้งมันอาจจะดูแปลก ๆ แต่ว่าลวดลายเหล่านี้มันสามารถลดแรงต้านทานในอากาศได้ไม่ว่ามันจะถูกเหวี่ยงไปทิศใด มันจะทำให้แรงต้านทานเหลือน้อยที่สุด !

เหมือนธารน้ำแข็งโบราณที่ไม่เคยละลายมาเป็นเวลาหลายพันปี ตัวดาบเปล่งประกายแสงระยิดระยับราวกับมันต้องการกินพลังชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย !

ไป่เฟิงกลับมานั่งและมองการประลองด้วยความจริงจัง แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่เป็นภัยคุกคามสำหรับเขา แต่ตัวหากเขามีการฝึกฝนระดับเดียวกันคงยากที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของพวกเขา !

“ช่างบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น !”

ไป่เฟิงพึมพำด้วยความตกใจเมื่อมองไปยังคังหลาน เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากถามตัวเองว่าเขาสามารถทุ่มเทให้กับอาวุธของเขาเหมือนกับคังหลานที่มองดาบเหมือนชีวิตของตัวเองได้หรือเปล่า

‘ฉันทำไม่ได้ อาวุธเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น ฉันจะรักเครื่องมือมากกว่าตัวเองได้อย่างไงกัน ?’

ไป่เฟิงส่ายหัว สำหรับคังหลานนั่นเขาชื่นชมความสามารถของเขาอย่างมาก แม้ว่าพื้นฐานของเขาจะต่างกันแต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบสำหรับไป่เฟิงที่จะชื่นชมบุคคลดังกล่าว

คนที่ความมุ่งมั่นเช่นนี้ อีกทั้งความเชื่อมั่นที่บริสุทธิ์ … แน่นอนว่าเขาจะพบกับความสำเร็จทุกอย่างที่เขาทำ !

ก่อนที่คนจะเคลื่อนไหว ตัวดาบต้องเคลื่อนไหวก่อน นั่นเพราะดาบคือหัวใจ !

เหมือนกับดาวตก ตัวดาบเปล่งแสงที่ทำให้คนเหล่านั่นไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง !

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบายความเร็วของเขา ! ในขณะที่คังหลานขยับในขณะเดียวกันก็เหมือนเขายังอยู่ที่จุดเดิม

“เป้ง !”

“แด๊ง !”

เสียงดาบดังขึ้น มันไพเราะและมีเสน่ห์อย่างมาก อีกทั้งมันให้ความรู้สึกถึงอันตรายที่ยากจะอธิบาย

“ฉันแพ้แล้ว”

คังหลานมองไปยังเกาลีราวกับต้องการประทับตราคนนี้ไว้ในใจ หลังจากนั้นเขาก็หันไปแล้วเดินออกจากห้องโถง

“ดิ๊ง ด๊ง ดิ๊ง ดิ๊ง !”

เสียงของหยดเลือดที่ได้หยดลงมาบนพื้นหินสีเขียวจนเป็นเสียงที่ได้ยินกันทั่วห้อง

“เป็นดาบที่เร็วอะไรขนาดนี้ !”

เกาลีถอยหลังไป 7-8 ก้าวก่อนจะหยุดได้ ขณะเดียวกันเขาก็มองไปยังมือที่จับดาบและเห็นได้ว่าระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ได้ฉีกขาด เลือดไหลออกมาไปที่ด้ามดาบก่อนจะหยดลงพื้น

“เกิดอะไรขึ้น ?”

กลุ่มเด็กหนุ่มพึมพำ พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้

“เขาปะทะกันด้วยดาบ ?”

เด็กหนุ่มคนอื่นถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน ขณะเดียวกันก็หันไปมองคนข้าง ๆ ซึ้งคนข้าง ๆ ก็สับสนด้วยเช่นเดียวกัน

“เด็กรุ่นใหม่จะต้องเอาเป็นตัวอย่าง !”

ผู้อาวุโสที่อยู่ระดับผู้เชี่ยวชาญแห่งเจียงวิวัฒนาการถอนหายใจ แม้ว่าเหล่าผู้ชมที่อายุน้อยจะไม่สามารถจับตาดูทัน แต่สำหรับผู้ที่อยู่ระดับเจียงแห่งวิวัฒนาการแล้วพวกเขาเห็นได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากจะถอนหายใจด้วยความชื่นชม

ดาบของคังหลานนั้นเร็วจนถึงขนาดที่ว่าเร็วเท่าความเร็วเสียง ! ตั้งแต่ที่เขาปลดปล่อยดาบออกมาและฟันออกไปรวมกันนำดาบกลับมาอยู่ในปลอก ทั้งหมดมันรวดเร็วและเงียบสนิท มีเพียงเสียงที่เกิดจากการเก็บดาบเท่านั้นที่ดังออกมา !

แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือดาบที่รวดเร็วขนาดนั้นกลับถูกเกาลีป้องกันได้ !

ผู้ที่อยู่ระดับเจียงแห่งวิวัฒนาการได้แต่มองตัวเองและสงสัยว่าหากเป็นพวกเขาจะป้องกันมันได้หรือไม่

ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ความคิด แต่หนึ่งในสิบของผู้เชี่ยวชาญใบหน้ามืดลงทันทีเมื่อพวกเขาตระหนักได้ว่าพวกเขาไม่สามารถป้องกันมันได้ !

อีกครึ่งหนึ่งนั่นมีการแสดงออกด้วยความสนใจบนหน้า หากมีการปะทะกันตรงหน้า อย่างมากที่สุดเขาก็สามารถหลบการโจมตีนั้นได้ แต่หากมันเป็นการลอบโจมตี ? พวกเขาไม่สามารถตอบสนองมันทันแน่นอน !

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดนั่นคืออีกก้าวเดียวเขาก็สามารถก้าวไปยังระดับเจียงแห่งวิวัฒนาการ แต่ความสามารถของเขากลับเป็นภัยคุกคามต่อผู้เชี่ยวชาญของที่นี่ได้ !

“ตระกูลคังผลิตอัจฉริยะที่หาได้ยากเช่นเดียวกับคิริน สำหรับเด็กทั้งสองฉันคิดว่าเมื่อพวกเขาโตขึ้นฉันกังวลว่าสมบัติโบราณจะไม่เป็นที่ต้องการสำหรับเขาอีกต่อไป”

ทุกคนยิ้มแย้มแสดงความยินดีกับตระกูลคัง

“นั่นพวกเขาใช้เอฟเฟคใช่ไหม ?”

ซูเปยอ้าปากค้างในขณะที่หันไปถามวูเซียวลี

“มัน … มันอาจจะเป็นของปลอม”

วูเซียวลีรู้สึกใบหน้าแข็งค้าง ขณะเดียวกันเธอก็พึมพำด้วยความไม่แน่ใจ

แม้ว่าดาบนั้นจะไม่ได้ชี้มาที่พวกเขา แต่พวกเขากลับตกอยู่ภายใต้ภาพลวงตาราวกับว่าดาบมันหันมาทางพวกเขา !

หลังของซูเปยนั่นเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เหตุผลที่เขาถามวูเซียวลีนั่นเป็นเพียงแค่การเตือนสติของเขาให้หายจากอาการตกใจ

หลังจากนั่นกู่หลานและซูตานฮงก็ขึ้นมาบนเวที

บรรยากาศในตอนนี้เปลี่ยนไปทันที คนส่วนใหญ่พยายามที่จะกลั้นเสียงหัวเราะเมื่อเห็นการจับคู่แปลกประหลาดนี้ นี่เป็นการต่อสู้ของกู่หลานที่งานเป็นอันดับต้น ๆ ราวกับกล้วยไม้ในป่ากับซูตานฮงก็ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดใจ

“คิดว่าไง ? หลานสาวของฉันเป็นไงบ้าง ? ใครก็ตามที่ได้แต่งงานกับเธอนั้นจะได้รับความโชคดีถึง 8 ชั่วโครตแน่นอน ! และตอนนี้ถ้าใครสนใจละก็สามารถมาคุยกับฉันเรื่องการแต่งกับหลานสาวของฉันได้ !”

ซูยุนยิ้มจนถึงหูในขณะที่ประกาศความภาคภูมิใจ

“พี่จู หลานสาวของคุณมีพรสวรรค์ไม่เหมือนใครจริง ๆ !”

ผู้เชี่ยวชาญอีกคนหัวเราะเบา ๆ เมื่อเขาได้ยินชายคนนี้บอกว่าการแต่งงานกับเธอเหมือนโชคดีไปถึง 8 ชั่วโครต มันจะเป็นการทรมาน 8 ชั่วโครตสิไม่ว่า !

ทั้งสองคำนับทำความเคารพซึ้งกันก่อนการแข่งเริ่ม หลังจากนั่นซูตานฮงก็หยิบลูกตุ้มขนาดใหญ่ขึ้นมาด้วยสองมือก่อนจะพุ่งไปหากู่หลาน

กู่หลานกระโดดออกมาเบา ๆ ด้วยขาของเธอก่อนจะปัดใบพัดแล้วปรากฏมีดสองคมที่โค้งงอคล้ายจันทร์เสี้ยวในมือ ใบมีดด้านหนึ่งคล้ายปีกนกในขณะที่อีกด้านคล้ายงาช้าง นอกจากนี้ตัวใบมีดยังส่องประกายแวววาวออกมา

“ดิ๊ง !”

“แด๊ง !”

ลูกตุ้มขนาดใหญ่ตกลงบนพื้นที่กู่หลานยืนก่อนหน้านี้ มันทำให้พื้นหินสีเขียวแตกออกเป็นใยแมงมุมทันที นอกจากนี้มันยังทำให้เหล่าพระรอบ ๆ รู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างมากเมื่อมองเห็นพื้นที่เสียหาย

กู่หลานรู้ว่าเธอไม่สามารถต่อสู้ในระยะประชิดกับซูตานฮงได้ เธอจึงไม่เต็มใจที่จะเผชิญหน้าแต่ขยับไปรอบ ๆ แทน

หลังจากผ่านไป 3 นาที ใบหน้าของกู่หลานก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

‘สารเลว !’

เนื่องจากกู่หลานถูกบังคับให้ติดมุมโดยซูตานฮง เธอไม่คิดเลยว่าจะมาติดกับแบบนี้ ! ถึงแม้ว่าเธอจะแข็งแกร่งแต่อย่าลืมว่าคู่ต่อสู้ของเธอก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน !

ในตอนนี้เธอไม่สามารถเต้นไปรอบ ๆ ได้อีกต่อไปแล้ว เธอถูกจำกัดพื้นที่ทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ง่าย ๆ

“ดิ๊ง !”

ลูกตุ้มขนาดใหญ่ทุบลงมาบนหัวทันทีเมื่อเธอขยับ ในที่สุดกู่หลานก็ไม่มีช่องว่างให้หลบอีกต่อไป เธอยกใบมีดขึ้นมาป้องกันการโจมตีแทน แต่อย่างไรก็ตาม ใบพีดมีดโค้งไหนเลยจะป้องกันลูกตุ้มหนักได้ ? ใบมีดถูกทุบลงพื้นทำให้เกิดเสียงก้องกังวาล

ลูกตุ้มขนาดใหญ่ลอยค้างไว้บนหัวของกู่หลาน ช่องว่างระหว่างลูกตุ้มกับหัวของเธอห่างกันไม่กี่เซนเท่านั้น !

เพื่อให้เห็นถึงการหยุดโมเมนตัมของลูกตุ้มหนัก ซูตานฮงจึงแสดงให้เห็นได้ว่าเธอสามารถควบคุมพลังของเธอได้อิสระแค่ไหน !