0 Views

บทที่ 188 เดินทางไปยังภูเขาเสือมังกร

ไป่เฟิงมุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงของหม้อ เขาเริ่มทำการกลั่นตามที่ได้ศึกษามา ในตอนนี้พลังจิตของเขาเพิ่มสูงขึ้นก่อนเขาจะปล่อยมันออกมาห่อหุ้มหม้อ

เมื่อใช้พลังจิตของเขาสังเกตหม้อ เขาเห็นว่าตัวอักษรลึกลับจำนวนมากที่ถูกแกะสลักไว้ที่หม้อมันกำลังขยายใหญ่ขึ้นผ่านพลังจิตของไป่เฟิง มันเหมือนกับปลาได้น้ำ !

“ตามที่คิดไว้ หม้อนี้มันต้องล้ำค่ามาก ๆ และมันดูเหมือนจะเสียเปล่าจริง ๆ ที่ได้มาอยู่ในมือฉัน”

ไป่เฟิงพูดกับตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็สะบัดมือก็มีเนื้อหมูปรากฏบนมือของเขา จากนั้นเขาจึงโยนมันเข้าไปในหม้อ !

เนื้อหมูที่โยนลงไปนั้นมันมีขนาดเท่าครึ่งหนึ่งของหมู มันหนักหลายร้อยจิน !

หลังจากนั่นไป่เฟิงก็เริ่มกลั่นยาเลือดฉี เขารวบรวมพลังจิตเอาไว้ก่อนจะให้มันห่อหุ้มเนื้อหมูไม่ให้มันลงไปด้านล่างหม้อ

ขั้นตอนนี้ทางทฤษฎีมันง่ายมากสำหรับไป่เฟิงที่มีพลังจิตมากกว่าเด็กฝึกงานทั่วไป

แต่การปฏิบัติจริงสำหรับเขามันน่าตกใจมาก แม้ว่าเขาจะมีพลัที่แข็งแกร่ง แต่มันก็ยังยากที่จะรักษาสมดุลของหมูให้มันลอยอยู่กลางอากาศ !

‘ดูเหมือนว่าหม้อน่าจะทำจากวัสดุพิเศษ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาของธรรมดา ๆ มาทำเป็นหม้อกลั่นยา’ ไป่เฟิงคิดในขณะที่หันความสนใจไปยังตัวหม้อ

คลื่นความร้อนที่อยู่ใต้หม้อมันแดงจนทำให้คนที่มาพบเห็นต้องรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งกระดูก หากนำแผ่นเหล็กไปใส่มันคงได้หลอมละลายทันทีแน่นอน !

หมูชิ้นใหญ่ ๆ เริ่มหดตัวลงด้วยความเร็วที่สามารถเห็นได้ หยดน้ำมันและไขมันของมันค่อย ๆ หลุดออกมากลายเป็นควันสีเขียวหายไปช้า ๆ

ไป่เฟิงไม่ลังเลใจอีกต่อไป เขาสร้างตระประทับที่มือและในเวลาเดียวกันเขาก็วาดสัญลักษณ์ในใจแล้วส่งพลังจิตเข้าไปที่หมู !

“หมู !”

หลังจากนั้นไม่นานเนื้อหมูก็ไม่ได้ปล่อยน้ำมันออกมาอีก มันทำให้ไป่เฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก่อนทีเขาจะดีใจ เนื้อหมูก็ค่อย ๆ แตกสลายกลายเป็นขึ้เถ้าในไม่ช้า !

“ไม่ !”

ไป่เฟิงปิดวาล์วและทำให้ไฟดับลง ตัวอักษรที่ลอยอยู่เหนือหม้อก็ค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ

ผลลัพธ์ที่ได้มันไม่เหมือนที่คิดไว้เล็กน้อย แต่มันก็ยังตรงกับที่เขาคาดการณ์ไว้บางส่วน สำหรับไป่เฟิงนั้นในตอนนี้เปรียบเสมือนเด็กฝึกงานที่มีพื้นฐานสูงและยังมีพลังจิตที่เท่ากับนักปรุงยาระดับ 2 แต่ท้ายที่สุดระยะเวลาที่เขาได้สัมผัสกับการปรุงยามันยังน้อยเกินไป !

ช่วงเวลาที่เขาใช้พลังจิตควบคุมเปลวไฟเพื่อใช้มันหลอมรวมกลายเป็นหม้อ ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถทำมันได้ดีพอ สัญลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้นมาในใจมันล้มเหลวก่อนที่จะกลั่นเม็ดยาได้

ไป่เฟิงยกหม้อขึ้นมาและล้างขึ้เถ้าออก

การปรุงยาต้องอาศัยความชำนาญและการทดลองถึงจะเข้าใจได้ ไป่เฟิงจึงโทรไปหาลึกลับที่ 4 เพื่อให้เขานำหมูมาให้อีก

“เมื่อพูดถึงลึกลับที่ 4 ทำไมลึกลับที่ 1 กับพวกที่เหลือถึงยังไม่กลับมาอีก ?”

ไป่เฟิงสงสัย เขาจึงโทรไปหมายเลขลึกลับที่ 1

“ตรุ๊ด ตรุ๊ด !”

แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครรับสายมัน

ใบหน้าของไป่เฟิงเปลี่ยนเป็นใบหน้าน่าเกลียด เกิดอะไรขึ้น ?

“สวัสดี ? ใคร ?”

เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังออกมา ไป่เฟิงขมวดคิ้วแล้วตอบไปอย่างเย็นชา

“เจ้าของโทรศัพท์อยู่ไหน ?”

“ไอ้บ้า ฉันเนี่ยแหละเจ้าของ !”

เสียงในสายดังออกมาก่อนจะวางลงไป

ไป่เฟิงโกรธมาก มันจะดีหากเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นครั้งเดียว แต่นี่มันครั้งที่สอง !

“ดูเหมือนว่าตอนที่ฉันไม่อยู่หลาย ๆ อย่างมันได้เปลี่ยนไป !”

ไป่เฟิงพึมพำ เนื่องจากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในหนังสือสัญญาจิตวิญญาณ นั่นหมายความว่าทั้งสามคนนั่นไม่ได้อยู่ในอันตราย

ลึกลับทั้ง 3 เดินทางไปที่เมืองเจียงซี และบังเอิญว่าภูเขามังกรเสือที่อยู่ของตานเจียซี ก็อยู่ที่นั่นด้วย

ไป่เฟิงสั่งให้ลึกลับที่ 4 วางงานที่เขาทำลงก่อนและนำลึกลับที่ 5 และคนที่เหลือไปกับเขา

หลังจากนั้นไม่นานทั้ง 6 คนพร้อมกับรถสองคันก็มาถึงบ้านของไป่เฟิง ไป่เฟิงกำลังรออยู่แล้ว เขาเดินขึ้นไปที่รถก่อนที่ทั้งกลุ่มจะมุ่งหน้าไปยังเมืองเจียงซี

สำหรับการเดินทางนี้ ไป่เฟิงไม่ได้พูดอะไรมากนัก บรรยากาศในรถนั่นเงียบสงบแต่ลึกลับที่ 4 กับพวกที่เหลือรู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเตียงที่มีแต่หมุด เห็นได้ชัดว่าแม้ไป่เฟิงจะดูสงบแต่ที่จริงแล้วเขาโกรธมาก !

รถทั้งสองคันมาถึงสนามบินเล็ก ๆ ที่เมืองชิงเฉิง นี่เป็นบริษัทท่องเที่ยวที่มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวให้เช่า พวกเขานั่นจัดทำทัวร์บนฟ้ารอบเมืองชิงเฉิงสำหรับนักท่องเที่ยว

ไป่เฟิงเดินตามลึกลับที่ 4 เข้ามาที่ห้องโถงก่อนจะสั่งชามาดื่ม

ตอนแรกเมื่อพนักงงานของบริษัทได้ยินว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต้องการเช่าเฮลิคอปเตอร์เพื่อบินออกจากเมืองนี้ พวกเขาทั้งหมดส่ายหัวปฏิเสธทันที

อย่างไรก็ตามลึกลับที่ 4 หยิบเงินจำนวนมากขึ้นมาเสนอทันที ผู้จัดการนั่นก็ได้ปรากฏตัวออกมาก่อนจะตกลงยอมรับข้อเสนอ

ในไม่ช้าทั้งกลุ่มก็เดินทางโดยใช้เฮลิคอปเตอร์แทน

หลังจากบินไม่ถึง 10 ชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็ลงจอดที่สนามบินฉางหนาน !

ระยะทางจากสนามบินถึงภูเขามังกรเสืออยู่ที่ 100 กิโลเมตร ไป่เฟิงไม่ได้รีบเดินทางไปที่นั่นแต่เขาให้ลึกลับที่ 4 และคนที่เหลือหาโรงแรมและรถเพื่อใช้เดินทางวันพรุ่งนี้แทน

เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ไป่เฟิงก็มุ่งหน้าไปที่ภูเขามังกรเสือพร้อมกับคนที่เหลือ

ภูเขามังกรเสือนั่นอยู่ใกล้ ๆ กับเมืองเจียงซี มันเคยเป็นวัดที่ใช้สอนเทคนิคเต๋ามาก่อน เคยมีข่าวลือว่าจางหลิงเคยกลั่นยาอยู่ในที่แห่งนี้ และเมื่อเขาสามารถกลั่นยาได้สำเร็จมันก็ปรากฏภาพมังกรและเสือขึ้นมา หลังจากนั้นมันก็กลายเป็นชื่อของภูเขาลูกนี้

ตามข้อมูลประวัติศาสตร์ลัทธิเต๋า ลูกหลานของจางหลิงรุ่นที่ 4 ซันจางหลิงได้มาตั้งลัทธิเต๋าไว้ที่ภูเขามังกรในช่วงสมัยสามราชวงศ์ ต่อจากนั้นเป็นต้นมาลูกหลานของเขาก็ได้อาศัยอยู่ ณ ที่ภูเขาแห่งนี้สืบทอดมาถึง 63 รุ่นกินเวลาไปนานถึง 1,900 ปี

แต่เมื่อมองดูดี ๆ จะเห็นได้ว่าภูเขามังกรเสือแห่งนี้มันได้ชื่อมาจากทหารผู้หนึ่งที่ชื่อลองหู่ ไม่เคยมีใครได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการกลั่นยามาก่อน [ลอง = มังกร / หู่ = เสือ]

“เอี๊ยด !”

ในขณะที่ไป่เฟิงกำลังล่องลายวิวรอบท้อง รถจิ๊บที่เขานั่งอยู่ได้หยุดกระทันหัน

“เกิดอะไรขึ้น ?”

ไป่เฟิงขมวดคิ้วถาม

ลึกลับที่ 5 เปิดประตูและวิ่งออกไปดู

“บอส มีคนขวางอยู่ข้างหน้า พวกเขาถามว่าพวกเราไปภูเขามังกรเสือหรือไม่ พวกเขาต้องการติดรถเราไปด้วย”

ลึกลับที่ 5 รายงานด้วยน้ำเสียงเคารพ

“พาพวกเขาไปด้วยก็ได้”

ไป่เฟิงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะปิดตาและไม่ได้พูดต่อ

ลึกลับที่ 5 โค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะเดินไปข้างหน้าละถ่ายทอดคำพูดของไป่เฟิงให้กับลึกลับที่ 6

“ขึ้นมา”

ลึกลับที่ 6 พูดกับชายและหญิงอีกสองคนที่ข้างถนน

“ขอบคุณ !”

ทั้งสามรีบขึ้นมาบนรถจิ๊บ มีสองคนที่เหมือนคู่รักพวกเขาคุยกันเบา ๆ ทันทีเมื่อเข้าไปในรถ ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนมองไปที่ลึกลับที่ 6 และแสดงความซาบซึ้งออกมา

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ บอสของพวกเราให้พวกแกขึ้นมาได้ แต่ถ้าหากเขาบอกไม่พวกแกก็คงไม่ได้ไปด้วยหรอก”

ลึกลับที่ 6 พูดอย่างเย็นชา

“หึ หึ”

หลังจากนั้นเขาก็กลับมาสวมหน้ากากสุภาพอีกครั้ง

“ที่รัก ดูสิ รถจิ๊บทั้งสองคันมันราคาถูกมาก แต่พวกเขายังกล้าอวดเบ่งอีก”

ซูเปยกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ เขา

“ใช่ รถคันนี้มันนั่งแล้วอึดอัดไม่เหมือนกับปอร์เช่ของคุณเลย !”

วูเซียวหลีกอดแขนของซูเปยไว้ราวกับนกน้อยเกาะกิ่งไม้

“เงียบได้แล้ว”

หลินฉินหยารู้สึกอายเล็กน้อยกับทั้งสองคน ดีมากแค่ไหนแล้วทีพวกเขายอมให้คนแปลกหน้าขึ้นมาบนรถ แต่คนแปลกหน้าเหล่านั่นยังมีหน้ามาบ่นเกี่ยวกับรถของพวกเขาอีก !