0 Views

บทที่ 42 – ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (5)

หลังจากยูอิลฮานได้เสริมพลังของ pile bunker กับ กระสุนของมันเสร็จแล้วเขาก็ได้ตามหลังคู่ชายหนุ่มไปอย่างไม่ลังเล

ความเร็วของพวกนั้นก็เร็วอยู่แต่ว่ามันก็เทียบกับตัวอยู่อิลฮานไม่ได้เลย แถมตัวยูอิลฮานก็ไม่มีทางจะถูกมอนสเตอร์โจมตีเลยเว้นแต่ว่าเขาจะเข้าไปโจมตีมอนสเตอร์ก่อน ส่วนสองคนนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับแมงป่องและโทรลล์อย่างต่อเนื่องทำให้ไม่นานนักยูอิลฮานก็ตามสองคนนี้ทัน

“ถ้าฉันยั่วเขาอีกหน่อยเขาน่าจะมากับเรานะ”
“เธอกำลังฝันอยู่”
“เว้นแต่ว่าเขาจะเป็นเกย์ ถ้าเขาไม่ใช่เกย์เขาต้องมากับเราแน่ เพราะว่าฉันสวยไง!”
“อ่า แล้วแต่เธอเลย”

หลังจากไล่ตามหลังสองคนนี้มาเล็กน้อยเขาก็ได้ยินสองคนนี้คุยกัน ผู้หญิงคนนี้ดูมีความภูมิใจและยิ่งใหญ่เอามากๆ ส่วนผู้ชายก็ตอบกลับเธอไปแบบไม่สนใจ การสนทนานี้ได้ทำให้ยูอิลฮานสงสัยว่าสองคนนี้ใช่คู่รักกันจริงๆหรือป่าว

“แต่ว่าการที่มากันแค่เราสองคนมันยากนะ ถ้าเราบอกเขาว่าเราจะให้ทุกๆอย่างกับเขานอกจากพิษเขาจะไม่ช่วยเราเลยหรอ?”
“แต่ถ้าเขาบอกว่าเขาต้องการพิษนั่นล่ะ? หรือถ้าเขาถามว่าเราต้องการเอาไปทำอะไรล่ะ? นอกไปจากนี้การที่พวกเรารู้ข้อมูลดันเจี้ยนมันก็ไม่ยุติธรรมกับคนอื่นนะ เวลาเราพูดอะไรต้องระวังเอาไว้”

ยูอิลฮษนที่ได้ยินคังฮาจินพูดแบบนี้เขาแทบจะระเบิดกัวเราะออกมา มันน่าประทับใจมากที่มีคนมาบอกว่าควรจะระวังในการพูดทั้งๆที่คนที่พวกนี้กำลังพูดถึงอยู่ต่อน่า สิ่งที่เขาพูดอยู่นี้มันประมาทเอามากๆ

ยูอิลฮานได้ตามสองคนนี้ต่อไป เขายังได้เห็นนายูน่าบ่นไปเรื่อยๆ

“เราก็แค่บอกเขาไปว่านี่เป็นรางวัลจากเควสสวรรค์ นอกจากนี้ไม่ว่าจะดูยังไง เขาก็ดูเป็นคนดีนะ”
“ฉันสงสัยจริงๆเลยว่าเธอโตมาขนาดนี้ได้ยังไงกันด้วยความบริสุทธิ์แบบนี้”
“นั่นมันก็เพราะพี่กับมิเรย์ช่วยปกป้องฉันไง!”
“ไม่มีทาง”

ดูเหมือนว่ามันจะมีสถานการณ์เบื้องลึกอยู่ นอกจากนี้พิษหรอ? พวกเขามาที่นี่เพื่อล่าแมงป่องและไม่ได้มาหาโทรลล์งั้นหรอ? ยูอิลฮานได้หันไปบอกเอิลต้า

“ถ้าเธอบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันตรงๆฉันจะยกโทษให้เธอ”
[ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้เลยจริงๆ ฉันรู้เพียงแค่ว่าดันเจี้ยนนี้มีแค่โทรลล์อยู่เท่านั้น! ได้โปรดหยุดมองฉันเหมือนกับกำลังดูถูกได้แล้ว นี่มันทำให้ฉันโกรธแล้วนะ]
“ฉันชักจะสงสัยมากขึ้นแล้วนะ ฉันคิดแม้กระทั่งว่ามันอาจจะมีเบื้องลึกที่จะทำให้ฉันลำบากแน่นอน ต่อให้ฉันจะเคลื่อนไหวตามพวกเขาก็ตาม”
[ขอร้องล่ะหยุดเถอะ ฉันคิดว่าคำพูดเบื้องลึกนั่นของคุณนั่นแหละที่จะนำปัญหามา]

แม้ว่าเขาจะคุยกับเอิลต้า แต่ยูอิลฮานก็ยังคงคิดอยู่ในหัว

ถ้าเป็นพิษ เขาก็ได้มันมาอันหนึ่งในตอนที่ฆ่าแมงป่องทะเลทรายยักษ์แล้วนี่ ไม่ใช่พวกนี้ต้องการมันหรอ? หรือว่าเป็นพิษชนิดอื่น? หรือพิษที่แข็งแกร่งหรอ? ถึงแม้ว่าหากพวกเขาต้องการพิษประเภทอื่นก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากว่าพวกเขาต้องการพิษที่แข็งแกร่ง…

“เยี่ยม นั่นมันจะต้องเป็นตัวคลาส 3 แน่นอน”
[ฉันกะไว้แล้วว่าคุณจะพูดแบบนี้]
ยูอิลฮานได้ตื่นเต้นขึ้นมา เขาเลือกได้ถูกจริงๆที่ตามคนพวกนี้มา!

[ฉันคิดว่าแมงป่องกำลังจะซุ่มโจมตีคนพวกนี้]
“แมงป่องคือของฉัน”

ยูอิลฮานได้หยิบเอาหอกออกมาในขณะที่มองด้านหน้าเหมือนกับเด็กน้อยเห็นลูกอม สิ่งที่อยู่ในมือเขากำอยู่ตอนนี้คือไม้แหลมโลหะ

[ตอนนี้ฉันโกรธได้ไหม?]
“นี้มันก็แค่เป็นการทดลองเพื่อยืนยันในความแข็งแรงและทนทานของไอเทมที่ทำมาจากหัวใจโลหะเท่านั้นเอง”

[ไม่ใช่ว่าเป็นการทดลองเพื่อหาวิธีที่ทำให้คุณเจ๋งด้วยการใช่ไม้แหลมหรอกเรอะ?]
“เธอรู้จักฉันดีไปแล้ว… ลิต้าใช้เวลากับฉันมาหลายสิบปีก่อนเธอจะมองฉันออกนะ”

ยังไงก็ตามต่อให้เขาถูกมองออก เขาก็ไม่ได้มีแผนจะหยุดสิ่งที่จะทำ ถ้าหากว่าเขาหยุดงั้นเขาก็คงไม่ทำแบบนี้แต่แรกแล้ว

สำหรับยูอิลฮานแล้วเหตุผลมันไม่มีอยู่จริง เขาได้โยนไม้แหลมโลหะออกไปถึงสี่อัน

ด้วยการเสริมจากสกิลการยิงบวกกันกับออฟชั่นโจมตีโดยไม่รู้ตัวของเกราะแล้วทำให้ไม้แหลมโลหะได้พุ่งทะลวงผ่านอาการด้วยพลังที่ไม่น่าเชื่อก่อนที่จะฝังลงไปบนหัวของแมงป่อง

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 697,290]
“อ่า แค่ทดลองมันก็ตายไปในทันทีซะแล้วซิ”
[ฉันขอไม่ออกความเห็น]

เนื่องจากว่าระยะห่างมันไกลไปจากนายูนาและพวกของเธอทำให้คนทั้งสองไม่ได้สังเกตุเห็นแมงป่องทะเลทรายเลย แน่นอนว่าพวกเขาก็ยังไม่รู้ตัวเลยถึงแม้ว่ายูอิลฮษนจะไปเก็บเอาไม้แหลมโลหะกลับมาและเก็บร่างของแมงป่องลงไปในกระเป๋าสะพาย

“แต่ว่าทำไมทูตสวรรค์ของสองคนนี้ถึงไม่เห็นเราล่ะ? นอกจากนี้คนพวกนี้ก็พึ่งจะโดนซุ่มโจมตีนะ ทำไมเธอถึงปล่อยไว้แบบนี้ล่ะ?”
[ทูตสววรค์ไม่สามารถจะนำพลังทั้งหมดมาบนโลกได้ นอกไปจากนี้คุณจำที่ฉันบอกไม่ได้หรอว่าพวกทูตสวรรค์ที่มาเป็นผู้พิทักษ์ก็ถูกห้ามไม่ให้ทำหลายอย่าง การแทรกแซงชีวิตของมนุษย์มากเกินไปมันขัดต่อกฏของสวรรค์ ดังนั้นต่อให้พวกเรารู้ว่าจะเกิดการซุ่มโจมตีแต่พวกเราก็ไม่สามารถจะป้องกันเหตุการณ์ได้ ถึงแม้ว่าการแจ้ฝเตือนจะไม่ใช่ปัญหาก็ตาม]
“หรือให้พูดอีกอย่างคุณเธอมันได้ประโยชน์”
[อึก]

ยูอิลฮานได้ตามหลังนายูนาไปเรื่อยๆ เขาได้รักษาระยะห่างเอาไว้ประมาณหนึ่งและทำการล่าแมงป่องต่อไปด้วย

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 653,755]
“อย่างที่คิดเลยถ้าฉันทำการโจมตีระยะไกลด้วยความรวดเร็วพวกนั้นก็จะไม่เห็นฉัน”
[ถ้าหากว่าคุณยิงปืนกลในตำแหน่งแบบนี้พวกนั้นเห็นคุณแน่ การโจมตีด้วยไม้แหลมนี่มันได้ผลจนไม่น่าเชื่อเลย]

เอิลต้าก็ไม่อยากจะยอมรับในเรื่องนี้แต่ว่ามันได้ผลจริงๆ

[แต่ว่านะ ฉันจะโกรธแน่ถ้าคุณยังใช้ไม้แหลมนี่ปาใส่มอนสเตอร์คลาส 3]
“ฉันไม่ทำ ฉันไม่ทำแน่ๆ”

และเมื่อผ่านไปพักหนึ่งคู่หนุ่มสาวก็เริ่มจะรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างแปลกๆ

“ทำไมการซุ่มโจมตีของแมงป่องถึงลดลงล่ะ?”
“ฉันก็ไม่รู้สิ บางทีอาจจะเพราะสภาพพื้นที่เปลื่ยนไปมั้ง พวกเรายังเจอกับโทรลล์เป็นบางครั้งนะ”
“ถ้าหากว่าแมงป่องยักษ์หายไปนี่มันก็แย่สิ”
“มันไม่ใช่แมงป่องยักษ์ แต้ว่าเป็นแมงป่องเดธสตอล์คเกอร์ยักษ์”

ความคาดหวังของยูอิลฮานได้เพิ่มมามากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินชื่อนี้ มันจะต้องเป็นมอนสเตอร์คลาส 3 แน่นอนยังไงก็ตามสิ่งต่อมาได้ทำให้ความคาดหวังของเขาพังลงไป

“เราจะฆ่ามันได้หรอ?”
“ยังไงมันก็เป็นมอนสเตอร์คลาส 2 นอกจากนี้ถ้าเราทำไม่ได้เราก็แค่ถอยออกมา เธอมีม้วนเวทย์อยู่นี่?”
“มันจะดีกว่านี้นะถ้าพี่มีด้วย”
“เธออยากจะไปถูกเจ้าแมงป่องจับเอาไว้เหมือนคราวที่แล้วงั้นหรอ?”
“นั่นมันก็น่าจะนำไปสู่การเจอกับอัศวินทมิฬอีกครั้งไงล่ะ!”
“เงียบน่า”

แมงป่องเดธสตอล์คเกอร์ยักษ์นี่มันเป็นมอนสเตอร์คลาส 2 งั้นเรอะ? แม้ว่ามันจะมีชื่อเท่ๆแบบนี้แต่แล้วมันกลับเป็นแค่คลาส 2 นี่มัน!?

เขารู้สึกอย่างจะเข้าไปจับคังฮาจินและตะโกนใส่เขาเพื่อยืนยันว่ามันใช่มอนสเตอร์คลาส 2 แน่หรอ แต่ว่าเขาก็พยายามหยุดตัวเองเอาไว้ คนพวกนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ยูอิลฮานเข้าใจผิดไปเอง

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาอย่างเหนื่อยล้า จากนั้นเขาก็มองไปสุดขอบฟ้า

“ถ้างั้นฉันจะแยกกับคนพวกนี้”
[นั่นมัน? โอ้ มันโผล่มาแล้ว]

เจ้าตัวที่ถูกเรียกว่าแมงป่องเดธสตอล์คเกอร์มันมีสกิลการปกปิดตัวตนอย่างแน่นอน แต่ว่ายูอิลฮานก็ยังสังเกตุเห็นมันก่อนได้ชัดเจนและเอิลต้าก็บ่นออกมา

[ทำไมหลังจากนี้คุณไม่กลายไปเป็นเทพแห่งการปกปิดตัวตนเลยล่ะ?]
“ถ้าหากว่าเธอทำให้ฉันเป็นแบบนั้น ฉันจะขอสาบานเลยว่าฉันจะทำให้เป็นของฉันและเธอต้องทุกข์ทรมานไปชั่วชีวิต”
[ถะ ถ้าฉันทำ ทำไมคุณไม่ลอง…?]

เอิลต้าได้หน้าแดงขึ้นมาเนื่องจากว่าเธอได้เผลอคิดไปกับตัวเองว่านั่นไม่เลวเลย ตอนนี้เองแมงป่องเดธสตอล์คเกอร์ยักษ์ก็ได้พุ่งกระโดดสูงขึ้นไป ในตอนนี้คังฮาจินกับนายูนาก็ยังรู้ตัวแล้ว

“อึก เพราะมีบอสอยู่ใกล้ๆเลยทำให้พวกลูกน้องไม่มีสินะ”
“ว้าว ตัวใหญ่จัง”
“นี่ไม่ใช่เวลามาทึ่งนะ บัฟ เร็วเข้า!”
“ได้เลย! ทำให้พี่แข็งแกร่ง ย่าห์”

รูปแบบคำพูดนี้มันก็ยังเหมือนเดิม! ยังไงก็ตามผลของมันได้แสดงออกมาอย่างชุดเจน ชายที่ถือโล่เอาไว้ได้มีพลังมาขึ้นกว่าก่อนหน้านี้

“ย่าาาาาาห์”

คังฮาจินที่ได้รับบัฟได้พุ่งเข้าไปหาเจ้าแมงป่องนี้ซึ่งดูเหมือนกับนักรบที่เขาไปสู้กับมังกร

นอกจากนี้เขาก็ยังมีนักบวชที่ยืนคอยสนับสนุนอยู่ด้านอีกด้วย ชายคนนี้นี่มันตัวเอกในนิยายแฟนตาซีชัดๆเลยนี่

เมื่อยูอิลฮานได้เห็นฉากแบบนี้เขาได้รู้สึกใจแคบขึ้นมาและหันหน้าหนีทันที

“ไปกันเถอะ ฉันไม่อยากจะไปแบ่งอะไรกับพวกเขาทั้งนั้น”
[พวกเราควรทำแบบนั้นนะ ในตอนที่ฟังพวกนั้น พวกนั้นดูเหมือนจะมีวิธีในการหนีต่อให้อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมากๆอยู่นะ]

ในตอนนี้เองยูอิลฮานได้หันกลับมามองการต่อสู้ระหว่างแมงป่องกับคู่หูนักรบและนักบวช

ทันใดนั้นเองได้มีเงาขนาดยักษ์มาครอบคุมพวกเขา

“เอิลต้า”

ยูอิลฮานได้ถามออกมา

“เธอคิดว่าโทรลล์นั่นมันก็ยังเป็นมอนสเตอร์คลาส 2 ปะ?”
[คุณอยากจะได้คำตอบจากฉันหรอ?]
“ไม่เลย”

ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นและมองขึ้นไปที่ร่างขนาดยักษ์ของโทรลล์ที่มากพอจะทับทั้งนายูนา คังฮาจินและยังรวมไปถึงแมงป่องยักษ์เดธสตอล์คเกอร์อีกด้วย

“เธอไม่ต้องบอกหรอก ฉันจะฆ่ามันเอง”

และเขาได้หยิบเอา pile bunker ออกมาจากกระเป๋าสะพายโดยไม่ลังเล

[pile bunker กัมปนาถสวรรค์คลั่ง]
[ระดับ – ยูคนีค]
[พลังโจมตี –
ขั้นที่ 5 : 6,200]
[ออฟชั่น – เพิ่มพลังโจมตี 50% , เพิ่มพลังทะลวง 100% , หลังจากใช้งานจะถูกทำลาย]
[ความทนทาน – 1/1]
[อาวุธทำลายล้างที่ใส่ทุกอย่างไปในการโจมตีเพียงครั้งเดียว เนื่องจากโครงสร้างที่ไม่เสถียรทำให้มันจะพังลงไปในทันทีที่โจมตี แต่ว่าพลังของอาวุธนี้ก็จะทำลายเป้าหมายไปด้วยเช่นกัน]

หัตถกรรมมานาที่เขาทำนั้นง่ายมาก เขาไม่สนใจในความทนทานของ pile bunker และทำให้มันสามารถทนต่อการโหลดไปในขั้นที่ 5 และยิงออกไปได้ครั้งหนึ่ง ยูอิลฮานได้ใช้หินพลังเวทย์อย่างไม่เสียดายเลยในการจะสร้างอาวุธนี้ เขาเลือกที่จะสิ้นเปลืองมากกว่าที่จะได้เจอกับผลลัพธ์ที่เลวร้ายเพราะการเก็บวัตถุดิบบเอาไว้

เพราะแบบนี้กระสุนของเขาก็ยังถูกเสริมพลังขึ้นด้วย pile bunker นี้ไม่ได้ต่างไปจากของที่มีราคาแพงที่สุดในโลกเลย

“ว้าว แค่ถือมันแขนฉันก็สั่นแล้ว”
[ใครเป็นคนบอกให้คุณทำการดัดแปลงโง่ๆแบบนี้ล่ะ?]
“แต่ว่ามันก็ทำให้ฉันฆ๋าโทรลล์นี้ได้ไม่ใช่หรอ?”
[นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่พอใจไง นี้มันดูราวกับว่าคุณได้สร้างมันขึ้นมาหลังจากได้อ่านอนาคตที่จะเกิดขึ้นมาแล้วเลย!]

ยูอิลฮานได้แต่หัวเราะกับคำบ่นที่ไม่เหมือนคำบ่นของเอิลต้า

ยังไงก็ตามสถานการณ์นี้ก็ยังไม่น่าสบายใจนัก คังฮาจินกำลังเผชิญหน้าอยู่กับแมงป่องเดธสตอล์คเกอร์อยู่และนายูนาก็ซุ่มซ่ามจนไม่ได้สังเกตุเลยว่าโทรลล์ยักษ์ได้เข้ามาหาพวกเธอแล้ว โทรลล์ยักษ์ได้ง้างกระบองเหล็กขึ้นมาเตรียมจะฟาดพวกเธอทันที

[ฉันหวังว่าคุณจะทำสำเร็จนะยูอิลฮาน]
“เธอกำลังพูดอะไรนะ?”

ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานสกิลที่เขาเก็บเอาไว้ทันที นั่นก็คือสกิลพลังเหนือมนุษย์! กล้ามเนื้อในร่างกายของเขาได้เริ่มบีบอัดตัวก่อนที่จะเริ่มส่งความร้อนออกมา

เนื้อที่ยูอิลฮานกินไปก่อนหน้านี้ได้ถูกดึงพลังงานมาเมื่อเพิ่มพลังให้กับกล้ามเนื้อของเขา แม้ว่าภายนอกของเขาจะไม่ได้เปลื่ยนไปเลย แต่เขาก็รู้ว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก สกิลนี้มันคือแจ็คพ็อต!

[สกิลพลังเหนือมนุษย์ได้ถูกใช้งาน พลังทางกายภาพของคุณได้เพิ่มขึ้น 30% เป็นเวลา 3 นาที แต่ว่าหลังจากหมดเวลาลงพลังในกล้ามเนื้อของคุณจะลดลง 50% เป็นเวลา 10%]

ยูอิลฮานได้กระโดดเบาๆเพื่อทดสอบพลังในการกระโดด

จากนั้นเขาก็ได้กระโดดขึ้นไปด้วยพลังทั้งหมดทำให้ตัวเขาพุ่งไปอย่างต่อเนื่องเหมือนกับกระสวยอวกาศที่พุ่งออกนอกโลก ในมือของเขาก็ยังมี pile bunker ที่โหลดไว้ในขั้น 5 อยู่ในมือ

[โทรลล์ ล่า]

โทรลล์ได้ทุบกระบองของมันลงไปพร้อมๆกับเสียงนี้ดังออกมา

“หือ? อ่า โทรลล์! พี่คะ กลับมา! กลับมาเร็ว!”
“กลับอะไรนะ! โอ้ว!”
[กี๊ซซซซซซซซ]

เมื่อพวกเขาได้เข้าใจสถานการณ์แล้วนายูนา คังฮาจิน และรวมไปถึงแมงป่องเดธสตอล์คเกอร์ยักษ์ก็ได้ร้องออกมา

“อัตราความสำเร็จในการซุ่มโจมตีคือ 100%”

ยูอิลฮานที่กระโดดขึ้นไปตอนนี้อยู้บนหัวของโทรลล์แล้ว เขาได้กระแทก pile bunker ไปบนหัวโทรลล์ทันที

 


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย < ตอนนี้กลุ่มเปิดกลุ่มที่ 2 แล้วครับ