0 Views

ติดตามอัพเดทตอนใหม่ได้ที่นี่ Fanpage IndyNovel 

บท 12: ตระกูลเฉินตู

 

เมื่อเผชิญฝ่ามือของกวนเผิ้งอันบอบบางและพลังปะทะฝ่ามืออันหลักแหลม หลี่ฟูเฉินพุ่งทยานขึ้นกลางอากาศด้วยขาของเขาราวกับพายุหมุนวนเต็มพิกัดและเตะลงมาที่กวนเผิ้ง

วิชาเตะสะท้านฟ้า ปะทะ วิชาฤทธิ์ฝ่ามือเหินทะยาน !

โพ๊ะ ! แปง! พิ้ว!

เมื่อฝ่ามือและลูกเตะถูกแลกกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ฝุ่นก็เริ่มก่อตัวฟุ้งในบริเวณโดยรอบ.

กวนเผิ้งและหลี่ฟูเฉิน ต่างก็ก้าวถอยหลัง ไม่มีใครได้เปรียบในการปะทะนี้

“วิชาธาราจันทราขั้นที่ห้า!”

ประกายรังสีพิฆาตฉายในแววตาของหลี่ฟู่เฉิน

พลังวิชาเตะสะท้านฟ้าของหลี่ฟู่เฉินอยู่ในขั้นบรรลุ  วิชาฤทธิ์ฝ่ามือเหินทะยานของคู่ต่อสู้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้อยู่ในระยะเดียวกับเขา ระดับขั้นวิชาของเขาเหมือนกับของกวนเผิ้ง แต่ระดับการฝึกฝนของกวนเผิ้งนั้นสูงกว่าเขาหนึ่งระดับ

“โครงกระดูกระดับสองดาวก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัว”

 

หลี่ฟู่เฉิน ทยานลงสู่พื้นผิวอย่างสง่างาม เปล่งความงามสง่าในทุกการเคลื่อนไหว

“ เขาสามารถต้านทานได้…”

แววตาอันมั่นใจของหลี่ฟู่เฉินเผยต่อผู้ชม  แม้ว่าพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะลงด้วยความสง่างามเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นว่าเขาทำจริงมันก็ทำให้พวกเขาประหลาดใจ

“ สกัดกั้นวิชาฤทธิ์ฝ่ามือเหินทะยานของข้า เจ้าทำได้ได้ไม่เลว แต่เจ้าจะทำต่อไปได้อีกนานแค่ไหน?  วิชาธาราสายไหม! (ท่าฝ่ามือ)”  ใบหน้าของกวนเผิ้งกระตุก ด้วยการกระตุ้นของวิชาธาราจันทราขั้นที่ห้า พลังฝ่ามือของเขาทำให้เกิดความชุ่มชื้นเหมือนยาง ภายในอากาศ​ที่เมื่อใดก็ตามที่ฝ่ามือพาดผ่าน

วิชาธาราจันทราเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ทางฝ่ามือระดับกลางขั้นเหลืองของตระกูลกวน  มีครั้งหนึ่งที่กวนยู่ใช้ฝ่ามือธาราจันทรา เพื่อโจมตีสี่ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตปฐพี พร้อมกันเพื่อกำจัดพวกเขา

“วิชาพายุหมุนสังหาร!”(ท่าเตะ)

ทักษะการต่อสู้ของหลี่ฟู่เฉิน คมเฉียบขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในการตอบโต้ฝ่ามือปะทะของกวนเผิ้ง หลี่ฟู่เฉินได้พัฒนารูปแบบของเขาให้เหมือนกับพายุหมุน ทะยานสู่ท้องฟ้า แล้วฟาดฝ่ามือเพื่อโต้กลับกวนเผิ้ง มันให้ความรู้สึกราวกับว่าพื้นที่รอบ ๆ พวกเขาเต็มไปด้วยลูกเตะปราศจากแม้แต่เงา

 

“ แย่ละ!” กวนเผิ้งตะโกน วิชาเตะของหลี่ฟู่เฉินดูเหมือนว่าจะได้เปรียบในการตอบโต้ พลังวิชาฤทธิ์ฝ่ามือเหินทะยานอันมีบุคลิกที่นุ่มนวลของเขา ความชื้นที่มีลักษณะเหมือนยางที่ถูกสร้างขึ้นก่อนหน้านี้ถูกทำลายลง บันดาลให้กวนเผิ้งโกรธแค้นเป็นที่สุด

เป้งง เพ้ง  เป้ง …

กวนเผิ้งไม่มีทางเลือกนอกจากต้องถอยซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอนนี้แขนทั้งสองของเขาก็อ่อนล้า

ไม่สนว่าเขาจะเป็นคนชอบธรรมหรือไม่ กวนเผิ้งวาดดาบเหล็กที่เอวของเขาและฟันไปที่หลี่ฟู่เฉิน

ฟิ้วว!

ชายขอบแขนเสื้อของหลี่ฟู่เฉินหลุดลุ่ยจนเกลี้ยง

หวด!

กวนเผิ้งได้แต้มต่ออย่างน่ารังเกียจ เขาใช้ประโยชน์จากการที่หลี่ฟู่เฉินไม่ติดอาวุธ และทำร้ายหลี่ฟู่เฉินบาดเจ็บสาหัส

“เจ้า ช่างน่าอายสิ้นดี“

ขณะอยู่กลางอากาศ หลี่ฟู่เฉิน ใช้ความเร็วเหนือมนุษย์ วาดดาบเหล็ก จากนั้นใช้วิชาเพลงดาบเส่าซาง เพื่อผ่าแล่งกวนเผิ้งซึ่งอยู่ใต้เขา

แคล้ง!

ประกายไฟกระจายรอบขณะที่กวนเผิ้งยกดาบขึ้นเพื่อป้องกัน พลังของหลี่ฟู่เฉินทำให้หัวเข่าของเขาหัก

คริ้งง, แคร่ง, ครั้งง!

หลี่ฟูเฉินใช้กำลังจากการต้านกลับ พุ่งกลับไปยังกลางอากาศ  เขากวัดแกว่งดาบห้าครั้งเพื่อตอบโต้ดาบของกวนเผิ้ง

เลือดกระอักเต็มปากกวนเผิ้งขณะคุกเข่าอยู่ภายใต้แรงกดดัน ผมของเขากระจัดกระจายและหน้าซีดราวกับกระดาษ

“เจ้ากล้านักที่หาทางแก้แค้นน้องสาวของเจ้าด้วยทักษะที่อ่อนแอเช่นนี้ เจ้าก็แค่ทำตัวเองโง่เง่า”  หลี่ฟู่เฉินเอ่ยวจีอย่างไร้หัวใจ

ฟู่!

ได้ยินเสียงเยาะเย้ยของหลี่ฟู่เฉิน กวนเผิ้งกระอักเลือดอีกครั้ง ครานี้สายตาของเขาจ้องไปที่หลี่ฟู่เฉิน

ผู้คนรอบข้างต่างสนใจ​ตื่นตากับความแข็งแกร่ง

“แม้จะมีโครงกระดูกสองดาวก็ตาม เจ้าจะต้องคุกเข่าต่อหน้าข้า”

ถนนเงียบงัน  ทุกสายตาจับจ้องที่หลี่ฟูเฉิน

“การให้อภัยคือคุณธรรม ผู้คนจากตระกูลหลี่ควรเรียนรู้ที่จะเป็นคนใจกว้าง นอกจากเจ้าต้องการให้มีปัญหาตามมา” เสียงเดินทางมาจากที่ที่ไม่ไกลจากที่นี่นัก

“เขาคือ เฉินตูเหลียง”

ทุกคนต่างมองไปที่ทิศทางของเสียง เมื่อพวกเขาจำได้ กลับไม่มีใครกล้าที่จะพูดออกมา

ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหลี่ ตระกูลกวนหรือตระกูลหยาง มักมีการถกเถียงกันเกี่ยวกับพวกเขาเสมอ แต่ตระกูลเฉินตู เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผู้คนเหล่านี้ไม่กล้าถกเถียงกัน อย่างน้อยก็ไม่ใช่ต่อหน้าพวกเขา

ตระกูลเฉินตูเป็นตระกูลของเจ้าเมือง ผู้กุมชะตาของเมืองหยุ่นวู่ ตราบใดตระกูลเฉินตูยังคงอยู่  ตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองหยุ่นวู่ยังครอบครองโดยพวกเขา

เด็กหนุ่มคนนี้อายุประมาณสิบหกปีสวมเสื้อคลุมผ้าไหมมาพร้อมกับความสูงศักดิ์  เขามักจะเชิดศีรษะของเขา เพื่อแสดงความรู้สึกว่ายิ่งใหญ่

“ข้าขอแสดงความเคารพต่อนายน้อยเฉินตูเหลียง”

หลี่ฟู่เฉินตระหนักว่าเขาเป็นใคร เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลานชายของท่านเจ้าเมือง

เขาเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ในขั้นที่หกของขอบเขตพลังลมปราณอายุสิบหกปีมีโครงกระดูกระดับหนึ่งดาว เนื่องจากเขาฝึกฝนวิชาลับของตระกูลเฉินตู เคล็ดวิชาเช่าหยางลู่ ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาจึงอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน หรือไม่ก็ดีกว่ากวนเผิ้ง

เฉินตูเหลียงพอใจกับความเคารพที่ได้รับจากหลี่ฟู่เฉิน เขากล่าวขึ้น “ หลี่ฟู่เฉิน เจ้าจำต้องที่จะต้องให้เขาทรุดทั้งยืนหรือ ความสัมพันธ์ระหว่าง ตระกูลกวน และตระกูลลี่ก็เคยดีในอดีต เจ้าไม่จำเป็นต้องขับไล่พวกเขาให้จนมุม หรอกใช่ไหม ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ขอโทษกวนเผิ้ง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะไม่ปฏิเสธความปราถนาดีของข้า?”

สีหน้าของหลี่ฟู่เฉินแปรเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เฉินตูเหลียงพูด ดูเหมือนว่าเขาคิดถูกที่คิดว่าเจ้าเมืองและตระกูลกวนมีสัมพันธ์ที่ดี ดูจากเฉินตูเหลียงที่เข้าข้างตะกูลกวน

“คำขอโทษ เป็นสิ่งเดียวที่ข้าไม่อาจให้ได้” หลี่ฟู่เฉินปฏิเสธด้วยคำตอบที่ตรงไปตรงมา

“ทำไม? พี่ฟู่เฉินไม่ให้ความเคารพข้าเหรอ?” ดวงตาของเฉินตูเหลียงหลี่ลง

“มันไม่เกี่ยวกับความเคารพ แต่เขาไม่สมควรได้รับคำขอโทษของข้า ข้ามีอะไรที่ต้องทำ ข้าขอลา”

“ฮึ่ม!”

เฉินตูเหลียงไม่พอใจ เขาคิดว่าเขาสุภาพต่อหลี่ฟุ่เฉินมากพอ ทว่าหลี่ฟุ่เฉินกับปฏิบัติตอบเหมือนไม่มีอะไร เรื่องนี้ทำให้เขาอึดอัดและถูกคุกคาม

เมื่อเขาเริ่มจะโจมตี หลี่ฟู่เฉินก็ขัดจังหวะขึ้น“ นายน้อยเฉินตูเหลียง ท่านเอาชนะข้าไม่ได้หรอก ข้าใช้พลังยุทธ์เพียงแค่เจ็ดในสิบส่วนในระหว่างการต่อสู้กับกวนเผิ้ง” แม้ขณะหลี่ฟู่เฉินพูด เขาไม่แม้แต่เผชิญหน้ากับเฉินตูเหลียง

เมื่อได้ยินสิ่งที่หลี่ฟู่เฉินกล่าว เฉินตูเหลียงตัวแข่งทื่อ การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไปเป็นเด๋อด๋า เขาไม่รู้ว่าหลี่ฟู่เฉินกำลังพูดความจริงอยู่หรือไม่ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง เฉินตูเหลียงก็ไม่ต้องการต่อสู้กับหลี่ฟุเฉิน เขาไม่ต้องการอับอายขายหน้าพร้อมกับกวนเผิ้ง แม้ว่าเขาจะรู้ว่าหลี่ฟู่เฉินไม่กล้า

“ข้าจะจดจำวันนี้ไว้  ตระกูลหลี่และก็เจ้าด้วยหลี่ฟู่เฉิน” เฉินตูเหลียงกล่าวขึ้นอย่างจงเกลียดจงชังเกลียดชัง

 

เลือดยังติดที่ริมฝีปากของกวนเผิ้ง เขาพยายามยืนขึ้นและจ้องมองไปที่ด้านหลังของหลี่ฟู่เฉินขบคิดแต่จะแก้แค้น จากนั้นเหยียดยื่นมือไปที่เฉินตูเหลียง “ขอบคุณที่เมตตาข้า นายน้อยเฉินตูเหลียง”

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเจ้าพ่ายแพ้ต่อหลี่ฟู่เฉิน”

สีหน้าของกวนเผิ้งครุ่นคิด “ข้าไม่คุ้นเคยกับกระบวนท่าของเขาและทำให้การป้องกันของข้าตกลง”

“ เจ้าไม่ควรประเมินเขาต่ำไป  ดูเหมือนว่าตระกูลหลี่ที่ตกต่ำมาหลายๆปี พวกเขากำลังเตรียมที่จะกลับไปยังจุดสูงสุดของพวกเขา” เฉินตูเหลียงกล่าวติดตลก

“ กลับไปที่จุดสูงสุด? ฮืม  ทั้งที่มีเพียงโครงกระดูกที่ธรรมดา เขาอาจตามพวกเราทันเรา ทว่า โครงกระดูกปกติยังเป็นแค่สิ่งด้อยคุณภาพ”

กวนเผิ้งดูถูกหลี่ฟู่เฉิน เขาไม่สามารถเข้าใจว่าอะไรทำให้หลี่ฟูเฉินแกร่งขึ้น แต่ในสายตาของเขา ไม่มีเส้นทางสู่อนาคตสำหรับหลี่ฟู่เฉิน แต่ในกรณีของเขา เขามีโอกาสก้าวหน้าไปสู่ขอบเขตโลก ถึงตอนนั้นหลี่ฟู่เฉินคงมีค่าแค่สุนัขที่อยู่ข้างหน้าเขา

“นั่นก็สมแล้ว ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม การดูหมิ่นข้า เฉินตูเหลียงก็เหมือนกับการทำลายอนาคตของเจ้า”

เฉินตูเหลียงเป็นคนใจแคบ วันนี้ที่หลี่ฟู่เฉินดูถูกเขา ดังนั้นเขาจะหาหนทางตอแยกับหลี่ฟู่เฉิน จนกระทั่งหลี่ฟู่เฉินลงไปอยู่ในหลุมฝังศพ

หลี่ฟู่เฉินที่จากไปแล้ว คงไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง แม้ว่าเขาจะได้ยิน ก็เดาได้ว่าเขาคงไม่สนใจ

ถ้าเกิดเฉินตูเหลียงครอบครองเมืองหยุ่นวู่ได้ ตระกูลหลี่ก็ไม่ได้มีไว้แค่ประดับเท่านั้น  การที่ตระกูลหลักแต่ละตระกูลมีทายาทอยู่ในนิกายคังเหลียนมันก็เป็นเพียงเรื่องตัวเลข…

……………….

ติดตามอัพเดทตอนใหม่ได้ที่นี่ Fanpage IndyNovel