0 Views

ติดตามอัพเดทตอนใหม่ได้ที่นี่ Fanpage IndyNovel 

บท 10: ฆ่า หรือ ถูกฆ่า

“เคล็ดวิชาดาบสี่สังหาร!”

มันเป็นทักษะดาบอันเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้หัวล้าน ที่ดูเหมือนมีดาบสี่ด้ามโจมตี

หลี่ฟูเฉินในเวลาเดียวกัน

“วิชาดาบสี่สังหาร มาจากตระกูลหยาง”

หลี่ฟู่เฉินเข้าใจรูปแบบดาบของนักสู้หัวล้านด้วยการปาดมองเพียงแค่ครั้งเดียว

หลี่ฟูเฉินฟันกวาดพุ่มหญ้าด้วยเท้าขวา  เขาเหาะเหินไปตามพื้นผิว   หลบหลีกคู่ต่อสู้ จังหวะนั้นก็แทงดาบลงบนน่องของชายหัวโล้นได้สำเร็จ เลือดพุ่งกระฉูดกระจาย

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่หลี่ฟู่เฉินเสริมศิลปะดาบของเขาด้วยวิชาเตะสะท้านฟ้า

ชายหัวโล้นเจ็บปวดน่องจากการโดยโจมตี  เลือดทะลักล้นออกมา

ก่อนหน้านี้  จอมยุทธที่อยู่ต่ำกว่าขั้นที่เจ็ดของพลังลมปราณ จะไม่สามารถทนการโจมตีของเขามากกว่าสองสามครั้ง นับประสาอะไรกับผู้ฝึกหัดในขั้นที่ห้าของขอบเขตพลังลมปราณ เขาไม่เคยคิดเลยว่า วันนี้เขาจะได้รับบาดเจ็บจากเด็กคนหนึ่งในขั้นที่ห้าของขอบเขตพลังลมปราณ

“ วิชาผ่ามฤตยู!”

นักสู้หัวล้านส่งเสียงคำรามก้อง แล้วกวัดแกว่งดาบเจ็ด แปดครั้งฟันไปที่หลี่ฟู่เฉิน ทุกการฟันแค่กวาดกลุ่มพุ่มวัชพืชเท่านั้น มีช่วงหนึ่งที่วัชพืชปกคลุมไปทั่ว ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาปิดสนิท

“ตามที่คาดไว้เขาคือผู้เยี่ยมยุทธ์ในขั้นที่แปดของขอบเขตพลังลมปราณ”

หลี่ฟู่เฉินไม่กล้าเข้าใกล้ศัตรูของเขา แต่กลับไปยังศพของชายร่างผอมแทน

“ตายยย !”

นักสู้หัวล้านปิดทางและฟันดาบอย่างไม่หยุดหย่อนดั่งห่าฝน

“แช่ๆๆๆ!”

 หลี่ฟู่เฉินมาที่ศพ พลันใช้ดาบขว้างศพหนักนั้น ๆ ไปยังชายหัวล้าน

ชายหัวล้านมิได้สนใจในความเป็นเพื่อน เขาฟันแยกศพนั้น จังหวะนั้นประกายระยิบระยับประหนึ่งผนึกน้ำแข็งทะลุผ่าน เขาสามารถป้องกันตัวได้ชั่วคราวเท่านั้น

แต้งง!

ประกายนั้นมาจากดาบของชายร่างผอม

“ตายเสียเถอะ!”

ทันใดนั้นเอง หลี่ฟู่เฉินปรากฏตัวทางด้านซ้ายของนักสู้หัวล้าน  นักสู้หัวล้านต้านกลับด้วยวิชาคมดาบวายุ เขาพยายามเปล่งเสียงของเขา ทว่า….เขาหนีไม่พ้นไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน เลือดไหลทะลักออกจากคอและล้มลงด้วยเสียงอันดัง

ชั่วขณะนั้น หลี่ฟู่เฉินจับลูกธนูที่พุ่งมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก

บนยอดต้นไม้ในป่า นักธนูไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น

เขาคิดว่าหลี่ฟู่เฉินตายไปนานแล้ว แต่ใครจะคิดว่าเขาจะสังหารทั้งเฒ่าหัวล้านและเฒ่าผอมแห้ง

“เจ้าหนุ่มคนนี้มันมีดียังไง? เฒ่าหัวล้านอยู่ขั้นที่แปดขอบเขตพลังลมปราณหรือว่าเขาเป็นอัจฉริยะระดับเดียวกับกวนเซี่ย?”

อัจฉริยะเพียงไม่กี่คนที่สามารถอยู่อันดับในการต่อสู้ที่เหนือกว่า ด้วยประสาทสัมผัสอันน่ากลัว โดยเฉพาะที่ขอบเขตพลังลมปราณ ถ้าผู้ฝึกขอบเขตหลังลมปราณ ไม่สามารถจัดการพลังลมปราณได้ แม้จะอยู่ในระดับบ่มเพาะที่สูง  หากเข้าถึงไม่ได้ ก็ไร้ความหมาย

ผู้อัจฉริยะนั้น แม้อาจมีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำกว่า ตราบใดที่เขาสามารถโจมตีศัตรูได้แม้จะมีกำลังน้อยกว่า ทว่า..มนุษย์ย่อมรู้สึกถึงความเจ็บปวด ต่างกับสัตว์อสูร

“เนื่องจากเฒ่าหัวล้านและเฒ่าผอมแห้งตายไปแล้ว ของทั้งหมดนี้จึงตกเป็นของข้า”

นักธนูดึงลากถุงสัมภาระ แล้วกระโดดข้ามจากต้นไม้และออกหนี

“ใครบอกว่าเจ้าจะไปได้”

 “ฟ้าบ!”

หลี่ฟูเฉินพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ในทันที

 นักธนูทิ้งถุงสัมภาระและคันธนู จากนั้นกระโดดตีลังกาบนพื้นเพื่อหลบหลีกดาบจู่โจมของหลี่ฟู่เฉิน

“นั่นเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็ว!”

หลี่ฟู่เฉินประหลาดใจ การบ่มเพาะของนักธนูผู้นี้อยู่ขั้นเดียวกับชายร่างผอม ทั้งคู่อยู่ในขั้นที่เจ็ดของขอบเขตพลังลมปราณแต่ความคล่องแคล่วและปฏิกิริยาตอบโต้ของเขานั้นดีกว่าทั้งสองคนอย่างมาก หากเป็นนักสู้ผอมแห้ง เขาคงไม่สามารถหลบหลีกได้แน่

“เจ้าคิดว่าเจ้าเหนือกว่าข้างั้นเหรอ?”

อาวุธที่นักธนูเลือกคือดาบสั้นสองอัน อันหนึ่งเป็นแบบตรงดั้งเดิม  อันอื่น ๆ มีด้ามจับที่ไม่เป็นตามแบบดั้งเดิม ท่าทางการต่อสู้ที่ฉายแววกล้าหาญ ดูเหมือนว่าจะสามารถป้องกันการโจมตีจากทุกทิศทางโดยไม่มีช่องโหว่ใด ๆ เลย

“ที่น่าทึ่งคือดาบพิฆาตวายุ!”

ทักษะดาบและจังหวะเท้าของหลี่ฟู่เฉินดั่งการประหารที่ละเมียดละมุน การฟันครั้งเดียวลงบนในหน้าของนักธนู ผู้นั้นจะรู้สึกราวกับการฟันหกหรือเจ็ดดาบ  วิถีการเคลื่อนที่ของดาบนั้นสลับซับซ้อน

ด้วยความตื่นตะหนก นักธนูตั้งท่าป้องกัน เขาผลักดาบทั้งสองออกไปสุดขีดจำกัด และต้านทานดาบของหลี่ฟู่เฉินสุดกำลัง  ประกายไฟกระจายท่วมท้น

“เพลงดาบแห่งเส่าชาง!”

บุคคลสองคนนี้ดูเหมือนแตกต่างกันถึงสองขั้น แต่ด้วยขั้นที่ห้าของวิชาหยกแดงที่สั่นไหวอยู่ภายในกายของหลี่ฟู่เฉิน ประกายและความแข็งแก่งของพลังลมปราณนั้นเหนือกว่าของจอมยุทธ์ขอบเขตพลังลมปราณขั้นที่หก หลี่ฟูเฉินที่ดุเดือดเลือดพล่าน ผู้ถูกระรานจากนักธนูที่ดูถูกเหยียดหยามเขาอย่างเหลือทน

เต้งง!

นักธนูปล่อยดาบทิ้ง แขนขวาของเขานิ่งเป็นอัมพาต สิ่งที่ตามมาคือศีรษะของเขาถูกบั่นออกจากคอโดยหลี่ฟู่เฉิน

 “ด้วยความสามารถ ณ ปัจจุบันของข้า ข้าสามารถขจัดผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นที่เจ็ดของขอบเขตลมปราณได้โดยง่ายและต่อสู้กับผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นที่แปดของขอบเขตลมปราณ  แต่เฉพาะกับคู่ต่อสู้ที่เป็นนักสู้ระดับปานกลาง”

หลี่ฟูเฉินประเมินความแข็งแกร่งตนเองหลังจากสังหารนักธนูแล้ว

นักสู้ระดับปานกลางคืออะไร? มันหมายถึง ผู้ที่ไม่ได้ฝึกบ่มเพาะทักษะที่มีศักยภาพ หากคู่อริของเขาเคยเป็นผู้ฝึกฝนวิชาอสรพิษเงินและอยู่ในขั้นที่ห้าหรือหกมาก่อน นั่นก็หมายความว่าเขาเป็นนักต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เป็นที่น่าเสียดายว่าทั้งสามคนนั้นเป็นเพียงผู้พิทักษ์ของตระกูลหยางและมันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะฝึกฝนเทคนิคอสรพิษเงิน พวกเขาน่าจะฝึกฝนวิชาอสรพิษเหล็กที่อ่อนแอกว่า แต่ระดับที่ไม่สูงนัก

“ดาบเหล็กสั้นสองอันนี้น่าจะมีค่ามากกว่าสิบเหรียญทอง”

หลี่ฟุ่เฉินหยิบดาบสั้นของนักธนูขึ้นมา

โดยทั่วไป   เหล่าจอมยุทธ์ขอบเขตพลังลมปราณมักใช้ดาบเหล็ก แต่ดาบเหล็กก็ได้รับการจัดอันดับเช่นกัน ดาบเหล็กกล้าดิบเหล่านี้สามารถซื้อได้เพียงทองคำสองสามชิ้น ดาบเหล็กที่ดีที่สุดดังเช่นที่หลี่ฟู่เฉินใช้ ซึ่งเป็นของขวัญจากพ่อของเขามีค่าเท่ากับร้อยห้าสิบเหรียญทองคำ

หากการบ่มเพาะของหลี่ฟู่เฉินสูงกว่านี้ การกวัดแกว่งดาบของเขาจะทำให้ทั้งสามดาบเหล็กแตกออกเป็นส่วนโดยทันทีและยุติการต่อสู้ก่อนที่จะเริ่ม

หลี่ฟูเฉินใช้ความคิด เขาทิ้งดาบสั้นลง เนื่องจากอาวุธของตระกูลหยางอาจมีรอยสลักที่ซ่อนอยู่ เมื่อถูกขายในเมืองหยุ่นวู่ มันจะเป็นการเปิดเผยตัวตนของเขา ซึ่งไม่คุ้มค่ากับเงินแค่สองสามเหรียญทอง

 “วัตถุสัตว์ร้ายเหล่านี้น่าจะเพียงพอแล้ว”

สัตว์อสูรระดับสูงชั้นหนึ่งมีราคาสูงกว่าสัตว์อสูรระดับกลางมาก หนึ่งชิ้นสามารถขายได้อย่างน้อยห้าเหรียญทอง

“อืมม์? นี่คือแกนปีศาจหรือ?”

หลี่ฟูเฉินขนซากศพใส่ในถุงย่าม สะพายไว้บนไหล่

เขาพบกล่องหยกขนาดใหญ่ของนักธนู  ภายในนั้นมีก้านสมุนไพรระดับเหลืองขั้นสูงมากกว่าสิบชิ้น  สามก้านสมุนไพรระดับเหลืองขั้นกลางจากชายร่างผอมและแกนปีศาจสีเขียวเข้มที่มีรอยทางเลือด จากชายหัวล้าน

สมุนไพรระดับเหลืองขั้นต่ำชั้นมีมูลค่าหนึ่งถึงสามเหรียญทองต่อก้าน ทั้งหมดนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่ายี่สิบเหรียญทอง สมุนไพรขั้นกลางมีราคาประมาณสิบถึงสามสิบเหรียญทองต่อก้าน

แต่แกนปีศาจนี้จะทำให้มูลค่าที่ได้มากขึ้น

ไม่ใช่สัตว์อสูรทุกตัวที่มีแกนปีศาจ แม้จะค้นหาสัตว์นับร้อยตัว ก็อาจจะไม่เจอแม้แต่แกนปีศาจหนึ่งอัน สำหรับสัตว์อสูรที่มีแกน มันมีความเป็นไปได้ว่ามันมีวิวัฒนาการที่สูงกว่า ในกรณีเสือดาวเงาโลหิตระดับกลางที่มีแกนอยู่ในตัว มันสามารถวิวัฒนาการไปเป็นเสือดาวกระดูกโลหิตได้ ไม่เพียงรักษาระดับความเร็ว แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและความทนทาน โดยมันถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของสัตว์อสูรระดับสูงชั้นหนึ่ง

……

ติดตามอัพเดทตอนใหม่ได้ที่นี่ Fanpage IndyNovel