0 Views

ติดตามอัพเดทตอนใหม่ได้ที่นี่ Fanpage IndyNovel 

บทที่14: การลงมติ

“ฟู่เฉิน อีกแค่สามวันสระน้ำทิพย์จะเปิด พ่อจะสู้เพื่อเจ้า

หลังอาหารเย็น หลี่เทียนฮั่นและเฉินยู่หยางปรึกษากันในครอบครัวเรื่องลูกชายของพวกเขา

หลี่ฟู่เฉินเอ่ยตอบน้ำเสียงสดใส “ ท่านพ่อ ถ้ามันเป็นของข้า ในที่สุดฉันมันก็จะเป็นของข้า ข้าจะไม่บังคับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เทียนฮั่นพยักหน้าเมื่อเห็นลี่ฟู่เฉินแสดงความเป็นผู้ใหญ่ เขาภูมิใจในตัวบุตรชายของเขาอยู่ลึกๆในใจ ทุกอย่างเกี่ยวกับหลี่ฟู่เฉินเป็นเลิศ ยกเว้นโครงกระดูก ถ้าเขามีโครงกระดูกระดับหนึ่งดาว เขามั่นใจว่าหลี่ฟู่เฉินจะได้รับเลือกเข้าสระน้ำทิพย์ แต่ด้วยโครงกระดูกปกติมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย

เฉินยู่หยางแสดงความเป็นห่วง ออกความเห็นว่า “มีสระน้ำทิพย์ทั้งหมดหกแห่งในสี่ตระกูลหลัก และมีห้าตำแหน่งที่เปิดสำหรับศิษย์สาวกนิกายคังเหลียน มันก็ยังดี ถ้าเจ้าพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้เข้าสระน้ำทิพย์”

ตอนนี้หลี่ฟู่เฉินอาจเป็นหนึ่งในห้าอันดับแรก แต่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ในอีกสองเดือนข้างหน้า นอกจากสี่ตระกูลหลักแล้ว ยังมีตระกูลเล็ก ๆ อีกมากมายที่จะส่งลูกหลานของพวกเขาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันผู้อัจฉริยะเช่นกัน

***

สามวันต่อมา

หลี่เทียนฮั่นประคารมกับท่านผู้อาวุโส

“ลูกชายของข้าอาจมีเพียงเรื่องโครงกระดูกที่ปกติเท่านั้น แต่ทุกคนก็รู้ว่าการรับรู้ของเขานั้นมันน่าเหลือเชื่อเพียงใด แม้ในเมืองหยุ่นวู่ เขาก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุด หากเขาสามารถเข้าสู่สระน้ำทิพย์ได้ มันจะเพิ่มโอกาสให้เขาได้อันหนึ่งในสามในการแข่งขัน”

หนึ่งในผู้อาวุโส ผงกศรีษะเห็นด้วย “ข้าไม่ปฏิเสธเรื่องการรับรู้ของหลี่ฟู่เฉินและการที่สามารถเอาชนะหยางฉีและกวนเผิ้งได้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้ว ข้าเชื่อว่าพวกเราควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยเมื่อทำการตัดสินใจ”

“ข้าเห็นด้วย” ผู้อาวุโสอีกคนตอบรับเช่นกัน

ผู้อาวุโสผู้อื่นนั้นไม่ยุติธรรม พวกเขายังคงเป็นมนุษย์และมีอคติเป็นเรื่องธรรมดา ผู้อาวุโสทั้งสองที่อยู่ข้างหลี่เทียนหั่นนั้น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขา

ในการแสดงความเห็น บิดาของหลี่หยุ่นไห่ หลี่ตี่ชาน หัวเราะพลางกล่าว “ โครงกระดูกปกติยังไงก็เป็นโครงกระดูกปกติเท่านั้น ใครจะสนว่าตอนนี้เขามีศักยภาพ เขาจะสูญเสียไปเมื่อเข้าถึงขั้นต่อไปของการฝึกบ่มเพาะ ซึ่งมันต่างจากบุตรชายของข้า หลี่หยุ่นไห่ ที่มีพรสวรรค์มาแต่กำเนิดที่ยอดเยี่ยม และที่เหนือกว่านั้นเขามีโครงกระดูกสองดาว การเลือกเขาเข้าสระน้ำทิพย์จะน่าเป็นไปได้มากกว่า ข้าเชื่อว่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ที่นี่คงไม่พนันสมบัติของพวกท่านให้กับโครงกระดูกปกติ หรือท่านจะลอง!”

คำพูดของหลี่ตี้ชานที่เลือกกล่าวออกมา แสดงถึงความคิดของผู้อาวุโสส่วนใหญ่ การเดิมพันต่อรองในโครงกระดูกปกติมีความเสี่ยงมากเกินไป หากหลี่ฟู่เฉินไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีในอนาคต ความพยายามของพวกเขาในช่วงสองปีที่ผ่านมาก็จะสูญเปล่า

แต่หลี่หยุ่นไห่นั้นแตกต่างกัน แม้จะยังไม่เห็นผล ในอนาคตโครงกระดูกระดับสองดาวของเขาสามารถรับประกันผลลัพธ์ที่แน่นอนได้

“ข้าไม่เห็นด้วย” หลี่เทียนฮั่นค้านแย้ง “การพยายามที่จะ“ ปลอดภัย” อยู่เสมอและไม่ยอมรับความเสี่ยงใด ๆ นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตระกูลหลี่ของพวกเราตกต่ำลง โครงกระดูกคือร่างกายโดยธรรมชาติของมนุษย์ แต่ในโลกนี้จะไม่มีโครงกระดูกปกติที่มีศักยภาพเชียวหรือ? ข้าไม่คิดเช่นนั้น สามพันไมล์จากเมืองหยุ่นวู่ เจ้าเมืองเชาหยางก็มีโครงกระดูกปกติ แต่สิ่งที่ทำให้เขาบรรลุสำเร็จในตอนนี้เหนือกว่าเจ้าเมืองของเราที่มีโครงกระดูกระดับสามดาว จากมุมมองของข้า ใครก็ตามที่แสดงศักยภาพได้มากที่สุด ควรเป็นผู้ได้คัดเลือก ไม่ใช่แค่ตัดสินจากโครงกระดูก ถ้าเป็นเช่นนั้นทำไมถึงมีการจัดการแข่งขันเพื่อเลือกสาวกเข้าสู่สำนักนิกายคังเหลียน ก็แค่เลือกคนที่มีโครงกระดูกที่ดีเท่านั้น”

ห้องโถงอยู่ในความเงียบสงัด คำพูดของหลี่เทียนฮั่น ทำให้ผู้อาวุโสทุกคนต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

เมื่อประเมินตามสถานการณ์ หลี่ตี้ชานขมวดคิ้วและตัดสินใจพูด

“การเสื่อมถอยของตระกูลหลี่อาจไม่เกิดขึ้นเพราะว่าเรากำลังแสวงหาความเชื่อมั่น สำหรับทศวรรษที่ผ่านมา โชคของตระกูลเราไม่ดีเลย ไม่มีโครงกระดูกรูปดาวมากนักที่ปรากฏให้เห็น แต่คราวนี้มันแตกต่างกัน ลูกชายของข้าหลี่หยุ่นไห่มีโครงกระดูกสองดาว ทุกท่าน หัวข้อตอนนี้ควรเป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงกระดูกสองดาว ตระกูลหลี่ของเราไม่มีโครงกระดูกระดับสองดาวในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ถ้าพลาดโอกาสนี้จะทำให้ตระกูลหลี่ของเราไม่อาจผงาดขึ้นมาอีกเลย”

หลี่ตี้ชานได้แต้มต่อจากคำพูดนี้

ห้องโถงตกสู่ภาวะเงียบงันอีกครั้ง ผู้อาวุโสทุกท่านก้มศรีษะลงไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง

“ท่านพ่อกับเหล่าท่านอาวุโส ด้วยความเคารพ ที่นั่งในสระน้ำทิพย์นี้ ให้หลี่หยุ่นไห่เป็นผู้ถูกเลือกเข้าเถอะ” เสียงของหลี่ฟู่เฉินดังก้อง

“ฟู่เฉิน!”

หลี่เทียนฮั่นมองไปที่หลี่ฟูเฉินอย่างตกใจ แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจมากนัก แต่ในหมู่ผู้เฒ่าก็มีคนมากมายที่สนับสนุนเขา ด้วยการประกาศนี้หลี่ฟู่เฉิน ได้ตัดการสนับสนุนที่มีต่อเขา หลี่เทียนฮั่นโกรธและโมโหชั่วครู่หนึ่ง และรู้สึกว่าหลี่ฟู่เฉินได้ก้าวออกไปจากที่นี้

หลี่หยุ่นไห่ตกตะลึงและเหลียวมองหลี่ฟู่เฉินที่ช่างโง่เขลา

ในความเป็นจริง จนถึงจุดนี้เขาค่อนข้างกังวล ในตอนแรกเขาคาดการณ์ว่าเหล่าผู้อาวุโสทุกคนจะสนับสนุนเขา แต่ผลลัพธ์ก็ยังห่างไกล ทว่าตอนนี้เมื่อหลี่ฟู่เฉินกล่าวออกไป ผู้อาวุโสทุกคนอาจจะเปลี่ยนความคิดต่อหลี่ฟู่เฉิน

“ฟู่เฉินเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? เขาคงไม่แสดงความปรารถนาดีหรอกใช่ไหม?” หลี่หยุ่นเหอซึ่งนั่งอยู่ข้างๆหลี่หยุนไห่แสดงความคิดเห็น

ในมุมมองของเขา หลี่ฟูเฉินไม่เคยมีความมั่นใจหรือความกล้าที่จะคาดเดาความสำเร็จในอนาคต เนื่องจากโครงกระดูกอันน่าเวทนาของเขา

“ฟู่เฉิน เจ้าจงอธิบายให้พ่อฟัง” หลี่เทียนฮั่นมองดูลูกชายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

หลี่ฟู่เฉินเริ่มอธิบายว่า “ประการแรก โครงกระดูกของหลี่หยุนไห่ดีกว่าของข้าอย่างแน่นอน ข้าไม่ต้องการให้ตระกูลหลี่ต้องมาเสี่ยงเพราะข้า

ประการที่สอง ข้ามีความมั่นใจว่าแม้จะไม่ได้เข้าสระน้ำทิพย์ ข้าก็สามารถคว้าห้าอันดับแรกในการแข่งขันและได้กลายเป็นศิษย์สาวกของนิกายคังเหลียน”

สิ่งที่เขาทำคือทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของหลี่เทียนฮั่นพ่อของเขา เขาไม่ต้องการเป็นภาระให้กับพ่อ เนื่องจากศักยภาพไม่อาจปรากฏภายในหนึ่งหรือสองปี หากเขาเข้าสู่สระน้ำทิพย์มันจะสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อพ่อของเขา

“ดี ความทะเยอทะยานของเจ้าคุ้มค่าที่จะเป็นบุตรชายของตระกูลหลี่ของเรา” คำชมจากผู้อาวุโสท่านหนึ่ง

“ความทะเยอทะยานในวัยเช่นนี้ จะมีอนาคตที่ดีรอเจ้าอยู่ น่าเสียดายที่มีเพียงตำแหน่งเดียวสำหรับสระน้ำทิพย์เท่านั้น หากไม่ใช่กรณีเช่นนี้ มันจะเป็นของเจ้าแน่นอน”

ในตอนแรกเหล่าผู้อาวุโสก็ลำบากใจ ตอนนี้หลี่ฟู่เฉินช่วยให้พวกเขาแก้ปัญหาได้ พวกเขาฉายแววความเห็นต่างออกไป ต่อหลี่ฟู่เฉิน

“ พี่ชายใหญ่ฟู่เฉินหยิ่งผยองเกินไป”

ในบรรดาผู้เข้าร่วม หลี่เซี่ยวตี้มีรูปลักษณ์ที่น่าชื่นชม สำหรับหลี่ฟู่เฉิน นางเกี่ยวข้องกับหลี่ฟู่เฉินโดยสายเลือด แต่นั้นไม่ได้ป้องกันนางจากการชื่นชมของลูกพี่ลูกน้องของนาง

“ถ้าอย่างนั้นก็ตัดสิน! คนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่สระน้ำทิพย์ในปีนี้คือ หลี่หยุ่นไห่ ”

หลี่เทียนฮั่นมองลูกชายของเขาอย่างสุดซึ้ง เขามองเห็นสิ่งนี้ได้ในแววตาลูกชาย ความกลัว ความมั่นใจและปัญญา

ในขณะนี้เขาเข้าใจเจตนาของหลี่ฟู่เฉิน ความรู้สึกที่จับต้องได้และน่าขันในเวลาเดียวกัน เขาระดมมันสมองเพื่อหาตำแหน่งให้ลูกชาย ทว่าไม่คาดคิดว่าลูกชายของเขาจะเป็นคนพังทลายแผนการของเขา

หลี่หยุนไห่ลงไปในสระเพื่อคลายร่างกายของเขา หลี่ฟู่เฉินไปเทือกเขาม่านหมอกทุกวันที่สองหรือสาม เป็นปกติ และเริ่มฝึกฝนวิชาหยกแดงตอนพลบค่ำ

เมื่อวันของการแข่งขันใกล้เข้ามา บรรยากาศของเมืองหยุ่นวู่ก็เริ่มปลุกเร้า

โดยปกติเมื่อหลี่ฟู่เฉินไปที่เมืองหยุ่นวู่ เขาจะพบกับผู้คนตระกูลหลี่เพียงไม่กี่คนเดินผ่านไปมา แต่ตอนนี้มันเป็นโอกาสที่เขาจะได้เห็น แม้ว่าพวกเขาจะมองเห็นกัน แต่พวกเขาดูรีบร้อน ดูเหมือนว่าแม้แต่ศิษย์ที่ไม่ให้คำมั่นใดๆ ก็ถูกกระตุ้นโดยผู้อาวุโสเพื่อให้ฝึกบ่มเพาะ

……

ติดตามอัพเดทตอนใหม่ได้ที่ FB page