0 Views

“ช่างเป็นหญิงสาวงามที่สวยอะไรเช่นนี้”

 

ชายร่างสูงที่เเข็งเเรงเขาสวมใส่เสื้อคลุมยาวที่เเตกต่างออกไป ในตอนนี้ เขาจ้องมองไปที่ หน้าอกของ จี้ฉิงเสวี่ย เเละ ใบหน้าสวยงามนั่น มันทำให้ดวงตาของเขาเกิดความกระหายอย่างเเท้จริง

 

“เหวิ่นเฟยหง,พวกเราจะต้องร่วมมือกันบางทีพวกเราควรมีโอกาสหลบหนีออกไป”

 

จี้ฉิงเสวี่ย รู้สึกรังเกียจสายตาที่จ้องมองเธอแบบนั้น เธอกล่าวกับเพื่อนของเธอ

 

“คิดจะหนีงั้นเหรอ?”

 

รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายร่างใหญ่ จากนั้นเขาก็ระเบิดกลิ่นอายพลังที่น่าเกรงขามออกมา พลังเหล่านี้ราวกับขุนเขาสูงที่กดทับลงบนร่างของ จี้ฉิงเสวี่ย เเละ ผู้ชายคนนั้น ทำให้พวกเขาทั้งสองคนรู้สึกหายใจไม่ออก

 

ทันทีที่ทั้งสองคนสัมผัสพลังจากชายร่างใหญ่คนนี้ได้พวกเขาทั้งสองก็กลายเป็นหน้าซีดเซียว

 

“ผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญขั้น 2”

 

รับรู้ได้ถึงความเเข็งเเกร่งของชายร่างใหญ่ จี้ฉิงเสวี่ย เผยให้เห็นการเเสดงออกที่จริงจัง

 

ศิษย์จากนิกายเพลิงผลาญฟ้าทุกคนต่างก็มีความสามารถเหนือค่าเฉลี่ยทั่วไป หลังจากฝึกฝนอยู่ในนิกายเพลิงผลาญฟ้า พวกเขาย่อมพัฒนาความสามารถที่มีให้เพิ่มขึ้นไปได้อย่างเเข็งเเกร่ง

 

เเละดูจากพลังที่ศิษย์ร่างใหญ่คนนี้ปลดปล่อยออกมา มันเเทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ทั้งสองคนคิดจะหลบหนีเขา

 

“ศิษย์พี่อาวุโส ข้าเป็นสมาชิกของตระกูล เหวิ่นเเห่งเมืองหลวงเมฆาม่วง เเละนี่คือ คุณหนูจากตระกูลจี้ ข้าสงสัยว่าศิษย์พี่อาวุโสจะพอช่วยปล่อยเราไปได้หรือไม่ หลังจากเราผ่านการทดสอบเป็นที่เเน่นอนว่าเราจะตอบเเทนท่านอย่างงาม”เหวิ่นเฟยหง สูดลมหายใจเข้าลึกเเละพยายามกล่าวร้องขอความเมตตา

 

“คุณหนูจากตระกูลจี้งั้นเรอะ?หรือว่าเจ้าก็คือ จี้ฉิงเสวี่ย สาวงามอันดับหนึ่งเเห่งเมือกงหลวงเมฆาม่วง?”ดวงตาของชายร่างใหญ่คนนี้ได้สว่างวาบขึ้นหลังจากที่สามารถเดาตัวตนของ จี้ฉิงเสวี่ยได้

 

“เป็นข้าเอง เช่นนั้นศิษย์พี่อาวุโสจะช่วยปล่อยเราไปได้หรือไม่ ข้ายินดีที่จะมอบเงินให้ศิษย์พี่จำนวน 1,000,000 เหรียญเทล”จี้ฉิงเสวี่ย กัดฟันเเน่นเเละกล่าวสัญญา

 

“ถ้าข้าตอบว่าไม่ล่ะ”

 

ชายร่างใหญ่จ้องมองไปที่ใบหน้าที่สวยงามของ จี้ฉิงเสวี่ย ด้วยเเววตาลุกโชนราวกับว่ามีความคิดประหลาดปกคลุมไปทั่วจิตใจของเขา

 

“เช่นนั้นศิษย์พี่อาวุโสต้องการสิ่งใดเพื่อที่จะปล่อยพวกเราไป?”เหวิ่นเฟยหง กล่าวถามอย่างประหม่า เขาเองก็ไม่ต้องการสูญเสียโอกาสในการเข้าสู่นิกายเพลิงผลาญฟ้า

 

“เจ้าสามารถผ่านไปได้”ชายร่างใหญ่ชี้ไปที่ เหวิ่นเฟยหง อย่างไม่สนใจ

 

“เเล้วฉิงเสวี่ยล่ะ?”เหวิ่นเฟยหงจ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย ด้วยใบหน้าซีดเซียว

 

“เด็กน้อยเจ้ายังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ของเจ้าหรือไม่ ?”ใบหน้าของชายรางใหญ่ได้เเสดงสีหน้าออกมาอย่างรุนเเรงก่อนที่จะจ้องมองไปที่ เหวิ่นเฟยหง ปานจะกลืนกิน

 

“ข้า…”

 

เเม้ว่า เหวิ่นเฟยหง จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ จี้ฉิงเสวี่ย เเต่เขาก็รู้สึกลังเลเมื่อนึกถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากกลายเป็นศิษย์ของนิกายเพลิงผลาญฟ้า

 

“ในเมื่อเจ้าไม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับเจ้าก็อย่าได้กล่าวโทษข้าว่าข้าไม่เตือน”

 

ในขณะที่ชายร่างใหญ่พูดจบ เขาก็ปล่อยพลังวิญญาณของตนเองออกมา จิตอสูรหมึกยักษ์ได้ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

“กำปั้นทลายภูผา”

 

ชายร่างใหญ่ได้ซัดกำปั้นของเขาที่อัดเเน่นไปด้วยพลังวิญญาณมันได้พุ่งตรงเข้าไปหา เหวิ่นเฟยหง ราวกับมีดร้อนที่ต้องการจะเชือดเฉือนเขา

 

“อั๊ก!”

 

ถูกโจมตีด้วยทักษะวิญญาณของชายร่างใหญ่ ปราการป้องกันวิญญาณของ เหวิ่นเฟยหง ถูกทำลายลงทันที ร่างของเขาถูกส่งบินลอยไปไกลหลายสิบเมตร

 

“ข้าจะนับถึงสามหากเจ้ายังไม่ไปอย่าได้โทษข้าที่จะทำลายเจ้า”ชายร่างใหญ่จ้องมองไปที่ เหวิ่นเฟยหง อย่างเย็นชาเเละกล่าวขู่เขา

 

“ฉิงเสวี่ย ข้าขอโทษข้าไม่สามารถพลาดโอกาสนี้ได้”

 

เมื่อเห็นถึงภัยคุกคามที่รุนเเรงจากชายร่างใหญ่ เหวิ่นเฟยหง รู้สึกหวาดกลัวอย่างเเท้จริง เขาจ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย เเละ พยายามลากร่างกายที่บาดเจ็บของเขาวิ่งหนีไป

 

“สาวน้อย ตอนนี้ก็ไม่มีใครรบกวนพวกเราเเล้ว พวกเรามาคุยกันหน่อยเป็นไง?”ชายร่างใหญ่จ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย พร้อมกับสำรวจเรือนร่างของเธอ

 

“เจ้าต้องการอะไรกันเเน่ ถ้าเจ้ากล้าทำร้ายข้าอาวุโสหลิวย่อมไม่ปล่อยเจ้าไปเเน่”จี้ฉิงเสวี่ย จ้องมองไปที่อีกฝ่ายเเละกล่าวเตือน เธอเผลอเดินถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

 

“ทำร้ายเจ้า? ใครจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้าทำร้ายเจ้า?”ชายร่างใหญ่หัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน”หรือเจ้าคาดหวังว่าไอ้ขยะนั่นจะช่วยเป็นพยานให้เจ้าหรือไม่?”

 

“อีกอย่างเจ้าคิดว่าอาวุโสหลิวจะยืนหยัดปกป้องศิษย์ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบเป็นศิษย์ของนิกายเพลิงผลาญฟ้า?”

 

“เจ้าต้องการอะไรถึงจะยอมปล่อยข้าไป?”จี้ฉิงเสวี่ย จ้องมองไปที่ชายร่างใหญ่อย่างดุเดือด ในตอนนี้หัวใจของเธอรู้สึกได้ถึงลางไม่ดี

 

“ตลอดชีวิตของข้ายังไม่เคยได้ลิ้มลองสาวงามมาก่อน ยิ่งเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงด้วยเเล้ว ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ ถ้าเจ้ายอมตกลงเป็นของข้า ข้าจะช่วยเหลือเจ้าเเละทำให้เจ้าผ่านการทดสอบเป็นศิษย์ของนิกายเพลิงผลาญฟ้าอย่างเเท้จริง”ชายร่างใหญ่กล่าวพูดอย่างตื่นเต้น

 

“อย่าได้เเม้เเต่จะคิด”จี้ฉิงเสวี่ย กัดริมฝีปากของเธอเเน่น เเละ กล่าวพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ดวงตาของเธอเริ่มปรากฏน้ำตาคลอ

 

“นี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า”

 

ชายร่างใหญ่ จ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย เเละ เริ่มจู่โจมเธอทันที

 

จี้ฉิงเสวี่ย รู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่มือของฝ่ายตรงข้าม เเม้เธอจะใช้พลังทั้งหมดเพื่อต้านรับอีกฝ่าย เธอก็ไม่สามารถหยุดการโจมตีของชายคนนี้ได้

 

เพียงชั่วระยะเวลาไม่นาน ร่างกายของ จี้ฉิงเสวี่ย ก็ปกคลุมไปด้วยฝุ่น เสื้อผ้าของเธอเริ่มฉีกขาดออกจากกัน

 

“ถ้าเจ้าไม่ยอมหยุดข้าจะสู้กับเจ้าจนกว่าจะตายไปข้าง”จี้ฉิงเสวี่ย กล่าวเตือนอย่างสิ้นหวัง เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่สวยงามของเธอเริ่มฉีกขาดออกจากกัน

 

“ฮ่าฮ่า เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าตายหรือไม่?”ชายร่างใหญ่จ้องมองไปที่ผิวที่เรียบเนียนของ จี้ฉิงเสวี่ย ขณะที่เขาหัวเราะออกมาดัง ๆ

 

“ยอมเเพ้ซะเถอะ!”

 

ชายร่างใหญ่เดินเข้าหา จี้ฉิงเสวี่ย ทีละน้อย เขาต้องการดึงเธอเข้ามากอดเเละเล่นกับร่างกายที่สวยงามนั่น

 

“ไปตายซะ!”

 

ขณะที่ชายร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ จี้ฉิงเสวี่ย,จู่ ๆ เธอก็หยิบบางสิ่งออกมา ลูกบอลทรงกลมขนาดเล็กได้ตรงพุ่งเข้าหาชายร่างใหญ่ทันที

 

เผชิญหน้ากับการโจมตีที่ซ่อนเร้น ชายร่างใหญ่ได้ปลดปล่อยพลังวิญญาณของเขาออกมาเพื่อปิดกั้น อย่างไรก็ตามพลังของลูกบอลทรงกลมนั้นก็เเข็งเเกร่งมากมันได้ระเบิดทำลายปราการพลังวิญญาณของเขาเเละสร้างความเสียหายให้กับเขาโดยตรง โลหิตจำนวนมากได้พุ่งออกมาจากปากของเขาทันที

 

หลังจากเห็นชายร่างใหญ่ได้รับบาดเจ็บ จี้ฉิงเสวี่ย ไม่ลังเลที่จะใช้โอกาสนี้ ในการวิ่งหลบหนีการตามล่าของ ชายร่างใหญ่

 

“เจ้าคิดจะหนีไปไหน!”ชายร่างใหญ่ได้คำรามออกมาอย่างโกรธเคือง เขาควบเเน่นพลังวิญญาณของเขาเพื่อรักษาจากนั้นก็วิ่งไล่ตาม จี้ฉิงเสวี่ย ไป

 

อูฐผอมยังไงก็ใหญ่กว่าม้า เเม้ชายร่างใหญ่จะได้รับบาดเจ็บ เเต่เขาก็รวดเร็วกว่า จี้ฉิงเสวี่ยมาก เพียงระยะเวลา 5 ลมหายใจ เขาก็สามารถปิดกั้นเส้นทางของ จี้ฉิงเสวี่ยได้

 

“เจ้าเป็นคนบังคับให้ข้าทำแบบนี้!”ชายร่างใหญ่จับไปที่เเขนของ จี้ฉิงเสวี่ย เเละ จ้องมองเธออย่างสิ้นหวัง

 

“ถ้าข้าไม่เล่นกับเจ้าจนกว่าจะตายวันนี้ข้าจะไม่ขอใช้เเซ่ของข้า”

 

จากนั้นชายร่างใหญ่ก็เหวี่ยงจี้ฉิงเสวี่ยลงไปที่พื้นอย่างรุนเเรงเขาได้กดร่างของเธอไว้ใต้ระหว่างขาของเขาเพื่อระบายความโกรธ

 

ขณะที่ จี้ฉิงเสวี่ย กำลังจะถูกโจมตีอย่างโหดเหี้ยม จู่ ๆชายร่างใหญ่ก็รู้สึกได้ว่ามวลอากาศด้านหลังของเขาได้เกิดความผันผวนขึ้นอย่างรุนเเรง ร่องรอยเเห่งความหวาดกลัวได้ปรากฏขึ้นในส่วนลึกของจิตวิญญาณของเขา