0 Views

เทือกเขาเมฆาม่วง เป็น เทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรซือจิน มันได้ยืดไกลออกไปหลายเเสนไมล์เเละครอบคลุมเกือบหนึ่งในห้าของอาณาจักร

 

ในป่าอันกว้างใหญ่ของเทือกเขาเมฆาม่วงนั้นมีสัตว์อสูรที่ดุร้ายมากมาย ว่ากันว่ามีสัตว์อสูรที่มีความเเข็งเเกร่งเทียบเท่ากับผู้ใช้จิตอสูรระดับปฐพีอยู่มันได้หลบซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของเทือกเขา

 

นอกจากนี้ในเทือกเขาเมฆาม่วงยังถูกปลกคลุมไปด้วยรูปแบบก่อตัวจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นโดยนิกายเพลิงผลาญฟ้ามันได้ใช้นำทางเพื่อกันหลงทาง ในเทือกเขาเมฆาม่วงนี้เต็มไปด้วยพื้นที่ต้องห้ามดังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่คนที่กล้าเข้ามา

 

ฝูงนกพิราบปีกเขียวได้นำพากลุ่มผู้คนำจนวนมากบินมานานกว่าสี่ชั่วโมงโดยมาถึงด้านนอกกำเเพงที่บดบังด้วยม่านพลังเเสง

 

“รูปแบบก่อตัว?”

 

ในขณะที่จ้องมองไปที่รูปแบบก่อตัว เย่เฉินเฟิง ก็สามารถระบุได้ว่ามันเป็น รูปแบบก่อตัวที่เป็นปราการป้องกัน มันไม่ได้ทรงพลังมากเเต่มันเเค่ใช้เป็นที่อำพราง

 

“หยุดก่อน!”

 

อาวุโสหลิวได้ใช้พลังวิญญาณอันทรงพลังของเขา เปิดทางม่านพลังที่ปิดกั้นตรงหน้าพวกเขา

 

จากนั้นระลอกคลื่นพลังก็ช่วยส่งผ่านทำให้ปราการพลังนั่นได้เปิดทางเเก่พวกเขาในที่สุด

 

โชคดีที่ เย่เฉินเฟิง เเละ คนอื่น ๆ มีความเเข็งเเกร่งเป็นพิเศษ พวกเขาพึ่งพาความสามารถของตนเองในการปิดกั้นกระเเสอากาศที่ไหลย้อนกลับมากระทบกับพวกเขาที่อยู่บนหลังของนกพิราบปีกเขียว

 

“กว๊าซ!”

 

นกพิราบปีกเขียวได้ส่งเสียงร้องยาวจากนั้นมันก็กระพือปีกขนาดใหญ่ของมันร่อนลงไปที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว

 

“เอาล่ะที่นี่คือพื้นที่ทดสอบของพวกเจ้า ตราบเท่าที่พวกเจ้าสามารถผ่านยอดเขาที่อยู่เบื้องหน้าเเละไปถึงนิกายเพลิงผลาญฟ้าก่อนช่วงเย็น พวกเจ้าจะถูกพิจารณาว่าผ่าน”

 

อาวุโสหลิวกระโดดลงจากนกพิราบปีกเขียว ชางกวนเป็ง เเละ คนอื่น ๆ เองก็กระโดดลงมาเช่นเดียวกัน

 

“อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างการทดสอบพวกเจ้าอาจจะพบเจอสัตว์อสูรที่บ้าคลั่งที่ซ่อนตัวอยู่ในภูเขา เเละนอกจากนี้ยังมี ศิษย์อาวุโสจากนิกายเพลิงผลาญฟ้า ที่จะบล็อกทางพวกเจ้า สิ่งที่พวกเจ้าต้องทำก็คือการไปถึงนิกายเพลิงผลาญฟ้าด้วยความสามารถทั้งหมดที่พวกเจ้ามี”

 

“มีศิษย์อาวุโสด้วยงั้นหรือ?”เย่เฉินเฟิงพึมพัมกับตัวเอง

 

“เย่เฉินเฟิง รอก่อนเถอะ เเล้วเจ้าจะต้องเสียใจ”เสิ่นถู๋เย่ ที่ถูกผลักลงมาโดยเย่เฉินเฟิงก่อนหน้านี้ทำให้ใบหน้าของเขาปกคลุมไปด้วยฝุ่นเขากัดฟันเเน่นเเละเต็มไปด้วยความโกรธบนใบหน้า

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้ากล้าที่จะเดิมพันกับข้าหรือไม่ มาดูกันว่าใครจะเป็นคนเเรกที่สามารถข้ามภูเขาเมฆาม่วงเเละไปถึงนิกายเพลิงผลาญฟ้าได้ก่อนกัน”ชวงกวนเป็ง เดินไปที่ ด้านข้างของ เย่เฉินเฟิง เเละ ตบไหล่ของเขา

 

“เจ้าต้องการเดิมพันอะไร?”

 

ตั้งเเต่ที่เย่เฉินเฟิงได้หลอมรวมเข้ากับสมองโลหิตสัมผัสวิญญาณของเขาก็เเข็งเเกร่งมากจนสามารถสังเกตุได้ว่าบนร่างของ ชางกวนเป็งมีบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกับสัญลักษณะประทับติดตามอยู่

 

“ใช่,งั้นพวกเรามาเดิมพันของรางวัลของกันเเละกันเป็นอย่างไร?”ชางกวนเป็งไตร่ตรองชั่วครู่ ก่อนจะพูดออกมา

 

“เเน่นอนข้าสัญญากับเจ้า”เย่เฉินเฟิงพยักหน้าตอบรับเเละพูดขึ้น”ข้าสงสัยว่าเรื่องนี้อาวุโสหลิวจะช่วยเป็นพยานให้ได้หรือไม่?”

 

“ถ้าพวกเจ้าต้องการเสี่ยงโชคเดิมพันกัน ชายชราคนนี้จะเป็นพยานให้พวกเจ้าทั้งสองคน”อาวุโสหลิวพยักหน้าตอบรับ

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าต้องการเดิมพันกับเจ้า?เจ้ามันไร้เดียงสาเกินไป”ชางกวนเป็งเผยรอยยิ้มที่น่ากลัวออกมาทันทีที่ เย่เฉินเฟิง ตอบตกลง

 

อย่างไรก็ตามเขาหาได้รู้ว่า เย่เฉินเฟิง รู้อยู่ก่อนเเล้วว่า พวกเขาวางเเผนคิดเล่นไม่ซื่อกับตัวเอง

 

“เอาล่ะเริ่มการทดสอบได้”อาวุโสหลิวประกาศเสียงดัง

 

“วูซ วูซ วูซ!”

 

ทันทีที่อาวุโสหลิวประกาศออกมา เสียงที่เเหลมดัง ก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว เย่เฉินเฟิง เเละ คนอื่น ๆ ได้เร่งความเร็วของพวกเขาเเละกระโดดเข้าไปในป่าภูเขาที่เขียวชอุ่ม

 

เย่เฉินเฟิง ได้ใช้สัมผัสที่เฉียบคมของเขาในการตรวจสอบรอบพื้นที่ของตนเอง เพราะเขารู้ว่า ชางกวนเป็ง เเละ เสิ่นถู๋เย่ จะต้องดักรอเขาเเน่นอนเขาจึงต้องการระมัดระวังอีกฝ่ายขณะที่เดินทางข้ามภูเขาเมฆาม่วง

 

“ภูเขาเมฆาม่วงคือดินเเดนเเห่งการอวยพรอย่างเเท้จริง”

 

เย่เฉินเฟิงพูดออกมา ขณะที่เขากำลังปีนป่ายขึ้นไปบนภูเขาเมฆาม่วงเขาก็สังเกตุทิวทัศน์ที่เหมือนกับภาพวาดน้ำมันที่สวยงาม มันได้ปรากฏขึ้นในกรอบสายตาของเขา

 

ฝูงเมฆไร้ขอบเขต ยอดเขาที่สูงตระหง่าน อีกทั้งป่าไม้ยังมีความเขียวชอุ่ม สิ่งเหล่านี้ดำรงไว้ซึ่งธรรมชาติที่ดีอย่างมาก

 

ขณะที่ เย่เฉินเฟิง กำลังปีนขึ้นภูเขาเมฆาม่วง สัมผัสวิญญาณของเขาก็สามารถตรวจจับได้ถึงบุคคลสองคนที่ดักรออยู่ข้างหน้า ขณะที่เขาตรวจพบคนเหล่านี้ เย่เฉินเฟิง ก็โดดเข้าไปที่ข้างพุ่มไม้เเละเลอกที่จะซ่อนตัว

 

ประมาณ 10 ลมหายใจต่อมา เขาก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มสองคนสวมใส่เสื้อคลุมยาวปรากฏขึ้นพวกเขาถือดาบขนาดใหญ่ในมือ ดวงตาเเหลมคมของพวกเขากวาดไปทั่วพื้นที่เเห่งนี้

 

จากรัศมีพลังของพวกเขา พวกเขาเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญขั้น 2 ความเเข็งเเกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกับ ชางกวนเป็ง

 

หากเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัว เย่เฉินเฟิง มีความมั่นใจที่จะสามารถเอาชนะพวกเขาได้ อย่างไรก็ตาม หากคิดเผชิญหน้ากับพวกเขาทั้งสองคนด้วยตัวคนเดียว เย่เฉินเฟิง ไม่กล้าที่จะเสี่ยงเดิมพันเเละโจมตีพวกเขา

 

“เเปลก! เมื่อครู่ข้าสัมผัสได้ว่ามีคนอยู่ที่นี่ทำไมถึงหายไปได้กัน”ชายร่างสูงที่มีสัมผัสวิญญาณที่เเหลมคม สามารถตรวจจับการดำรงอยู่ของ เย่เฉินเฟิง ได้ก่อนหน้านี้ เขาได้รีบมาที่นี่ เเต่กลับไม่พบคนอื่นอยู่โดยรอบเลย

 

“เหลียนลู่ เจ้าเเน่ใจใช่หรือไม่?”สหายของเขากล่าวถาม

 

“ข้ามั่นใจ”เหลียนหลู่หลับตาลงอีกครั้งเเละพยายามใช้สัมผัสวิญญาณของเขาอีกเเล้วหลังจากไม่รู้สึกอะไรผิดปกติเขาก็สั่นศีรษะทันที”บางทีข้าอาจจะเข้าใจผิดไป”

 

เมื่อทั้งสองคนพูดจบพวกเขาก็เดินเข้าไปในป่าเพื่อค้นหาเหล่าศิษย์ที่เข้าร่วมทดสอบคนอื่น ๆ ต่อไป

 

“เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เหล่าศิษย์ของนิกายเพลิงผลาญฟ้านั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ”

 

เย่เฉินเฟิง ได้ซ่อนตัวอยู่ในป่าสักพัก รอให้ทั้งสองคนจากไปไกล เขาก็กระโดดออกจากพุ่มไม้เเละเดินทางข้ามภูเขาเพื่อที่จะไปถึงนิกายเพลิงผลาญฟ้าให้ได้โดยเร็วที่สุด

 

หลังจากเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปเล็กน้อย จำนวนสัตว์อสูรในป่า ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความเเข็งเเกร่งของ เย่เฉินเฟิง นั้นสูงกว่าเมื่อก่อนมาก ตราบเท่าที่ไม่เจอสัตว์อสูรระดับ 9 ขึ้นไป

 

“ปั้ง!”

 

หมัดที่ทรงพลังของ เย่เฉินเฟิง ได้พุ่งชนเข้ากับ หมาป่าเขี้ยวพิษ ทำให้ศีรษะของมันระเบิดออกมาอย่างรุนเเรง ร่างขนาดใหญ่ของมันพุ่งชนเข้ากับต้นไม้โบราณที่อยู่ไกลออกไป

 

“ข้าสงสัยว่าพวกเขาส่งศิษย์อาวุโสจากนิกายเพลิงผลาญฟ้ามาดักซุ่มรอพวกเรามากน้อยเเค่ไหน”

 

หลังจากฆ่าหมาป่าเขี้ยวพิษได้เเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็กระโดดขึ้นไปบนยอดของต้นโอ๊กที่สูงนับ 10 เมตร เขาได้จ้องมองไปที่ระยะไกลเพื่อมองทิศทาง

 

หลังจากมั่นใจในตำเเหน่งเเล้ว เย่เฉินเฟิง ที่กำลังจะเดินทางต่อ จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นในป่า

 

“หรือว่าจะเป็นเธอ?”

 

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่คุ้นเคยได้ดังขึ้น เย่เฉินเฟิง ได้ตัดสินใจลอบเดินเข้าไปใกล้ตำเเหน่งเสียงเเละในที่สุดก็พบว่าเจ้าของเสียงคือ จี้ฉิงเสวี่ย อย่างที่เขาคิดจริง ๆ