0 Views

“ปรมาจารย์เฉินท่านสามารถรักษาข้าให้หายขาดได้จริง ๆ ?”จี้หยางเฉินได้ฟื้นตื่นจากอารมณ์ความรู้สึกของเขาเเละกล่าวถามอย่างตื่นเต้น

 

หากเขาสามารถฟื้นคืนอาการบาดเจ็บได้จริง ๆ เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องหวาดกลัวตระกูล เจียง อีกต่อไป

 

“เเม้ว่าอาการบาดเจ็บของท่านจะเเย่ลงอย่างมาก เเต่ก็มีวิธีการที่จะผลัดเปลี่ยนร่างกายของท่าน เมื่อถึงเวลาร่างกายของท่านจะเปลี่ยนไปเเละอาการบาดเจ็บทั้งหมดจะหายไปเอง”

 

“!!!”ได้ยินเช่นนี้ หัวใจของ จี้หยางเฉิน เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เขาเเสดงออกอย่างตื่นเต้น

 

“เเต่ว่าก่อนหน้านั้นท่านต้องให้ราชาโสมโลหิต 1,000 ปีเเก่ข้าก่อน”เย่เฉินเฟิงพยักหน้าเเละระบุเงื่อนไขของเขา

 

“ไม่มีปัญหา ข้าจะให้หยุนหยูไปนำมาให้ท่านเลยตอนนี้”

 

หลังจากได้เห็นทักษะทางการเเพทย์ที่ยอดเยี่ยมของ ปรมาจารย์เฉิน จี้หยางเฉิน ไม่ได้สงสัยในตัวเขาเลย เขารีบเรียก จี้หยุนหยูที่รออยู่ด้านนอกให้เข้ามาเเละสั่งให้ไปนำราชาโสมโลหิต 1,000 ปี

 

“ช่างเป็นกลิ่นอายพลังที่น่าเกรงขามไม่น้อย ไม่เเปลกใจที่เจ้าเป็นถึงราชาโสมโลหิต 1,000 ปี”

 

หลังจากที่ เย่เฉินเฟิง ได้รับกล่องหยกขาวจาก จี้หยุนหยู ทันทีที่เขาเปิดกล่องขึ้นเขาก็เห็นโสมสีเเดงขนาดเท่าฝ่ามือมีรากอันเขียวชอุ่มพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมา

 

เย่เฉินเฟิงจ้องมองไปที่รูปลักษณ์ของมันอย่างพึงพอใจจากนั้นเขาก็ปิดกล่องลง

 

“ผู้นำตระกูลจี้ ข้าพอใจมากกับราชาโสมโลหิต 1,000 ปีนี้ เพื่อเป็นการเเลกเปลี่ยน ข้าจะให้จดหมายหยกนี้เป็นการตอบเเทน”เย่เฉินเฟิง หยิบจดหมายหยกออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับยื่นส่งให้ จี้หยางเฉิน

 

ภายนจดหมายหยกนี้ได้บันทึก สองขั้นเเรกของทักษะเเบ่งเบาร่างกาย เพื่อปรับเเต่งเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6

 

“เอ่อนี่…”จี้หยางเฉินที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขารีบเปิดจดหมายหยกออกทันที

 

เมื่อเขาอ่านเนื้อหาภายในจดหมายหยก ใบหน้าของเขาก็กลายเป็นตื่นเต้นมากขึ้น

 

“นี่เป็นทักษะจิตวิญญาณระดับกลาง ไม่สิ มันสมควรเป็นทักษะจิตวิญญาณระดับสูง”

 

จี้หยางเฉิน ค่อนข้างรอบรู้ เขาค้นพบว่าตัวอักษรที่บันทึกไว้ในจดหมายหยกนั้นเป็นทักษะจิตวิญญาณระดับสูงที่เหนือกว่าทักษะจิตวิญญาณระดับกลางเหมันต์เยือกเเข็งที่เขาฝึกฝนอยู่

 

ในขณะนี้เขาเชื่อมั่นอย่างสมบูรณ์ถ้าเขาสามารถฝึกฝนทักษะนี้ได้มันง่ายสำหรับเขามากที่จะทำให้ร่างกายเกิดใหม่เเละสามารถทะลวง กลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับปฐพี

 

“ผู้นำตระกูลจี้ จดหมายหยกฉบับนี้ ข้าได้รับสืบทอดมาจากอาจารย์ของข้า หวังว่าท่านจะไม่เเพร่งพรายมันออกไปไม่อย่างนั้นท่านคงจะรู้ผลที่ตามมาใช่หรือไม่”เย่เฉินเฟิงจ้องมองไปที่ จี้หยางเฉิน เขากล่าวเตือนอย่างจริงจัง

 

“ปรมาจารย์เฉิน บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมอย่างเเน่นอน ข้าสาบานว่าจะไม่ส่งต่อทักษะปรับเเต่งร่างกายอันมีค่านี้เเก่คนอื่นโดยที่ไม่ได้รับการอนุญาติจากท่าน”จี้หยางเฉิน กล่าวสัญญา

 

“เอ่อปรมาจารย์ข้ามีคำถาม อาจารย์ของท่านใช่คนที่มาจากนิกายหรือไม่?”

 

จี้หยางเฉิน เชื่อว่า อาจารย์ของปรมาจารย์เฉินที่เขียนจดหมายหยกล้ำค่านี้จะต้องเป็นคนที่มาจากนิกายระดับสูงอย่างเเน่นอน

 

เเละถ้าเกิดเขาสามารถทำให้ ปรมาจารย์เฉิน เเต่งงานกับคนของตระกูลจี้ได้ ศักดิ์ฐานะของตระกูลจี้จะพุ่งสูงขึ้นในอนาคตพวกเขากระทั่งอาจเหนือกว่าตระกูลเจียงเเละขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในอาณาจักรซือจิน

 

“สำหรับเรื่องท่านอาจารย์ของข้านั้น เป็นความลับ”เย่เฉินเฟิงสั่นศีรษะเเละกล่าวตอบ

 

“เอาล่ะท่านผู้นำตระกู,จี้ ข้าจะเริ่มกระบวนการรักษาโดยใช้เข็มเงินเพื่อเปิดเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างกายของท่าน กระบวนการนี้อาจจะเจ็บปวดมาก เเต่มันก็ให้ผลประโยชน์ที่ชัดเจน”

 

เย่เฉินเฟิงไม่ต้องการเสียเวลามากเกินไป เขาได้สั่งให้ จี้หยางเฉิน นอนลง เเละใช้ทักษะเข็มวิถีฟ้าในการรักษาอากรบาดเจ็บของเขา รวมถึงเปิดเส้นชีพชีพจรศักดิ์สิทธิ์ในร่างกาย

 

โชคดีที่รากฐานของ จี้หยางเฉิน นั้นดีมาก ทำให้ เย่เฉินเฟิง ไม่จำเป็นจะต้องพยายามอย่างหนักในการเปิดเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายให้กับเขา

 

“ผู้นำตระกูลจี้ท่านยังทนไหวใช่หรือไม่?”

 

เย่เฉินเฟิง กล่าวถามออกมาหลังจากมองดู จี้หยางเฉิน ที่บิดกระตุกด้วยความเจ็บปวด เส้นเลือดของเขาได้ปรากฏขึ้นบนหน้าผาก

 

“ไม่เป็นไรข้ายังไหว”

 

จี้หยางเฉินกัดฟันเเน่น เขากำกำปั้นของเขาอย่างเเน่นหนา เเละพึ่งพาความอดทนที่ยิ่งใหญ่ของเขาเพื่อทนต่ออาการทรมาณเหล่านี้

 

สองชั่วโมงต่อมา เย่เฉินเฟิง ก็ได้ใช้พลังวิญญาณของเขาเเทบจะทั้งหมด ในการเปิดเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในร่างกายของ จี้หยางเฉิน

 

ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จ เย่เฉินเฟิง ถอนหายใจออกมายาว ๆ เเล้วดึงเข็มเงินที่เเทงอยู่บนร่างกายของ จี้หยางเฉิน ออกทั้งหมด”นี่คือทั้งหมดที่ข้าทำได้เเล้ว ที่เหลือท่านต้องพึ่งพาตนเอง”

 

“ขอบคุณท่านมากปรมาจารย์เฉินตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก”เมื่อรู้สึกว่าเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ของเขาถูกเปิดไปได้อย่างราบรื่น จี้หยางเฉิน กล่าวเเสดงความขอบคุณเเละพูดต่อ”หากท่านต้องการความช่วยเหลือใด ๆ ในอนาคตได้โปรดอย่าลังเลที่จะมาที่ตระกูลจี้ของข้า ไม่ว่าผู้นำตระกูลจี้ในอนาคตจะเป็นใคร พวกเราจะทำดีที่สุดเพื่อช่วยเหลือท่าน”

 

“ข้าทำก็เพื่อผลตอบเเทนเพียงเท่านั้น ท่านไม่จำเป็นจะต้องกังวลมากเกินไป”เย่เฉินเฟิง กล่าวอย่างเฉยเมย เขาหยิบผลึกวิญญาณระดับต่ำออกมาเเละถือไว้ในมือก่อนที่จะโคจรพลังเเละดูดซับพลังวิญญาณเพื่อชดเชยพลังที่เสียไป

 

“หยุนหยู รีบไปนำสิ่งของมามอบให้กับปรมาจารย์เฉิน ลองมองดูว่ามีสิ่งใดบ้างที่ปรมาจารย์เฉินต้องการ”

 

เมื่อเย่เฉินเฟิงกำลังฟื้นพลัง จี้หยางเฉิน ก็เรียก จี้หยุนหยู พร้อมกับกล่าวสั่งให้เขาไปนำของรางวัลมามากมาย

 

“ท่านปู่ท่านเป็นยังไงบ้าง?”จี้ฉิงเสวี่ยจ้องมองไปที่้ ปรมาจารย์เฉินซึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ เธอกล่าวถามปู่ของเธอด้วยควมกังวล

 

“เพราะได้ปรมาจารย์เฉินช่วย อาการของข้าดีขึ้นมากเเล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงจะหายสนิท”จี้หยางเฉิน ยิ้มอย่างยิ้มเเย้ม เมื่อได้ยินคำถามจาก จี้ฉิงเสวี่ย

 

ประมาณ 5 นาทีต่อมา เย่เฉินเฟิง ก็สามารถฟื้นคืนพลังวิญญาณของเขาได้เพียงเล็กน้อย เขาหยิบโอสถเติมวิญญาณสองเม็ดขึ้นมาเเละโคจรพลังเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณของเขา ขณะนั้นเอง จี้หยุนหยู ก็นำสมบัติมามากมาย หนึ่งในนั้นเป็นคำภีร์สีเหลืองที่ดูไร้ค่า

 

เย่เฉินเฟิงได้เลือกคำภีร์สีเหลืองที่ดูไร้ค่านี้เพราะทันทีที่นิ้วของเขาเเตะโดนมัน จิตใจของเขาก็สั่นไหวเล็กน้อย

 

“ผู้นำตระกูลจี้ข้ามีบางสิ่งที่จะต้องรีบไปทำดังนั้นข้าไม่ขอรั้งอยู่ที่นี่นานนัก”

 

หลังจากเลือกสมบัติเเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็อดใจรอไม่ไหวที่จะรีบกลับไป เขาต้องการปรับเเต่งราชาโสมโลหิต 1,000 ปี เพื่อเติมพลังเเละโลหิตภายในร่างกายของเขา

 

“ปรมาจารย์เฉิน ท่านสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าใครกันที่เป็นคนช่วยเหลือข้าเเละซือหยาที่เทือกเขาเมฆขาวในวันนั้น”

 

ขณะที่เห็น ปรมาจารย์เฉินกำลังจะจากไป จี้ฉิงเสวี่ย ก็จ้องมองไปที่ เขาอย่างคาดหวัง

 

“ถึงเจ้ารู้ไปเจ้าก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี”เย่เฉินเฟิง กล่าวอย่างคลุมเครือ

 

“ฉิงเสวี่ย เกิดอะไรขึ้น หรือว่าเป็นปรมาจารย์เฉินที่ช่วยเจ้าที่เทือกเขาเมฆขาวนั่น?”จี้หยางเฉิน เลิกคิ้วของเขาขึ้นเเละเผยเเววตาเเห่งความประหลาดใจ

 

“หากข้าเดาไม่ผิด ปรมาจารย์เฉินจะต้องเป็นคนช่วยชีวิตข้ากับซือหยาอย่างเเน่นอน”

 

เเม้ว่าคำตอบของ ปรมาจารย์เฉินจะคลุมเครือ เเต่ จี้ฉิงเสวี่ย ก็มั่นใจว่า ปรมาจารย์เฉิน เป็นคนช่วยเหลือชีวิตพวกเธอไว้

 

“ข้าไม่คิดเลยว่าตระกูลจี้ของข้าจะเป็นหนี้บุญคุณปรมาจารย์เฉินมากขนาดนี้”

 

“ปรมาจารย์เฉินท่านจะว่าอะไรหรือไม่ถ้าข้าต้องการยกหลานสาวของข้าให้หมั้นหมายกับท่าน นี่เพื่อเเสดงความขอบคุณที่ตระกูลจี้มีต่อท่าน”จี้หยางเฉิน พูดออกมาอย่างขบขัน

 

ทันทีที่จี้หยางเฉินพูดเสร็จ ใบหน้าที่สวยงามของ จี้ฉิงเสวี่ย ก็เปลี่ยนเป็นสีเเดงระเรื่อ ราวกับว่ามีกวางตัวเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเธอกระโดดไปรอบ ๆ

 

“หลานสาวของท่านไม่เลว เเต่ข้าได้ยินมาว่า เธอได้หมั้นหมายกับคนที่ ชื่อ เย่เฉินเฟิง จากเมืองจักรพรรดิขาวนั่น”เย่เฉินเฟิง หัวเราะออกมาเเละจงใจพูดคำเหล่านี้อย่างตั้งใจ

 

“ไม่…การหมั้นหมายระหว่างข้ากับเย่เฉินเฟิง เป็นเพียงเเค่ข้อตกลงเพียงเท่านั้นพวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริง ๆ ระหว่างพวกเราสองคน”

 

เมื่อได้ยินคำตอบของ เย่เฉินเฟิง ใบหน้าของ จี้ฉิงเสวี่ย ก็ซีดเซียวเล็กน้อยเธอรีบอธิบายอย่างรวดเร็วทันที

 

“ฮึ่ม สำหรับเรื่องการเเต่งงานข้ายังไม่ได้คิดเกี่ยวกับมันตอนนี้”เย่เฉินเฟิง ตอบกลับอย่างเย็นชา เขาไม่ได้สนใจ จี้ฉิงเสวี่ย ที่หน้าซีดเซียว เเละ เดินจากไปในทันที