0 Views

ความเงียบ,ความเงียบได้เข้าปกคลุมภายในห้องเเห่งนี้

 

ทุกคนในปัจจุบันต่างตกใจกับพลังหมัดอันน่าทึ่งของ เย่เฉินเฟิง

 

สายตาของทุกคนตอนนี้เปลี่ยนจากการดูถูกเหยียดหยามเป็นความประหลาดใจ ท้ายที่สุดพวกเขาก็รู้สึกตกตะลึง

 

“เป็นไปไม่ได้มันจะมีพละกำลังที่ผิดปกติเช่นนี้ได้ยังไง ชายคนนี้ใช่มนุษย์เเน่งั้นเหรอ?”

 

เมื่อเห็นเสิ่นถู๋เย่เห็นพลังหมัดของ เย่เฉินเฟิง เขารู้สึกกลัวมากจนเหงื่อเเตก เขารู้สึกเสียใจที่ไปยั่วยุคนที่น่ากลัวอย่างเย่เฉินเฟิง

 

“ดีมาก,เจ้า เย่เฉินเฟิง เจ้าทำได้ดีมาก”

 

ในช่วงเวลาที่เย่เฉินเฟิงเปิดใช้งานอักขระพลังของรูปแบบภายในห้อง อาวุโสหลิวไม่ได้สังเกตุเห็นความเปลี่ยนเเปลงเเต่เขาเห็นได้ชัดถึงความสามารถที่น่าทึ่งของ เย่เฉินเฟิง ดังนั้นเขาจึงรู้สึกประทับใจ

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าคือคู่ต่อสู้ของข้าอย่างเเท้จริง เเต่อย่างไรก็ตาม โอสถเก้าวิญญาณ จะต้องตกเป็นของข้ ข้าจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมาเเย่งมันไปจากข้าเเน่นอน”

 

ดวงตาของ ชางกวนเป็ง เปล่งประกายลุกโชนเขากล่าวสาบานกับตัวเองไว้

 

ความสามารถของเขาค่อนข้างโดดเด่นมากก็จริง เเต่การเเสดงออกของ เย่เฉินเฟิง กลับโดดเด่นมากกว่าเขา ดังนั้นเขาจึงรู้สึกได้ถึงเเรงกดดันจากอีกฝ่าย

 

“ต่อไป,ตันหั่ว…”

 

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาการทดสอบช่วงบ่ายก็สิ้นสุดลง

 

หลังจากจบการทดสอบต่อสู้กับหุ่นเชิดวิญญาณเเล้ว จากทั้งหมด 28 คน เหลือศิษย์เพียงเเค่ 18 คน เพียงเท่านั้น ในหมู่พวกเขา 10 กว่าคนที่ถูกคัดออก จางเซียน เเละ อีกหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเขาจะต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 10 วันในการกู้คืนกลับมา

 

“เอาล่ะการทดสอบของวันนี้ก็จบลง พรุ่งนี้เวลา 8.00 น. พวกเราจะมีการทดสอบครั้งสุดท้ายโปรดจำไว้ว่าอย่าได้มาสายไม่งั้นเจ้าจะขาดคุณสมบัติในการเข้าร่วมการทดสอบ”อาวุโสหลิวกล่าวเตือนอย่างเคร่งขรึม

 

“ขอรับอาวุโสหลิว!”

 

เย่เฉินเฟิง เเละอีกสิบคนกว่าที่เหลือได้พูดพร้อมเพรียงกันจากนั้นพวกเขาก็ออกจากห้องโถงของหออมตะนิรันดร์

 

“ชางกวนเป็ง ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่เต็มใจที่จะพ่ายเเพ้ เย่เฉินเฟิง เเละ สูญเสียโอสถเก้าวิญญาณไปใช่หรือไม่?”ในขณะที่เขาจ้องมอง เย่เฉินเฟิง จากไป เสิ่นถู๋เย่ ได้เดินเข้าไปหา ชางกวนเป็ง ด้วยสีหน้ามืดมน

 

“เจ้าพยายามจะพูดอะไร?”ชางกวนเป็งกล่าวถามด้วยน้ำเสียงต่ำดวงตาของเขาส่องประกายเล็กน้อย

 

“ข้าต้องการใช้กฏของวันพรุ่งนี้ในการฆ่าเด็กคนนั้น”มีอัจฉริยะจำนวนมากจากตระกูลเสิ่นถู๋ที่อยู่ในนิกายเพลิงผลาญฟ้า ดังนั้น เสิ่นถู๋เย่ จึงรู้กฏของการทดสอบในวันพรุ่งนี้ เขาต้องการใช้กฏนี้จัดการ เย่เฉินเฟิง

 

“เจ้าคิดจะฆ่าเขาในระหว่างการทดสอบเข้าสู่นิกายเพลิงผลาญฟ้า?”คิ้วของชางกวนเป็งกระตุกเล็กน้อยเเละเผยความประหลาดใจ

 

“ชางกวนเป็ง ข้าจะไม่ซ่อนมันจากเจ้า คราวนี้ ผู้นำกลุ่มที่รับผิดชอบในการสกัดกั้นพวกเราระหว่างทางขึ้นภูเขาเมฆาม่วงนั้นคือ เสิ่นถู๋เสวี่ย เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า เเละ ยังเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญขั้น 3 ตราบเท่าที่เจ้าเต็มใจร่วมมือกับเรา ด้วยความเเข็งเเกร่งของพวกเรา เจ้าคิดว่า เจ้าเด็กนั่นยังจะสามารถรอดเงื้อมมือพวกเราไปได้?”เสิ่นถู๋เย่ อธิบายเเผนการของเขาอย่างละเอียด

 

“เสิ่นถู๋เย่ เเม้ว่าเเผนของเจ้าจะรอบคอบ เเต่ เย่เฉินเฟิง ก็เเข็งเเกร่งมาก หากพวกเราไม่สามารถปิดล้อมเขาเเละฆ่าเขาได้ ผลที่ตามมาภายหลังกลัวว่าจะกลายเป็นเรื่องที่รุนเเรงมากขึ้น”เเม้ว่าชางกวนเป็งจะต้องการกำจัด เย่เฉินเฟิง เเต่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพิจารณาผลที่ตามมาจากการกระทำในครั้งนี้

 

“ถ้าเราสามคนรวมพลังกัน โอกาสผิดพลาดนั้นมีน้อยมาก ถึงเเม้ว่ามันจะรอดมือพวกเราเเละหนีไปได้ ถ้าพวกเรากำจัดพยานผู้พบเห็นคนอื่น ๆ ใครจะเป็นพยานให้กับมัน?”เสิ่นถู๋เย่ พยายามขบฟันเเน่นเเละกล่าวพูด

 

“ก็ได้ข้าจะรอฟังข่าวจากเจ้า ถ้าเจ้าสามารถโน้มน้าวลูกพี่ลูกน้องของเจ้าได้เราจะทำตามเเผนในวันพรุ่งนี้”ชางกวนเป็งกัดฟันเเน่นเเละตอบตกลง

 

“เย่เฉินเฟิง อย่าได้โทษข้าถ้าเจ้าตายในวันพรุ่งนี้ ถ้าจะโทษใครล่ะก็โทษเจ้าที่เป็นคนตาบอดเเละมายั่วยุข้าคนนี้”

 

เมื่อเห็นว่า ชางกวนเป็ง ตอบตกลง เสิ่นถู๋เย่ เผยรอยยิ้มที่น่ากลัวออกมาราวกับว่าเขาได้ทำนายชะตากรรมที่น่าสังเวชของ เย่เฉินเฟิง เอาไว้เเล้ว

 

ขณะที่ดวงอาทิตย์ได้ตกดินทางทิศตะวันตก เเสงเรืองรองที่เหลืออยู่ก็ได้ส่องกระทบไปทั่วทั้งเมืองหลวงเมฆาม่วงทำให้บรรยากาศภายในเมืองนั้นค่อนข้างอบอุ่นเเละสงบ

 

“ปรมาจารย์เฉิน ในที่สุดท่านก็มา พวกเราได้เตรียมงานเลี้ยงรอการมาถึงของท่านเเล้ว”

 

เมื่อเย่เฉินเฟิงปลอมตัวโดยใช้หน้ากากจักจั่นเดินเข้ามาถึงทางเข้าภายในตระกูลจี้ หัวหน้าผู้คุ้มกันก็กล่าวทักทายเขาเเละเชิญเขาเข้ามาข้างใน

 

หลังจากได้รับสูตรยาของ เย่เฉินเฟิง ไปตอนนั้น จี้หยางเฉิน ก็สามารถรักษาอาการภายในร่างกายของเขาให้คงที่ได้ ในตอนนี้ เขากำลังเฝ้ารอการมาถึงของ ปรมาจารย์เฉิน อย่างใจจดใจจ่อ

 

“ฉิงเสวี่ย ก่อนหน้านี้ เจ้ากับเย่เฉินเฟิงได้หมั้นหมายกันอย่างลับ ๆ ทำไมเจ้าถึงเลิกงานหมั้นอย่างไร้เดียงสา?เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีกี่ตระกูลที่ถูกกระตุ้นจากข่าวของพวกเจ้า?”จี้หยางเฉินกล่าวอย่างไม่พอใจ

 

“นั่นเป็นเรื่องที่ข้าสร้างขึ้นเหตุผลก็เพราะข้าได้ทำข้อตกลงกับ เย่เฉินเฟิง เพื่อกำจัดเเมลงวันที่น่ารังเกียจอย่าง เจียงชานซุ่ย ตอนนี้มันก็ตายไปเเล้ว”จี้ฉิงเสวี่ย กล่าวพูดอย่างไม่เต็มใจ

 

“ฉิงเสวี่ย ตอนนี้ เเตกต่างจากอดีต เย่เฉินเฟิง ได้ทวงพรสวรรค์กลับคืนมาเเล้ว ปู่เองก็ยินดีกับเขาเเละอยากจะเห็นพวกเจ้ากลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”เมื่อนึกถึงสถานการณ์ของตระกูลจี้ จี้หยางเฉิน ก็กล่าวให้คำแนะนำ

 

“ท่านปู่อย่าได้พูดอะไรอีกเลย เเม้ว่าข้าจะตายข้าก็จะไม่เเต่งกับคนน่ารำคาญพันธุ์นั้น”จี้ฉิงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักเเน่น

 

“ท่านปรมาจารย์,ปรมาจารย์เฉินมาถึงเเล้ว”

 

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังถกเถียงกัน พ่อบ้านอาวุโสก็ได้เดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร เเละกล่าวพูดด้วยความกระตือรือร้น

 

จากนั้น เย่เฉินเฟิง ก็เดินเข้ามาในที่สุดเขาได้ยินการโต้เเย้งระหว่างทั้งสองคน

 

“ปรมาจารย์เฉินในที่สุดท่านก็มา”

 

เมื่อเห็นปรมาจารย์เฉินผู้ลึกลับ ใบหน้าของ จี้ฉิงเสวี่ย ก็ค่อนข้างซีดเซียวเธอลุกขึ้นเเละต้อนรับเขาทันที

 

อย่างไรก็ตาม เย่เฉินเฟิง ก็ปฏิบัติกับ จี้ฉิงเสวี่ย เหมือนกับเธอเป็นคนนอกเขาเเสร้งทำเป็นไม่เห็น

 

“ปรมาจารย์เฉินนี่คืองานเลี้ยงต้อนรับที่เราจัดเตรียมไว้ให้ท่านโดยเฉพาะไม่ทราบว่าท่านพึงพอใจหรือไม่?”จี้หยางเฉิน กล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

 

“ข้ามาที่นี่ก็เพื่อทำการรักษา เวลาของข้ามีจำกัด หากท่านผู้นำตระกูลจี้ไม่ว่าอะไรพวกเราควรเริ่มการรักษาทันที?”

 

เย่เฉินเฟิงกล่าวพูดออกมาเขารู้สึกไม่ปลอดภัยในการข้ามภูเขาเมฆาม่วงในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเขาต้องการที่จะได้รับราชาโสมโลหิต 1,000 ปี ตามที่ตระกูลจี้สัญญาเอาไว้ เพื่อเติมพลังเเละโลหิตในร่างของเขาเพื่อพัฒนาความเเข็งเเกร่ง

 

“พวกเราต้องขอโทษท่านด้วยปรมาจารย์เฉิน เเน่นอนท่านสามารถเริ่มการรักษาได้ทันที”จี้หยางเฉินกล่าวยิ้มอย่างไร้ประโยชน์เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของ เย่เฉินเฟิง

 

ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ปรมาจารย์เฉินเป็นความหวังเดียวของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง

 

“อย่าได้ตามข้ามา ข้าจะปฏิบัติช่วยเหลือผู้นำตระกูลจี้เป็นการส่วนตัว”เย่เฉินเฟิง จ้องมองไปที่ พ่อลูก ตระกู,จี้ ก่อนที่จะทิ้งพวกเขาทั้งสองคนไว้ด้านหลัง

 

“พวกเราจะรออยู่ข้างนอก”จี้หยุนหยู ได้หัวเราะออกมาอย่างขมขื่น

 

จี้ฉิงเสวี่ย เองก็รู้สึกหดหู่ยิ่งขึ้น เธอไม่รู้ว่าทำไม ปรมาจารย์เฉิน ยังคงเเสดงท่าทีเป็นศัตรูกับเธอ ราวกับว่าไม่สนใจใยดีความงามของเธอเลย

 

“ท่านผู้นำตระกูลจี้ ก่อนจะเริ่มการรักษา ข้ามีคำถามที่จะถามท่าน”เย่เฉินเฟิงไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่เเละกล่าวพูด

 

“โปรดถามมา?”

 

“ท่านผู้นำตระกูลจี้ ท่านยังคงจำคำพูดของข้าก่อนหน้านี้ได้กระมัง?”เย่เฉินเฟิงพูดขึ้นอย่างช้า ๆ

 

เสียงของเขาเเม้จะเบาบางมาก เเต่เมื่อ จี้หยางเฉินได้ยิน มันราวกับเสียงจากสวรรค์9ชั้นฟ้าที่สาดกระทบร่างของเขา ทำให้การเเสดงออกของเขาตอนนี้กลายเป็นตกตะลึง