0 Views

“ข้าจางเซียนขอยอมเเพ้การทดสอบต่อสู้กับหุ่นเชิดวิญญาณนี้ยากเกินไป”

 

เมื่อจ้องมองไปที่ จางเซียนที่คลานลุกขึ้นมาจากการโจมตีของหุ่นเชิดวิญญาณหมาป่าทมิฬ ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงความประหม่า

 

“ต่อไป,ซูปิงปิง”

 

อาวุโสหลิว ได้กล่าวสั่งให้คนบางคนมาเเบกจางเซียนที่เต็มไปด้วยบาดเเผลออกไปเเละกล่าวขานรายชื่อผู้เข้าร่วมทดสอบต่อไปทันที

 

“ข้าขอยอมเเพ้ ข้าไม่ต้องการเข้ารับการทดสอบ”

 

ซูปิงปิง นั้นเห็นได้ชัดว่าความสามารถของเธอด้อยกว่า จางเซียน ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องการมีจุดจบเหมือนกับ จางเซียน เธอตะโกนร้องขึ้นเเละกล่าวขอยอมเเพ้

 

การที่ ซูปิงปิง ปฏิเสธไม่เข้าร่วมทดสอบทำให้คิ้วของ อาวุโสหลิว ขมวดขึ้นเล็กน้อยเขายังคงตะโกนต่อ”ต่อไป,เสิ่นถู๋เย่”

 

“พี่สามท่านทำได้เเน่!”เสิ่นถู๋ปิง ได้กำกำปั้นของเธอเเน่นเเละให้กำลังใจ เสิ่นถู๋เย่

 

สำหรับ เสิ่นถู๋เย่ เขาไม่ได้ทำให้ใครต้องผิดหวัง เขาใช้ดาบยาว เเละ ใช้เวลาเพียงชั่วก้านธูปไหม้เขาก็สามารถจัดการหุ่นเชิดวิญญาณที่มีระดับสูงกว่าเขาเเละผ่านการทดสอบ

 

หลังจากทำลายหุ่นเชิดวิญญาณได้สำเร็จ เสิ่นถู๋เย่ ก็เผยเเววความเย่อหยิ่งออกมา เเต่เขาไม่ได้ใช้การชนะนี้กระตุ้น เย่เฉินเฟิง เห็นได้ชัดว่าผลลัพธ์ในการทดสอบครั้งเเรกของ เย่เฉินเฟิง ยังคงทำให้เขารู้สึกกลัว

 

“ดีมากต่อไป,เฟิงเสี่ยวเซียว…”

 

หลังจาก เสิ่นถู๋เย่,เฟิงเสี่ยวเซียว,เสิ่นถู๋ปิง เเละ จี้ฉิงเสวี่ย ที่ผ่านการทดสอบที่สอง

 

ในหมู่พวกเขาทั้งสี่คน จี้ฉิงเสวี่ย ได้ทำการต่อสู้อย่างขมขื่นตลอดช่วงระยะเวลา3ก้านธูป ท้ายที่สุดเธอก็สามารถจัดการหุ่นเชิดวิญญาณในการทดสอบที่สองได้สำเร็จ

 

หลังจาก จี้ฉิงเสวี่ย ก็เเทบไม่มีผู้ผ่านการทดสอบอื่นอีก คนจำนวนมากได้ถูกตัดสิทธิ์เเละเสียคุณสมบัติสำหรับการทดสอบเข้าสู่นิกายเพลิงผลาญฟ้า

 

“ชางกวนเป็ง!”

 

อาวุโสหลิว จ้องมองไปที่ เหล่าศิษย์ 9 คนที่เหลือ จากนั้นก็ชี้ไปที่ ชางกวนเป็ง ที่มีระดับการบ่มเพาะพลังสูงที่สุดในหมู่พวกเขา

 

อาวุธที่ชางกวนเป็งเลือกนั้นคือขวานยักษ์ที่มีน้ำหนักมากถึง 300 จิน เมื่อจับคู่กับร่างกายที่เเข็งเเกร่งของเขา มันก็สามารถสร้างการโจมตีที่ทรงพลังออกมาได้

 

“โฮก!”

 

หลังจากที่ชางกวนเป็งออกมา หุ่นเชิดวิญญาณของหมีทรราชม่วง ก็ปรากฏออกมาจากกรงสัตว์มันได้เปิดปากกว้างของมันเเละพุ่งเข้าหา ชางกวนเป็งในทันที

 

หุ่นเชิดวิญญาณหมีทรราชม่วงนั้นเเข็งเเกร่งมาก เพียงเเค่พลังของมันก็เพียงพอที่จะบดขยี้อัจฉริยะทั้งหมดที่มีอยู่ที่นี่ได้เเล้ว เเต่ทว่า ชางกวนเป็ง คือผู้ที่ผ่านการฝึกฝนชีวิตเเละความตาย

 

ร่างกายของชางกวนเป็งได้ปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมานกตัวใหญ่สีฟ้าได้ปรากฏตัวขึ้นเเละทำให้พลังวิญญาณในร่างของเขาปะทุเหมือนกับภูเขาไฟ

 

“คลื่นฟาดฟัน!”ชางกวนเป็งเเผดเสียงร้องออกมาเเละยกขวานยักษ์ของเขาพุ่งซัดเข้าใส่ร่างของหุ่นเชิดวิญญาณหมีทรราชม่วงอย่างรวดเร็วทำให้ร่างของหุ่นเชิดวิญญาณหมีทรราชถูกฟันเข้าอย่างจัง

 

“เขาเเข็งเเกร่งเกินไปเเล้ว ความสามารถที่ ชางกวนเป็ง เเสดงออกมา เขาสามารถต่อสู้กับคนที่มีพลังเหนือกว่าเขา 2 ขั้นได้”

 

เกือบทุกคนได้ตกตะลึงเกี่ยวกับความสามารถของ ชางกวนเป็ง

 

ในจุดนี้ เเม้เเต่ เสิ่นถู๋เย่ ก็ต้องยอมรับว่าเขาเเข็งเเกร่งอย่างมาก เว้นเสียเเต่ว่า ตัวเขาเองจะยกระดับการบ่มเพาะพลังขึ้นไม่งั้นเขาคงไม่ใช่คู่มือของ ชางกวนเป็ง

 

ทักษะวิญญาณ คลื่นฟาดฟันนั้นได้ทำให้ หุ่นเชิดวิญญาณหมีทรราชม่วง บาดเจ็บสาหัส มันเป็นโอกาสที่ ชางกวนเป็ง จะใช้จังหวะนี้ในการจบศึกการต่อสู้โดยเร็ว

 

“เร็วมาก!”

 

เห็นการเคลื่อนไหวการโจมตีที่เรียบง่ายของ ชางกวนเป็ง เย่เฉินเฟิง ไม่คิดเลยว่า ชางกวนเป็ง จะสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขนาดนี้

 

“ไปตายซะ!”

 

ชางกวนเป็งจับขวานยักษ์ของเขาเเละสับลงไปที่ศีรษะของ หุ่นเชิดวิญญาณหมีทรราชม่วง อย่างโหดเหี้ยม หลังจากศีรษะของมันถูกตัดออก การต่อสู้ก็ได้จบลง

 

“ชางกวนเป็ง เขาคนนี้ ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ยากที่สุดสำหรับฉัน”

 

เมื่อ เย่เฉินเฟิง เห็นความน่ากลัวของ ชางกวนเป็ง เขาก็รู้สึกกดดันอย่างมาก เขาต้องยอมรับว่าตอนนี้เขาไม่ใช่คู่มือของชางกวนเป็งอย่างเเน่นอน

 

“เย่เฉินเฟิง”

 

เช่นเดียวกับ เย่เฉินเฟิง ที่กำลังชื่นชมจุดเเข็งของชางกวนเป็ง อาวุโสหลิว ก็ได้กล่าวชื่อเขาออกมา

 

“เย่เฉินเฟิง ให้ข้าได้เห็นความเเข็งเเกร่งของเจ้า หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”เมื่อชางกวนเป็ง เห็น เย่เฉินเฟิง เดินขึ้นไปบนเวที เขาก็เผยให้เห็นถึงรอยยิ้มเเห่งความมั่นใจ เเละพยายามส่งเสียงของเขาให้ลอดผ่านเข้าไปในหูของ เย่เฉินเฟิง

 

“ข้าไม่ทำให้เจ้าผิดหวังเเน่นอน”

 

เย่เฉินเฟิง เดินเข้าไปโดยไม่ได้เลือกอาวุธ เขาได้หลับตาลงอย่างช้า ๆ เเละเริ่มวิเคราะห์รูปแบบอักขระที่อยู่ใต้ฝ่าเท้านี่

 

ในชั่วระยะเวลาเพียงสามลมหายใจ เย่เฉินเฟิง ก็ได้รวบรวมเอาความทรงจำที่ได้รับสืบทอดมา เพื่อเปิดบังคับใช้รูปแบบอักขระด้านล่าง

 

หากอาวุโสหลิว เเละ คนอื่น ๆ รู้ว่า เย่เฉินเฟิง สามารถทำความเข้าใจในรูปแบบอักขระที่วางเอาไว้ ได้เพียงชั่วระยะเวลา 3 ลมหายใจ พวกเขาจะต้องรู้สึกตื่นตะลึงมากเเน่นอน

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าไม่เลือกอาวุธงั้นเหรอ? เเม้ว่าเจ้าจะเเข็งเเกร่ง เเต่เจ้าจะเสียเปรียบอย่างมากถ้าเจ้าเข้ารับการทดสอบด้วยมือเปล่าของเจ้า”

 

เนื่องจากเขาเคยเห็นความเเข็งเเกร่งของ เย่เฉินเฟิง มาก่อน อาวุโสหลิวจึงกล่าวเตือนเขาเป็นพิเศษ

 

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ อาวุโสหลิว เเต่ข้ามั่นใจว่าจะสามารถผ่านการทดสอบต่อสู้กับหุ่นเชิดวิญญาณโดยไม่ใช้อาวุธ”เย่เฉินเฟิง ยิ้มเเละกล่าวตอบด้วยท่าทางสุภาพ

 

“เหอะ,เจ้าประเมินตัวเองสูงเกินไป รอดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้เลย”

 

เสิ่นถู๋เย่ รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก หลังจากเห็นลักษณะที่มั่นใจของ เย่เฉินเฟิง เขาไม่เชื่อว่า เย่เฉินเฟิง จะสามารถเอาชนะ หุ่นเชิดวิญญาณระดับชำนาญขั้นเเรกได้โดยปราศจากอาวุธ

 

“หุ่นเชิดวิญญาณออกมาได้”

 

“มอววว!”

 

เมื่อกรงสัตว์ได้เปิดออก หุ่นเชิดวิญญาณวัวคลั่งทรราช ก็ได้ปรากฏออกมา ร่างกายของมันใหญ่โตอย่างมาก มีเขาสองข้างที่เเหลมคมเเละมีขาทั้งสี่ที่ทรงพลังผิวของมันเเข็งอย่างกับหินดวงตาสีเเดงก่ำให้ความรู้สึกที่อันตรายยามพบเจอ

 

“หุ่นเชิดวิญญาณวัวคลั่งทรราช ? หุ่นเชิดคู่ต่อสู้ของ เย่เฉินเฟิง คือ วัวคลั่งทรราช ดูเหมือนว่าเเม้เเต่สวรรค์ก็ยังต้องการที่จะทำลายเขา”

 

วัวคลั่งทรราชนั้นทรงพลังที่สุดในหมู่สัตว์อสูรระดับเดียวกัน ร่างกายของมันเเทบจะไร้จุดอ่อน เมื่อวัวคลั่งทรราช เปิดใช้สถานะ บ้าคลั่งของมัน พลังโจมตีของมันจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า

 

นอกจากนี้ หาก เย่เฉินเฟิง เลือกอาวุธในตอนเเรกเเละใช้พลังวิญญาณของเขามันก็ยังพอจะมีโอกาสที่จะฆ่าวัวคลั่งทรราชได้

 

เเต่น่าเสียดาย ที่เย่เฉินเฟิง ไม่ได้เลือกอาวุธอะไรเลย ในตอนนี้ ไม่มีใครที่มองโลกในเเง่ดีเกี่ยวกับเขา กระทั่งบางคนยังเผยรอยยิ้มเเห่งความสะใจออกมา

 

“เย่เฉินเฟิง ทีนี้เจ้าจะทำยังไงต่อล่ะ?”จี้ฉิงเสวี่ย สั่นศีรษะ เมื่อเธอคิดว่ามันยากมากสำหรับ เย่เฉินเฟิง ที่จะชนะวัวคลั่งทรราช

 

มองดูวัวคลั่งทรราชที่พุ่งใกล้เข้ามาเเละปล่อยออร่าเเห่งความตาย เย่เฉินเฟิง ยังคงยืนนิ่งราวกับว่าเขาเป็นคนโง่เขลา

 

“เย่เฉินเฟิง เขากลัวจนไม่สามารถขยับตัวได้?”

 

จ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง คนอื่น ๆ หลายคนเริ่มที่จะหัวเราะเยาะเขา พวกเขาไม่สนใจชีวิตเเละความตายของ เย่เฉินเฟิง

 

ขณะที่ เขาเเหลมของ วัวคลั่งทรราช กำลังจะพุ่งเเทงทะลุร่างของ เย่เฉินเฟิง จู่ ๆ ประกายเเสงบางอย่างก็พุ่งออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทของเขา

 

จากนั้นรูปแบบอักขระด้านล่างก็เปลี่ยนไป มันได้เเปรสภาพกลายเป็นโซ่มัดขาทั้งสี่ของวัวคลั่งทรราชเเละทำให้มันสูญเสียการเคลื่อนไหวในระยะเวลาอันสั้น

 

ในเวลาต่อมา เย่เฉินเฟิง ก็ผสานเข้ากับพลังวิญญาณของจิตอสูรไข่โลหิตของเขา เเละส่งพละกำลังหมัดที่มากกว่า 10,000 จินออกไป

 

กำปั้นที่น่าสะพรึงกลัวไร้ใครเปรียบได้ตัดผ่านอากาศพุ่งเข้าไปหาร่างของวัวคลั่งทรราชอย่างรวดเร็ว

 

“ปั้ง!”

 

กำปั้นของ เย่เฉินเฟิง ที่ถูกบีบอัดไปด้วยพละกำลังสูงสุด ได้ซัดเข้าใส่ร่างของ วัวคลั่งทรราชจทำให้การป้องกันของมันถูกทำลายเเละส่งร่างที่มีน้ำหนักหลายพันจินกระเด็นลอยไปกลางอากาศ