0 Views

หลังจากผ่านไประมาณ 10 นาที ชายชราผิวขาวหน้าซีดก็ได้เดินออกมาจากห้องโถงด้านใน เขาได้ยืนอยู่บนบันไดสูงเเละพูดด้วยเสียงลึก”ข้าเป็นหนึ่งในผู้ตรวจการทดสอบของพวกเจ้า พวกเจ้าสามารถเรียกข้า อาวุโสหลิว”

 

“อาวุโสหลิว คนนี้เเข็งเเกร่งมาก”ทันทีที่ เย่เฉินเฟิง เห็นอาวุโสหลิว เขาก็สัมผัสได้ถึงความเเข็งเเกร่งของอีกฝ่ายทันที ตั้งเเต่เขาจำได้ เขารู้สึกว่า อาวุโสหลิวเป็นบุคคลที่เเข็งเเกร่งที่สุดตั้งเเต่ที่เขาเคยพบมา

 

“ข้าจะประกาศเนื้อหาของการทดสอบเข้าสู่นิกายเพลิงผลาญฟ้า การทดสอบจะเเบ่งออกเป็นสามส่วน : การทดสอบเเรกคือการทดสอบพละกำลังทางกาย,การทดสอบที่สองคือการต่อสู้กับหุ่นเชิดวิญญาณ เเละ การทดสอบที่สามคือการข้ามผ่านภูเขาเมฆาม่วง เฉพาะผู้ที่ผ่านการทดสอบทั้งสามเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติที่จะเป็นศิษย์ของนิกายเพลิงผลาญฟ้า”

 

“รางวัลผู้ชนะอันดับหนึ่งได้เเก่โอสถ 9 วิญญาณ ที่เป็นโอสถเม็ดระดับ 9 ,รางวัลอันดับที่สอง คือโอสถวิญญาณปฐพี ที่เป็นโอสถเม็ดระดับ 8 ,รางวัลอันดับสามคือ โอสถเพลิงหยกขาว โอสถเม็ดระดับ 8 , เเละ รางวัลอันดับที่ สี่ถึงสิบ เป็น ผลึกวิญญาณระดับต่ำ”

 

เมื่อได้ยินรายชื่อของรางวัลสำหรับการทดสอบนี้ ดวงตาของอัจฉริยะจำนวนมากได้เบิกกว้างอย่างตื่นเต้น

 

โอสถวิญญาณปฐพี ที่เป็นโอสถเม็ดระดับ 8 นั้น หาได้ยากมากเเม้กระทั่งกับตระกูลโบราณ โดยเฉพาะ โอสถ 9 วิญญาณ ที่้เป็นโอสถเม็ดในตำนาน ว่ากันว่าหากพวกเขาได้ปรับเเต่งโอสถเม็ดระดับ 9 นี้ พวกเขาจะสามารถตัดผ่านขั้นพลังได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

 

เเม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถได้รับ โอสถ 9 วิญญาณ หรือ โอสถวิญญาณปฐพี เเต่ก็ยังมีโอสถเพลิงหยกขาว เมื่อคิดถึงสิ่งดึงดูดที่ล่อตาล่อใจขนาดนี้ ทำให้พวกเขามีกำลังใจที่จะผ่านการทดสอบจัดลำดับที่สูง ๆ มากขึ้น

 

“เจ้าพวกโง่ โอสถ 9 วิญญาณ พวกเจ้าอย่าได้คิดว่าจะได้รับมัน”ใบหน้าที่หยิ่งผยองของ ชางกวนเป็ง ได้เผยออกมา

 

สำหรับเขา โอสถ 9 วิญญาณนั้นได้ถูกเตรียมเอาไว้สำหรับเขาเพียงเท่านั้น ไม่มีใครมีความสามารถมากพอที่จะเป็นคู่มือของเขาได้

 

เเม้ว่าเสิ่นถู๋เย่ จะไม่มีความหวังสูงในการได้รับโอสถ 9 วิญญาณมาครอบครองเเต่เขาก็ยังสนใจในโอสถวิญญาณปฐพี เเละ โอสถเพลิงหยกขาว หากเขาสามารถได้รับโอสถระดับ 8 ทั้งสองอย่างนี้ เขามีความมั่นใจที่จะทะลวงด่านพลังขั้นที่ 2 ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

 

หลังจากนั้นเขาก็จะไม่กลัว ชางกวนเป็ง อีกต่อไป หลังจากเข้าสู่นิกายเพลิงผลาญฟ้าได้ เขาก็จะได้รับทรัพยากรบ่มเพาะพลังที่มากขึ้น

 

“อย่างที่คิดเอาไว้ ของรางวัลจากนิกายเพลิงผลาญฟ้าช่างเป็นสิ่งของที่ยอดเยี่ยมอย่างเเท้จริง”

 

จากความทรงจำที่เย่เฉินเฟิงสืบทอดมา เขารู้ว่ามันยากที่จะปรับเเต่งโอสถเหล่านี้มาก โดยเฉพาะ โอสถ 9 วิญญาณ มันทำมาจากสมุนไพรวิญญาณมากกว่า 108 ชนิด เเต่ละชนิดนั้นมีค่าหาใดเปรียบ

 

อีกอย่างเขารู้ว่าตอนนี้มันเป็นเรื่องยากมากที่จะได้โอสถเม็ดระดับ 9 มาครอบครอง หากเขาต้องการเป็นลำดับที่หนึ่งในการทดสอบ เขาจะต้องปรับเเต่งร่างกายในปัจจุบันของเขาให้เเข็งเเกร่งกว่านี้โดยเร็วที่สุด

 

“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องได้รับราชาโสมโลหิต 1,000 ปีมาให้ได้โดยเร็วที่สุดไม่งั้น หากข้าพลาดไม่ได้รับของรางวัลสามอันดับเเรกจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก”

 

“เงียบ ! พวกเราจะเริ่มดำเนินการทดสอบความเเข็งเเกร่งกันก่อน พวกเจ้าตามข้าไปที่ลานทดสอบ เพื่อทดสอบความเเข็งเเกร่ง”

 

อาวุโสหลิว ได้กล่าวพูดออกมา พร้อมกับนำทางพวก เย่เฉินเฟิง เเละ คนอื่น ๆ ไปที่ห้องประชุมขนาดใหญ่ที่งดงาม พวกเขาเห็นเเท่นศิลาสีดำสูงเกือบสิบเมตรที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขา

 

“นี่คือเสาศิลาวัดความเเข็งเเกร่ง การทดสอบก็ง่ายมาก พวกเจ้าใช้ความเเข็งเเกร่งทั้งหมดของเจ้าเพื่อโจมตีไปที่เสาศิลานี้ ตราบเท่าที่ความเเข็งเเกร่งของพวกเจ้ามากกว่า 1,000 พวกเจ้าจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ จำเอาไว้พวกเจ้ามีโอกาสเพียงเเค่ 3 ครั้งเท่านั้น หากพวกเจ้าพลาดโอกาสทั้งสามครั้ง พวกเจ้าจะถูกคัดออก”อาวุโสหลิว ที่ยืนอยู่ใต้เสาหินขนาดใหญ่ได้ประกาศออกมาเสียงดัง

 

“ถ้าพวกเจ้าพร้อมเเล้วข้าจะเริ่มอ่านรายชื่อผู้เข้าร่วมทดสอบเรียงตามลำดับ”

 

“เฟิงเสี่ยวเซียว”

 

เมื่อได้ยินอาวุโสหลิวพูดถึงชื่อของเธอ หญิงสาวหน้าตาดีที่มีผิวเนียนราวหิมะ อายุประมาณ 20 ปี ได้เดินออกมา เธอเดินเข้าไปที่ใต้เสาศิลาเพื่อเริ่มต้นวัดความเเข็งเเกร่ง

 

ขณะที่เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พลังวิญญาณจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากสมองของเธอ อาชาสีเขียวที่ทรงพลังได้ปรากฏออกมาจากร่างของเธอ

 

“อาชาสามเนตร”เย่เฉินเฟิง จ้องมองไปที่ เฟิงเสี่ยวเซียน เเละ ตกใจเล็กน้อย ตามคาด อัจฉริยะจากตระกูลนักรบโบราณนั้น สามารถกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญตั้งเเต่อายุยังน้อยเเละมีจิตอสูรที่เเข็งเเกร่งในครอบครอง

 

เเม้ว่าผู้ใช้จิตอสูรจะอยู่ในระดับเดียวกัน เเต่จิตอสูรของพวกเขาจะมีความเเตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ยังไงก็ตามผลการชี้ชัดทางความเเข็งเเกร่งของจิตอสูรก็มีน้อยมากส่วนมากขึ้นอยู่กับผู้ใช้มากกว่า

 

หลังจากหลอมรวมเข้ากับจิตอสูรอาชาสามเนตรเเล้ว เฟิงเสี่ยวเซียว ก็เอนตัวไปข้างหน้า พร้อมกับพลังงานวิญญาณจำนวนมากได้มารวมไว้ที่หมัดข้างขวาของเธอ จากนั้น เธอก็ต่อยเข้าไปที่เสาศิลาด้านหน้าอย่างรุนเเรง

 

เสาศิลาสีดำได้ฉายเเสงสีขาวขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไปบนอากาศ

 

ในที่สุดผลลัพธ์ที่ เฟิงเสี่ยวเซียว สามารถทำได้ก็ออกมา พละกำลังของเธอรุนเเรงมากกว่า 2,300 จิน สร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมาย

 

“เจ้าผ่านการทดสอบ”

 

อาวุโสหลิว รู้สึกพึงพอใจมากกับผลลัพธ์ของ เฟิงเสี่ยวเซียว จากนั้นเขาก็ทำสัญลักษณ์บางอย่างบนใบประเมินของเขา

 

นิกายเพลิงผลาญฟ้านั้นได้จำกัดผู้เข้าร่วมทดสอบประจำปีเพียงเเค่ 50 คนเท่านั้น ดังนั้นมันยากที่จะหลีกเลี่ยงความไม่เท่าเทียมกันในกลุ่มของคนทั้ง 50 คนนี้

 

เเละคนที่ได้คะแนนน้อยที่สุดเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันก็ย่อมต้องถูกคัดออกเป็นเรื่องธรรมดา

 

ในบรรดาศิษย์ทั้ง 5 คนที่ติดตาม เฟิงเสี่ยวเซียว มา มีเพียงเเค่ สองคนเท่านั้นที่ผ่านการทดสอบโดยไม่มีปัญหา ส่วนอีกสามคนนั้นถูกตัดสิทธิ์เพราะไม่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วมการทดสอบ

 

“จี้ฉิงเสวี่ย!”

 

อาวุโสหลิว ได้กล่าวประกาศชื่อของ จี้ฉิงเสวี่ย ออกมา

 

“จี้ฉิงเสวี่ย สาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงเมฆาม่วง เธอช่างสวยมากจริง ๆ มันจะรู้สึกยังไงกันนะ ถ้าข้าสามารถกดเธอลงที่ใต้ร่างของข้าได้”ชางกวนเป็ง จ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย ที่สูงเเละเรียวงาม ความงามของเธอทำให้ ประกายดวงตาของเขาบังเกิดความคิดชั่วร้ายจำนวนมาก

 

“ปั้ง!”

 

เสียงดังจากหมัดของ จี้ฉิงเสวี่ย ที่รวมกับพลังวิญญาณจากวิหคน้ำเเข็ง เธอได้ชกไปที่ เสาศิลา สีดำ

 

จากนั้นเสาศิลาสีดำก็เผยผลลัพธ์การทดสอบของเธอ พละกำลังของเธอมีมากกว่า 1,800 จิน ความเเข็งเเกร่งของเธอเหนือกว่าผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 6 ในระนาบเดียวกัน

 

“การเติบโตของ จี้ฉิงเสวี่ย นั้นรวดเร็วมาก เธออยู่ไม่ไกลเเละใกล้ทะลวงด่านกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญขั้นเเรกเเล้ว”เย่เฉินเฟิง พึมพัมออกมา หลังจากเห็นผลลัพธ์ของ จี้ฉิงเสวี่ย

 

หลังจาก จี้ฉิงเสวี่ย, ก็ตามมาด้วย ชางกวนเป็ง,เสิ่นถู๋เย่,เสิ่นถู๋ปิง หญิงสาวผู้ดื้อดั้นที่มีความขัดเเย้งกับ เย่เฉินเฟิง

 

ในบรรดาพวกเขา ชางกวนเป็ง ที่เป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญ เขาได้ทำให้เสาหินเผยตัวเลขมากกว่า 3,800 จิน ในการชกครั้งเดียว ทำให้ทุกคนตกใจอย่างมาก

 

ผลลัพธ์ของ เสิ่้นถู๋เย่ นั้นไม่น่าประทับใจเท่ากับ ชางกวนเป็ง เพราะผลลัพธ์ของเขา เหนือกว่า เฟิงเสี่ยวเซียว ที่ขึ้นทดสอบคนเเรกอยู่ไม่มาก ตัวเลขของเขาเพียงเเค่ 2,500 จิน ตอนนี้ เขาเป็นอันดับที่สองจากผลลัพธ์ทั้งหมด

 

เมื่อเห็นผลลัพธ์ของเขาเสร็จ เสิ่นถู๋เย่ ก็จ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง เเละ จ้องมองอย่างเย้ยหยัน

 

อย่างไรก็ตาม เย่เฉินเฟิง หาได้สนใจ เขาเพิกเฉยต่อการยั่วยุของอีกฝ่ายเเละพยายามคิดถึงข้อดีเเละข้อเสียของการเปิดเผยความสามารถทางกายของเขา

 

“เย่เฉินเฟิง”

 

ในขณะที่เย่เฉินเฟิงกำลังครุ่นคิด อาวุโสหลิว ก็กล่าวเรียกชื่อเขาในที่สุด เขาได้กลับมาอยู่ในความคิดปัจจุบัน

 

“ในที่สุดก็ถึงตาข้า”

 

เย่เฉินเฟิง จ้องมองไปที่ เสาศิลา หินที่สูงกว่า 10 เมตรอย่างตั้งใจ

 

เพราะเห็นเเก่โอสถ 9 วิญญาณ เขาตัดสินใจที่จะเปิดเผยความเเข็งเเกร่งทั้งหมดของเขาออกมา สำหรับผลลัพธ์ของการเปิดเผยไผ่ตามนี้ออกมา เขาได้หลงลืมมันไปเเล้ว

 

ความเเข็งเเกร่งคือตัวตัดสินทุกอย่าง,คนอ่อนเเอก็ทำได้เพียงเเค่ก้มหน้าเเหงนมองผู้เเข็งเเกร่ง

 

ในนิกายเพลิงผลาญฟ้า ผู้เชี่ยวชาญในที่นั้นก็เปรียบเสมือนเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ามีเพียงผู้ที่เเข็งเเกร่งกว่าคนอื่นเท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอดภายใต้เเรงกดดันจากคนเหล่านี้