0 Views

Chapter 5-8: Easter Egg

14 มีนาคม 2016.

วันที่ผู้คนไม่สามารถที่จะลืมวันนี้ไปได้.

วันที่ดันเจี้ยนทั้ง72แห่งปรากฎขึ้นโดยไม่มีเตือนใดๆ ดันเจี้ยนที่มีขนาดใหญ่มากถึงขนาดมองด้วยตาเปล่าเห็น มันใหญ่โตพอที่จะกั้นท้องฟ้าจากผู้คน.

เหล่าผู้คนหวาดผวาต่อเงาใหญ่ยักษ์นั่น ด้วยความใหญ่โตของมันทำให้พวกเขารู้สึกว่ากำลังจมลงไปบนพื้นดิน.

มีหลากหลายสมมุติฐานว่าเรื่องพวกนี้เกิดจาก มนุษย์ต่างดาว พระเจ้า หรือ โลกใต้ดิน ฯลฯ.

สุดก็มีบางพวกที่ไม่อาจจะเอาชนะความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้ สุดท้ายพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่กลับมา.

ผู้ที่รอดชีวิตส่วนใหญ่บอกว่าข้างในมีมอนเตอร์อยู่ บางคนถึงขั้นเจ็บป่วยทางจิตและฆ่าตัวตาย.

จากนั้นก็มีคนอเมริกันคนนึงชื่อ จอร์นชาวไร่ ได้โพสวิดีโอลง ยูทูป มันเป็นวิดีโอที่จอร์นชาวไร่ได้โพสเกี่ยวกับภายในดันเจี้ยนและวิดีโออันนั้นที่ถ่ายมาจากโทรศัพท์มือถือได้ทำให้ผู้คนทั้งโลกตื่นตระหนก.

ดันเจี้ยนที่มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถระบุได้เป็นจำนวนมากที่อยู่ภายในนั้นกรูเข้ามาฉีกกระชากร่างของพวกเขาต่อหน้าต่อตาของพวกเขา.

“วู้ว~ นี่มันคือ CG?”

“มันน่ากลัวเกินไป!”

“วิดีโอนี้มันไม่มีการตัดต่อภาพ นอกจากนี้มันก็ใช่ CG ด้วย.”

“โลกจะแตกปี2020หรือไง ดูมอนเตอร์เหล่านี้สิ”

ทั้วโลกรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยจากดันเจี้ยนเหล่านี้ บทความต่างๆเป็นหัวข้อของการสนทนา ไม่ว่าจะเป็น ยูทูป SNS หรือแม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น.

ความสงสัยเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน ความขัดแย้งต่างๆนาก็เพิ่มเป็นเงาตามตัว จะอย่างไรก็แล้วแต่มันเป็นไปตามคาดของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ เขาตัดสินใจยุติทุกความสงสัยทั้งหมด ผ่านการประกาศสัมภาษณ์.

“นั่นคือถ้ำที่เรียกว่า ดันเจี้ยน สถานที่เหล่านั้นสามารถพบได้ทั่วไปตามนิยายแฟนตาซี แต่มันเกิดขึ้นแล้วตรงนี้ เราระดมยุทปกรณ์ต่างๆทางการทหาร เพื่อเข้าไปกวาดล้างและสำรวจ แต่เราก็ล้มเหลว แต่มีสิ่งหนึ่งที่เรารู้ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ภายในนั้น ไม่สามารถที่จะโจมตีออกมาจากนอกดันเจี้ยนได้ ….พวกเราก็เช่นกันถ้าอยู่ภายนอกก็จะไม่สามารถโจมตีเข้าไปข้างในได้ มันเหมือนกับมีบางอย่างขวางกั้นไว้.”

กริบ!

ความตึงเครียดแผ่ออกมาจากทุกผู้คน เรื่องราวของดันเจี้ยนเป็นหัวข้อโจษจันมากในปี2016ขนะนี้ ข้อมูลต่างๆเริ่มที่จะเปิดเผยมากขึ้น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมดื่มน้ำและพูดอย่างต่อเนื่อง.

“เราได้ทำการส่งกองกำลังพิเศษเข้าไปสำรวจในดันเจี้ยนมาแล้ว อย่างไรก็ตามอาวุธปืนของเราไม่สามารถให้งานได้เต็มประสิทธิภาพในดันเจี้ยนมากนัก มันเหมือนกับว่ากระสุนของมันถูกหักเหออกนอกทิศทางการยิงและระเบิดก็ไม่เกิดการระเบิดภายในดันเจี้ยนเหล่านั้น เราได้จับตัวทดลองบางส่วนไว้ด้วยเช่นกัน แต่ก็ถูกตัวที่แข็งแกร่งกว่าโจมเข้ามาแทบจะในทันที มันเคลื่อนไหวจนแม้กระทั้งสายตาของเราก็ตามไม่ทัน! ในที่สุดเราก็ต้องล่าถอยออกไป.”

ผู้สื่อข่าวและผู้ชมทั้งหมดตื่นตกใจ.

มันเป็นเวลาหลายเดือนที่ดันเจี้ยนปรากฎออกมา แต่มันก็น่าแปลกใจที่คำแรกของสหรัฐสารภาพถึงความล้มเหลวของเขา

ยิ่งกว่านั้นอาวุธไม้ตายของมนุษย์ทำงานได้ไม่เต็มที่ภายในนั้น สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็ทนทานแทบจะฟันแทงไม่เข้า.

“ตอนนี้….เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกมันออกมาข้างนอก?”

ผู้สื่อข่าวยกมือถาม.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมส่ายหัว.

“สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นหากินภายในดันเจี้ยนเท่านั้น ถ้าหากพวกมันออกมาข้างนอก อาวุธขจองเราก็ใช้งานได้ปกติ.”

อาวุธไม่สามารถใช้ได้แค่ภายใน พวกเขาได้ข้อมูลบางส่วนในการสัมภาษณ์นี้ เพราะมันมีความเสี่ยงต่อการดำรงชีวิตของพวกเขา เป็นเหตุให้พวกเขาสรูปว่าถ้าวพกมันออกมาก็จะถูกจัดการด้วยอาวุธทันสมัย.

ปืนฆ่าได้เพียงตัวที่อ่อนแอเท่านั้นในดันเจี้ยน ในทางตรงกันข้ามมีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะผลิตกระสุนที่ใช้ภายในได้ ดังจึงไม่ได้ส่งทหารเข้าไปเพิ่ม.

ผู้สื่อข่าวถามด้วยสีหน้างงอีกรอบ.

“แล้วเราจะปล่อยให้มีความเสี่ยงเอาไว้อย่างนี้หรอ?”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยิ้มน้อยๆ.

“คุณเคยได้ยินเกี่ยวฮีโร่บ้างไหม? ในภาคตะวันออกผู้คนเหล่านั้นมีแต่ความกล้าหาญ.”

“นั่นคือสิ่งที่คุณจะพูดวันนี้?”

“ถูกต้องเลย. พวกเขาเป็นคนเดียวที่สามารถเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในดันเจี้ยน.”

เมื่อดันเจี้ยนปรากฎแต่อย่างไรมันก็ไม่ใช่เพียงแค่ดันเจี้ยนเปล่าๆ.

ฮีโร่ก็ต้องปรากฎขึ้นเช่นกัน.

ในอีกความหมายก็คือ พวกเขาเหล่าอเวคก็จะต้องปรากฎพร้อมกับดันเจี้ยนแน่นอน.

พวกเขาเหล่านั้นมักจะเรียกตนเองว่าฮีโร่ สภาพร่างกายของเขาเกินขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว.

โดยฌฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีพวกเขาสามารถที่จะเอาชีวิตสัตว์ประหลาดเหล่านั้นได้ง่ายๆ แม้กระทั่งปืนก็ทำไม่ได้.

“นอกจากนี้..มันมีแก่นอันนึงที่พวกเขามักจะเรียกกันว่าหินนักปราชญ์.”

ฮือ ฮา!

เกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อย.

หินนักปราชญ์นั้นอาจจะเรียกได้ว่า สมบูรณ์แบบ.

นั่นเป็นเหตุผลที่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากรัฐมนตรี.

แต่พวกเขาก็ถูกทำให้เงียบโดยรัฐมนตรีกลาโหมอยู่ดี.

เมื่อพวกเขาฆ่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นแล้วแกนหลักจะโผล่อออกมา ขนาดของมันเท่ากับหัวใจของเด็กและมีพลังงานมาก มันดูเหมือนกับจะหลอมละลายได้ทุกขณะนอกจากนี้มันยังผลิตพลังบางอย่างที่เป็นพลังงานใหม่ด้วย.

หากแกนเหล่านั้นถูกบดและโรยลงในบาลแผล บาลแผลเหล่านั้นก็หายไปแทบจะทันที หากผสมน้ำลงไปนิดหน่อยก็สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มความเข็งแกร่งให้แก่ร่างกายและทำให้ดูเด็กลงไปอีกด้วย.

เพียงก้อนเดียวมันก็แทบจะเรียกได้ว่าสารพัดนึกเลยทีเดียวเชียว.

“หาาา….”

“มันน่าขำนะ.”

มีคนเพียงไม่กี่คนที่รู้ความจริงข้อนี้ แต่วันนี้มันถูกเปิดเผยไปทั่วโลก.

ในขณะที่ผู้สื่อข่าวเริ่มงงงวย เขาก้าวมาข้างหน้าเพื่อถามข้อมูลนี้

สหรัฐสามารถที่ได้ใช้ข้อมูลนี้และเปลี่ยนมันให่เป็นเงินได้.

แต่สหรัฐคิดต่างออกไป มันมีดันเจี้ยนอยู่ทั้งหมด 72 แห่ง ไม่ช้าก็เร็วข้อมูลพวกนี้ก็ต้องถูกเปิดเผย พวกเขาเพียงแค่บอกก่อนใครทั้งเฉยๆเท่านั้น.

โดยเฉพาะเหล่าอเวคที่เพิ่มขึ้นมาอย่างช้าๆ หากสังคมลับต่างๆบอกออกมากก่อนเขา จะทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดความวุ่นวายมากยิ่งขึ้นไปอีก อันที่จริงความจริงเหล่านั้นก็มาจากปากของพวกเขา มนุษย์นั้นชอบที่จะทำเรื่องร้ายๆอย่างลับๆ นั่นอาจจะทำให้พวกเขาก่อความไม่สงบขึ้นมาได้.

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าสหรัฐตัดสินใจบอกสิ่งเหล่านี้ออกมาก่อนที่มันจะลุกลามไปใหญ่โตและเกิดความไม่สงบขึ้นได้.

“เราไม่ได้ปฏิบัติเหล่าอเวคแตกต่างจากคนอื่นๆมากนัก เราปฏิบัติทุกคนอย่างเท่าเทียม.”

เหตุผลที่สหรัฐบอกออกไปมันเป็นเรื่องง่ายที่จะรับสมัครและรวบรวมเหล่าอเวคเข้ามาในกองทัพของเขา!

คอนแรกพวกเขาพยายามจะทำลายดันเจี้ยน แต่แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่าคุณค่าทางความสามารถของมันมากเกินไปอย่างเทียบไม่ได้ ไม่มีสิ่งไปในโลกนี้ที่จะมีความสามารถเท่ากับแกน.

แม้ว่าจำนวนของดันเจี้ยนจะมีจำกัด แต่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในก็มากมายเช่นกัน และยิ่งเหล่าอเวคมากขึ้นก็จะได้รับแกนเหล่านั้นมากขึ้นไปอีก.

ในอนาคตอันใกล้นี้ หากพวกเขาประสบความสำเร็จในการพัฒนา..และการเพิ่มเติมของทรัพยากรของโลก มนุษย์จะแข่งขันกันและจะเข้าไปสู่การวิวัฒนาการของมนุษย์ด้วยตัวเอง.(ใคร งง ท่อนนี้ให้คิดตามนะครับว่ามนุษย์เกิดจากอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้ในทุกวันนี้ จะเข้าใจเองครับ)

ฮีโร่และดันเจี้ยนมีจริง แกนดันเจี้ยนอาจจะไม่สามารถเปรียบอะไรได้เลย นี่เป็นโอกาศของมนุษย์ที่จะเกิดการแข่งขัน อย่างน้อยพวกเขาก็คิดว่าเป็นอย่างนั้น.

“แต่เหตุผลหลังไม่ใช่เพื่อแกนหรอกหรอ?”

ผู้สื่อข่าวยังไม่เข้าใจ.

รัฐมนตรีหัวเราะและพูดว่า.

“เรามีความยินดีที่จะแบ่งแกนเหล่านี้ ประเทศใดก็ตามสามารถร้องขอมันเพื่อตรวจสอบได้ พวกเขาสามารถทดสอบแกนได้ด้วยตนเอง.”

สหรัฐใช้เวลาในการแถลงเกี่ยวกับความสามารถของแกนไม่นานนักก่อนที่จะจบการแถลงการณ์ดังกล่าว

และ….

ตอนนี้เป็นเรื่องของยุคที่เรียกว่า ฮีโร่.

*     *     *

‘การคุ้มครองเริ่มต้นเริ่มใหล้เข้ามาแล้ว.’

ทันทีที่ผมออกมาจากห้องฝึกฝน ผมได้ตรวจสอบต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ปกติ ทุกชั้นของดันเจี้ยนนั้นว่างเปล่ายกเว้นชั้น1 แต่ผมต้องการตรวจสอบสภานการณ์อื่นๆเสียก่อน.

‘ฉันคิดว่าสถานการณ์แบบนี้ควรที่จะไม่ละเลยมันนะ.’

ผมไม่สามารถจัดการเรื่องต่างๆภายในได้เมื่อยู้ในห้องฝึกฝน มองไปที่ชั้น1ก็ดูเหมือนว่ามันจะทนไปได้อีกไม่กี่เดือน.

‘แต่ฉันไม่สามารถละเลยมันได้.’

มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมอนเตอร์ลงไปอีกและทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น การจะทำแบบนั้นได้ผมต้องเข้าใจถึงพื้นที่เหล่านั้น.

“โหมด ภายใน.”

ชวึ้งงง!

แกนดันเจี้ยนปล่อยภาพโฮโลแกรมออกมา.

มันเป็นรูปขนาดเล็กของดันเจี้ยน มันแสดงสิ่งต่างๆตั้งแต่ ชั้น 1 ถึง 31 ทุกชั้นว่างเปล่าหมดยกเว้นชั้น 1 ที่เต็มไปด้วยจุดแสงสีฟ้า.

จุดสีแดงบางส่วนที่เห็นอยู่แถวๆทางเข้าดันเจี้ยนอาจจะเป็นมนุษย์.

‘โคลโบล 32,144 ตัว.ก้อบลิน 87,112 ตัว. หนอนทราย 12,246 ตัว. หนูขุน…ประมาณ 400,000? ทำไมมันเยอะโครตๆเลยหว่า.’

ผมจพเป็นต้องควบคุมระบบนิเวศเหล่านั้น โดยเฉพาะหนูขุนมันเป็นสัตว์ดุร้ายมาก มันจะโจมตีทุกอย่างที่มีชีวิต ถ้ามันหิว พวกมันทำแม้กระทั้งกินเนื้อกันเองด้วยซ้ำ.

‘มันเพิ่มมาขนาดนี้เพราะว่าไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ.’

ถ้าหนูขุนมีเยอะมากจนเกินไปมันอาจจะยึดชั้น 1 เป็นของตัวมันเองได่ ซึ่งนั่นก็ไม่ค่อยจะดีเสียเท่าไร.

ผมคิดอยู่พักนึงก่อนที่จะเรียกยิฮิที่กำลังหลับบนไหล่ของผม.

“ศัตรูตามธรรมชาตของหนูขุนคืออะไร?”

“หืม! ใช่ ใช่ ? ยิฮิไม่ได้หลับ น๊าาา!”

————–

จบไปอีกตอนกับการแปลใหม่ 555 วันนี้อาจจะลงได้อีกตอนครับ เวลาไม่ค่อยพอ T-T