0 Views

ในเวลาเดียวกันเกิดความเงียบในเวลาสั้นๆเหล่าดาร์กเอลฟ์ที่รู้สึกว่าเวลาเดินผ่านไปนานเหลือเกิน.

“มันคงต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องดีนักหล่ะก็คงไม่ปิดปังขนาดนี้และพวกแกทั้งหมดรวมถึงคาซ่าคริสปี้จะโดนทำโทษ.”

ผมพูดโดยไม่แสดงอาการใดๆ.

มันออกจากแปลกๆที่ผมเป็นคนอ่อนโยนโดยเนื้อแท้ แม้ว่าการกระทำเหล่านี้มันจะเป็นการเห็นแก่ตัวนิดหน่อย แต่ผมอยากรู้เรื่องราวของคริสปี้มากกว่านี้.

สายเลือดในตำนานอย่าง มังกรปีศาจผู้ทที่คอยกืลนกินเหล่าเดวิลมานับไม่ถ้วนเห็นได้ชัดเลยว่าหากได้ครอบครองพลังเหว่านั้นแม้แต่เหล่าเดวิลก็ต้องครั่นคร้าม.

ในที่สุกจูรอมก็เปิดปาก.

“ได้โปรด ผมต้องการร้องขอสิ่งหนึ่งก่อน.”(ทาสแบบนี้เป็นผมนี่เจอแล้วเหนื่อยใจแฮะ/ไรต์)

“ฉันได้ทำในสิ่งที่แกต้องการ ว่ามา.”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะสามารถช่วยดันฯมาสเตอร์ได้ ตอนนั้นคริ้สปี้สามารถทำสัญญานิรันดร์ได้ไหม?”

ผมเคยได้ยินมันมาก่อนเกี่ยวกับสัญญานิรันดร์(Eternal companion).

มันเหมือนกับการแต่งงานในเหล่าดาร์กเอลฟ์ ที่ต้องทำพิธีพิเศษ.

โดยพิธีเหล่านี้จะจัดขึ้นในวันที่จันทร์เต็มดวงโดยให้ชายหญิงที่จะทำพิธีเปลือยกายอยู่ด้วยกันและเอาน้ำศักศิทธิ์และเลือดของแต่ละคนสลักลงบนร่างของกันและกัน.

ในระหว่างพิธีพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้นอกจากอึ๊บกันจนกระทั่งเกิดพระจันทร์เต็มดวงถัดไป.

ดาร์กเอลฟ์มีร่างกายแข็งแรงพอที่จะอดอาหารได้เป็นเดือนๆ.

ปัญหาคือผมไม่รู้จะต้องทำแบบนั้นกับคริสปี้ทำไม มันไม่มีเหตุผลที่จะต้องลำบากขนาดนั้นในการทำ.

“แกไม่รู้ฐานะของแกหรอ.”

ผมพูดอย่างเย็นชาออกไปและจูรอมก็มีปฎิกริยาตอบสนองอย่างว่องไวเขาไม่แม้แต่จะเช็ดเลือดที่ไหลเปรอะเปื้อนไปทุกที่.

“มะ-มันไม่ใช่อะไรอย่างนั้น! ผมเพียงแค่ต้องการที่จะขอความช่วยเหลือจากมาสเตอร์อย่างดีเท่านั้นเอง.”

“พิธีเหล่านั้นเนี่ยนะชะช่วยฉัน?”

“ถูกต้อง ก่อนที่จะทำพิธีผมจะต้องบอกกล่าวกับกับคุณในสายเลือดของครสปี้ก่อน.”

“เอาเลย.”

“คริสปี้เกิดจากราชาแห่งดวงอาทิตย์โอวจินและราชินีแห่งพระจันทร์ชิลลา เธอได้รับสืบสอดสายเลือดที่เข้มข้นระหว่างดาร์กเอลฟ์และมังกรปีศาจ.”

ฉันรู้ว่าเธอเป็นสายเลือดมังกรปีศาจจากฉายาแต่เธอก็ยังมีราชินีแห่งดวงจันทร์ด้วย.

ที่สุดของเหล่าดาร์กเอลฟ์สินะ.

ผมไม่คิดว่าเธอจะได้รับสืบทอดยีนเด่นจากพ่อแม่ของเธอ.

“แล้วคาซ่าหล่ะ?พวกเขาเป็นที่น้องฝาแฝด?”

“มันไม่ใช่ในทางเทคนิค เขามีเลือดของมังกรปีศาจในกาย แต่เข้าไม่รู้ว่าเขาได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องคริสปี้โดยเฉพาะ……”

ผมพยักหน้าเบาๆอันที่จริงผมก็พอจะรู้อะไรแปลๆจากฉายานั้นแล้ว.

‘ฉายาของคาซ่าคือ‘บุคคลที่มีสายเลือดมังกร.’

เชื่อสายของโอวจิน มันเหมือนกับว่าสายเลือดของเขาสูญสิ้นไปแล้ว และตอนนี้ดูเหมือนกว่าผมจะเข้าใจมั่งแล้ว.

จูรอมเล่าอย่างต่อเนื่อง.

“แต่ทว่าพลังของทั้งสองสายเลือดนั้นไม่ค่อยสมดูลกัน นอกจากนี้สายเลือดของราชาโอวจินนั้นดูจะโดนเด่นขึ้นมาทำให้คำสาปที่อยู่ในสายเลือดของราชินีพระจัทน์นั้นต่อต้าน.

จริงๆแล้วด้วยคุณลักษณะของมังกรปีศาจแม้เพียงน้อยนิดก็เพียงพอที่จะหยุดยั้งสายเลือดของดาร์กเอลฟ์ได้แล้ว.

ถ้าให้ผมเดามันคงเกี่ยวกับคำสาป.

“นั่นก็คือคำสาปมังกรน้ำแข็ง.”

“ถูกต้อง นั่นทำให้ยาอิลิคเซอร์คือความหวังเดียวของเธอ แม้ว่ายาอิลิคเซอร์จะมีให้เฉพาะพระเจ้าดื่มก็เถอะ มันเป็นสิ่งที่พวกเราไม่กล้าแม้แต่จะคิดหรือฝันเกี่ยวกับมัน แต่เนื่องจากสายเลือดของโอวจินและราชินีพระจันทร์ ทำให้มีแต่อิลิคเซอร์เท่านั้นที่จะพอช่วยเธอได้บ้าง.”

แน่นอนว่าชีวิตเธอจะตายเมื่อเธอโตขึ้น แต่ที่น่าตกใจมากกว่าคือการที่เธอยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้.

“นั่นคือเหตุผลที่ทำสัญญากับดาร์กสหิริตด้วยตัวเอง?”(เข้าใจหล่ะมันเป็นทาสโดยสมัครใจไม่ได้เป็นทาสเฉลย มันเลยต่อรองได้ ห่วย – – /ไรต์)

“มันคือวิธีเดียวที่เหลืออยู่….แม้ว่ามันจะเกิดจากการที่พวกเราไม่แข็งแกร่งพอ และดาร์กสปิริตก็ไม่มีทีท่าจะมอบมันให้ด้วย แต่พวกเขาก็บอกว่าพวกเราสามารถขอร้องให้ดันเจี้ยนมาสเตอร์ใช้คะแนนของเขาเพื่อนำมันมาได้เช่นกัน……”

“บ้าชัดๆ.”

มันเหมือนกับการเล่นพนันที่อาจจะได้รับในสิ่งที่ตัวเองคาดหวังไว้พวกเขาก็ยังพยายามที่จะหาทางที่ทุกอย่างเพื่อที่จะได้รับยาอิลิคเซอร์ ด้วยสัญญาสั่วๆนั่น.

ผมมองไปที่จูรอมราวกับเป็นคนโง่.

“เราไม่มีหวังและมืดแปดด้านเราไม่สามารถทำอะไรได้เลย! เราไม่สามารถที่จะปล่อยให้สายเลือดอันสูงส่งของดาร์กเอลฟ์สูญสลายลงไปได้ อย่างไรก็ตามคริสปี้ตอนนี้เหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือน และนี่ก็เป็นการพนันครั้งสุดท้ายที่คนทั้งหมู่บ้านต้องการ ดังนั้น…มาสเตอร์ กรูณาสงสารคริสปี้ เหล่าดาร์กเอลฟ์เหล่านี้จะใช้ทุกอย่างและวิถีทางเพื่อที่จะอุทิศชีวิตของพวกเราเพื่อให้ดันเจี้ยนของนายท่านดียิ่งขึ้น ได้โปรดสงสารความหวังของพวกเรา ช่วยเด็คนนั้นด้วยได้โปรด ได้โปรด!”

ปึ๊ก!

จูรอมกระแทกหัวลงไปที่พื้นอีกรอบ.

‘พิธี……’

เขาถามผมเกี่ยวกับการทำพิธี มันจะผูกคริสปี้และผมเข้าด้วยกัน สำหรับจูรอมที่เห็นผมเข้าทำพิธีหล่ะแม้พวกเขาจะตายพวกเขาก็จะยังมีรอยยิ้มอยู่ที่หน้า.

ผมต้องคิดสักแปป.

ความเป็นมาของคริสปี้เกิดกว่าที่ผมจะจิตนการได้.

‘ถ้าสามารถทำให้สายเลือดของเธอสมดุลกันได้มันก็น่าสนใจ.’

เพียงแค่ผมชกเข้าไปจุดหยินของเธอ นั่นก็คงไม่เพียงพอ.(จุดนี้หมายถึงว่าคริสปี้เป็นหญิงมีจุดหยินที่แข็งแกร่งมากครับและสายเลือดของมังกรนี่ก็เป็นหยางการที่จะชกใส่จุดหยินก็คือต้องโซเดมาคอมกันครับ)

‘สายเลือดมังกรที่มีพลังมากพอที่จะกดพลังหยินของเธอ ในทางกลับกันมันยทำให้ความสมดุลในร่างของเธอไม่คงที่… มันเหมือนกับคริสปี้กำลังสู้รบอยู่ตลอดเวลา..ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเธอตอนนี้คือต้องการผลานหยินหยาง?’

มันเหมือนกับส่วนหนึ่งของจักวาลนี้ ถ้าผมต้องใช้พลังหยินหยางโดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรปัญหานี้ก็ไม่ต้องเกิดขึ้น.(กันดาน มึงขี้เกียจขนาดนั้นเลยอ่ะ/ไรต์)

มันเป็นแค่ทฤษฎี.

‘ถ้าผมสามารถใช้เทคนิคพระเจ้าในการให้ไอ้สายฟ้าตัวนี้กลืนกินหยุดหยางเพื่อให้เกิดสมดูลในร่างเธอ ไม่ได้การหล่ะผมต้องทดลองเพิ่มเติม.’

สายฟ้าพระเจ้าอยู่ในร่างผม.

ผมมีความคิดอย่างฉับพลัน.

งูมันสามรถเปลี่ยนเป็นพลังเวทย์สายฟ้า มันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีคุณสมบัติทั้ง2อย่าง.

และมันก็ไม่ได้กินพลังเวทย์ของผม? ผมอาจจะได้ประโยชน์จากหาสิ่งเหล่านี้.

แน่นอนว่าผมสามารถดูดซับมันได้แค้10% แต่ถ้าผมสวมกอดคริสปี้มันจะช่วยเหลือได้มาหรือไม่.

‘เวลา ผมต้องการเวลา.’

ความสำเร็จของผมยังไม่เพียงพอต่อการแสดงของสกิลให้สมกับเลเวลมันได้.

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีแนวโน้มที่ว่าจะสามารถช่วยผมได้ มันเป็นเรื่องดีที่ได้ยินมัน.

ผมหันความสนใจของผมกลับมา.

“มันไม่ใช่เรื่องไม่ดี ถ้ามันสามารถช่วยพิธีแล้ว ผมต้องการดูพิธีเหล่านั้น.”

“ตะ ตอนนี้?”

สายตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังที่หันมาทางผม แต่ผมส่ายหัว.

“แต่จากที่ผมพูดไป ผมได้บอกพวกคุณแล้วว่าพวกคุณจะตาย ดังนั้น.”

หัวใจของเอลฟ์ทั้งหลายเต้นอย่างบ้าคลั่ง.

ชีวิตของเขาอาจจะต้องจบเพราะคำ คำเดียว.

ผมค่อยๆเปิดปากของผมขึ้น.

“พวกแกทั้งหมดจะต้องคลาน4ขาและเห่าเหมือนหมาและลืมไปได้เลยว่าพวกแกเป็นเอลฟ์ ฉันจะดูพวกแกอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหนึ่งเดือน ในช่วงนั้นถ้ามีใครทำตัวเหมือนคนแทยที่จะเป็นหมา พวกแกลืมได้เลยว่าจะมีชีวิตอยู่อีกกลับกันถ้าพวกแกรักษาสัญญาอย่างเยี่ยมยอดแล้วหล่ะก็ฉันจะเข้าพิธีเพื่อรักษาคริสปี้.”

ดาร์กเอลฟ์เหล่านี้ต้องแสดงเป็นหมาเป็นเวลา1เดือน.

นี่คือการอัพเกรดสถานะพวกมันอย่างดี อย่างน้อยหมาก็ไม่หักหลังเจ้าของ.

เดม่อนตนอื่นๆจะไม่ได้รับอณุญาติให้มีชีวิตอยู่.

จูรอมมองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆ.

ผมยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า.

“หมามันพูดไม่ได้.”

*     *     *

หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์

พื้นที่15ของดันเจี้ยน.

“บ๊อก! บ๊อก!”

“แพล่บๆๆ……”

น่าแปลกใจมากที่เหล่าเอลฟ์มืดกว่า50คนคลานและร้องเหมือนหมา มันเป็นภาพที่สุดยอดมาก.

แม้ว่ามันจะเป็นการซ้ำเติมพวกเขา แต่เมื่อถึงเวลาอาหารพวกเขาก็ยังคงแสดงสิ่งที่เรียกว่า หมา ได้อย่างสุดยอด พวกเขาใช้ชีวิตต่างๆเพื่อตอบสนองตัวของเขาเอง.

ยกเว้นเพียงคริสปี้ เธอไม่แม้แต่จะเดินได้ด้วยขาของตนเอง.

ในทางกลับกับคาช่า กลิ้งไปรอบๆเหมือนหมาที่ซื่อสัตว์ และดูเหมือนว่าคาซ่าจะหลงไหลในวิธีของสุนัขเข้าแล้วเพราะว่าการแสดงออกของเขาเด่นชัดกว่าเอลฟ์ตนอื่นๆ.

“ได้เวลาอาหาร~ ยิฮิเอาอาหารหมามาให้.”

ยิฮิ ทำอาหารที่มาจากการผสมสิ่งต่างๆเหมือนกับอาหารหมา.

ยิฮิ จะคอยดูพวกที่ขัดคำสั่ง แม้ว่ายิฮิจะชอบจูรอมแต่เธอก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของนายท่านของเธอได้ และตกกลางคืนยิฮิจะคอยดูเหล่าเอลฟ์พวกนี้.

“บ๊อก!”

จูรอมเป็นคนแรกที่เข้ามา.

เขาจะต้องเป็นแบบอย่าง เขาเป็นคนแรกๆที่ทำท่าเหมือนหมาอย่างซื่อสัตย์

จูรอมกินอาหารแบบหมา และคาซ่าเป็นคนที่อยูถัดจากเขา.

“ยิฮิ นำอาหารที่ดูดีเป็นพิเศษ ครั้งต่อไปฉันจะให้ไก่สุดพิเศษ รสชาติมันจะต้องถูกคอแน่ๆ.”

ทัศนคติของยิฮิเปลี่ยนไปเล็กน้อยเหมือนกับว่าเธอกำลังเลี้ยงสัตว์เลี้ยงจริงๆ.

ใบหน้าของเหล่าดาร์กเอลฟ์หมองลง แตจ่พวกเขาไม่กล้าแสดงให้เธอเห็น.

พวกเขาเพียงแค่ส่ายตูดอย่างหนักเหมือนกับว่าพวกเขามีหาง.

*     *     *

หนึ่งเดือนผ่านไป.

เหล่าดาร์กเอลฟ์เชื่อฟังที่ผมพูด.

ผมประหลาดใจน้อยๆ.

ยิฮิจะจับตาดูตลอดตามที่ผมสั่ง เธอจะต้องหาจุดผิดเล็กๆเหล่านั้นให้ได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้แสดงข้อผิดพลาดนั้น.

เหล่าดาร์กเอลฟ์พิสูจน์คุณค่าของเขา พวกเขาค่อนข้างที่จะมีประโยชน์ในการเป้ายาม.

และผมก็ไม่ได้เอาแต่เล่นในหนึ่งเดือนมานี้.

ผมประสบความสำเร็จในการยพระดับสายฟ้าเป็น7ดาว และผมก็ยังศึกษาอาการของคริสปี้ไปด้วยและคิดว่ามันเป็นไปได้.

ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมได้ให้อิลิคเซอร์ไปกับคริสปี้ และการเปลี่ยนแปลงของเธอก็ดูดีขึ้นในไม่กี่วันก่อนที่ผมจะพาไปในพื้นที่เดือนหงายส่องถึง.

วันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง.

วันที่พลังหยินส่งผลมากที่สุด.

ร่างกายของคริสปี้เกร็งด้วยความตึงเครียด.

การผสมของสีผิว ระหว่างผิวเหลืองและผิวคล้ำ(ผิวน้ำผึ้ง)แส้นผมสีขาวที่ดูดีและดวงตาสีม่วง..แม้ว่าเธอจะมีร่างกายที่อ่อนแอ แต่เธอก็มีร่างกายที่สมส่วนในแบบที่ผู้หญิงหลายคนต้องการ.

ผมโยนเสื้อผ้าของผมออกไป พิธีนี้ต้องเปลื่อยเปล่า.

เราได้แกะสลักลึกลงไปในร่างกายของพวกเราในแต่ละวันและพิธีนี้จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อถึววันที่จันทร์เต็มดวงในคราวหน้า นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาสมดุลของพลังเวทย์ในร่างกายของเธอ.

ผมมองไปที่เธอตั้งแต่บนลงล่างก่อนที่จะพูดว่า.

“ถอดมันออกสิ.”

ดวงตาของคริสปี้หนักแน่น.

เธอรู้ถึงสถานะการณ์ของเธอ.

เธอประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูความแข็งแรงของร่างกายแต่คำสาปมังกรน้ำแข็งยังคงอยู่ มันกัดแทะพลังชีวิตของเธอไปเร็วมากแต่ดาร์กเอลฟ์คนอื่นไม่รู็ถึงเรื่องนี้ แต่เธอรู้ดี.

นั่นคือเหตุผลว่าทำไม.(ถึงต้องพลีชีพให้กับผมกันดาน มึงจะบอกงี้หรอวะ)

คริสปี้เปิดปากของเธอ.

“ดันเจี้ยนมาสเตอร์ขอฉันพูดบางอย่าง.”

“อะไร?”

คริสปี้มองผมด้วยดวงตาสีม่วงอย่างอ่อนโยน.

“ร่างกายของฉันไม่ปกติ แม้ว่าฉันจะดื่มอิลิตเซอร์แต่สถานะของฉันเลวร้ายลงมาก ฉันมีเวลา5หรือ6เดือนก่อนที่ร่างกายของฉันจะเย็นเป็นน้ำแข็ง…และฉันกังกลว่าจะไม่สามารถปฏิบัติตามที่มาสเตอร์ต้องการได้.”

มันทำให้ความรู้ที่หลายหลาย.

อย่างแรกเลยคืออิลิคเซอร์ไม่ใช่ทางออกที่ถาวร เธออาจจะถูกสวรคค์ลงทันและอิลิคเซอร์ก็ไม่สามารถที่จะช่วยเธอได้ มันแค่ยืดอายุของเธอออกไปได้แค่ไม่กี่เดือน.

เหมือนกับว่าเธอกำลังถามผม.

“ทำไมถึงถามผมในเรื่องนี้? ดันเจี้ยนมาสเตอร์สามารถให้อิลิคเซอร์กับเธอได้ตลอดเวลา.”

คริสปี้ส่ายหัว.

“ฉันไม่สามารถทำบางอย่างที่น่าอับอายได้เช่นการขออิลิคเซอร์ตลอดเวลา มันไม่สามารถที่จะรักษาร่างกายของฉันได้ ดูเหมือนว่ามาสเตอร์จะไม่ได้ตระหนักถึงบางอย่างก่อนทำพิธี? ตอนเด็กๆ ฉันเพียงได้แต่ฝัน ว่าจะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเหลือฉันให้พ้นจากความทุกข์ทรมาณ์นี้และได้เข้าพิธีร่วมกัน พิธีนี้ก็เหมือนกับคำสาป..ฉันเสียใจกับพี่จูรอม แต่ฉันไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความคาดกหวังของคุณได้.”

“แล้วไง คุณต้องการให้เหล่าดาร์กเอลฟ์ตาย?ชีวิตของพวกเขาที่เป็นหลักประกันกับคุณนั้นมันไร้สาระ?.”

ดวงตาของคริสปี้เบิกกว้างมันเป็นหลักฐานว่าเธอจะต้องทำ.

“มันเป็นโชคชะตา……”

ผมขวมดคิ้วดูเหมือนว่าเธอจะยอมแพ้.

ดูเหมือนว่าเธอจะผิดหวังจากผลของอิลิคเซอร์? ทัศนคติของการตายที่มารายล้อม เธอมองมันเหมือนกับมองหนอนหรือแมลงสาป.

คริสปี้มองใบหน้าผมก่อนจะพูดว่า.

“ดันเจี้ยนมาสเตอร์ นอกจากนี้พวกเรายังจะมาจากโลกปีศาจ ที่นั่นพลังคือทุกอย่าง ฉันรู้ว่าลึกๆลงไปแล้วมาสเตอร์เป็นคนที่มีเมตตา หลังจากที่พี่จูรอมจงใจหลบซ่อนตัว เหล่าดีม่อนตนอื่นๆบังคับตัดผมและเยาะเย้ยเขา แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตแต่เขาก็ยังจงใจทำสัญญาของเขากับคุณเพื่อแลกกับอิลิคเซอร์..นั่นกลับทำให้ฉันชอบเขา.”(คริสปี้ชอบคนแก่ 555 ยู้หู อดปักธงนะกันดาน//ไรต์)

ผมรู้สึกประทับใจกับคริสปี้. (อึ้งสิมึง 555)

ไม่มีเดม่อนสักคนที่จะรักษาสัญญาและเสี่ยงชีวิตกับคนที่อ่อนแอกว่า เดม่อนอาจจะโหดร้ายกับผู้ที่กำลังอ่อนแอ.

แต่ผมแตกต่างจากเดม่อนตนอื่นๆผมเห็นศักยภาพต่างๆของคนอื่นๆด้วยตาใจ.

อย่างไรก็ตามผู้ที่มีศักยภาพสูงนี้อาจจะยังอ่อนแอ ผู้ที่กำลังขาดแคลนในขณะนี้อาจจะช่วยเหลือผมอย่างดีในภายหลัง.

สำหรับผม ผมจะแสดงความเอื้ออาทรให้เขาเห็น.

ตัวอย่างคือคริสปี้ที่อยู่ด้านหน้าผม ถ้าไม่ใช่เพราะคาซ่าหรือคริสปี้ จูรอมอาจจะตายไปแล้วก็ได้แทนที่จะต้องมาเลียนแบบหมาอย่างนี้.

ผมยิ้มและเปิดปากออกมา.

“คุณจะจ่ายคืนผมได้ยังไง? ถ้าคุณมีชีวิตได้เพียงแค่5หรือ6เดือน?”

“แม้ว่าฉันจะพูดทั้งที่ยิ้มอยู่ ร่างกายของฉันอาจจะเย็น..แต่ฉันก็พร้อม ฉันแข็งแรงพอที่จะผ่านพิธีไปได้ มันขึ้นอยู่กับคุณ.”

พิธีที่เป็นส่วนหนึ่งของความรุ่งเรืองของดาร์กเอลฟ์ มันถูกมอบให้กับผม.

เธอเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาเธอก็เพียงแค่จากไป ผมไม่ค่อยชอบความคิดต่อการตายแบบนี้เท่าไรนัก.

ทุกๆทาง…

‘แม้ว่าผมจะอยู่ในหลุมผมก็ยังคงหัวเราะ.’

ผมไม่ชอบคำพูดของเธอเท่าไรนัก.(หยุดหัวใจที่จูรอม คริสปี้แสดงนำ55/ไรต์)

มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงมุมองเกี่ยวกับการตายของเธอ ผมจะต้องทำให้เธอเปลี่ยนให้ได้.(เหมือนตัวร้ายมากก)

แค๊วกกก!

ผมฉีกชุดที่เป็นผ้าไหมบางๆของคริสปี้ด้วยความแข็งแรงของร่ายกายของผม ในเวลาเดียวกันหน้าอกที่เต่งตึงของเธอก็ล้นทะลักออกมาสู่สายตาของผม.

เธอไม่ได้ต่อต้าน เธอทำเพียงแค่ยอมรับทุกสิ่ง.

ผมมองไปที่ร่างกายอันน่าทึ่งของเธอและพูดว่า.

“ฉันจะช่วยชีวิตของเธอ ดังนั้นจงมีชีวิตอยู่เพื่อฉัน.”

*     *     *

ติกต่อได้ที่     https://www.facebook.com/by.numpods/