0 Views

มัทอาย เป็นสกิลที่ผมต้องการ.

ผมใช้แต้มไปกว่า150,000แต้มและได้รับกลับมา30,000แต้ม มันเป็นแค่รางวัลเล็กๆแต่มันก็ไม่ได้ให้ฉายาบางอย่าง.

“นะ-นั่น มันน่าหัวเราะ!”

ยิฮิเต็มไปด้วยความประหลาดใจความไม่น่าเชื่อของมันทำให้เธอไม่สามารถปิดปากลงได้.

มันเป็นที่เข้าใจว่า สกิลระดับยูนิคนั้นมีราคาไม่ต่ำกว่าล้านแต้มแต่นี่ผมได้มันมาในราคาแค่150,000แต้มมันค่อนข้างน่าเหลือเชื่อสำหรับเธอ.

เมื่อผมดูคำอธิบายสำหรับยูนิคเพิ่ม.

ผมเปิดหน้าต่างเพื่อดูความสามารถที่ซ่อนอยู่ มีบางอย่างโผล่ออกมาด้านล่างของสเตตัสของผม.มีเพียงแค่สองอย่าง แต่ผมก็มั่นใจ.

ศักยภาพคือส่วนที่เพิ่มขึ้นมา.

ตอนนี้ผมมี 287 เต็ม 500 ถ้าผมยกสถานะทั้งหมดให้ได้ อย่างละ 100 มันก็จะเต็มพอดีและขีดจำกัดของผมก็จะเพิ่มขึ้น.ผมพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ การที่สามารถเห็นศักยถาพได้จะกำหนดบทบาทของผมในภายภาคหน้า.

ฉายาหรือเครื่องสวมใส่ที่ดีสามารถที่จะทำลายขีดจำกัดเหล่านั้นได้และมีเพียงแค่แกร์นดยุคเท่านั้นที่รู้วิธีแต่ตอนนี้มันยังไม่จำเป็นสำหรับผม.

‘นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดี’

มัทอายมันเป็นสกิลที่ตบตาคนอื่นได้.

มันสามารถมองเห็นความสามารถของคนอืนได้แต่มันจะไม่มีความหมายหากคนที่มองดูไม่มีความสามารถมากนัก.

คนก่อนที่มีความสามารถนี้คือดยุคเดฟีเรียปากมาก

เธอชอบที่จะรวมสกิลเล่นๆและบังเอิญว่าหนึ่งในนั้นคือมัทอาย.

มันไม่ได้เป็นความลับมากนักเพราะว่าดยุคเดฟีเลียนั่นเธอค่อนข้างที่จะปากสว่าง แต่น่าเสียดายที่สกิลนี้มีแค่หนึ่งเดียว หากคนเหล่านั้นใช้ทักษะที่รวมเหมือนกับเธอมันก็จะไม่ปรากฎออกมาอีก.

ดยุคเดฟีเลียใช้ประโยชน์จากมัทอายทำให้กองทัพของเธอแข็งแกร่งมากและเธอยังเป็นผู้นำที่ชาญฉลาด ระดับของดยุคเดฟีเลียเพิ่มขึ้นมากจากฝูงชน เธอได้รับผลประโยชน์มากมาย.

ดยุคเดฟีเลียใช้การแลกเปลี่ยนเหล่านั้นกับดีม่อนอื่นๆในการรวบรวมแต้ม แต้มเหล่านั้นนำมาใช้ผสมสกิลต่างๆ ทำให้เธอค่อนค้างที่จะโด่งดังมากในหมู่มนุษย์.

แม้แต่แกร์นดยุคเข้าไปบุกดันเจี้ยนของเธอก้ยังได้รับบาดเจ็บ ดยุคเดฟีเลียนั้นมีระดับมากพอจะเป็นที่2.

‘มันเป็นการละลายแต้มเพื่อให้ได้มัทอาย.’

ดยุคเดฟีเลียมุทะลุในการใช้สกิลมาผสมกันอย่างมากมายดังนั้นเธอจึงไม่อาจจะเทียบได้กับแกร์นดยุคแต่มัทอายก็ยังคงมีประโยชน์อยู่ดี.(สายพ่อค้า รวมสกิลเอาไปขาย 55)

“นะ-นายท่าน นั่นเวทย์อะไร?”

“มันก็แค่เวทย์มนต์.”

หนึ่งในสกิลที่สำคัญที่สุดไดดรับมาแล้วแต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่ได้จบดี.

ผมค้นหาของที่จำเป็นต้องใช้อีกในร้านค้า ตอนนี้ผมมี80,000แต้มผมจำเป็นที่จะต้องใช้ให้มันมีประสิทธิภาพที่สุด.

‘ฉันต้องการยกระดับของสถานะในช่วงคุ้มครองนี้อยู่.’

ระยะเวลาคุ้มครองนี้มีทั้งสิ้น 8 เดือน.

แม้ว่ามันไม่น่าพอใจนัก แต่คุณก็ต้องทนอยู๋ให้ได้ใน8เดือน.

ในช่วงเวลาคุ้มครอวงนี้มี่แต่ดันฯมาสเตอร์เท่านั้นที่โจมตีสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในชั้นแรกได้ แม้ว่ามันจะน้อยแต่มันก็ไม่ง่ายที่จะฝ่ามันไป.

มันเป็นความจริง ดีม่อนตนอื่นก็เช่นกัน.

ในอีกความหมายคือเหล่าดีม่อนไม่สามารถจู่โจมมนุษย์ได้ในระยะเวลา8เดือน.

เหล่านักรบของมนุษย์จะต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้ากับดันเจี้ยน ดีม่อนก็แค่เฝ้ารอเวลา ผ่อนคลาย หรือ วางแผนในระยะเวลาเหล่านี้.

ผมใช้ 20,000 แต้มในการซื้อสัญญาณเตือน.

สกิลนี้ความแตกต่างของมันก็คือถ้ามีใครลอบเข้าไปในห้องของแกนดันเจี้ยนได้มันจะส่งสัญญาณเตือน มันเป็นกรณีของผมหากเจอคนที่ตั้งใจจะบุกเข้ามาในนี้ตอนที่ผมเข้าห้องฝึกฝน.

แน่นอนว่าการจะเกิดขึ้นนั้นเป็นศูนย์ แต่ก็เพื่อเอาไว้ในกรณีเลวร้ายมากที่สุด.

และสุดท้าย…

ผมซื้อตั๋วเข้าห้องฝึกฝนโดยไม่มีความลังเล ผมมีโอกาศเพียงแค่8เดือนเท่านั้นในการเข้าห้องฝึกฝน

หากหมดระยะเวลา8เดือนนี้ไปแล้วผมคงจะยุ่งอยู่กับการจัดการดันเจี้ยนนี้ใหม่ แน่นอนว่านั่นคือวัตถุประสงค์ของผม.

‘ฉันต้องการได้รับผมประโยชน์ทั้งหมดในดันเจี้ยน.’

ซึ่งแต่ต่างจากชีวิตก่อนหน้า.

คำตอบเหล่านั้นจะได้รับหากไปสิ้นสุดของถนนสายนี้.

*     *     *

ห้องฝึกฝน.

ผมรู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเข้ามา ความเข้มข้นของมานา! แม้มันจะทำได้แค่เพียงให้ร่างกายของผมรู้สึกสดชื่น.

ผมมองไปรอบๆอย่างช้าๆ แม้ว่ามันจุถูกเรียกว่า ห้อง แต่ความเป็นจริงแล้วมันเป็นดั่งเขาวงกตมันมีทางเดินที่คับแคบและโค้งไปมาเหมือนกับรากของต้นไม้.

เป้าหมายของผมคือการเคีรย์เขาวงกตนี้.

‘ในความเป็นจริงผมก็แค่หวังโบนัสจากสถานที่แห่งนี้.’

มันสามารถยกระดับสถานะของผมได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายที่อ่อนแอจะถูกปรับตัวและได้รับพลังงานอยย่างถูกต้องนี่คือแนวคิดของการ ฟื้นฟู ในความรู้สึกสถานที่เต็มไปด้วยมานามันเหมาะที่จะขัดเกลาร่างกายของผม.

แทนที่ผมจะเพิ่มสเตตัสผมอย่างเดียวผมกลับอยากจะเครียร์ห้องฝึกฝนที่ไปเลยในตัว เพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์ที่มากขึ้นในการเพิ่มสเตตัสของผมหรืออาจจะได้รับรางวัลเป็นอย่างอื่น.

มันไม่ชัดเจนว่าการที่เครียร์ห้องฝึกฝนได้จะได้รับฉายา ผมเคยได้ยินเรื่องนี้มาจากคนอื่น อนที่จริงผมก็หวังว่าผมจะได้รับฉายา หรือว่า แต้มสักนิดก็ยังดี .

‘มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในการได้รับฉายา.’

วิธีการหนึ่งที่จะข้ามขีดจำกัดไปได้ก็คือฉายา มันเป็นไปได้ที่จะได้รับซ้ำกับผู้อื่นหรือไม่ก็ได้้รับเพียงคนเดียว ในชีวิตก่อนผมได้รับมาแค่สองฉายาเท่านั้น แม้ว่าผมจะรอดมาได้จนจบสงครามแต่ผมก็ได้รับเพียงแค่สองฉายา เพราะงั้นมันเป็นเรื่องยากที่มากที่จะได้รับฉายาอื่นๆ.

แต่เพราะศักยภาพของผมนั้นถูกปิดกั้น แต่เป็นเพราะว่าฉายาของผมค่อนข้างดีทำให้ชีวิตของผมรอดมาได้จนถึงเวลานั้น.

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมประสบปัญหาในการเพิ่มค่าสเตตัสของผม ความแข็งแกร่งของผมหยุดอยู่ที่93และค่าอื่นๆก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก ค่าความสามารถของผมค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกบัคนอื่นๆแต่ผมก็สามารถผ่านมันมาได้.

‘ฉันได้ใช้ห้องฝึกฝนแค่ไม่กี่ครั้ง.’

ดันเจี้ยนของผมหายไปเร็วกว่าใครเขาทั้งหมด ดังนั้นผมจึงไม่สามารถใช้ห้องฝึกฝนได้นานนัก.(กากโครต 55)

เสียงคำรามและไฟที่แผดเผาอยู่ภายในร่างกายของผม ผมสาบานว่าจะไม่ซ้ำรอยเดิมอีก.

อย่างไรก็ตามฉายาจะช่วยให้ผมทำลายกำแพงเหล่านั้นได้ ความสำคัญของมันก็เพียงพอที่จะพูดถึงมันได้ไม่กี่ครั้ง.

ทั้งข้อจำกัด จากของสวมใส่และฉายา พวกเขาไม่อาจจะทำเหมือนๆกันได้ หากพวกเขาไม่ตระหนักถึงความสำคัญของฉายามันก็คงจะไม่ดีเท่าไรนัก.

“ฉันจะได้รับในสิ่งที่ฉันเห็นถึงปัญหาเหล่านี้.”

ความเข้มข้นของมานาพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง.

เขาวงกตในเขาวงกต ความกดกัดที่แผ่ออกมามันเข้มข้นเกินกว่าที่จะบินได้ และผมก็ตรวจเช็คสิ่งของต่างๆในกระเป๋าที่ห้อยอยู่ที่เอวของผม.

ผมสามารถออกจากห้องฝึกฝนตลอดเวลาแต่ผมไม่ต้องการจะใช้แต้มไปโดยเปล่าประโยชน์จนกว่าจะเครียร์ห้องฝึกฝนเหล่านี้ได้ผมจึงได้ทำการซื้อกระเป๋าเวทย์มนต์มาในราคา10,000แต้ม มันสามารถเก็บสิ่งของได้มากถึง150เท่าของขนาดตัวกระเป๋าของมัน.

มันมีทุกอย่างทั้งน้ำและอาหาร แม้ว่าดีม่อนจะสามารถอดอาหารได้ แต่ใน8เดือนนี้ผมต้องการมุ่งเน้นในการปฏิบัติมากกว่าการลิ้มรส ของเหล่านี้มันมากพอที่จะหยุดความหิวของผมเท่านั้นเอง.

ผมเปิดกระเป๋าสำรวจดูภายในอีกครั้ง.

‘งั้นก็เริ่มต้นกันแบบ เบาๆ.’

ห้องฝึกฝนนั้นให้ความท้าทายในแบบต่างๆในแต่ละแยก ผมจำเป็นต้องเลือกหนึ่งในหลายเส้นทางเหล่านี้.

ผมวิ่งไปจนถึงทางแยกแรกหลังจากที่วิ่งมากว่า3ชม. มีห้องให้เลือกเยอะแยะมากมาย อาวุธหลากหลายประเภทได้วางไว้อยู่เบื้องหน้า.

หน้าต่างโผล่ขึ้นมาผมเลือกดาบเหล็กโดยไม่ต้องคิด อาวุธอื่นๆหายไปเหมือนกับภาพลวงตา คลื่นมานาเปลี่ยนแปลงอีกครั้งและรับรู้ได้ถึงความรู้สึกไม่เป็นมิตรออกมา.

“กรรร…”

จำนวนรอยแตกที่อยู่บนพื้นปรากฎขึ้นกว่า300หลุม.

ดีม่อนหลายตนอาจจะกำจัดหมาป่าคลั่งทั้งฝู้ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว แต่เนื่องจากสเตตัสของผมมีอยู่จำกัด ดังนั้นแล้วด้วยจำนวนขนาดนี้มันก็น่ากลัวพอตัว.

ผมใช้มัทอายเพื่อเช็คหน้าต่างของหมาป่าคลั่ง.


วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ตาลายหมดแล้ว ต้องมาแปลและปรับสำนวนใหม่ อิอิ