0 Views

ถึงแม้ว่าพวกคนแคระจะตัวเล็กแต่มันก็ใหญ่กว่าแฟรี่มากนักซึ่งความสูงของพวกเขาก็ประมาณเอวของผม.แม้ว่าพวกเขาจะขอโอกาศโดยไม่ได้สบตาผมก็เถอะ.

ผมได้บอกให้คนแคระเหล่านั้นยืนขึ้น.แล้วสิ่งที่ผมเห็นนั้นทำให้ผมแทบสะดุ้งถึงสภาพเหล่านั้น ผมไม่สามารถที่จะขยับปากของผมได้เลย.

“คุณทำอะไรกับพื้นดินตอนนี้?”

คนแคระทที่อยู่ตรงกลางที่ดูเหมือนเป็นผู้นำพูดขึ้น.

“พี่สาวบอกว่าคุณต้องการรีสอร์ทเพื่อให้คุณพักผ่อน.”

ไอ้ที่เละเป็นขี้นี่นะรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อน.

ผมไม่อยากจะคิดถึงวิธีการทำรีสอร์ทของยิฮิเลยเพราะว่าสมองของเธออาจจะดูซับซ้อนแต่ก็นะถ้าผมได้ลองเข้าไปสำรวจดูมันอาจจะโล่งๆก็ได้.

ขมวดคิ้ว……

“ใช้เวลาเท่าไรกว่ามันจะเสร็จ?”

คนแคระมองไปที่ยิฮิก่อนจะพูดว่า

“หะ-หากมีวัสดุเพียงพอก็5วัน.”

“เร็วโครต.”

“เราสามารถทำมันได้อย่างเยี่ยมยอด”

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมืใจ.

ผมพยักหน้า.

“ผมต้องการที่จะให้พกวคุณทำมันให้มีขนาด1ใน5ของบนชั้นนี้ เส้นตายคือ1เดือนนับจากนี้ ยิฮิ เธอให้วัสดุที่จำเป็นสำหรับพวกเขาและเหล่าคนแคระทั้งหลายไม่ต้องโหมงานขนาดนี้เข้าใจมั๊ย.”

“จะ-จริงหรอ?”

“พวกนายจะได้รับอาหาร3มื้อต่อวันและสามารถพักได้10นาทีต่อชั่วโมง ในอนาคตพวกนายจะได้นอนวันละ6ชม..”

ผมไม่ต้องการให้คนแคระเหล่านั้นตายก่อนมันจะเสร็จ

ถึงแม้ว่าการดำเนินการตอนแรกมันจะห่วยแต่ผมไม่ต้องการให้พวกเขาตายตอนนี้อย่างน้อยๆก็รักษาชีวิตพวกเขาไว้ก่อน

“โอวว!ดันเจี้ยนมาสเตอร์!เจ้านายของผม!”

“ผมเชื่อมัน.ผมจะเชื่อมั่นมันอย่างแท้จริง!”

พวกเขาหลั่งน้ำตาแห่งความสุข.

พวกเขาเป็นน้ำตาของแท้.

พวกคนแคระเริ่มคุกเข่าร้องไห้.

ผมมองไปที่ยิฮิและถามด้วยสายตาว่า”เธอทำอะไรพวกเขา?” แต่ยิฮิเธอก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจหันหัวออกไปและฮัมเพลง

‘หืมม.ยิฮิเธอมีความสามารถขนาดนี้?’

แม้มันจะน่าอายแต่มันก็ไม่ได้เลวร้าย.

ภาพที่เห็นด้านหน้าค่อนข้างประหลาดใจ.ผมไม่เคยมอบแต้มให้เธอจัดการและในชีวิตก่อนหน้านั้นดันเจี้ยนของผมก็พังไปอย่างรวดเร็วทำให้ผมไม่อาจจะเห็นความสามารถของเธอก่อนหน้านี้ได้.

แต่พอคิดว่ามันอาจจะเป็นแส้และแครรอท(ทั้งพระเดชและพระคุณ).

ยิฮิเธอบีบคั้นพวกเขาเหมือนกับเป็นเจ้าของ เมื่อผมเข้าไปข้างในสภาพแวดล้อมก็ดีขึ้นนิดนึกแต่พวกเขา(คนแคระ)ยังคงคุกเข่าร้องไห้อย่างมีความสุข.

มันคงจะดีถ้าความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดครั้งเดียว มันอาจจะเป็นเรื่องยากแต่ถ้าคนงานที่มาทำสวนตายไปเธออาจจะได้ประสบการณ์ขึ้นเล็กน้อย.

พวกเขาถูกอัญเชิญมาด้วยแต้ม ผมจะขูดเลือดขูดเนื้อพวกเขาให้ถึงที่สุด.(ไอ้ซาดิส บอกเลยกันดาน)

อาหาร3มื้อพักทุก10นาที/ชม นอน6ชม/วัน ที่เกิดขึ้นนี่เพื่อให้ะพวกเขามีชีวิตรอด.(แรงงานทาสชัดๆ)

‘แม้ว่าการออกแบบนั้นจะแปลกไปบ้างแต่ผมก็ไม่ได้วางแผนที่จะพักผ่อนที่นี่.’

เหล่าผุ้มีพลังพวกเขาไม่สนใจตราบใดที่มันมีพื้นที่ปลอดภัย.พวกเขาเต็มใจที่จะเข้ามาในสวนขี้นี้ถ้ามันปลอดภัย.

ดังนั้นความสวยงามเป็นสิ่งไม่จำเป็น.

“นายท่าน เป็นไงบ้าง? มันอาจจะไม่สวยนัก?”

Yihi ถามอย่างอาย ๆ.

ยิฮิและผมออกจากชขั้นสามเข้ามาในห้องส่วนกลาง ห้องแกนดันเจี้ยนที่เป็นเหมือนกับหัวใจของยิฮิ แกนดันเจี้ยนเปล่งแสงสว่างมากราวกับว่าเธอกำลังกังวล

ผมพยักหน้าเบาๆ.

“มันเป็นความสวยงามในความรู้สึกหลายอย่าง.”

“ยิฮิฮิ.” (หลายคนอาจจะลืม กันดาลตั้งชื่อแกนดันเจี้ยนตัวนี้ตามเสียงหัวเราะของเธอ)

ยิฮิ ยิ้มกว้าง.

โชคดีที่เธอไม่ถามต่อ

“ยิฮิ อย่าลืมที่ผมสั่งไว้นะ”

“ฉันเข้าใจ.”

“แต่เธอไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับการแสดงออกของปัจจุบัน เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะทำงานอย่างหนัก ผมจะปล่อยให้คุณรับผิดชอบในส่วนนี้”

“มันจะดีหรอ?”

“ผมไม่มีเวลามากในการดูแลดันเจี้ยนนักแต่ผมจะไว้ใจคุณสักครั้งในการปรับปรุงดันเจี้ยนแห่งนี้.”

ตาของยิฮิลุกวาวเมื่อผมบอกว่าไว้ใจเธอ.

“ฉันสามารถดูแลความรับผิดชอบที่มากขนาดนี้จริงๆ?”

“ยิฮิ ผมค่อนข้างที่จะยุ่งมากในอนาคตผมไม่มีเวลาว่างมาดูรายงานเล็กๆน้อยๆขนาดนี้ และผมอาจจะมอบความไว้วางใจของผมให้กับเธอในอนาคตหากเธอทำเช่นนี้ทุกครั้งแล้วผมจะไม่ผิดหวังเลยทีเดียว.”

“ไม่! ยิฮิจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง!”

เธอใส่หัวและกำมือแน่นผมมั่นใจว่าผมสามารถให้เธอดูแลสภาพแวดล้อมโดยรอบของดันเจี้ยนและคนงานคนแคระกับเธอ.

“ผมเชื่อเธอนะ.”

“ยิฮิ~”

“ยิฮิ. เข้าสู่โหมดการจัดการภายใน. ถึงเวลาแล้วที่จะเอาพวกออคมาไว้ที่ชั้น3และ5.”

“เข้าใจแล้วนายท่าน!”

ชะวิ้งง!

แกนดันเจี้ยนส่งภาพฉายโฮโลแกรมออกมา.

ผมมองไปที่สถานะของชั้นสาม มีออคตายไปกว่า100ตัวบนชั้นนั้น(ตอนที่มันกวาดล้างเหลือแค่ไอ้หง่อนไก่ไง)และผมต้องทำให้พวกมันมีจำนวนเยอะขึ้น.

ครั้งแรกก็ 50 ตัวและเพิ่มเป็น 200 ใน 9 เดือนก่อนที่จะไปกวาดล้างไอ้พวกเวรนั่น

ออคอุ้มท้อง 3เดือนและให้กำเนิดลูกออกมา 5 ตัวและก็โตเต็มที่ใน 6 เดือน.

ในความเป็นจริงมันต้องใช้ระยะเวลาถึงปีครึ่งในการเจริญเติบโตทั้งหมดแต่เพราะในดันเจี้ยนมีมานาที่เข้มข้นทำให้การเจริญเติบโตของมันเร็วขึ้นถึง 4 เดือน.

‘มันใช้เวลานานไปเล็กน้อย.’

ออคนั้นมีราคาค่อนข้างแพง ออคตัวนึงใช้ 700 แต้ม ในขณที่กีอปลินและโคลโบล ใช้ 35 แต้ม

‘แต่มันจำเป็นที่จะเพิ่มพวกมันในชั้น 5.’

แม้ว่าผมจะไม่ค่อยชอบความรู้สึกนี้เท่าไหร่นักผมไม่สนว่าเหล่าผู้ปลุกพลังจะสามารถเครียร์ชั้นที่ 4 ได้อย่างหมดจดแต่ผมต้องทำให้พวกเขารู้สึกถึงความสิ้นหวังเมื่อพวกเขาขึ้นมาชั้น 5.

ผมมองไปที่รายชื่อของสิ่งมีชีวิตที่อาจจะซื้อ.

หลายหน้าต่างเปิดออกมาพร้อมกันด้วยจำนวนกล่องแต้มที่เพิ่มขึ้นทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆปรากฏออกมามากขึ้นเป็นเท่าตัว.

และการอัญเชิญสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็แบ่งออกเป็นตามเลเวล 1-5 และสิ่งมีชีวิตขั้นต่ำเหล่านี้ก็สามารถที่จะเอาระดับเหล่านี้มาเป็นบรรทัดฐานได้

สิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานและมันอาจจะต้องมีเงื่อนไขบางอย่างในการเลือกใช้ผมจำเป็นที่จะต้องมองไปถึงจำนวนแต้มของผมที่จะต้องใช้.

“ผมควรเริ่มต้นด้วยโกเลมโคลน.”

ชั้น 5 เป็นสถานที่ที่เหล่าผู้ปกพลังเหล่านี้จะต้องมีประสบการณ์ที่สิ้นหวังอย่างถึงที่สุดจะมีการเพิ่มความยากซึ่งแตกต่างจากฉันที่ 4 เป็นเท่าตัวและเมื่อเราพูดปลุกพลังมาถึงพวกเขาจะไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปได้อีกต่อไป

หรือถูกฆ่า.

ทางเข้าที่ชั้น 5 มีสองทางดังนั้นผมจึงซื้อโกเลมโคลนวางไว้ตรงทางเข้าชั้น 5 และหุ่นเชิด 30 ตัวที่อยู่บริเวณรอบรอบในการโจมตีสนับสนุน.

ตุ๊กตาหุ่นเชิดเป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ในการจัดเก็บต่างๆในโลกปีศาจเช่น โลหะ,ยา,เวทมนต์และคาถาถูกๆที่เจ้าของสามารถสั่ง.พวกมันเหล่านั้นได้โดยตรงแม้ว่าพวกมันจะไม่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้มากนักแต่มันก็ยังดีกว่าออค.

‘หรือจะเอาฮาร์ปีดีกว่า.’

แต่ละชั้นจำเป็นจะต้องมีพันที่เด็กต่างอย่างน้อย1 สายพันธุ์.

ทั้งโคลโบล ก๊อปลิน และออค สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีความสมดุลในตัวมันเองทั้งการล่าและถูกล่าการเจริญพันธุ์ต่างๆก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีแต่สำหรับฮาร์ปี้ยังคงห่างไกลนัก.

ในขณะที่โกเลมโคลนและตุ๊กตาหุ่นเชิดปกป้องทางเข้าดันเจี้ยนที่ชั้น 5 เป็นจำนวนอย่างน้อย 50 ตัวและฮาร์ปี้ มีความจำเป็นสำหรับผมและผมต้องการวางมันไว้ 80 ตัวบนชั้น 5.

ผมใช้แต้มไปกว่า 260,000 แต้มในการจัดการภายดันเจี้ยน.และผมเหลือแต้มน้อยกว่า 910,000 แต้มที่จะเอาไว้ลงกับสมบัติภายใน

‘ปริมาณของสมบัติและอัตราการฟื้นตัวที่มากขึ้นของดันเจี้ยนขนาดนี้นั่นหมายความว่าเราพูดปลุกพลังจะต้องมารุมตอมดันเจี้ยนของผมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน.’

พื้นดินรอบดันเจี้ยนถูกควบคุมโดยเหล่าผู้ปกพลังของเกาหลีใต้และเว็บไซต์ต่างๆที่สามารถให้พวกเขาไม่ต้องเสี่ยงภายในดันเจี้ยนนี้.

ในขณะเดียวกันเราผู้ปลุกพลังจากต่างประเทศจะแอบเข้ามาในดันเจี้ยนแห่งนี้และกอยโกยสมบัติและพวกเขาเหล่านี้จะเป็นแต้มที่ดียิ่งของดันเจี้ยนของผม.

“เสร็จสักที.”

“คุณทำเสร็จแล้วหรอ?”

“ใช่.”

ผมพยักหน้าและยิฮิปิดโหมดการจัดการภายในดันเจียนในขณะที่จ้องมองมาที่ผม

“ทำไมเธอกำลังมองฉันอย่างนั้น?”

“ยิฮิฮิ.ไม่มีอะไร.”

บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจพวกแฟรี่เหล่านี้.

“ตอนนี้ผมกำลังจะออกไปหลังจากผมออกไปการทำงานที่เหลือของฝากไว้ที่เธอ.”

“โปรดไว้วางใจฉัน!!”

ยิฮิ ตอบได้อย่างรวดเร็ว และใบหน้าของเธอก็ไม่แสดงความไม่สบายใจออกมา แกนดันเจี้ยนเชื่อมต่อกับผม แต่แฟรี่ยิฮิ ถูกผูกติดอยู่กับแกนดันเจี้ยน มันเป็นธรรมชาติที่เธอจะอารมณ์เสียเมื่อใดก็ตามที่ผมจะไม่อยู่

ยิฮิเป็นแฟรรี่ แต่เธอก็แฟรี่ขี้คุย เธอต้องการใครสักคนที่จะพูดคุยกับเธอ.

“เหมือนกับว่าคุณมีบางอย่างที่จะบอกผม”

ผมกล่าวพร้อมกับหัวเราะ.

ผมมั่นใจว่าเธอคงจะงงเกี่ยวกับคำสั่งภายในร้านค้าที่ผมบอกกับเธอ.

“อ่า!ความจริงแล้วฉันจะร่ายเวทลงบนร่างกายของนายท่าน?”

“คุณสามารถใช้เวทมนตร์?”

ในชีวิตของผมก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้ยินว่าเหล่าแฟรี่นั้นสามารถใช้เวทมนตร์ได้.

พวกเขาเป็นเพียงผู้ช่วยเหลือ ร่างกายของพวกเขาไม่ได้มีผลกระทบทางกายภาพและบทบาทของแฟรี่คือการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการดันเจี้ยน

มันช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจ.

ยิฮิแกว่งนิ้วของเธอ

“ปกติมันไม่สามารถที่จะใช้งานได้ไปบ่อยและฉันก็ไม่ชอบใช้มันแต่ดันฯมาสเตอร์เป็นคนที่ดีมากดังนั้นฉันถึงถามเพื่อความแน่ใจ.”

“เอาเลย จะใช้มันได้ไง?”

“นั่น……”

“นั่น?”

“ปาก……”

“เข้าใจแล้ว ทำมันได้เลย”

มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ ฉันยังอยากจะเห็นเวทมนต์ของแฟรี่

Yihi กระพือปีกของเธอเป็นและแก้มของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดง.

“ละ-แล้วฉันจะ…?”

“ฉันเกลียดที่จะบอกว่ามันเป็นครั้งที่สอง ทำมัน.”

“โปรดปิดตาของคุณด้วย.”

“ผมต้องทำมัน?”

ผมอยากเห็นเวทมนต์ของเธอดังนั้นผมจึงถามเธออีกครั้งว่าต้องการให้ผมหลับตา.

“มันสามารถทำให้เวทมนต์ทำงานได้ดีขึ้น.”

“แปลก.”

เวทย์มนต์ของแฟร์รี่?

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่าเหล่าแฟรี่ในดันเจี้ยนสามารถที่จะใช้เวทมนตร์ได้และมันก็เพียงพอที่จะทำให้เธอสามารถใช้ได้เป็นบางครั้ง.

ผมหลับตา

Yihi หยุดและบินในด้านหน้าของใบหน้าของฉันในขณะที่……

จุ๊บ♥

มีบางอย่างสัมผัสริมฝีปากของผมผมขมวดคิ้วเล็กน้อยและเปิดตาเพื่อดูข้อความที่ลอยอยู่บนอากาศ.

‘นั่น…..’

ฉายา!

ผมมีฉายานักรบที่ทรหดอยู่แล้ว.และตอนนี้ผมได้ฉายาที่สอง.

ผมมองดูอาการของยิฮิก่อนที่ผมจะเปิดหน้าต่างสถานะของผม.

การให้คะแนนก็ยังเป็นปกติ.

Unique(ยูนิค). ฉายาระดับยูนิค!

นอกจากนี้มันยังเพิ่มพลังเวทย์ถึง 6 แต้มเมื่อบวกกับความสามารถที่ได้เฉพาะจากฉายาทำให้พลังเวทของผมเพิ่มไปถึง90แต้ม

เมื่อสถานะของผมมีถึง 90 แต้มความแตกต่างระหว่างที่ได้รับกับร่างกายของตัวเองเริ่มสามารถรับรู้ได้อำนาจของพลังเวทย์ที่เชื่อมต่อกับพลังลึกลับสามารถควบคุมเวทมนต์และสภาพล้อมโดยรอบได้ดียิ่งขึ้น.

รวมพลังเวทย์ของผมถูกเปิดขึ้นในโลกของปีศาจความรู้สึกของเราจะรู้สึกว่าตัวตนของคนคนนั้นสูงส่งยิ่งขึ้นและพวกเขาจะรู้สึกกลัวโดยไม่สามารถที่จะหาเหตุผลมาอธิบายได้และในช่วงชีวิตของผมก่อนหน้านี้ผมเคยเจอปีศาจที่มีพลังอำนาจของเวทมนต์และความฉลาดที่สูงกว่าของผมทำไมผมต้องเข็ดขยาดแต่ตอนนี้อำนาจวิเศษระดับนี้ผมได้สัมผัสถึงมันเรียบร้อยแล้ว.(เพื่อหลายๆคนลืมคนที่ทำให้กันดานกลัวขี้แตกขี้แตนนั้นคือ แอเรีย ครับ ที่เป็นราชาในชีวิตก่อนหน้าของกันดาน)

ผมมองไปที่เธอ(ยิฮิ)และยิ้มปานจะกลืนกิน.

ยิฮิ ห่อตัวเหมือนกับรอเวลาให้ผมโกรธ.

รายการให้พรของเธอทำให้ผมได้รับฉายาที่ดีมากดังนั้นผมจึงไม่โกรธเธอลง.

“ขอบคุณ.”

เธอทำหน้าแปลกใจเมื่อเธอได้ยินคำพูดของผม.

มันน่าอึดอัดใจผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมีคนที่ทำให้ผมพูดคำว่าขอบคุณได้อย่างชัดถ้อยชัดคำแต่ตอนนี้ช่วงเวลาความรู้สึกที่ผมสำนึกถึงคำว่าขอบคุณที่มีให้กับเธอนั้นทำให้ผมไม่สามารถที่จะเก็บครอบงำไว้ในจิตใจของผมที่มันอึดอัดทำไมระบาย

Yihi รู้สึกความจริงใจของผมและหัวเราะ.

“ยิฮิฮิ. มันไม่มีอะไรมาก.ตอนนี้ฉันสามารถพูดคุยกับนายท่านเมื่อฉันต้องการ.ฉันชอบสิ่งนี้!”

“ถ้ามันเป็นกรณีฉุกเฉินก็ตามสบาย.”

เพราะว่าแฟรี่นั้นพูดเก่ง.

ถ้าผมปล่อยให้เธอพูดได้อย่างอิสระแล้วเธอจะไม่หยุดที่จะพยายามติดต่อt.

“…ได้.”

“ตอนนี้ผมกำลังไปแล้วจริงๆได้โปรดดูแลดันเจี้ยนนี้ให้ดีๆ.”

“โปรดอย่ากังวลและเดินทางอย่างปลอดภัยนะนายท่าน.”

ยิฮิ ก้มหัวลง.

ผมโบกมือและวาปมาชั้นบนสุดของดันเจี้ยน