0 Views

จากนั้นไม่นานชายชราสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มผมเพ้าสีขาวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในห้องโถง เขาจ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง เเละกล่าวถามอย่างไร้อารมณ์”ท่านมาเพื่อขายยันต์อักขระพลังใช่หรือไม่?”

 

“อืม,ข้ามียันต์อักขระพลังคุณภาพดีที่ต้องการจะขาย ได้โปรดตรวจสอบมันเเละประเมินราคา”เย่เฉินเฟิง พยักหน้าจากนั้นก็หยิบยันต์เข็มทองคำออกมาเเละส่งมันให้กับชายชราเสื้อคลุมสีน้ำเงิน

 

รับยันต์เข็มทองคำมาจากเย่เฉินเฟิง ชายชราขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย เขาสังเกตุเห็นว่ากระดาษยันต์อักขระที่ใช้ทำยันต์เข็มทองคำนั้นเป็นเกรดที่ต่ำที่สุดในตลาด ราคาของมัน ไม่เกิน 100 เทล

 

เเม้ว่าตัวกระดาษลงอักขระจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพพลังของรูปแบบอักขระ เเต่เหล่าปรมาจารย์ผู้ใช้อักขระจำนวนมากเพื่อรักษาใบหน้าเเละเกียรติของตนเองพวกเขาจะไม่ใช่กระดาษยันต์อักขระเหล่านี้ในการปรับเเต่งอักขระพลังลงไปอย่างเเน่นอน

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยันต์เข็มทองคำของ เย่เฉินเฟิง ยังไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ ที่บ่งบอกว่าใครเป็นคนทำ ชัดเจน ว่าไม่สามารถระบุที่มาที่ไปได้

 

ผ่านไปประมาณ 5 นาที ผู้เฒ่าชุดคลุมน้ำเงินก็ได้ประเมินยันต์เข็มทองคำเสร็จ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองไปที่ เย่เฉินเฟิง เเละ พูดขึ้น”นี่เป็นยันต์อักขระพลังที่สมบูรณ์ ข้าสงสัยว่าท่านได้รับมันมาได้อย่างไร?”

 

“ข้าขอโทษด้วย เเต่ที่มาของยันต์อักขระพลังนี้เป็นความลับ”

 

เย่เฉินเฟิงกล่าวขอโทษ เว้นเสียเเต่ว่าจะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เขาจะไม่เปิดเผยความลับของตนเองออกมาอย่างเเน่นอน เพื่อหลีกเลี่ยงการดึงดูดผู้คนเเละอันตรายเข้าหาตนเอง

 

“อักขระพลังที่สลักลงบนยันต์นี้ลึกลับอย่างยิ่ง ชายชราคนนี้เข้าใจเพียงเเค่ หนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น ข้าไม่สามารถกำหนดราคาคุณค่าของมันได้ หากท่านไม่บอกที่มาที่ไปของยันต์อักขระพลังนี้ ถ้าหากท่านยืนกรานจะขายมัน ทางร้านเมฆขาวของเราก็คงจะได้รับซื้อมันได้ในราคาที่ต่ำที่สุด”เเม้ว่าชายชราชุดคลุมสีน้ำเงินจะรู้สึกได้ถึงความเเข็งเเกร่งของยันต์เข็มทองคำ เพราะอักขระพลังที่ลงเอาไว้ เเต่เขาก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงเพราะไม่รู้รายละเอียดที่เเน่นอน

 

“ข้าสงสัยว่าราคาต่ำสุดที่ท่านว่าคือเท่าใด ?”เย่เฉินเฟิงขมวดคิ้วขึ้นเเละกล่าวถาม

 

“3,000 เทล”

 

ได้ยินราคาที่ผู้เฒ่าชุดน้ำเงินกล่าวออกมานั้น เย่เฉินเฟิง รู้สึกพูดอะไรไม่ออก นั่นเป็นราคาเดียวกับยันต์เข็มทองคำธรรมดา ที่ไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายในการยกระดับยันต์เข็มทองคำอื่น ๆ

 

“ไม่มีวิธีที่จะทดสอบคุณค่าของยันต์อักขระพลังของข้าเลยงั้นหรอ?”เย่เฉินเฟิง กล่าวถามออกมา

 

“มีอีกวิธีหนึ่ง นั่นก็คือ การทดสอบพลังด้วยการสร้างอักขระพลังขึ้นมา เเต่นั่นท่านจะต้องสร้างอักขระพลังจำลองขึ้นมาเพื่อทดสอบด้วยตนเอง”ชายชรากล่าวตอบ

 

“เอาล่ะ ข้าเข้าใจเเล้ว งั้นข้าขอโทษด้วยที่รบกวนท่าน”เนื่องจากไม่มีความหวังที่จะขายมัน เย่เฉินเฟิง จึงไม่ต้องการรบกวนชายชราอีก

 

เขาได้เดินออกจากร้านเมฆขาว เเละ พยายามเดินไปยังร้านอื่นเพื่อลองเสี่ยงโชค

 

เเต่ร้านค้าเหล่านี้ไม่มีผู้ประเมินอักขระพลัง ดังนั้นพวกเขาจึงสงสัยว่ามันเป็นของปลอม เเม้เเต่บางร้านกระทั่งอยากจะถีบหัวไล่ส่งเขาออกมา

 

“ข้าจะหาคนที่รู้ว่าอะไรดีสำหรับพวกเขาได้จากที่ไหนกัน?”เย่เฉินเฟิงจ้องมองไปที่ฝูงชนมากมายที่เบื้องหน้าของเขาก่อนที่เขาจะรู้สึกท้อเเท้เล็กน้อย

 

หากเขาไม่สามารถขายยันต์เข็มทองคำนี้ได้ความพยายามทั้งหมดของเขาก็คงจะไร้ประโยชน์เพราะเขาจะไม่มีเงินอื่น ๆ สำหรับซื้อทรัพยากรบ่มเพาะพลัง

 

หากเขาไม่มีทรัพยากรบ่มเพาะพลังเเม้เขาจะได้รับมรดกจากสมองศักดิ์สิทธิ์ ความเร็วในการฝึกฝนของเขาก็ยังคงได้รับผลกระทบ

 

“เเล้วฉันจะหาเงินจากที่ไหนดี…”

 

ขณะที่ เย่เฉินเฟิง กำลังเดินไปที่ใจกลางเมืองอย่างไร้จุดหมาย เขาก็สังเกตุเห็นผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่กำเเพงสีชาด เเละพูดคุยเรื่องอะไรบางอย่าง

 

ขณะที่เขาเดินเข้าไปใกล้เขาก็สังเกตุเห็นกระดาษสีเหลืองที่เเปะอยู่บนผนังกำเเพง

 

“ท่านลอร์ดเเห่งเมือง จักรพรรดิขาว จะมอบเงินจำนวน 100,000 เทล ให้กับหมอศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของ บิดาของเขาที่ป่วยหนักได้”

 

ดวงตาของเย่เฉินเฟิง เบิกกว้าง ทันทีที่เห็นข้อความในใบประกาศ เขาที่กำลังกังวลถึงเรื่องที่จะหาเงินยังไง จู่ ๆ ก็มีโอกาสลอยเข้ามาหาเขา

 

“ถ้าข้าสามารถได้รับเงิน 100,000 เทล นี้ข้าสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ในปัจจุบันของข้าได้ เมื่อถึงเวลานั้น ข้าไม่จำเป็นจะต้องสนใจว่าจะขายยันต์เข็มทองคำได้หรือไม่”เย่เฉินเฟิง พึมพัมกับตัวเอง เขาตัดสินใจที่จะไปที่คฤหาสน์ของลอร์ดเมืองจักรพรรดิขาว เเต่ทว่า เขาจะต้องฝึกฝนทักษะเข็มวิถีฟ้าก่อน,ตามที่รับรู้มา ทักษะเข็มวิถีฟ้า สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้ทุกประเภท หลังจากฝึกฝนเสร็จสิ้น เขาจะไปที่คฤหาสน์ของลอร์ดเพื่อดูอาการบาดเจ็บ

 

หลังจากครุ่นคิดได้เช่นนี้ดวงตาของเย่เฉินเฟิง ก็เต็มไปด้วยประกายสว่างวับ

 

“ทักษะเข็มวิถีฟ้า”

 

เย่เฉินเฟิงได้กลับไปที่บ้านเเละหยิบเข็มเงิน 12 เล่ม ขึ้นมาไว้ที่ด้านหน้าของเขา จากนั้นเขาก็ฉีดอัดพลังวิญญาณเข้าไปในเข็มเงินพร้อมกับบ่งการควบคุมให้มันเเกว่งไปมาเล็กน้อย จากนั้น ก็สั่งการให้มันเเทงทะลุที่เเขนของเขาอย่างต่อเนื่อง

 

หลังจากนั้นไม่นานควันสีขาวจำนวนมากก็ลอยออกมาจากเเขนของ เย่เฉินเฟิง กลิ่นอายความเย็นเเละความร้อนได้เเผ่กระจายไปทั่วทั้งเเขนของเขาทำให้เขารู้สึกมึนงง

 

เย่เฉินเฟิง ได้พยายามหยิบเข็มเงินขึ้นมาอีก 10 เล่ม พร้อมกับเจาะเข้าไปที่เเขนของเขาอีกครั้งโดยใช้ทักษะเข็มวิถีฟ้า

 

อย่างไรก็ตาในเวลานี้มีเข็มเงินสองเล่มที่เบี่ยงเบนผิดจุดทำให้เเขนของเขาถูกเจาะจนมีเลือดหยดไหลออกมาจากเเผล

 

“ดูเหมือนว่าข้าจะยังไม่เข้าใจสาระสำคัญที่เเท้จริงของ ทักษะเข็มวิถีฟ้า”เย่เฉินเฟิง ดึงเข็มเงินออกจากเเขนของตนเองเเละปิดตาลง จากนั้นเขาก็สรุประสบการณ์ของเขาเเละทำการฝึกการฝังเข็มต่อไป

 

หลังจากผ่านวันคืนเเห่งการฝึกฝน เย่เฉินเฟิง ก็รับรู้ถึงความน่าประหลาดใจของทักษะเข็มวิถีฟ้า ตอนนี้ความเเม่นยำของทักษะการฝังเข็มของเขาพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 9 ส่วน

 

สิ่งเดียวที่เขาขาดตอนนี้ก็คือประสบการณ์

 

เช้าตรู่ เย่เฉินเฟิง ได้สวมใส่หน้ากากจักจั่น พร้อมกับถือกล่องยาที่เขาได้ซื้อมาเมื่อวานนี้ จากนั้นก็เดินออกมาต้อนรับเเสงเเดดยามเช้าพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของลอร์ดเมืองจักรพรรดิขาว

 

“มีหมอจำนวนมากมาที่นี่”

 

เมื่อเย่เฉินเฟิงมาถึงที่คฤหาสน์ของลอร์ด เขาก็พบประตูที่ปิดสนิทเเละจะเปิดออกเป็นบางครั้ง มีหมอผมขาวจำนวนมากกว่าโหลได้มารวมตัวกันที่ด้านหน้าคฤหาสน์ของลอร์ดเเละกำลังพูดคุยกันบางสิ่ง

 

อย่างไรก็ตามดูจากใบหน้าของพวกเขาเเล้วเป็นที่ชัดเจนเเล้วว่าพวกเขาไม่สามารถประเมินอาการเจ็บป่วยของ บิดาของท่านลอร์ดเเห่งเมืองได้

 

หลังจากเห็นการเเสดงออกของคนเหล่านั้น เย่เฉินเฟิง หาได้ขาดความมั่นใจ เขาเดินไปที่ด้านหน้าประตูคฤหาสน์ของลอร์ดพร้อมกับเตรียมจะเข้าไป

 

“หยุด ! นี่คือคฤหาสน์ของลอร์ดเเห่งเมือง ไม่มีใครได้รับอนุญาติให้เข้าไป”เมื่อเย่เฉินเฟิง เตรียมจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ชายชราผมขาวพร้อมกับชุดคลุมสีน้ำเงินได้ ย่นคิ้วเเละพุ่งออกไปเตือนเขา

 

“ข้ามาเพื่อรักษาอาการ บิดาของ ท่านลอร์ด”เย่เฉินเฟิง กล่าวอย่างตั้งใจ

 

“ท่านมากับข้า…”

 

เมื่อได้ยินวัตถุประสงค์การมาของ เย่เฉินเฟิง ชายชรา เเซ่ไป๋ ก็ตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนที่จะจ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง อย่างระวังด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

 

เเม้ว่า เย่เฉินเฟิง จะสวมหน้ากากจักจั่น เเต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะซ่อนเร้นกลิ่นอายเเห่งความเยาว์วัยออกมา อีกทั้ง เสื้อผ้าที่เขาใส่นั้นยังราคาถูกอีกมาก ชายชราเเซ่ไป๋ จึงเริ่มสงสัยว่าเเท้จริงเเล้วชายคนนี้เป็นพวกนักตุ้มตุ๋นหรือไม่

 

“เจ้าพวกคนจรไร้น้ำยา เจ้ามาทางไหน ก็ใสหัวกลับไปทางนั้น ไม่งั้นข้าจะหักขาสุนัขของเจ้า”

 

ขณะที่ ชายชราเเซ่ไป๋กำลังนำทาง เย่เฉินเฟิง จู่ ๆ ก็มีชายร่างสูงเเต่งตัวในชุดเสื้อผ้าที่งดงามเดินออกมาจากคฤหาสน์ เขาจ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง ที่สวมใส่เสื้อผ้าราคาถูกพร้อมกับกล่องยาเล็ก  ๆ เขากล่าวด่าสาปเเช่งออกมา

 

“งั้นรึ ก็ได้ เช่นนั้นข้าขอตัว หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจเพราะข้าอาจเป็นคน ๆ เดียวที่สามารถช่วยเหลือ อาวุโสไป๋ ได้”

 

.จ้องมองไปที่ เหลียนโจว เย่เฉินเฟิง ขมวดคิ้วเเน่นเเละกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ

 

“ได้โปรดรอก่อน”

 

ขณะที่เย่เฉินเฟิงกำลังหันหลังกลับเตรียมจะจากไป ก็มีหญิงสาวที่สูงเเละสง่างามวิ่งไล่ตามเขามาจากทางคฤหาสน์เพื่อหยุดเขา