0 Views

เย่เฉินเฟิงเก็บคริสตัลจิตวิญญาณที่เเตกหักอยู่บนพื้นขึ้นมา จากนั้นเขาก็หยิบพลั่วขึ้นมาอย่างรวดเร็วเเละเริ่มลงมือขุดหลุมขนาดใหญ่ที่สนามหลังบ้างของเขาเพื่อฝังศพชายลึกลับคนนั้น

 

เพื่อความไม่ประมาท เย่เฉินเฟิง ไม่คิดจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป เขารีบกลับไปที่บ้านของเขาเเละเก็บของทั้งหมดเเละเตรียมออกเดินทางเข้าสู่เทือกเขาเมฆขาวนอกเมืองจักรพรรดิขาวทันที

 

เย่เฉินเฟิง อาศัอยู่ในเมืองจักรพรรดิขาวเป็นระยะเวลา 3 ปี เขาคุ้นเคยกับทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขาเมฆขาวเป็นอย่างยิ่ง

 

“ที่นี่คงจะปลอดภัย”

 

เย่เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกจากนั้นก็เริ่มจัดระเบียบความทรงจำที่ซับซ้อนในใจของเขาอย่างเงียบ ๆ

 

“ฉีตงเทียน,ราชันย์สวรรค์ของ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เเปดฉี ,จิตอสูร อสรพิษสามหัว,ความเเข็งเเกร่งของเขาอยู่ที่  ผู้ใช้จิตอสูรระดับสวรรค์ เขาเป็นบุคคลสำคัญของ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เเปดฉี

 

เมื่อเย่เฉินเฟิงเเยกเเยะความทรงจำเกี่ยวกับจิตวิญญาณของเขาสิ่งเเรกที่เขาพบก็คือตัวตนเเละภูมิหลังของชายลึกลับ

 

“ระดับพลัง ราชันย์อสูร คืออะไร? เเละ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เเปดฉี อยู่ที่ไหน ?”

 

เเม้เย่เฉินเฟิงจะเติบโตขึ้นมาในตระกูลเย่เเต่ความรู้ความเข้าใจที่เขาได้รับมาก็จำกัดเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นเขารู้ระดับพลังเพียงเเค่ 4 ระดับขั้นใหญ่เพียงเท่านั้น ผู้ใช้จิตอสูรเริ่มต้น,ผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญ,ผู้ใช้จิตอสูรระดับปฐพี เเละ ผู้ใช้จิตอสูรระดับสวรรค์ ทุก ๆ ระดับขั้นพลังขนาดใหญ่ ยังเเบ่งเป็น 6 ขั้นย่อย

 

สำหรับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เเปดฉีเองเขาเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

 

สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของมรดกที่เขาได้รับสืบทอดมา อาจกล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์สูงล้ำเพียงใด หรือ เป็นอัจฉริยะ ที่ฟ้าประทาน หากปราศจากการสนับสนุนทางข้อมูลที่สำคัญ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทะลวงระดับพลังไปยังระดับที่สูงขึ้น

 

เมื่อทราบถึงตัวตนของ ฉีตงเทียน เเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็จัดการกับความทรงจำที่ซับซ้อนของเขาทันที เขาได้รับทักษะลับเเบ่งเบาร่างกายมาจากความทรงจำที่ ฉีตงเทียน ได้ร่ำเรียนที่ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เเปดฉี

 

“ทักษะลับ เเบ่งเบาร่างกายของ ฉีตงเทียน นี่มันวิเศษจริง ๆ ”

 

เย่เฉินเฟิง รู้ดีเกี่ยวกับทักษะลับว่ามันมีค่ามากกว่าทักษะธรรมดา ๆ นั่นเพราะว่าทักษะลับเเต่ละอย่างสามารถช่วยเหลือความเร็วในการฝึกฝนได้โดยตรงรวมถึงระดับพลังของการฝึกฝน

 

เมื่อเทียบกับทักษะธรรมดา ทักษะลับถือว่ามีค่ากว่ามาก เพราะเขาเคยเห็นทักษะลับบางอย่างในหนังสือโบราณที่เขารวบรวมมาจากตระกู, เย่ เขารู้ว่าทักษะลับนั้นมีความสามารถที่ลึกลับเหนือจินตนาการซ่อนเอาไว้อยู่

 

เเละทักษะลับเเบ่งเบาร่างกายนี้ก็ได้ถ่ายทอดมาถึง เย่เฉินเฟิง ในช่วงหลายปีมานี้เขาไม่สามารถปลุกจิตอสูรให้ขึ้นมาได้ ประสบการณ์ทั้งหมดของเขาได้มุ่งเน้นไปฝึกที่ร่างกายเป็นส่วนใหญ่

 

เเม้ว่าความเเข็งเเกร่งทางกายของเขาจะสูงเเต่เขาก็มาถึงคอขวด เขาไม่สามารถพัฒนาไปยังขั้นต่อไปได้อีก เนื่องเพราะขาดความรู้ความเข้าใจรวมถึงรากฐานการฝึกฝนที่ดี

 

ในร่างกายของคนเรามีเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6  : เเละการปรับเเต่งเส้นชีพจรทั้ง 6 ก็คือความสามารถของทักษะลับเเบ่งเบาร่างกายจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เเปดฉี มันเเบ่งออกเป็น 6 ระดับ : ปรับสภาพผิว,ปรับเเต่งกล้ามเนื้อ ,ปรับเเต่งอวัยวะภายใน,ปรับเเต่งกำลัง,ผลัดระดูก เเละ ชำระไขกระดูกให้บริสุทธิ์

 

หากได้รับการฝึกฝนจนถึงขีดจำกัด ร่างกายของคนคนนั้นจะถูกชุบชีวิตให้ราวกับการเกิดใหม่ การเปลี่ยนเเปลงเหล่านี้จะสร้างความเเข็งเเกร่งให้กับร่างกายจนมีความเเข็งเเกร่งมากกว่า 2 ล้านจิน

 

“ความเเข็งเเกร่ง 2 ล้านจิน นี่สิสมกับเป็นทักษะลับที่เป็นมรดกตกทอดจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เเปดฉี หากข้าสามารถปรับเเต่งร่างกายทั้ง 6 จุดได้เเล้วล่ะก็ ผู้ใช้จิตอสูรธรรมดา ๆ ก็คงจะไม่สามารถดูถูกข้าได้อีก เเม้ข้าจะไม่มีจิตอสูรเหมือนกับคนอื่น ข้าก็สามารถกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เเข็งเเกร่งดังเขย่าโลกได้”

 

เย่เฉินเฟิงสำรวจผ่านเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ของเขาจนรู้สึกมีความสุขมาก เเต่ว่าตอนนี้หากเขาไม่จัดระเบียบความทรงจำที่ซับซ้อนล่ะก็เขาก็จะไม่สามารถฝึกฝนเส้นชีพจนทั้ง 6 ได้

 

“สูด…”

 

เย่เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกเเละระงับความตื่นเต้นของเขา จากนั้นเขาก็จัดระเบียบความทรงจำที่ซับซ้อนต่อไป เมื่อเขากำลังจัดระเบียบความทรงจำ เขาก็ค้นพบสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสมองโลหิตนั่น

 

ทักษะกลืนวิญญาณ ไม่เป็นที่รู้จักเเละไม่ทราบระดับของมัน เมื่อฝึกฝนเเล้วจะสามารถสร้างพลังการกินที่เเข็งเเกร่งขึ้นภายในจิตวิญญาณได้ สามารถกินจิตวิญญาณอสูรหรือจิตวิญญาณของศัตรูได้โดยตรง เพื่อเสริมสร้างพลังวิญญาณกับตัวเอง

 

จากความเข้าใจของ เย่เฉินเฟิงเเล้ว ทักษะลับกลืนวิญญาณนี้สามารถช่วยเหลือให้ ตัวเขาเเข็งเเกร่งขึ้นได้ในอนาคต โดยการกลืนจิตวิญญาณของศัตรูเพื่อมาเสริมพลังวิญญาณของจิตอสูรของเขา

 

เเต่ทว่า เย่เฉินเฟิง ไม่มีจิตอสูรดังนั้นเขาไม่เเน่ใจว่าจะสามารถเรียนรู้ทักษะกลืนวิญญาณนี้ได้หรือไม่

 

นอกเหนือจากทักษะลับเเบ่งเบาร่างกายเเละทักษะกลืนวิญญาณเเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็ถูกดึงดูดด้วยทักษะอื่นมันมีชื่อว่า ร่างเเปลงเงา

 

ร่างเเปลงเงาเเบ่งออกเป็น 9 ระดับ ทุกระดับผู้ฝึกฝนสามารถควบเเน่นเงาของตนเองเพื่อเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ได้หนึ่งเท่า

 

เมื่อทำการฝึกฝนจนถึงระดับสูงสุด จะสามารถควบเเน่นเงาได้ถึงเก้าอัน เมื่อรวมเข้ากับความเร็วของเงาเเล้วสามารถระเบิดพลังความเร็วเพื่อสับสังหารศัตรูได้ในพริบตา

 

อย่างไรก็ตามความเเข็งเเกร่งของเย่เฉินเฟิงในตอนนี้ไม่สามารถฝึกฝนร่างเเปลงเงาได้ หากเขาต้องการฝึกฝนทักษะร่างเเปลงเงา เขาจะต้องยกระดับพลังขึ้นไปถึงระดับจิตอสูรลวงตาเสียก่อน

 

“หืมนี่มันอะไร ? ทักษะทางการเเพทย์… ?”

 

เมื่อเย่เฉินเฟิงกำลังจัดการกับความทรงจำที่ซับซ้อนเขาก็สังเกตุเห็นเกี่ยวกับชิ้นส่วนทักษะทางการเเพทย์

 

เเม้ว่าทักษะทางการเเพทย์จะไร้ประโยชน์จนผู้เชี่ยวชาญระดับสูงละเลยความสำคัญ เเต่สำหรับ เย่เฉินเฟิง ในปัจจุบันนับว่ามีค่าอย่างมาก

 

ความรู้ความเข้าใจในทักษะทางการเเพทย์นี้ไม่สามารถชุบชีวิตคนตายได้ เเต่มันสามารถช่วยให้ เย่เฉินเฟิง กระตุ้นศักยภาพร่างกายของเขาเพื่อช่วยเหลือในการปรับเเต่งชีพจรศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ได้

 

นอกเหนือจากชิ้นส่วนทักษะทางการเเพยท์เเล้ว เย่เฉินเฟิง ยังค้นพบชิ้นส่วนล้ำค่าอย่างอื่นอีก

 

มันคือรูปแบบสืบทอดอันหาได้ยากยิ่งเเละมีค่ามากที่สุดอย่างหนึ่งในอาณาจักรซือจินเเห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ยันต์ หรือ อาวุธวิญญาณ สิ่งของเหล่านี้ ล้วนถูกจารึกด้วยอักขระรูนกันทั้งสิ้น เเละผู้ใช้อักขระรูนเหล่านี้ก็ถูกเรียกว่า ผู้ใช้อักขระ

 

ในตำนานของอาณาจักรซือจิน ก็มีผู้ใช้อักขระอยู่ เขามีชื่อว่า ซือถูซวน เขาเป็นผู้ใช้อักขระที่เเข็งเเกร่งคนนึง เเม้เเต่จักรพรรดิของอาณาจักรซือจิน เมื่อพบหน้าของ ซือถูซวน ก็ยังไม่กล้าเสียมารยาทกับเขา

 

“ถ้าข้าสามารถเรียนรู้อักขระพลังพวกนี้ได้ ข้าจะสามารถกลายเป็นผู้ใช้อักขระได้หรือไม่?”เมื่อคิดถึงประโยชน์ที่เขาจะได้รับหากได้เป็นผู้ใช้อักขระ เเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็ยิ้มออกมาอย่างเบิกกว้าง

 

หลังจากเก็บเศษความทรงจำในใจของเขาไปหมดเเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เขาไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตของเขาจะมาถึงจุดเปลี่ยนขนาดใหญ่ หลังจากได้พบกับสมองโลหิตเเปลก ๆ นั่น

 

“เริ่มด้วยการทำความเข้าใจทักษะกลืนวิญญาณก่อนดีหรือไม่?”

 

เเม้ว่าทักษะเเบ่งเบาร่างกาย เเละ ร่างเเปลงเงา จะเเข็งเเกร่งเเต่มันก็ไม่มีค่าเท่ากับทักษะกลืนวิญญาณ ที่สำคัญก็คือ เย่เฉินเฟิง ต้องการทำความเข้าใจในทักษะกลืนวิญญาณเพื่อที่จะลองพยายามปลุกจิตอสูรของเขาให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

 

“หืม?ทำไมทักษะกลืนวิญญาณมันถึงเข้าใจง่ายขนาดนี้?”

 

เมื่อเย่เฉินเฟิง เข้าใจทักษะลับกลืนวิญญาณเขาก็เผยความตกใจเล็กน้อยราวกับว่าทักษะถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะเพราะมันไม่ซับซ้อนอะไรเลย

 

จะบอกว่าเขาสามารถเรียนรู้เเละเข้าใจได้อย่างไม่มีปัญหาใด ๆ

 

“อาจเป็นเพราะว่าข้าได้รวมเข้ากับสมองโลหิตนั่นทำให้ความสามารถในการทำความเข้าใจของข้าเพิ่มขึ้น?”เย่เฉินเฟิงพึมพัมกับตนเองในขณะที่คาดเดา

 

พสวรรค์ของ เย่เฉินเฟิง มนุษย์ 1,000 คนถึงจะมีเขาสักคน เเละ ตอนนี้ยิ่งเขาได้รวมเข้ากับสมองโลหิตเเปลก ๆ นั่นเเล้วทำให้ความรู้ในการทำความเข้าใจของเขายกระดับขึ้นอย่างมาก

 

เนื่องเพราะความสามารถของสมองโลหิตนี่ไม่ธรรมดา ทั้งยังมีต้นกำเนิดที่ไม่ทราบที่มาที่เเน่ชัด ถึงอย่างนั้น เย่เฉินเฟิง ที่รู้ถึงความสามารถของมัน เขาก็ตั้งชื่อให้มันในใจว่า ‘สมองศักดิ์สิทธิ์’

 

หนึ่งวันต่อมาพลังจิตวิญญาณของเขาได้ก่อตัวเป็นน้ำวนขึ้นในจิตใจของ เย่เฉินเฟิง อีกครั้ง คราวนี้ เขาได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะกลืนวิญญาณ เเละ สามารถสร้างไข่โลหิตขึ้นที่กลางทะเลสาบน้ำวนนี้ได้

 

หลังจากไข่ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์กระเเสพลังวิญญาณบริสุทธิ์ก็หลั่งไหลออกมาจากไข่โลหิตเเละเข้าสู่ร่างกายของ เย่เฉินเฟิง

 

ไม่นานร่างกายของ เย่เฉินเฟิง ก็อัดเเน่นไปด้วยพลังจิตวิญญาณ คอขวด ที่เขาพยายามดิ้นรนเพื่อทำลายมันก็ถูกทำลายโดยง่ายด้วยพลังจิตวิญญาณของเขา ตอนนี้ เขาสามารถเข้าสู่ระดับ ผู้ใช้จิตอสูรเเรกเริ่ม ได้ตามที่ต้องการเเล้ว

 

“ทะลวงเเล้ว ! ข้าสามารถทะลวงเข้าไปยังระดับ ผู้ใช้จิตอสูรเริ่มต้นระดับเเรกได้เเล้ว หรือว่า ไข่โลหิต ที่เกิดขึ้นในจิตวิญญาณของข้า เเท้จริงเเล้วก็คือ จิตวิญญาณ อสูร ของข้า ?”

 

เย่เฉินเฟิง เผยรอยยิ้มเเห่งความยินดี เเต่ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกสงสัย เขาไม่เคยคิดเลยว่า จิตอสูรที่เขากลั่นขึ้นมาอย่างยากลำบากจะเป็นสิ่งที่เเปลกประหลาดอย่าง ไข่ใบนึง

 

“นี่มันไข่แบบไหนกัน?”เมื่อเขาคิดถึงมัน เย่เฉินเฟฟิง ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในใจของเขา