0 Views

“มันจบเเล้ว”

 

ชายเสื้อคลุมน้ำเงินกำหมัดเเน่นเขาอัดพลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวของเขาลงไปบนหมัดก่อนที่จะพุ่งกำปั้นเข้าหา เย่เฉินเฟิงอย่างรุนเเรง ร่างกายของ เย่เฉินเฟิง ถูกเขาซัดบินลอยไปเหมือนกับว่าวที่ไร้สายจูง เขาพุ่งชนเข้ากับกำเเพงที่อยู่ไม่ไกลจนมันเเตกทลายพังลงมา

 

“เฉินเฟิง”

 

เมื่อไป๋ซือหยา เห็น เย่เฉินเฟิง ได้รับบาดเจ็บ เธอก็ปล่อยพลังวิญญาณของเธอออกมาทันที จิตอสูรอสรพิษขาวได้ปรากฏขึ้นเเละพุ่งเข้าไปเตรียมจะช่วยเหลือเขาอย่างรวดเร็ว

 

“สาวน้อยเอ๋ย ไม่ต้องตื่นตูมไป ทำไมเจ้าไม่มาเล่นกับข้าเเทนเล่า?”

 

ในขณะที่ ไป๋ซือหยา ผสานร่างเข้า จิตอสูรอสรพิษขาว เจียงชานซุ่ย ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ข้างหน้าเธอในพริบตา เขาได้เรียกจิตอสูรเเมงมุมดำออกมา เเละกระโจนเข้าใส่เธอทันที

 

ไป๋ซือหยา ไม่ใช่คู่มือของ เจียงชานซุ่ย ที่เป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 5 นอกจากนี้เธอยังคงได้รับบาดเจ็บอยู่ เธอย่อมไม่สามารถป้องกันการโจมตีของ เจียงชานซุ่ยที่ผสานร่างเข้ากับเเมงมุมดำได้

 

เพียงชั่วระยะเวลาสามลมหายใจ ไป๋ซือหยา ก็ถูกใยเเมงมุมสีขาวรัดพันไปทั่วทั้งร่างจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้

 

“คุณหนู”

 

เมื่อผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลไป๋ เห็นว่า ไป๋ซือหยา กำลังตกอยู่ในอันตราย เขาก็ตกใจเเละตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาอยากจะทิ้ง ปรมาจารย์หวู่ เเละ รีบเข้าไปช่วยเหลือเธอ

 

อย่างไรก็ตาม ปรมาจารย์หวู่นั้นเเข็งเเกร่งมาก ดาบไม้ไผ่บาง ๆ นั่นสั่นไหวเเละฟาดการโจมตีออกไปหยุดการเคลื่อนไหวของเขาทั้งหมด

 

“สาวน้อย ทำไมเจ้าถึงเป็นห่วงเป็นใยเจ้าขยะนั่นจัง ? เอางี้เป็นอย่างไรข้าจะมอบที่นั่งผู้ชมให้เจ้าอีกนึงที่ข้าจะให้เจ้าเฝ้ามอง ข้า ตัดเเขนตัดขาของมันออกเป็นสี่ส่วน เเละ ทำให้มันตกตายอย่างทรมาณ “ดวงตาของ เจียงชานซุ่ย เต็มไปด้วยความลุ่มลงเมื่อมองไปที่ ไป๋ซือหยา ที่ถูกมัดด้วยใยเเมงมุมสีขาว

 

“ได้โปรดอย่าทำร้าย เฉินเฟิง”หัวใจของ ไป๋ซือหยา เต็มไปด้วยความสั่นไหวในขณะที่ใบหน้าของเธอได้กล่าวข้อร้องออกมา

 

“โห้ว,เจ้ากำลังขอร้องข้าให้ไว้ชีวิตเจ้าขยะนั่น น่าสนใจจริง ๆ “รอยยิ้มบนใบหน้าของ เจียงชานซุ่ย นั้นเบิกกว้างมากขึ้นเมื่อเห็น ไป๋ซือหยา อ้อนวอนเขา เขากล่าวสั่งการออกมาอย่างเสียงดัง”ปรมาจารย์ซู รีบลากไอ้ขยะนั่นมาหาข้า”

 

“ขอรับ,นายน้อยเจียง”

 

ชายชุดคลุมน้ำเงินเผยรอยยิ้มที่เย็นชาออกมา เขาเดินไปที่เบื้องหน้าของ เย่เฉินเฟิง ที่อาบชะโลมไปด้วยเลือดเเละนอนพงาบอยู่ที่พื้น

 

เขาจ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างโหดร้าย มองเห็น เย่เฉินเฟิงที่มีกลิ่นอายพลังเเห่งชีวิตที่อ่อนเเอ ทำให้เขารู้สึกสะใจอย่างมาก เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งลมหายใจ เย่เฉินเฟิง ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเขา

 

ขณะที่ เขายื่นมือออกมาจะยก เย่เฉินเฟิง ขึ้น จู่ ๆ กองดินสกปรกก็สาดเข้าใส่ตาของเขา เย่เฉินเฟิง ได้รอจังหวะนี้อยู่ หลังจากมันสาดเข้าไปใส่ตาของชายชุดคลุมน้ำเงิน เขาก็สูญเสียการมองเห็นเพียงชั่วขณะ

 

ในเวลานี้ เย่เฉินเฟิง ได้รวบรวมพละกำลังทั้งหมดไปไว้ที่กำปั้น เขาซัดหมัดพุ่งเข้าหาศีรษะของ ชายชุดคลุมน้ำเงินด้วยความเร็วที่ไม่มาก

 

เพื่อที่จะฆ่าชายชุดคลุมน้ำเงินในคราวเดียว เย่เฉินเฟิง ได้บีบอัดพลังของเขาจนถึงขีดจำกัด หมัดของเขาได้ทะลุเกราะป้องกันพลังวิญญาณของชายชุดคลุมน้ำเงินจนเข้ากระทบกับศีรษะของเขาทันที

 

“เเคร๊ก!”ด้วยเสียงที่ดังตามมา ศีรษะของชายชุดคลุมน้ำเงินถูกกระเเทกอย่างรุนเเรง รอยเเตกจำนวนมากปรากฏขึ้นบนศีรษะของเขา จนโลหิตจำนวนมากได้พ่นออกมาราวกับน้ำพุ

 

“เป็นไปไม่ได้”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของ เจียงชานซุ่ย เต็มไปด้วยความเเข็งตัว เขาเห็นภาพที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ราวกับภาพมายาฝัน

 

การป้องกันทางพลังวิญญาณของผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญขั้น 2 นั้นร้ายกาจเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เเต่พละกำลังของเย่เฉินเฟิง กลับสามารถทะลุผ่านการป้องกันทางพลังวิญญาณเเละต่อยศีรษะของชายชุดคลุมน้ำเงินจนเขาบาดเจ็บสาหัสได้นี่ได้เหนือความเข้าใจของเขาทั้งหมด

 

“ผสาน,ไข่โลหิต”

 

เย่เฉินเฟิงหายใจเข้าลึกเขาไม่สนใจอาการบาดเจ็บบนร่างกายของตนเอง เขาเรียกจิตอสูรไข่โลหิตของเขาออกมาเป็นครั้งเเรกเเละผสานมันเข้ากับร่างกายเพื่อเพิ่มพลังโจมตีของเขา

 

“พลังวิญญาณ,ไอ้ขยะนั่นมันมีพลังวิญญารได้อย่างไรมันไม่ใช่ว่ามันไม่มีจิตอสูร?”เจียงชานซุ่ย ยากที่จะเชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็น ร่างกายของเขาตอนนี้เเข็งค้างไปด้วยความตกใจ

 

“ตายซะ”

 

หลังจากผสานเข้ากับไข่โลหิต พละกำลังของ เย่เฉินเฟิง ก็เพิ่มขึ้นทีละน้อย ด้วยพลังวิญญาณที่เขารวบรวมมาไว้ที่กำปั้นของตนเองทำให้พลังโจมตีของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 ส่วน

 

พลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นนี้ได้เหนือกว่าความคาดหมายของ เย่เฉินเฟิงอย่างมากเห็นได้ชัดว่า ไข่โลหิตของเขาไม่ธรรมดา

 

“ปั้ง!”

 

ศีรษะของชายชุดคลุมน้ำเงินถูกต่อยอีกครั้ง คราวนี้กำปั้นของ เย่เฉินเฟิง ที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณได้ซัดเข้าใส่ศีรษะของชายชุดคลุมน้ำเงินจนศีรษะของเขาระเบิดเเยกออกโลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วพื้น

 

“ทักษะเข็มวิถีฟ้า”

 

หลังจากใช้ความประมาทของชายชุดคลุมน้ำเงินเพื่อฆ่าเขาเสร็จ เย่เฉินเฟิง ก็หยิบเข็มเงินหลายสิบเล่มออกมาทันที เขาใช้มันเเทงเข้าไปที่จุดฝังเข็มของตนเองเพื่อยับยั้งอาการบาดเจ็บ

 

“พลังวิญญาณ,เข็มเงิน!”เมื่อมองไปที่เข็มเงินที่หมุนวนอย่างกลางอากาศเเละเเทงเข้าไปที่ร่างกายของ เย่เฉินเฟิง ไป๋ซือหยา เผยให้เห็นใบหน้าเเห่งความสุขอันเเรงกล้า”เป็นเขาจริง ๆ เฉินเฟิง ก็คือ ปรมาจารย์เฉิน”

 

“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าขยะนั่นมันมีพลังมากขนาดนี้ได้ยังไง ความเเข็งเเกร่งของมันสามารถฆ่าปรมาจารย์ซูได้?”

 

ในขณะที่เขามองดูซากศพของชายชุดคลุมน้ำเงินที่ล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจ จิตวิญญาณของ เจียงชานซุ่ย ก็รู้สึกสั่นสะท้านอย่างรุนเเรง เขาอ้าปากค้างจนไม่สามารถพูดคำอะไรออกมาได้เป็นเวลานาน

 

เเม้เเต่ปรมาจารย์หวู่ก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลไป๋เองก็ได้ใช้โอกาสนี้ปล่อยทักษะจิตวิญญาณของเขา เเสงหอกที่เหมือนกับอสรพิษได้เลื้อยพุ่งเข้าหาหน้าอกของปรมาจารย์หวู่

 

“ดาบเเยกเงา”

 

หลังจากถูกโจมตีโดยทักษะจิตวิญญาณของผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลไป๋,ปรมาจารย์หวู่ ไม่มีทางเลือกที่จะหลบหนีได้ เขาได้ตอบโต้เเละใช้ทักษะจิตวิญญาณของเขาในการตอบโต้ทันที

 

“อั๊ก!”เสียงทั้งสองได้ดังขึ้นในเวลาเดียวกัน ทักษะจิตวิญญาณของทั้งสองฝ่าย ได้เเลกกันโจมตี จนทำให้พวกเขาทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

“อย่าเข้ามาไม่งั้นข้าจะฆ่าเธอซะ”เมื่อเห็นว่า เย่เฉินเฟิง เดินใกล้เข้ามา เจียงชานซุ่ย ที่พึ่งฟื้นจากอาการช็อก เขาก็ได้หยิบมีดออกมาเเละจ่อไปที่ ไป๋ซือหยา ที่ถูกรัดพันด้วยใยเเมงมุม จากนั้นเขาก็กล่าวขู่ออกมาเสียงดัง

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่ทำมันหรอกเพราะเจ้าย่อมรู้ดีถึงผลที่ตามมาหลังจากเจ้าฆ่าเธอ”เย่เฉินเฟิง กล่าวพูดด้วยเจตนาฆ่าที่รุนเเรง

 

“เจ้าพูดถึงข้าไม่กล้าฆ่าเธอก็จริง เเต่ข้าสามารถทำให้ใบหน้าของเธอเสียโฉมได้”เจียงชานซุ่ย กล่าวออกมาอย่างรุนเเรงพร้อมกับจ้องมองไปที่ ใบหน้าของ ไป๋ซือหยา อย่างเย็นชา”เจ้าลองคิดดูว่าใบหน้าที่สวยงามระดับนี้หากเสียโฉมไป ก็คงน่าเสียดายไม่น้อยถูกต้องไหม?”

 

“ปล่อยเธอไปเเละข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”เย่เฉินเฟิง กล่าวด้วยสีหน้าที่น่าเกลียด เขาไม่ต้องการเห็น ไป๋ซือหยา ถูกทำร้าย

 

“ก็ได้ข้าจะปล่อยเธอ เเต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะฟังที่ข้าพูดหรือไม่”เจียงชานซุ่ย กล่าวพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่มองไปที่ใบหน้าที่หม่นหมองของ เย่เฉินเฟิง

 

“เจ้าต้องการอะไร?”เย่เฉินเฟิง กล่าวถามด้วยประกายเเสงอันเเหลมคม

 

“ทำลายจุดชีพจรของเจ้าเเละยอมจำนนข้าเเต่โดยดีซะ”เจียงชานซุ่ย ตะโกนขึ้นอย่างเสียงดัง

 

“ไม่ต้องเป็นห่วงข้า เฉินเฟิง เเม้ว่าเจ้าจะทำลายเส้นชีพจรของเจ้า เขาก็จะไม่ปล่อยพวกเราไปอยู่ดี”เมื่อได้ยินคำพูดของ เจียงชานซุ่ย ไป๋ซือหยา ก็ตะโกน ตอบโต้อย่างรุนเเรง

 

“นังสารเลว ถ้าเจ้ากล้าพ่นวาจาไร้สาระอีกข้าจะกรีดหน้าเจ้า”เจียงชานซุ่ย จับคอของ ไป๋ซือหยา เเน่น ในขณะที่เขากล่าวเตือนอย่างโหดเหี้ยม

 

“ก็ได้เจ้าชนะ ข้าจะทำลายจุดชีพจรของข้า เเต่เจ้าต้องสัญญาว่าหลังจากข้าทำลายจุดชีพจรของข้าเเล้วเจ้าจะไม่ทำร้ายเธอไม่อย่างนั้นเจ้ามันก็เเค่พวกสารเลวตัวหนึ่ง”เย่เฉินเฟิง สูดลมหายใจเเน่นลึก ขณะที่ เขามองไปที่ใบหน้าที่เจ็บปวดของ ไป๋ซือหยา

 

“ได้ข้าสัญญากับเจ้า ตราบใดที่เจ้าทำลายจุดชีพจรของเจ้าข้าจะไม่ทำร้ายเธออย่างเเน่นอน”เจียงชานซุ่ย กล่าวพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเเห่งชัยชนะ

 

“ข้าหวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูดไม่อย่างนั้นเเม้ข้าจะตายกลายเป็นผีข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป”เย่เฉินเฟิง ได้กล่าวออกมาจากนั้นก็กำกำปั้นเเน่น

 

หลังจากนั้นเย่เฉินเฟิงก็กัดฟันเล็กน้อยร่างกายของเขาทั้งหมดเกร็งอย่างรุนเเรงไม่นานร่างของเขาก็ระเบิดขึ้นเเละชโลมไปด้วยเลือด พริบตาเดียวร่างกายของเขาทั้งหมดก็ย้อมเป็นสีเเดงจากนั้นเขาก็ล้มลงบนพื้นอย่างหนัก