0 Views

กำปั้นคู่นึงที่มีพละกำลังน้ำหนักมากกว่า 5,000 จิน ได้ซัดทะลุผ่านอากาศยามค่ำคืนไปที่ด้านหลังของผู้นำกลุ่มชายชุดดำ

 

มวลอากาศพลันเเยกออกจากกัน กระเเสลมที่รุนเเรงได้บีบอัดไปที่กำปั้นเหล่านั้นอย่างหนักหน่วง

 

“ปั้ง!”

 

ด้านหลังของผู้นำกลุ่มชายชุดดำ ได้รับเเรงกระเเทกอย่างหนัก กำปั้นที่เต็มไปด้วยพละกำลัง 5,000 จิน ได้บดทำลยกระดูกสันหลังของเขาโดยตรงพร้อมกับส่งเขาบินไปด้วยหมัด

 

จากนั้นเงาร่างของ เย่เฉินเฟิง ก็ร่อนลงมาจากผืนอากาศราวกับเทพเซียนในเวลานี้เขาได้สวมใส่หน้ากากจักจั่นเพื่อปิดบังอำพรางใบหน้า

 

เย่เฉินเฟิงได้ใช้ทักษะกลืนวิญญาณในการปกปิดกลิ่นอายของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบก่อนที่เขาจะเปิดเผยการโจมตีในเสี้ยววินาที

 

“จิตอสูรหมีดำ”

 

หลังจากได้รับความเสียหายทางร่างกายอย่างหนักหน่วง ผู้นำกลุ่มชายชุดดำก็เกิดความหวาดกลัว เขาปล่อยพลังวิญญาณของเขาออกมาเพื่อเรียกจิตอสูรหมีดำออกมาสู้เเทนสำหรับเขา เขาได้หลบหนีเข้าไปยังป่ามืด

 

“คิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าหนี?”

 

เย่เฉินเฟิงเย้ยหยันก่อนที่จะพุ่งออกไปราวกับลูกธนูติดตามผู้นำกลุ่มชายชุดดำนั่น

 

เเต่ทว่าจิตอสูรหมีดำได้คำรามออกมาเเละเข้ามาเผชิญหน้ากับเขา เย่เฉินเฟิงหาได้สนใจ เขาสามารถจัดการจิตอสูรหมีดำนี่ได้ภายในชั่วสิบลมหายใจ

 

“กร๊าช!”

 

เห็นเย่เฉินเฟิงเข้ามาใกล้มากขึ้น จิตอสูรหมีดำ ได้เงยหน้าเเละคำรามออกมกา จากนั้นมันก็โบกกรงเล็บที่เเหลมคมไปที่ เย่เฉินเฟิง เพื่อต้องการทุบตีเขาให้กลายเป็นก้อนเนื้อ

 

เย่เฉินเฟิงได้ชกหมัดออกมา ตอนนี้ขีดจำกัดร่างกายของเขาได้ถูกดึงออกมาใช้จนขีดสุดพละกำลังมากกว่า 5,000 จิน ได้ไหลผ่านไปทั่วเส้นชีพจรร่างกายศักดิ์สิทธิ์ของเขา

 

จากนั้นกำปั้นที่น่าสะพรึงกลัวก็พุ่งออกไปกระทบกับกรงเล็บหมีนั่น

 

พละกำลังที่ยิ่งใหญ่ได้บดทำลายกรงเล็บหมีดำลงอย่างง่ายดาย เมื่อสูญเสียการควบคุมส่วนนึง ร่างกายของมันก็ถูกซัดขึ้นไปบนอากาศ

 

หลังจากนั้นการป้องกันของจิตอสูรหมีดำที่ถูกทำลายลงทั้งหมดมันก็ได้ร่วงหล่นลงมาที่พื้นอย่างรุนเเรงจนทำให้ผืนดินเหล่านั้นเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่

 

“ทักษะกลืนวิญญาณ”

 

เห็นจิตอสูรหมีดำได้รับบาดเจ็บรุนเเรง เย่เฉินเฟิง ได้ใช้ทักษะกลืนวิญญาณของเขาในทันที เเละสร้างวังวนพลังในฝ่ามือของเขา ก่อนที่จะกดมันลงไปที่บนร่างของจิตอสูรหมีดำจนทำให้มันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

“กร๊าซ”

 

เพียงชั่วพริบตาวิญญาณของจิตอสูรหมีดำก็ถูกกลืนกินโดย เย่เฉินเฟิง ผู้นำกลุ่มชายชุดดำ ได้รับผลสะท้อนกลับทางวิญญาณทำให้เขาสูญเสียโลหิตจำนวนมากเเละล้มลง

 

“ไม่อย่าฆ่าข้า ตราบใดที่เจ้าไว้ชีวิตข้า ข้าจะช่วยเหลือความต้องการของเจ้าทุกอย่าง”

 

เมื่อผู้นำกลุ่มชายชุดดำเห็นจิตอสูรหมีดำของตนเอง ถูกกลืนกินโดย เย่เฉินเฟิง เขาก็หวาดกลัวเเละกล่าวร้องขอชีวิตด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

 

อย่างไรก็ตาม เย่เฉินเฟิง ไม่ใช่คนใจอ่อน ทันทีที่เขาเปิดเผยทักษะกลืนวิญญาณนี้ออกไปเเล้ว เขาย่อมไม่อนุญาติให้ผู้นำกลุ่มชายชุดดำนี้ได้มีชีวิตอยู่ต่ออีก

 

“ฟุ่บ” ทันทีที่เสียงนี้เกิดขึ้น ลำคอของผู้นำกลุ่มชายชุดดำก็ถูกเตะด้วยขาของ เย่เฉินเฟิง จนกระเด็นลอยออกไป โลหิตจำนวนมากได้ไหลออกมาจากช่องว่างในคอของเขาเเละอาบชโลมไปทั่วพื้นที่เเห่งนี้

 

หลังจากสังหารผู้นำกลุ่มชายชุดดำนั่นเเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็ตรวจสอบร่างกายของชายคนนี้ เเต่กลับไม่พบสิ่งของมีค่าใด ๆ เลย เขาเปิดเผยการเเสดงออกอย่างผิดหวัง จากนั้นก็กลับไปที่ป่ามืดเพื่อดูอาการบาดเจ็บของหญิงสาวทั้งสองคน

 

ภายใต้เเสงจันทร์ จี้ฉิงเสวี่ย เเละ ไป๋ซือหยา ได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเธอเปรียบเสมือนลูกเเมวน้อยสองตัวที่ไม่มีปัญญาจะทำอะไรได้

 

พวกเธอทั้งสองได้คลานเเละโน้มตัวเข้าหากัน เนื่องจาก ไป๋ซือหยา ชุดของเธอได้ถูกฉีกขาดทำให้ต้นขาทั้งสองของเธอสัมผัสเข้ากับบรรยากาศของที่นี่โดยสมบูรณ์ เธอเผยให้เห็นถึงรูปลักษณ์ที่น่าสงสารออกมา

 

“ข้าได้จัดการฆ่าเจ้านั่นไป ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสองคนปลอดภัยเเล้ว

 

เย่เฉินเฟิง ไม่ต้องการเปิดเผยความลับของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถอดหน้ากากจักจั่นออกมา เเละ เปลี่ยนน้ำเสียงรวมถึงวิธีการพูดของเขา

 

“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยพวกเรา”หาก เย่เฉินเฟิงไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยเหลือชีวิตพวกเธอ บางทีพวกเธออาจจะตายไปเเล้ว

 

เเม้ว่า จี้ฉิงเสวี่ย จะไม่ได้พูดอะไร เเต่เเววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความกตัญญู นอกเหนือจากความกตัญญูเหล่านี้เธอก็เเอบลอบมอง เย่เฉินเฟิง อย่างลับ ๆ

 

เพราะเธอสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่คุ้นเคยจากร่างของ เย่เฉินเฟิง

 

ไม่ใช่เธอคนเดียวที่รู้สึกอย่างนั้น ไป๋ซือหยา เองก็จ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง ด้วยความรู้สึกคุ้นเคย

 

“ทำไมท่านถึงช่วยพวกเรา พวกเราเคยพบกันมาก่อนหรือไม่?”หลังจากลังเลอยู่ครู่นึง จี้ฉิงเสวี่ย ก็กล่าวพูดออกมาอย่างสงสัย

 

“ข้าเเค่ผ่านทางมาเเละบังเอิญได้ยินเสียงพวกเจ้าเลยยื่นมือช่วย นอกจากนี้พวกเราไม่เคยพบกันมาก่อน”เย่เฉินเฟิง ตอบกลับอย่างเย็นชา

 

“มันไม่ใช่เรื่องที่ดีที่จะอยู่ที่นี่กันต่อไป อย่างเเรกพวกเรารีบออกจากที่นี่กันเถอะ”

 

เย่เฉินเฟิง เดินไปที่ด้านข้างของ จี้ฉิงเสวี่ย ก่อนที่จะใช้ความเเข็งเเกร่งของเขาในการทำลายโซ่พลังวิญญาณที่เชื่อมกับร่างกายของ จี้ฉิงเสวี่ย

 

“อืม”เด็กสาวทั้งสองคนพยักหน้าจากนั้นก็ช่วยเหลือซึ่งกันเเละกันตามหลัง เย่เฉินเฟิงไป พวกเขาได้ออกจากป่ามืดเเห่งนั้น เเละ ได้ลากร่างกายมาที่ลำธารเเห่งนึงในภูเขา

 

“พวกเจ้าขึ้นไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเถอะ ข้าจะรออยู่ที่นี่ตรงนี้”

 

เนื่องจากอาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณของเด็กสาวทั้งสองคนนั้นรุนเเรงไป เย่เฉินเฟิง ไม่กล้าพาพวกเธอเดินทางไกลเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณที่รุนเเรงขึ้น

 

“อืม!”

 

หลังจากสถานการณ์ที่ยากลำบากได้รับการเเก้ไขเเล้ว เด็กสาวทั้งสองคนเเทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะชำระคราบเลือดบนร่างกายของพวกเธอ ภายใต้เเสงจันทร์ที่สว่างไสว ร่างกายของพวกเธอได้ถูกย้อมไปด้วยเเสงจันทร์เหล่านั้น

 

ซ่า ซ่า….

 

กระเเสน้ำลำธารสีขาวได้อาบไปทั่วร่างกายของ หญิงสาวทั้งสองคน พวกเธอก้มหน้าลงเบา ๆ เเละ เริ่มล้างเนื้อร่างตัวกันต่อ

 

อย่างไรก็ตามเนื่องจากความจริงที่ว่าร่างกายของพวกเธอเต็มไปด้วยรอยบาดเเผลเเละร่องรอยฉีกขาดของชุดพวกเธอจึงไม่กล้าทำอะไรโจ่งเเจ้งมาก

 

โดยเฉพาะ ไป๋ซือหยา กระโปรงยาวของเธอถูกฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเเทบจะไม่เหลืออะไรปกปิดร่างกายของเธอ

 

เย่เฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายหลังจากมองไปที่ร่างที่สวยงามทั้งสองในธารน้ำ

 

ในเวลานี้เขาไม่มีทางเลือกนอกซะจากยอมรับว่า จี้ฉิงเสวี่ย เเละ ไป๋ซือหยา นั้นดึงดูดมากจริง ๆ

 

“ฟู่ว…”

 

เย่เฉินเฟิง ได้สูดลมหายใจเข้าลึก เเละ พยายามระงับคลื่นในใจของเขา จากนั้นเขาก็ผละสายตาออกจากร่างกายที่เย้ายวนของหญิงสาวทั้งสองคน ดวงตาทั้งสองข้างของเขาได้ปิดลง เเละ เริ่มดูดซับพลังวิญญาณจากจิตอสูรหมีดำที่ดูดกลืนมา

 

เช้าตรู่ดวงอาทิตย์ยามเช้าสีเเดงได้โผล่ขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้เเสงเเดดยามเช้าเริ่มส่งออกมา

 

หลังจากพักฟื้นในเวลากลางคืนหญิงสาวทั้งสองคนก็สามารถรักษาอาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณได้ เเต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณของพวกเธอนั้นรุนเเรงเกินไปทำให้พวกเธอจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วันในการฟื้นฟูให้กลับมาอย่างสมบูรณ์

 

เมื่อหญิงสาวทั้งสองคนพักผ่อนเสร็จ เย่เฉินเฟิง ที่หลับตาลงก็ได้ตื่นขึ้น พลังวิญญาณอันท่วมท้นได้เเปรเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล ตอนนี้อากาศรอบ ๆ ตัวของเขาได้รับผลกระทบที่รุนเเรง

 

“ด้วยพลังวิญญาณภายในร่างกายของข้าตอนนี้หรือว่าข้าจะสามารถทะลวงด่านขั้นต่อไปได้?”

 

เย่เฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนเเปลงในพลังวิญญาณภายในร่างกายของเขา การเปลี่ยนเเปลงเหล่านี้ทำให้หญิงสาวทั้งสองคนสามารถสังเกตุเห็นได้เช่นเดียวกัน

 

ในช่วงเวลานี้รอยปริเเตกจุดที่ 4 ได้ปรากฏขึ้นบนเปลือกไข่โลหิตของ เย่เฉินเฟิง พลังวิญญาณอันทรงพลังได้ไหลผ่านไปทั่วร่างกายของเขาเเละช่วยเหลือเขาทำลายคอขวดเเละบุกทะลวงกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 5