0 Views

ในค่ำคืนที่เงียบสงบ เเสงจันทร์เย็นเยือกได้สาดส่องลงมาที่ผืนป่าเเห่งนี้ทำให้ผืนป่าในหุบเขาเมฆขาวค่อนข้างเต็มไปด้วยความเย็นเเปลกพิสดาร

 

“ในที่สุดข้าก็ประสบความสำเร็จ”

 

เย่เฉินเฟิง ใช้เวลาอีก 5 ชั่วโมงเพื่อดูดซับโอสถเพลิงผลาญเม็ดสุดท้าย

 

หลังจากดูดซับพลังของตัวยาโอสถเพลิงผลาญทั้งสองเเล้ว ร่างกายของ เย่เฉินเฟิง ก็เเข็งเเกร่งขึ้นอย่างมาก เซลล์ในร่างกายของทั้งหมดของเขาได้ถูกดึงมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอนนี้สิ่งสกปรกสีดำจำนวนมากได้ถูกขับออกมาจากร่างกาย

 

ในตอนนี้กล้ามเนื้อของ เย่เฉินเฟิง อัดเเน่นได้วยพละกำลังที่เเข็งเเกร่ง ที่ปากของเขาปรากฏรอยมันหวานที่เต็มไปด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ

 

การปรับเเต่งร่างกายให้เเข็งเเกร่งขึ้นของเขาในตอนนี้ยังห่างไกลจากทักษะเเบ่งเบาร่างกายที่เเท้จริง หากเขาต้องการพัฒนาความเเข็งเเกร่งทางร่างกายให้เเข็งเเกร่งขึ้นเขาจะต้องมีทรัพยากรบ่มเพาะพลังเพื่อช่วยเหลือ

 

ตอนนี้ร่างกายของเขาเหมือนกับทะเลสาบที่ได้รัการพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัด เขาจะต้องหาน้ำเติมลงในทะเลสาบร่างกายเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จ

 

เเน่นอนว่าในโรงประมูลของอาณาจักรซือจินนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากรล้ำค่าจำนวนมาก ถึง จี้ฉิงเสวี่ย จะคืนเงิน 700,000 เหรียญเเก่เขามา ก็ยังเป็นเรื่องยากที่ เย่เฉินเฟิง จะหาซื้อโอสถที่ช่วยปรับเเต่งร่างกายของเขาได้

 

“ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเข้าสู่ นิกายผลาญฟ้า โดยเร็วที่สุดบางทีข้าอาจจะได้รับน้ำทิพย์ที่สามารถช่วยปรับเเต่งพลังงานในร่างกายเเละโลหิตในร่างกายของข้า”เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น เย่เฉินเฟิง ก็พึมพัมออกมา

 

หลังจากฝึกทักษะเเบ่งเบาร่างกายเสร็จเเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็นั่งไขว่ห้องบนพื้นอีกครั้ง

 

จากนั้นเขาก็หยิบผลึกวิญญาณระดับต่ำสองก้อนออกมาอย่างรวดเร็ว

 

ค่ำคืนได้ล่วงเวลาผ่านไป เย่เฉินเฟิง ได้ดื่มด่ำไปกับการฝึกฝนของตนเอง จู่ ๆเขาก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนขึ้น ทำให้เปลือกตาของเขาลืมขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

“จี้ฉิงเสวี่ย มาดูกันว่า พวกเจ้าจะสามารถหนีไปได้ไกลเเค่ไหน”ผู้นำกลุ่มชายชุดดำได้คำรามออกมาตอนนี้ใบหน้าของเขาชโลมไปด้วยเลือด เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน เเต่เขาก็อาศัยความเร็วของตนเองเพื่อไล่ตามหญิงสาวทั้งสองคนมาได้ทันในที่สุด

 

เมื่อมองไปที่สายตาที่น่ากลัว จี้ฉิงเสวี่ย เเละ ไป๋ซือหยา ที่ตกใจ พวกเธอทั้งสองคนตอนนี้ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

“วิหคน้ำเเข็งโจมตี!”

 

เเม้ผู้นำชายชุดดำจะได้รับบาดเจ็บสาหัส เเต่เขาก็ยังคงเป็นถึงผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญ ขั้น 1 จี้ฉิงเสวี่ย ไม่กล้าที่จะเข้าสู่ระยะโจมตีใกล้รอบตัวของเขา เธอทำได้เพียงเเต่เรียกจิตอสูรวิหคน้ำเเข็งของเธอออกมา

 

“ดาบเเยกเงา!”

 

วิหคน้ำเเข็งได้กระพือปีกสีขาวหิมะออกมาทำให้เกิดกระเเสลมเย็นที่เเข็งเเกร่ง เเต่ผู้นำชายชุดดำหาได้หลบไม่เขาใช้ดาบฟันเข้าไปที่ปีกของวิหคน้ำเเข็งอย่างรวดเร็ว

 

ดาบที่อัดเเน่นไปด้วยพลังวิญญาณได้ฟันทะลุร่างของวิหคน้ำเเข็งจนสลายหายไป

 

“อั๊ก”

 

ทันทีที่วิหคน้ำเเข็งถูกทำลาย จี้ฉิงเสวี่ย ก็ได้รับผลกระทบทางพลังวิญญาณที่น่ากลัว โลหิตสด ๆ ได้พุ่งออกมาจากปากของเธอ

 

“อสรพิษขาวรัดพัน”

 

เห็นผู้นำกลุ่มชายชุดดำใช้ทักษะจิตวิญญาณของเขาทำร้ายวิหคน้ำเเข็งของ จี้ฉิงเสวี่ย ไป๋ซือหยา ก็ได้ควบคุมจิตอสูรอสรพิษขาวของเธอบิดเลื้อยเข้าไปที่ตำเเหน่งของผู้นำชายชุดดำ

 

ในขณะที่อสรพิษขาวนั่นกำลังจะกัดศีรษะของผู้นำชายชุดดำคนนั้นจู่ ๆ เขาก็คำรามออกมาอย่างกราดเกรี้ยว

 

“จิตอสูรหมีดำ”

 

พลังวิญญาณได้ปะทุออกมาจากร่างกายของ ผู้นำชายชุดดำคนนั้น จากนั้นจิตอสูรหมีดำก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว มันได้ใช้อุ้งมือตะปบไปที่ร่างของอสรพิษขาวจนเเหลกสลายหายไป

 

เมื่ออสรพิษขาวได้ถูกทำลายหายไป ไป๋ซือหยา ก็ได้รับผลกระทบทางพลังวิญญาณเช่นเดียวกัน ตอนนี้เธอเสียเลือดจำนวนมากเเละมีโลหิตไหลออกมาจากปากของเธอ

 

“เป็นเพราะพวกเจ้าไม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับพวกเจ้า อย่าได้โกรธเคืองข้าว่าข้าไร้ความปราณี”

 

เห็นหญิงสาวทั้งสองคน จี้ฉิงเสวี่ย เเละ ไป๋ซือหยา ได้รับบาดเจ็บ ดวงตาที่ชั่วร้ายของผู้นำกลุ่มชายชุดดำ ได้เผยออกมา เขาได้กำดาบในมือเเน่นเเละเดินเข้าหาพวกเธอทีละก้าว

 

“อย่าได้ทำอะไรพวกเรา ข้ายินยอมที่จะไปกับเจ้า”

 

จี้ฉิงเสวี่ย เห็นได้ถึงเจตนาที่เย็นชาของผู้นำกลุ่มชายชุดดำนั่น เธอตื่นตระหนกเเละตะโกนขึ้นด้วยเสียงดัง

 

“มันสายเกินไปเเล้วที่จะกลัวตอนนี้”

 

หลังจากเห็นการตายของสหายทั้งสามคนเเละความจริงที่ว่าเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้ ผู้นำกลุ่มชายชุดดำรู้สึกโกรธเเค้นมาก

 

“ถ้าเจ้ากล้าทำร้ายพวกเรา ตระกูล จี้ เเละ ตระกูล เจียง จะไม่ปล่อยเจ้าไป”จี้ฉิงเสวี่ย กล่าวตะโกนออกมา

 

“ตระกูลเจียง…”

 

เมื่อคิดถึงศักดิ์ฐานะของเธอในตระกูล จี้ เเละยังมี ตระกูล เจียงที่ต้องการเชื่อมสัมพันธ์กับเธอ เธอจ้องมองไปที่เขาอย่างเย็นชา

 

“ท่านพ่อของข้า เป็นเจ้าเมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้ หากเจ้ากล้าทำร้ายข้า ท่านพ่อของข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป”ไป๋ซือหยา เองก็จ้องมองไปที่ ชายชุดด ตอนนี้ เธอรู้สึกได้ถึงสายตาที่หิวโหยของผู้นำกลุ่มชายชุดดำนี้ทำให้ร่างกายของเธอรู้สึกสั่นอย่างหวาดกลัว

 

“เจ้าเป็นบุตรสาวของเจ้าเมืองจักรพรรดิขาว ข้าเองก็สงสัยว่าทำไมเจ้าถึงมีความงามเหมือนนางเซียนนางสวรรค์เช่นนี้”

 

ผู้นำกลุ่มชายชุดดำจ้องมองไปที่ ไป๋ซือหยา อย่างกระหาย เเละเต็มไปด้วยตัณหา เขาเบิกรอยยิ้มกว้าง เเละปล่อยพลังวิญญาณของเขาเพื่อมัดร่างของ จี้ฉิงเสวี่ย จากนั้น ก็พาร่างที่อ่อนเเอ ของ ไป๋ซือหยา เเบกขึ้นไปบนไหล่ เเละ เดินไปยังโขดหิน

 

“ไอ้สารเลว หากเจ้ากล้าทำอะไรกับร่างกายของข้า เจ้าจะต้องพบจุดจบที่น่ากลัว”

 

ถูกเเบกขึ้นมาบนไหล่ของชายชุดดำ ไป๋ซือหยา พยายามตะโกนอย่างหนักเเละใช้มือที่ไร้เรี่ยวเเรงของเธอทุบเข้าใส่ร่างกายของ ผู้นำกลุ่มชายชุดดำ เเต่ร่างกายเเละกำปั้นที่อ่อนเเอนี้ไม่สามารถทำอันตรายอะไรร่างกายของ ผู้นำกลุ่มชายชุดดำได้เลย ซ้ำยังไปกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของเขาอีกด้วย

 

“เเม้ว่าเจ้าจะตะโกนสุดลำคอก็เปล่าประโยชน์ในสถานที่เเห่งนี้ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก”ผู้นำกลุ่มชายชุดดำ โยนไป๋ซือยา ไปที่โขดหิน เเละ กล่าวออกมาอย่างเย็นชา

 

เห็นไป๋ซือหยา กำลังตกอยู่ในอันตราย จี้ฉิงเสวี่ย ที่ถูกพลังวิญญาณจับเอาไว้ กลายเป็นตื่นตระหนกอย่างมาก ตอนนี้จิตอสูรวิหคน้ำเเข็งของเธอได้รับบาดเจ็บหนัก ร่างกายของเธอเองก็กลายเป็นอ่อนเเอ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะสามารถหลุดพ้นจากโซ่พลังวิญญาณที่รัดพันเธอเอาไว้

 

เเคว้ก !

 

กระโปรงยาวของไป๋ซือหยาได้ถูกฉีกขาดออกจากกัน ตอนนี้ เรือนร่างของไป๋ซือหยา เผยให้เห็นต้นขากลมเรียวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ดวงตาของผู้นำกลุ่มชายชุดดำเบิกกว้างขึ้นเเละเต็มไปด้วยความปราถนา

 

“ไอ้เจ้าสารเลวหยุดมือเดี๋ยวนี้ ข้า จี้ฉิงเสวี่ย สาบานว่าข้าจะฉีกเจ้าออกเป็นล้าน ๆ ชิ้น”หัวใจของ จี้ฉิงเสวี่ย กระตุกขึ้น หลังจากเห็น ไป๋ซือหยา กำลังตกอยู่ในอุ้งมือมารของชายคนนั้น

 

“เหอะ,ห่วงตัวเจ้าเองเถอะ เจ้าคิดหรือว่า นายน้อยเจียง จะให้โอกาสเเก่เจ้า เมื่อเจ้าตกอยู่ในมือของนายน้อยเจียง ข้าเชื่อว่าชะตากรรมที่เจ้าเผชิญจะเลวร้ายซะยิ่งกว่าเพื่อนคนนี้ของเจ้าอีก”ผู้นำกลุ่มชายชุดดำกล่าวออกมาอย่างพึงพอใจ

 

“เจียงชานซุ่ย เขาเองก็มาที่เมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้ ?”ได้ยินข่าวนี้ ดวงตาของ จี้ฉิงเสวี่ย เบิกกว้างเเละเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

เธอไม่เคยคิดเลยว่า ตระกูล เจียง จะกระหายการเเก้เเค้น เเละ จะตอบโต้พวกเธอเร็วเช่นนี้

 

“ไอ้สารเลว เเม้ข้าจะตายเป็นผีข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป”ไป๋ซือหยา กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วนน้ำตา เธอตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวัง

 

ภายใต้เเสงจันทร์ที่สาดส่อง ไป๋ซือหยา ได้เลิกต่อต้านขัดขืน เเละ เตรียมพร้อมที่จะกัดลิ้นของตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย

 

เมื่อเห็นใบหน้าที่น่าเกลียดของผู้นำกลุ่มชายชุดดำเข้ามาใกล้มากขึ้น ไป๋ซือหยา ได้เตรียมกดฟันของตัวเองลงไปบนลิ้นของตัวเอง

 

เเต่ทว่าจู่ ๆ เธอก็เห็นเงาร่างเลือนลางเสมือนภูติผีปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของผู้นำกลุ่มชายชุดดำเเละซัดหมัดเข้าใส่เขาอย่างรุนเเรง