0 Views

รุ่งเช้าเเสงอรุนสีเเดงได้ปรากฏขึ้นทางทิศตะวันออก เมื่อเเสงเเรกของรุ่งอรุณผสมผสานเข้ากับหมอกยามเช้าทำให้รู้สึกราวกับว่าภูเขาเเละเเม่น้ำกำลังลุกโชติช่วงอยู่

 

“ในที่สุดข้าก็ตัดผ่านเข้าสู่ขั้นที่ 4 ได้สำเร็จ”

 

หลังจากบ่มเพาะพลังมาเกือบตลอดทั้งคืน ความตั้งใจของ เย่เฉินเฟิง ก็ประสบความสำเร็จ รอยเเตกจุดที่สามได้ปรากฏขึ้นบนเปลือกไข่โลหิตของเขา

 

เย่เฉินเฟิงที่นั่งไขว้ห้างอยู่ในห้องของเขาเพื่อปรับรากฐานการบ่มเพาะพลังของตนเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูขึ้นที่หน้าห้องของเขาหลายครั้ง

 

“อรุณสวัสดิ์ยามเช้า!”

 

เย่เฉินเฟิง เปิดประตูเเละเห็น จี้ฉิงเสวี่ย ที่สวมใส่ชุดมัสลินสีขาว ทำให้จิตใจของเขารู้สึกกระชุ่มกระชวยมากเมื่อเห็นสิ่งที่งดงามตอนตื่นขึ้นมา

 

“เช้าอะไร นี่มันเกือบจะเที่ยงเเล้ว”จี้ฉิงเสวี่ย รีดสายตาของเธอจ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง เเละพูดว่า”เย่เฉินเฟิง เจ้ารู้ตัวบ้างไหมว่าเมื่อคืนเจ้าถูกลอบสังหาร หากไม่ได้ข้าช่วยไว้ล่ะก็เจ้าคง…”

 

“อะไรเมื่อคืนข้าถูกลอบสังหาร?เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย”เย่เฉินเฟิง เเกล้งทำเป็นประหลาดใจ

 

“เย่เฉินเฟิง ข้าละเเปลกใจจริง ๆ ชาติที่เเล้วเจ้ามีชีวิตเป็นหมูหรือไม่”

 

จี้ฉิงเสวี่ย รู้สึกหดหู่ยิ่งขึ้นเมื่อเห็นการเเสดงออกที่น่าตกใจของ เย่เฉินเฟิง เธอกล่าวตอบกลับอย่างเย็นชา”เพื่อตอบเเทนข้า เจ้าจะต้องให้เงินข้า 2,000 เหรียญเทล ข้าจะนำมันไปซื้อของขวัญวันเกิดให้กับท่านปู่ของ ซือหยา”

 

“ข้าไม่มีเงิน”เย่เฉินเฟิง กล่าวปฏิเสธทันที

 

หากไม่ใช่เพราะว่าเมื่อคืนเขาได้รับการเก็บเกี่ยวบางอย่างเขากระทั่งอาจไม่มีเงินเเม้เเต่จะกินข้าวด้วยซ้ำ

 

“นี่เจ้า…”

 

จี้ฉิงเสวี่ย รู้สึกรำคาญความตระหนี่ ของ เย่เฉินเฟิง อย่างมาก เธอบดฟันเเน่นเเละกล่าวพูด”เช่นนั้นข้าขอยืมเจ้าก็ได้ เเละข้าจะจ่ายคืนให้เจ้าเป็นสองเท่า ภายในเร็ว ๆ นี้”

 

“ข้าบอกว่าข้าไม่มีเงินก็คือไม่มี”

 

“เจ้า…ทำไมเจ้าสามารถตระหนี่ได้ถึงเพียงนี้ เจ้าเป็นผู้ชายเเน่รึเปล่า ? ข้าสัญญาเเล้วไงว่าข้าจะจ่ายคืนเจ้า”

 

“ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่ได้ข้าช่วยเจ้าเอาไว้เจ้าคงจะถูกฆ่าไปนานเเล้ว”

 

จี้ฉิงเสวี่ยเเสดงความโกรธหลังจากถูก เย่เฉินเฟิง ปฏิเสธอีกครั้ง ตอนนี้ความประทับใจในตัวเย่เฉินเฟิง ที่มีต่อเธอกลับไม่หลงเหลือเเล้วเเม้เเต่น้อย

 

“เห้อ,ก็ได้ข้าจะให้เงินเจ้ายืม 2,000 จบนะ”

 

ในขณะที่เขาจ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย ที่กำลังโกรธเเค้น เย่เฉินเฟิง ก็หยิบธนบัตรมูลค่า 1,000 ออกมาสองใบเเละยื่นใส่มือของ จี้ฉิงเสวี่ย”อย่าได้ขอยืมเงินข้าอีก หากเจ้ายังไม่คืนเงินส่วนที่เหลือมากกว่า 700,000 เหรียญเทล เเก่ข้า มันไม่ง่ายเลยที่ข้าจะใจดีให้เจ้ายืมเช่นนี้ขอบคุณด้วยล่ะ”

 

“เหอะ,เชิญใช้ตลอดชีวิตของเจ้าไปกับเงินพวกนี้เถอะ”จี้ฉิงเสวี่ย รับเงินสองพันมาพร้อมกับกล่าวบ่นด้วยความเกลียดชัง

 

เย่เฉินเฟิง สั่นศีรษะอย่างไร้ประโยชน์หลังจากมองดู จี้ฉิงเสวี่ย เดินออกไปด้วยความโกรธ จากนั้นเขาก็ยังคงหมุนเวียนทักษะกลืนวิญญาณเพื่อกลืนพลังวิญญาณจากผลึกคริสตัลเพื่อทำการฝึกฝน ตอนนี้เขาเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 4 เเล้ว เขาจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบของสำนักต่อสู้เมืองจักรพรรดิขาวในสองเดือนต่อจากนี้

 

ตามกฏการทดสอบในอดีต ผู้ที่ได้รับ 3 อันดับเเรกจากการทดสอบของสำนักต่อสู้เมืองจักรพรรดิขาว พวกเขาจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมการทดสอบเข้าสู่นิกายผลาญฟ้า

 

อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากมากที่จะผ่านการทดสอบเข้านิกายผลาญฟ้าดังนั้น หาก เย่เฉินเฟิง ต้องการผ่านไปได้อย่างราบรื่นเขาจะต้องขยันอย่างหนักในช่วงสองเดือนที่เหลือ

 

“เย่เฉินเฟิง นี่คือเสื้อผ้าที่ข้าซื้อให้เจ้า รีบเข้าไปเปลี่ยนมันซะ พวกเราจะไปที่บ้านของ ซือหยา เพื่อร่วมอวยพรวันเกิดเเก่ อาวุโสไป๋”

 

หลังจากสองวันที่ จี้ฉิงเสวี่ย หายตัวไป เธอก็กลับมาเคาะประตูของ เย่เฉินเฟิง อีกครั้ง จากนั้นก็โยนเสื้อผ้าสวมใส่ที่งดงามให้เเก่เขา

 

สองนาทีต่อมา เย่เฉินเฟิง ก็เดินออกมาพร้อมกับที่สวมใส่ชุดเสื้อผ้าราคาเเพง

 

เเม้ว่า จี้ฉิงเสวี่ย จะเกลียดความตระหนี่ของ เย่เฉินเฟิง เเต่เมื่อเห็นเขาสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูดีเเล้ว มันก็เหมือนกับว่า เย่เฉินเฟิง ได้กลายเป็นคนละคนเเตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

 

เมื่อจ้องมองไปที่ใบหน้าของ จี้ฉิงเสวี่ย ทำให้ เย่เฉินเฟิง เผยรอยยิ้มเล็กน้อย จนในที่สุด จี้ฉิงเสวี่ย ก็ได้สติกลับมาเเละเริ่มพูดกับเขา

 

“เย่เฉินเฟิง พ่อของ ซือหยา คือ ท่านเจ้าเมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้ เเละ ปู่ของเธอยังเป็นบุคคลสำคัญในอาณาจักรซือจิน เมื่อเราไปถึงคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง เจ้าสมควรพูดให้น้อยที่สุด เข้าใจหรือไม่”จี้ฉิงเสวี่ย กลัวว่า เย่เฉินเฟิง จะทำให้เธอเสียหน้าอีก ดังนั้นเธอจึงกล่าวเตือนเขา

 

“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพยายามพูดให้น้อยที่สุด”เย่เฉินเฟิง ยิ้มเเละกล่าวสัญญา

 

หลังจากทำข้อตกลงกันเเล้วพวกเขาก็นั่งรถม้าที่ จี้ฉิงเสวี่ย จ้างมาก่อนหน้านี้ ไม่นานพวกเขาก็มาถึงคฤหาสน์ของเจ้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองจักรพรรดิขาว

 

เพราะวันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 70 ปี ของปรมาจารย์ไป๋สือซาน ดังนั้น รอบคฤหาสน์ของเจ้าเมืองจึงเต็มไปด้วยไหมพรมสีเเดงรอบกำเเพงของคฤหาสน์รวมถึงโคมไฟจำนวนมากที่เเขวนอยู่ที่ประตู

 

ด้านในคฤหาสน์นั้นมีเสียงไพเราะผสมกับเสียงหัวเราะดังมาออกมาเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตามมันทำให้ เย่เฉินเฟิง ที่ชื่นชอบความสงบต้องขมวดคิ้วเเน่น

 

“เข้าไปกันเถอะ”

 

จี้ฉิงเสวี่ย พูดขึ้นเบา ๆ จากนั้นเธอก็จับเเขนของ เย่เฉินเฟิง เเละเดินเข้าไปพร้อมกับเขาอย่างใกล้ชิด

 

ตั้งเเต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จี้ฉิงเสวี่ย รู้สึกว่าทุกครั้งที่เธอจับเเขนของ เย่เฉินเฟิง เธอกลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายหรือรังเกียจเเม้เเต่น้อย กลับกัน เธอกลับรู้สึกสงบใจมากกว่า

 

ราวกับว่า เย่เฉินเฟิง เป็นที่พึ่งของเธอ หัวใจของเธอยามอยู่ใกล้เขาจะสงบนิ่งอย่างมากมันทำให้เธอรู้สึกสบายใจ

 

“เฉินเฟิง,ฉิงเสวี่ย พวกเจ้ามาเเล้ว”

 

ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของเจ้าเมือง ไป๋ซือหยา ที่พลุกพล่านอยู่ในสนามหน้าบ้านก็สังเกตุเห็นพวกเขา

 

วันนี้ ไป๋ซือหยา ได้เเต่งหน้าประทินโฉมเบา ๆ เธอสวมใส่อัญมณีสีเเดงพลิงรอบคอของเธอ ชุดเดรสสีดำรัดรูปเสริมความโดดเด่นให้กับร่างกาย ส่วนเว้าโค้งที่น่าดึงดูดนั่นรวมถึงขาที่เรียวงามของเธอไม่สามารถปกปิดกลิ่นเย้ายวนได้

 

จี้ฉิงเสวี่ย ในวันนี้ก็เหมือนกัน เธอสวมใส่ชุดมัสลินสีขาวที่มีความงดงามราวกับเทพธิดา

 

เมื่อพวกเธอทั้งสองคนยืนคู่กัน มันก็ดึงดูดสายตาของทุกผู้คนในบริเวณนี้

 

เพียงชั่วครู่เดียวพวกเธอทั้งสองก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางท่ามความสนใจอย่างเเท้จริง

 

“ตี้หว่านสือ ผู้หญิงที่อยู่ใกล้กับเจ้าขยะเย่เฉินเฟิงนั่น”

 

ขณะที่ จี้ฉิงเสวี่ย กำลังเเผ่ออร่าความงามออกมา จู่ ๆ ก็มีคนผู้นึงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตี้หว่านสือ ที่สังเกตุเห็น เขาได้กล่าวพูดขึ้น

 

“นี่เป็นครั้งเเรกที่ข้าได้เห็นผู้หญิงคนนั้นเธอท่าเธอคงจะไม่ได้มาจากเมืองจักรพรรดิขาวของข้า”

 

เนื่องจากการตายของ สามผู้เชี่ยวชาญจากตระกูล ตี้ ที่พยายามลอบสังหาร เย่เฉินเฟิง ทำให้ ตี้หว่านสือไม่รู้จัก จี้ฉิงเสวี่ย เหมือนกัน

 

“เวรเอ้ย ข้าไม่เคยคิดเลยว่า ขยะที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล เย่ จะมีโชควาสนากับผู้หญิงเช่นนี้ มันชั่งเสียของจริง ๆ ”

 

เหลียนโจว ได้กล่าวพูดออกมา เขาก็คือคนที่พูดถึง จี้ฉิงเสวี่ย เเละ เย่เฉินเฟิง เมื่อครู่นี้

 

อย่างไรก็ตาม เหลียนโจว หารู้ไม่ว่าคนที่จัดการกับคนที่เขาส่งออกไปลอบสังหารหมอศักดิ์สิทธิ์ก็คือ เย่เฉินเฟิง คนนี้

 

“ฉิงเสวี่ย,เฉินเฟิง ข้าจะพาพวกเจ้าทั้งสองคนไปพบท่านปู่ของข้า ,ท่านปู่รู้เเล้วว่าพวกเจ้าทั้งสองคนกำลังมา ท่านรู้สึกมีความสุขมาก”ไป๋ซือหยา จับมือที่อ่อนโยนของ จี้ฉิงเสวี่ย ก่อนที่จะเริ่มนำทางทั้งสองคนเข้าไปในห้องโถงที่จอเเจ ทันทีที่พวกเขาเข้าไปถึงห้องโถง พวกเขาก็สังเกตุเห็นชายร่างใหญ่อาวุโสได้สวมใส่ชุดเสื้อคลุมยาวเขาได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ตกเเต่งอย่างมีราศี