0 Views

“เย่เฉินเฟิง เห็นได้ชัดว่าเจ้ามีเงิน 300,000 เหรียญเทล ทำไมเจ้าถึงต้องทำให้ข้าเสียหน้าต่อหน้าซือหยาด้วย?”

 

ขณะที่ ไป๋ซือหยา จากไป รอยยิ้มบนใบหน้าของ จี้ฉิงเสวี่ย ก็หายไปเช่นเดียวกัน เธอจ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง อย่างโกรธเคือง

 

“จี้ฉิงเสวี่ย ข้าคิดว่าเจ้าลืมสิ่งหนึ่ง : เงิน 300,000 เหรียญเทล เป็นของข้า เเละ ข้าจะตัดสินใจใช้ทำอะไรมันก็เรื่องของข้า ข้าไม่ต้องการจะเลี้ยงเจ้าข้าผิดด้วยเหรอ?”

 

เย่เฉินเฟิงตอบกลับอย่างเย็นชาต่อการตอบสนองของ จี้ฉิงเสวี่ย

 

“เจ้า…”

 

จี้ฉิงเสวี่ยรู้สึกพูดอะไรไม่ออก ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นภายในดวงตาคู่นั้นราวกับจุดประกายเพลิงเล็ก ๆ เอาไว้

 

“นอกจากนี้หากเจ้าคิดอยากจะให้ข้าซื้อของขวัญอะไรให้เจ้าก็ควรจะดูด้วยว่าเงินของข้าเพียงพอหรือไม่ ถึงเเม้ว่าจะพอก็ต้องดูการตัดสินใจของข้าอีกอยู่ดี”

 

เย่เฉินเฟิง เลิกสนใจ จี้ฉิงเสวี่ย เเละหันหลังเดินกลับไปที่ลานสกปรกที่เขาเช่าเอาไว้

 

“เย่เฉินเฟิง ข้าเกลียดเจ้า”

 

ในฐานะบุตรสาวที่มีค่าของตระกูล จี้ ,จี้ฉิงเสวี่ย ไม่เคยถูกมองข้ามเช่นนี้ เมื่อเธอเห็น เย่เฉินเฟิงเดินออกไป เธอก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธ

 

อย่างไรก็ตามเมื่อเธอนึกถึงสถานการณ์ของเธอเเละ เจียงชานซุ่ย ,จี้ฉิงเสวี่ย ก็พยายามอดทนอดกลั้นทุกสิ่งไว้ในใจของเธอเท่านั้น เธอยอมเเพ้ศักดิ์ศรีของเธอเเละเลือกเดินกลับไปพร้อมกับ เย่เฉินเฟิง

 

หลังจากกลับไปที่ลานของตนเองเเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็ไปที่ห้องด้านข้างเเละปิดประตูเเน่น เขาหยิบผลึกวิญญาณระดับต่ำออกมาเเละเริ่มทำการฝึกฝนโดยการใช้ทักษะกลืนวิญญาณ เขาต้องการทะลวงผ่านกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 4

 

เพราะ จี้ฉิงเสวี่ย โกรธเขามาก ดังนั้น เธอจึงไม่ได้เข้าไปรบกวน เย่เฉินเฟิง เธอเลือกขังตัวเองไว้ในห้องของเธอเเละไม่ได้ออกไปกินเเม้เเต่ข้าวเย็น

 

ในค่ำคืนที่เงียบสงบ เย่เฉินเฟิง ยังคงหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนของเขา ด้วยสัมผัสรับรู้ที่เฉียบคมทำให้เขาสามารถตรวจพบรัศมีพลังที่ไม่คุ้นเคยสามคนปรากฏตัวขึ้นใกล้สนามลานบ้านของเขา

 

“ข้ากำลังกังวลเกี่ยวกับการขาดทรัพยากรบ่มเพาะพลังเลยคิดไม่ถึงว่าจะมีมาเสริฟถึงที่แบบนี้”เย่เฉินเฟิง เปิดเปลือกตาขึ้น มุมปากของเขายิ้มอย่างชั่วร้าย

 

“ใคร?”

 

ขณะที่เย่่เฉินเฟิงกำลังจะเคลื่อนไหว จู่ ๆ จี้ฉิงเสวี่ย ก็สัมผัสได้ถึงอันตราย เธอสวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วจากนั้นก็รีบออกจากห้องพุ่งเข้าหาเงาร่างของชายทั้งสามคนในชุดดำมือถือมีดกริชเอาไว้

 

จี้ฉิงเสวี่ย ได้ลงมือต่อสู้แบบหนึ่งต่อสาม ด้วยความสามารถทางวรยุทธ์ที่สูงส่งของเธอรวมถึงเธอที่เป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 6 เเล้ว ทำให้เธอเเข็งเเกร่งอย่างมาก จิตอสูร วิหคน้ำเเข็ง ของเธอ เองก็ไม่ใช่จิตอสูรระดับต่ำ เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกัน เธอก็สามารถหยุดการโจมตีของชายทั้งสามคนนั้นได้

 

“กรี๊ดด!”

 

เสียงของวิหคน้ำเเข็งได้สยายปีกไปบนท้องฟ้าเเละพุ่งผ่านท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรีทะลวงการโจมตีของชายทั้งสามคน จนพวกเขาปรากฏหยาดโลหิตพวกพุ่งออกมา

 

“ถอย!”

 

ได้สัมผัสความน่ากลัวของ จี้ฉิงเสวี่ย ชายทั้งสามคนในชุดดำ ที่เดิมวางเเผนจะสังหาร เย่เฉินเฟิง ก็เริ่มมีความคิดที่จะหนี พวกเขาได้อดทนต่ออาการบาดเจ็บที่หน้าอกเเละวิ่งออกจากลานไปอย่างรวดเร็ว

 

“ฮึ่ม เจ้าพวกขี้ขลาด”

 

จี้ฉิงเสวี่ย ค้นพบว่า ตลอดระยะเวลาการต่อสู้ ประตูห้องของ เย่เฉินเฟิง ไม่ได้ถูกเปิดออกทำให้ จี้ฉิงเสวี่ย คาดเดาว่า เย่เฉินเฟิง คงจะหวาดกลัว เเละเลือกซ่อนตัวอยู่ในห้อง สิ่งนี้ทำให้ เธอรู้สึกดูถูกเขาในใจ

 

อย่างไรก็ตาม จี้ฉิงเสวี่ย หารู้ไม่ว่า เย่เฉินเฟิง ไม่ได้อยู่ในห้อง เขาได้ออกจากห้องมานานเเล้ว เเละ ได้ซ่อนตัวอยู่ด้านนอกเพื่อรอสกัดกั้นชายทั้งสามคนนี้เอาไว้

 

“บัดซบ ! ในบ้านของสารเลวน้อยนั่นกลับปรากฏหญิงสาวที่ทรงพลังขนาดนี้ขึ้นมาได้อย่างไร ถ้าพวกเราไม่หนีออกมาคง…”

 

ชายชุดดำคนนึงได้กุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวดเเละสบถสาปเเช่งออกมา

 

“พี่ใหญ่ ตอนนี้พวกเราล้มเหลวในการลอบสังหาร เย่เฉินเฟิง พวกเราจะกลับไปอธิบายเรื่องนี้ต่อนายน้อย ตี้ ได้อย่างไร?”

 

“เหอะ เมื่อพวกเรากลับไปก็บอกนายน้อยตี้ตามความจริง ข้าหวังว่านายน้อยตี้จะรักษาะสัญญาเเละตอบเเทนให้เรามากพอสำหรับความภักดีที่เราลงทุนลงเเรงเสี่ยงขนาดนี้”

 

“พวกเจ้าคิดจะไปไหนกัน?”

 

ขณะที่ทั้งสามคนกำลังหลบหนีจู่ ๆ ก็มีเสียงราวกับภูติพรายกระซิบที่ข้างหูของพวกเขา

 

ได้ยินเสียงดังก้องอยู่ข้างหู หัวใจของชายชุดดำทั้งสามกลายเป็นสั่นเทาเมื่อพวกเขาหันไปก็พบเงาร่างสีดำไล่ตามพวกเขามาก่อนที่จะพุ่งเข้ามาปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของพวกเขา

 

“เจ้าเป็นใคร?”

 

ชายในชุดดำทั้ง 3 คนได้จ้องมองไปที่เงาร่างสีดำที่ปิดกั้นเส้นทางของพวกเขา พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นจึงกล่าวถามอย่างระวัง

 

“อะไรกันไม่ใช่ว่าพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อต้องการที่จะฆ่าข้าไม่ใช่เหรอ?”

 

เย่เฉินเฟิง ได้เปิดเผยรูปลักษณ์ภายใต้เเสงจันทร์ต่อเบื้องหน้าของทั้งสามคนอย่างเฉยเมย

 

“เจ้าคือ เย่เฉินเฟิง!”ชายทั้งสามคนอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ พวกเขารู้สึกไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น

 

ตามข้อมูลที่นายน้อย ตี้ ให้มา เย่เฉินเฟิง เป็นเพียงขยะที่ไม่มีจิตอสูร ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่ากลัว

 

“ใช่,ข้าเอง”

 

เย่เฉินเฟิง เดินเข้าไปข้างหน้าอย่างเป็นขั้นตอน มือของเขาไขว้หลังด้วยท่าทีองอาจที่เขาชอบเเสดงออกมา

 

“ถ้าเจ้าต้องการที่จะตายขนาดนั้นพวกเราจะช่วยสงค์เคราะห์ให้เจ้า!”

 

เเม้เย่เฉินเฟิงจะมีท่าทีที่เเปลกประหลาด เเต่พวกเขาก็หาได้สนใจ พวกเขาได้ผสานเข้ากับจิตอสูรของตนเองเพื่อเพิ่มพละกำลังทางกายเเละพลังวิญญาณของเขาจากนั้นพวกเขาก็ดึงมีดคมออกมาจากกระเป๋าเเละเริ่มโจมตี เย่เฉินเฟิง

 

ทั้งสามคนเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 5 เมื่อพวกเขาผสานเข้ากับจิตอสูรของตนเองก็ทำให้พละกำลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นรวมถึงความเร็วของพวกเขาด้วย พริบตาเดียวพวกเขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้าของ เย่เฉินเฟิง

 

มีดสั้นทั้งสามเล่มที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณสีขาวได้จ่อพุ่งไปที่หน้าอกของ เย่เฉินเฟิง เพื่อต้องการที่จะปลิดชีวิตของเขาโดยตรง

 

“ย๊ะ!”

 

เผชิญหน้ากับการโจมตีที่รุนเเรงจากทั้งสามคน เย่เฉินเฟิง ไม่ได้เลือกที่จะหลบ ร่างกายของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนเเรงจากนั้นพละกำลังมากกว่า 2,500 จิน ก็ปะทะออกมาหลอมรวมเข้ากับกำปั้นของเขา

 

ปั้ง

 

กำปั้นของ เย่เฉินเฟิง ที่อัดเเน่นไปด้วยพลังทำลายอันน่าสะพรึงกลัวได้ทำลายมีดสั้นเเหลมของชายชุดดำที่อยู่เบื้องหน้าการเเสดงออกของชายชุดดำทั้งสามคนคราวนี้กลายเป็นตกใจอย่างมาก

 

จากนั้น เย่เฉินเฟิง ก็ส่งกำปั้นออกไปหนึ่งครั้งส่งร่างของชายชุดดำหนึ่งคนลอยบินไปไกล เเต่ทว่าคราวนี้เองเขากลับเปิดเผยจุดอ่อนทำให้มีดสั้นของชายชุดดำอีกสองคนเสียบโดนร่างกายของเขา

 

อย่างไรก็ตามร่างกายของ เย่เฉินเฟิง กลับเเข็งเเกร่งมาก เขาที่ฝึกฝนทักษะเเบ่งเบาร่างกายเเละปลดล็อคได้ถึงขั้น 2 ขั้นปรับเเต่งกล้ามเนื้อ ทำให้ ผิวหนัง เเละ กล้ามเนื้อของเขาเเข็งเเกร่งมาก มีดสั้นเล็กทั้งสองอันไม่สามารถเเทงทุลุร่างกายของเขาได้

 

ขณะที่ ชายอีกสองคนเห็นอาวุธของตนเองไม่สามารถทำอันตรายอะไร เย่เฉินเฟิง ได้พวกเขาก็ตกตะลึงอีกครั้ง วินาทีนั้น ฝ่ามือของ เย่เฉินเฟิง ก็ซัดเข้าใส่หน้าอกของพวกเขาทั้งสองคนอย่างรุนเเรงจนทำให้หมดสติ

 

เย่เฉินเฟิงได้เปิดใช้พลังศักยภาพร่างกายของเขาล้มชายทั้งสามคนได้จากนั้นพวกเขาก็มาที่ข้าง ๆ ชายทั้งสามคนเเละโคจรทักษะกลืนวิญญาณเพื่อกินจิตอสูรของพวกเขา

 

“เป็นพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์จริง ๆ”

 

รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนเเปลงทางพลังวิญญาณของเขา เย่เฉินเฟิง เผยรอยยิ้มจาง ๆ

 

เมื่อ เย่เฉินเฟิง ทำการฆ่าทั้งสามคนเสร็จ เขาก็ขุดหลุมฝังศพ จากนั้นก็ตรวจสอบทรัพย์สิน ที่ขโมยมา เขาพบธนบัตรมูลมากกว่า 30,000 เหรียญเทล

 

ด้วยเงิน 30,000 เหรียญเทลนี้จะทำให้เขาเเก้ไขสถานการณ์ที่สิ้นหวังของตนเองในตอนนี้ได้

 

หลังจากฝังพวกเขาเสร็จ เย่เฉินเฟิง ก็กลับไปที่บ้านทันที เขาล้างคราบเลือดบนร่างกายจากนั้นก็เริ่มควบคุมไข่โลหิตเพื่อทะลวงด่านพลังเเละกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้นที่ 4