0 Views

ลมฤดูใบไม้ร่วงได้พัดผ่านเเสงเเดดอ่อน ๆ กระทบเข้ากับถนนทางเดินเเละตรอกซอยบางเเห่ง

 

หลังจากคืนเงินจำนวน 30,000 เหรียญเทล ให้เเก่ เย่จือหลิง เเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็ใช้เงินที่เหลือเพื่อซื้่ผลึกวิญญาณระดับต่ำ 8 ชิ้น เเละ โอสถเพลิงผลาญ 2 เม็ด

 

“เห้อ,จากเงิน 300,000 กว่าเหรียญเทล ตอนนี้ข้าเหลือเพียง 5,000 เหรียญเทล หากต้องการทรัพยากรบ่มเพาะพลังที่ดีขึ้น ข้าจะต้องเข้าไปยังนิกายผลาญฟ้าให้ได้”เย่เฉินเฟิงจ้องมองดูธนบัตรที่เหลือในมืออย่างไม่สบอารมณ์เเละบ่นพึมพัมกับตัวเอง

 

ในฐานะที่เป็นนิกายระดับ 3 ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาจักรซือจิน สำนักต่อสู้ของเมืองภายในอาณาจักรซือจิน จะทำหน้าที่ประเมินพรสวรรค์เบื้องต้นเเละหากผ่านก็จะได้รับป้ายสิทธิ์ในการเข้ารับการทดสอบเข้าสู่นิกายผลาญฟ้า

 

หากสามารถผ่านการทดสอบเเละเข้าสู่นิกายผลาญฟ้าได้พวกเขาจะได้รับทรัพยากรพิเศษรวมถึงทักษะจิตวิญญาณที่เเข็งเเกร่งของนิกาย

 

ในขั้นต้น เย่เฉินเฟิง ไม่กล้าที่จะใฝ่ฝันว่าจะได้เข้าสู่นิกายผลาญฟ้า เเต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาได้รับมรดกทักษะกลืนวิญญาณมา เขามีความมั่นใจโดยสมบูรณ์

 

“หืม?ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”

 

เมื่อเย่เฉินเฟิง เดินกลับไปที่สนามหญ้าขนาดเล็กพร้อมกับทรัพยากรบ่มเพาะพลังของเขา เขาก็พบ ไป๋ซือหยา นั่งพูดคุยกับ จี้ฉิงเสวี่ย อยู่ที่ลานบ้านใต้ต้นไม้

 

วันนี้ ไป๋ซือหยา สวมใส่ชุดมัสลินสีเขียวหยก ผิวขาวราวหิมะของเธอเข้ากับบรรยากาศภายใต้เเสงอาทิตย์ตอนนี้อย่างมาก ขาเรียวคู่นั้นรวมถึงใบหน้าเเละดวงตาเหมือนกับพิษร้ายที่มีพิษเสน่ห์ดึงดูด

 

“เฉินเฟิง เจ้ากลับมาเเล้ว”

 

จี้ฉิงเสวี่ย เปิดเผยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของเธอ เมื่อเห็น เย่เฉินเฟิง ซึ่งยืนอยู่ที่ทางเข้าสนามหญ้า ในฐานะคู่บ่าวสาวปลอม ๆ เธอได้เดินเข้าไปควงเเขนเย่เฉินเฟิงอย่างใกล้ชิด

 

“ฉิงเสวี่ย นี่ใครกัน?”

 

เย่เฉินเฟิง จ้องมองไปที่ ไป๋ซือหยา พร้อมกับ กล่าวถาม จี้ฉิงเสวี่ย เบา ๆ

 

“เธอชื่อ ไป๋ซือหยา เเละ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของข้าในเมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้”

 

“ซือหยา นี่คือ เย่เฉินเฟิง เขาคือผู้ที่ข้ามอบความไว้วางใจว่าจะฝากชีวิตกับเขา เราตั้งใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันหลังจากนี้”

 

จี้ฉิงเสวี่ย กล่าวเเนะนำ เย่เฉินเฟิง

 

“ทำไมดวงตาของเจ้าชั่งคุ้นเคยยิ่งนัก?”

 

เมื่อ ไป๋ซือหยา จ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง เเววตาเเห่งความสงสัยได้พยายามคาดเดาสถานะของเย่เฉินเฟิง เธอเคยเห็นดวงตาคู่หนึ่งที่ลึกราวกับทะเลเช่นนี้มาก่อน มันเหมือนกับ เเววตาของ ปรมาจารย์เฉิน ผู้มีทักษะทางการเเพทย์ยอดเยี่ยม

 

ดวงตาของพวกเขาชั่งละม้ายคล้ายกันอย่างมากราวกับว่าพวกเขาคือคนคนเดียวกัน

 

“เฉินเฟิง นี่ควรจะเป็นครั้งที่สองที่เราพบกัน หรือว่าจะให้ข้าเรียกท่านว่า ปรมาจารย์เฉินดี ?”ไป๋ซือหยา จ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง พร้อมกับดวงตาที่สดใส อีกนัยนึงเธอต้องการหาเบาะเเสพิรุธของอีกฝ่าย

 

“ปรมาจารย์เฉิน หมายถึงใคร?”หัวใจของเย่เฉินเฟิง สงบนิ่งเพียงใด เขาย่อมไม่เปิดเผยพิรุธข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยออกมา เเละ เเสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างประหลาดใจ”เจ้าคงจะจำคนผิดละมั้ง”

 

“คนผิด?”

 

ไป๋สือหยา ขมวดคิ้วเล็กน้อย เเละ จ้องมอง เย่เฉินเฟิง อีกครั้ง ความรู้สึกของเธอยังคงยืนยันคำเดิม

 

เเม้เย่เฉินเฟิง จะเด็กมาก เเต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เธอมั่นใจว่า เย่เฉินเฟิง คือปรมาจารย์เฉิน

 

“ซือหยา เจ้าพูดอะไรน่ะ ปรมาจารย์เฉิน?”จี้ฉิงเสวี่ย จ้องมองไปที่ ใบหน้าที่กระวนกระวายของ ไป๋สือหยา พร้อมกับกล่าวถาม

 

เเต่ทว่าไป๋สือหยา ไม่ได้ตอบคำถามของ จี้ฉิงเสวี่ย ,เธอยังคงจ้องมองใบหน้าของ เย่เฉินเฟิง อย่างต่อเนื่อง เพื่อจับผิดเขา

 

“ซือหยา ข้าว่าเจ้า จำคนผิดเเล้ว เฉินเฟิง ไม่สามารถปลุกจิตอสูรขึ้นมาได้ เขาจะสามารถบงการเข็มรักษาที่ต้องใช้พลังวิญญาณเข้าช่วยได้อย่างไร หากเขามีทักษะทางการเเพทย์ที่ยอดเยี่ยมจริง ข้าคงจะเชิญเขากลับไปที่เมืองหลวงเพื่อที่จะรักษาอาการบาดเจ็บของท่านปู่ของข้านานเเล้ว”จี้ฉิงเสวี่ย กล่าวเปิดเผยรอยยิ้มจาง ๆ

 

เนื่องจากมีการดำรงอยู่ของสมองศักดิ์สิทธิ์ จี้ฉิงเสวี่ย จึงไม่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนเเปลงทางจิตวิญญาณของ เย่เฉินเฟิง ได้ เธอไม่รู้ว่า เย่เฉินเฟิง ได้ปลุกจิตอสูรขึ้นมา เเละ กลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 3 เเล้ว

 

“ไม่มีจิตอสูร?”

 

ไป๋สือหยา ขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอรู้ว่า การไม่มีจิตอสูรหมายถึงอะไร นั่นหมายความว่า ในร่างกายของคน ๆ นั้น จะไม่สามารถปล่อยพลังวิญญาณออกมาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการควบคุมเข็มรักษาที่ต้องใช้พลังวิญญาณ

 

“เเม้ว่า เฉินเฟิง จะไม่มีจิตอสูร เเต่เขาก็มีความขยันเเละทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด ข้าเชื่อว่าตราบเท่าที่เขาสามารถทำงานหนักเช่นนี้ต่อไปได้ เขาจะมีอนาคตที่สดใสรออยู่”

 

จี้ฉิงเสวี่ย ยังเเสร้งทำเป็นพูดหวาน เพื่อให้ ไป๋ซือหยา เชื่อเธอว่าเธอต้องการตบเเต่งกับ เย่เฉินเฟิง จริงๆ

 

“เฉินเฟิง ข้าขอโทษด้วย เเต่เจ้าชั่งคล้ายกับ ปรมาจารย์เฉินคนนั้นมาก สงสัยเป็นข้าที่เข้าใจผิดไป”ไป๋สือหยา ถอนหายใจออกมาอย่างเเผ่วเบาเเละกล่าวพูดขอโทษ

 

“ไม่เป็นไร”

 

เย่เฉินเฟิง รู้สึกประทับใจ ไป๋ซือหยา เล็กน้อย จากนั้นเขาก็กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

 

“มันก็เกือบจะเที่ยงเเล้ว เฉินเฟิง พวกเราไปทานมื้อเที่ยงที่คฤหาสน์อมตะสวรรค์กันเถอะ ข้ารู้สึกคิดถึงอาหารที่นั่นมาก”จี้ฉิงเสวี่ย กล่าวเเนะนำ เย่เฉินเฟิง

 

“ราคาค่าอาหารที่คฤหาสน์อมตะสวรรค์เเพงเกินไป พวกเราหาซื้ออะไรมากินที่บ้านก็ได้”หลังจากซื้อทรัพยากรบ่มเพาะพลังไปจนหมด เย่เฉินเฟิง ก็เหลือเงินติดตัวอยู่ไม่มาก ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการเสียเงินไปกับเรื่องพวกนี้

 

“นี่เจ้า…”

 

จี้ฉิงเสวี่ย เเทบจะอาเจียนออกมาเป็นเลือดเพราะคำตอบของ เย่เฉินเฟิง เธอไม่คิดเลยว่า เเม้เธอจะให้ เงินเขามากกว่า 300,000 เหรียญเทล ไปเเล้ว เขาก็ยังคงตระหนี่กับเงินเเค่ไม่กี่ร้อยกับเธอได้ถึงเพียงนี้

 

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ไป๋สือหยา เพื่อนสนิทของเธอ ก็ยังอยู่ที่นี่ การพูดออกมาเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการทำให้เธอเสียหน้าหรอกหรอ

 

เมื่อ ไป๋สือหยา ได้ยินคำพูดของ เย่เฉินเฟิง ก็ทำให้เธอเเสดงสีหน้าออกมาอย่างประหลาดใจ ในตอนนี้ เธอเชื่ออย่างสมบูรณ์ว่าเธอจำผิดคน

 

ปรมาจารย์เฉินไม่ใช่คนที่จะล้อเล่นกับเรื่องเเค่นี้

 

อย่างไรก็ตามเธอก็ยังคงสงสัยเกี่ยวกับ จี้ฉิงเสวี่ย เพื่อนสนิทของเธอ ว่าทำไมถึงยินยอมต้องการเเต่งงานกับผู้ชายที่ไม่มีเเม้เเต่จิตอสูรคนนี้กัน

 

เมื่อเห็นว่าการเเสดงออกของ จี้ฉิงเสวี่ย เปลี่ยนไป เย่เฉินเฟิง ก็ถอนหายใจออกมาอย่างไร้ประโยชน์ เขารู้สึหดหู่อย่างมาก”ก็ได้ เราจะไปกินอาหารที่คฤหาสน์อมตะสวรรค์กัน เเต่ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่สั่งอาหารที่มีราคาเเพงเกินไปไม่งั้นเงินของข้าคงไม่พอ”

 

“ก็ได้!”เมื่อเห็นใบหน้าของ จี้ฉิงเสวี่ย ที่โกรธจัด เย่เฉินเฟิงก็ตอบตกลง

 

หากไม่ใช่เพราะว่าตอนนี้พวกเขาเล่นเป็นคู่รักกันอยู่ จี้ฉิงเสวี่ย คงจะระเบิดความโกรธเเละลงไม้ลงมือต่อ เย่เฉินเฟิงไปเเล้ว ท้ายที่สุดพวกเขาก็ไปกินอาหารที่คฤหาสน์สวรรค์อมตะกัน

 

คฤหาสน์อมตะสวรรค์ เป็นสถานที่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นภัตตาคารอาหารที่มีระดับสูงที่สุดในเมืองจักรพรรดิขาว อาหารที่พวกเขาปรุงนั้นอร่อยมาก เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง ดังนั้น จี้ฉิงเสวี่ย จึงชื่นชมอาหารที่นี่อย่างมาก จนถึงขั้นอยากมีกินที่นี่ต่อในวันพรุ่งนี้

 

ขณะเดียวกันใบหน้าของ เย่เฉินเฟิง ค่อนข้างปรากฏความกดดันเล็กน้อย อาหารมื้อนี้เเทบจะกินเงินทั้งหมดที่เขามี หากเขาไม่หาวิธีทำรายได้เพิ่มขึ้นล่ะก็ มีเเววว่าเขาจะอดอาหารในวันต่อไปเเน่นอน

 

“จริงสิ ฉิงเสวี่ย พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 70 ปีของท่านปู่ของข้า ข้าอยากจะเชิญเจ้ากับ เฉินเฟิง มาร่วมงานด้วยกัน”ขณะที่ พวก เย่เฉินเฟิง กำลังจะจากไป ไป๋ซือหยา ก็กล่าวเชิญพวกเขา

 

“พรุ่งนี้ ข้ากับเฉินเฟิงจะไปที่นั่นเพื่อเข้าร่วมอย่างเเน่นอน”จี้ฉิงเสวี่ย ตอบตกลงโดยไม่คาดคิด

 

ในทางตรงกันข้าม เย่เฉินเฟิง กลับถอนหายใจออกมา หลังจากกินอาหารมือนี้ เย่เฉินเฟิง เหลือเงินเพียงเเค่ 20 เหรียญเทล เขากระทั่งไม่มีเงินพอจะซื้อของขวัญเข้าร่วมงานพรุ่งนี้

 

“เอาล่ะไว้พบกันวันพรุ่งนี้”

 

ไป๋ซือหยา เปิดเผยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ออกมาก่อนที่จะเเยกตัวจาก เย่เฉินเฟิง เเละ จี้ฉิงเสวี่ย ที่นอกคฤหาสน์อมตะสวรรค์