0 Views

ช่วงยามเย็นกระเเสลมหนาวได้พัดผ่านเข้ามาอย่างรุนเเรง

 

ขณะที่ เย่เฉินเฟิง ที่เปลือยกายท่อนบนได้กลับไปที่สนามที่เป็นที่ตั้งบ้านของเขา เขาก็เห็นร่างผอมเพรียวร่างนึงยืนรอเขาอยู่ข้างนอก เขาตกตะลึงมากเกี่ยวการปรากฏตัวของบุคคลคนนั้น

 

“เกิดอะไรขึ้นทำไมเธอถึงมาที่เมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้?”

 

เเม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เจอหน้ากันหลายปี เเต่เย่เฉินเฟิง ก็ยังจำผู้หญิงคนนี้ได้ เธอไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคู่หมั้นของเขา จี้ฉิงเสวี่ย สาวงามอันดับหนึ่งเเห่งอาณาจักรซือจิน

 

เย่เฉินเฟิง ได้เลิกจิตนาการเกี่ยวกับ จี้ฉิงเสวี่ย ไปเเล้ว เเต่เมื่อเขาพบเธออีกครั้งก็ยังทำให้เขาตกใจอยู่ดี

 

ใบหน้าที่สวยงามผมยาวสีดำขลับลำตัวอ้อนเเอ้นเพียวบางน่าหลงใหลรวมถึงส่วนเว้าโค้งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนัยน์ตาที่งดงามที่สามารถดึงดูดบุรุษทุกผู้ที่พบเห็น

 

ในเวลานี้ จี้ฉิงเสวี่ย ก็สังเกตุเห็น เย่เฉินเฟิง เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของ เย่เฉินเฟิง ทำให้ จี้ฉิงเสวี่ย ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเธอก็เลิกเก็บเรื่องต่าง ๆ ของเย่เฉินเฟิงมาครุ่นคิดอีก

 

หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่นึงเย่เฉินเฟิงก็เดินเข้าไปหาเธออย่างช้า ๆ “ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?”

 

“ข้ามีเรื่องที่จะพูดคุยกับเจ้า”จี้ฉิงเสวี่ย ตอบกลับเบา ๆ

 

“หรือว่าที่เจ้ามาที่นี่ก็เพื่อที่จะถอนหมั้นกับข้าใช่หรือไม่?”

 

เย่เฉินเฟิง ได้คาดเดาจุดประสงค์ของ จี้ฉิงเสวี่ย เหตุผลที่เธอมาหาเขาก็คงไม่พ้นเรื่องงานหมั้นอย่างเเน่นอน

 

“อะไรเจ้าต้องการเเยกความสัมพันธ์ทั้งหมดกับข้าขนาดนั้นเลยหรือ?”จี้ฉิงเสวี่ย รู้สึกเเปลกใจเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของ เย่เฉินเฟิง

 

“ไม่ใช่ว่านี่เป็นสิ่งที่เจ้าต้องการเหรอ?”เย่เฉินเฟิง เปิดเผยรอยยิ้มจาง ๆ เเละ กล่าวตอบ

 

“ถ้าข้าไม่ต้องการเจ้าจะเชื่อข้ารึไม่?”จี้ฉิงเสวี่ยตอบกลับ”ถ้าเกิดข้าต้องการจะถอนหมั้นกับเจ้าข้าคงไม่ถ่อมาที่นี่ด้วยตนเอง”

 

“เเล้วเจ้ามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไร…”เย่เฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาไม่สามารถคาดเดาถึงเหตุผลที่ทำให้ จี้ฉิงเสวี่ยมาหาเขาได้

 

“เจ้าจะไม่เชิญข้าเข้าไปหน่อยหรือ?”

 

จี้ฉิงเสวี่ยจ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง อย่างใจเย็น เธอค้นพบว่า เย่เฉินเฟิง ได้เปลี่ยนไปอย่างเเท้จริง ในอดีตเเม้ตอนที่เขาเผชิญหน้ากับเธอ เย่เฉินเฟิง ก็มักจะเเสดงอาการประหม่าทุกครั้ง

 

เเต่ตอนนี้สายตาที่ เย่เฉินเฟิง จ้องมองมาที่เธอกลับสงบนิ่งจนน่าหวาดกลัว

 

“ถ้าเจ้าไม่รังเกียจคนสกปรกเช่นข้าก็เชิญ”

 

เย่เฉินเฟิง ผลักประตูสีเเดงเเละเดินเข้าไปในลานดินที่เต็มไปด้วยสิ่งของรกรุงรัง ก่อนที่จะกล่าวเชิญ จี้ฉิงเสวี่ย

 

จี้ฉิงเสวี่ย ไม่รู้จะอธิบายยังไง เมื่อเห็นสภาพเเวดล้อมการเป็นอยู่ของ เย่เฉินเฟิง ในฐานะที่เธอเป็นบุตรสาวของตระกูล จี้ ที่่ร่ำรวย เป็นธรรมชาติเธอไม่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพเเวดล้อมเช่นนี้

 

เเต่เมื่อนึกถึงเหตุผลที่เธอมาพบ เย่เฉินเฟิง ก็ทำให้ จี้ฉิงเสวี่ย ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

 

เมื่อคิดถึงเรื่องของพวก ตระกูล เจียง เเละ โอกาสที่เธอจะตกไปอยู่ในมือของ เจียงชานซุ่ย เธอพยายามที่จะเข้าเรื่องสาระสำคัญเเละเหตุผลที่มาที่นี่โดยเร็วที่สุด

 

“ต้องการน้ำไหม?”

 

เย่เฉินเฟิง ได้หยิบชุดเสื้อผ้าออกมาจากห้องก่อนที่จะสวมใส่เเละเเต่งตัวอย่างเรียบง่าย จากนั้นเขาก็จ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย เเละ กล่าวถามเบา ๆ

 

“ขอบคุณ เเต่ข้าไม่กระหายน้ำ”

 

จี้ฉิงเสวี่ย สั่นศีรษะของเธอ เเละพยายามจะรวบรวมความกล้าพูดมันออกมา

 

“เอาล่ะทีนี้ก็บอกเหตุผลที่เจ้ามาหาข้าได้เเล้ว”เย่เฉินเฟิง นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่โทรม ๆ พร้อมกับจ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย ด้วยสายตาที่มุ่งมั่น

 

“เขาช่างเเตกต่างกับอดีตมากจริง ๆ ”

 

เห็นการเเสดงออกของ เย่เฉินเฟิง จี้ฉิงเสวี่ย คิดว่า เย่เฉินเฟิง ได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เเต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่อาจหลีกหนีความจริงที่ว่า เย่เฉินเฟิงนั้นไม่สามารถปลุกจิตอสูรขึ้นมาได้ ดังนั้นเธอจึงพยายามละทิ้งความคิดที่กวนใจเธอทั้งหมดไป

 

“ข้า…ข้าต้องการเเต่งงานกับเจ้า”

 

จี้ฉิงเสวี่ย ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะกัดริมฝีปากสีเเดงเเละพยายามเปิดเผยจุดประสงค์ที่เเท้จริงของเธอ

 

“เเต่งงาน…”เย่เฉินเฟิงจ้องมองไปที่ใบหน้าที่สวยงามของ จี้ฉิงเสวี่ย เเละ พูดว่า”อย่าได้พูดตลกหน่อยเลย ด้วยพรสวรรค์เเละสถานะของเจ้า ไม่มีทางที่เจ้าจะเต็มใจยอมเเต่งกับขยะเช่นข้า อีกอย่างตอนนี้ข้ายังถูกตระกูลเย่ขับไล่ออกมาอีก เจ้ายังคิดใช้ข้าเป็นเกราะป้องกันให้เจ้าอยู่อีกหรือ?”

 

“ข้า…”

 

จี้ฉิงเสวี่ย ไม่คาดคิดเลยว่า เย่เฉินเฟิง จะมีสัมผัสที่เฉียบคม จนสามารถคาดเดาเจตนาที่เเท้จริงของเธอได้

 

“บอกวัตถุประสงค์ที่เเท้จริงของเจ้ามา หรือว่าจะให้ข้าเชิญเจ้าออกไป”

 

เย่เฉินเฟิง กล่าวอย่างไร้อารมณ์น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดขาดจนทำให้ จี้ฉิงเสวี่ย รู้สึกผิดเล็กน้อย

 

“ข้ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาบางอย่าง”จี้ฉิงเสวี่ย สูดลมหายใจเข้าลึก เเละ บอกกล่าวทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอให้ เย่เฉินเฟิง รู้สึก

 

“เพราะ เจียงชานซุ่ยต้องการตัวเจ้า เจ้าถึงต้องการใช้ข้าเป็นเกราะป้องกันให้เจ้าหรือไม่ ? เช่นนั้นเจ้าคิดหรอว่าตระกูลเจียงจะเชื่อว่า เจ้ายินยอมที่จะเเต่งกับขยะเช่นข้าจริง ๆ “เย่เฉินเฟิงรู้สึกหัวเราะเยาะตนเองเเละกล่าวออกมา

 

“เพราะพวกเรามีความสัมพันธ์กันมาตั้งเเต่เด็ก ๆ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนใน เมืองหลวงเมฆาม่วงต่างก็รับรู้”

 

“ไม่ว่าพวกเขาจะเชื่อข้าหรือไม่ ตราบใดที่การเเต่งงานของพวกเรากลายเป็นความจริง ด้วยความหยิ่งยโสของ เจียงชานซุ่ย เขาจะต้องยอมเเพ้ต่อตัวของข้า เเละ ในที่สุดท่านปู่ก็คงจะรู้สึกละอายใจเเละยินยอมยกเลิกที่จะส่งตัวข้าไปให้พวกเขา”

 

“สิ่งสำคัญเลยก็คือ ตอนนี้ข้าได้เป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเริ่มต้นขั้น 6 เเล้ว หากข้าสามารถทะลวงคอขวดเเละกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญได้ก่อนอายุ 16 ปี ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านปู่จะยินยอมส่งข้าออกไป”

 

เผชิญหน้ากับ เย่เฉินเฟิง ที่เปลี่ยนไป จี้ฉิงเสวี่ยพยายามเปลี่ยนกลยุทธ์ในการพูดคุยของเธอเเละวางภาพลักษณ์ทั้งหมดเพื่อก้มหัวขอร้องเขาอย่างขมขื่น

 

“จี้ฉิงเสวี่ย เจ้าเคยคิดหรือไม่เกี่ยวกับผลที่ตามมาของเเผนการเจ้า?”

 

เเม้ว่าเย่เฉินเฟิง จะได้รับมรดกทักษะที่สุดยอดมา เเต่ตัวเขาในตอนนี้ยังอ่อนเเอเกินไป เขาไม่สามารถต่อสู้กับ ตระกูลอันดับหนึ่งของอาณาจักรซือจิน อย่างตระกูล เจียง ได้

 

“ข้ารู้ว่านี่อาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับเจ้า เเละมีโอกาสที่ตระกูลเจียงจะมาหาเรื่องเจ้า เเต่ข้าไม่มีทางเลือกเเล้วจริง ๆ ข้าไม่ต้องการถูกทำลายโดยสารเลว เจียงชานซุ่ย”จี้ฉิงเสวี่ย ตอบกลับอย่างน่าสงสาร

 

ในตอนที่ เย่เฉิงเฟิง ต้องการที่จะกล่าวปฏิเสธ เขาก็เกือบลืมไปว่าในอดีตเขายังเคยชอบพอ จี้ฉิงเสวี่ย เเละในใจของเขาย่อมไม่ยอมทนเห็น จี้ฉิงเสวี่ย ถูกทำลายโดยเงื้อมมือของ เจียงชานซุ่ย เมื่อจ้องมองไปที่การเเสดงออกอันน่าสมเพชของเธอ เย่เฉินเฟิง ก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

 

“เย่เฉินเฟิง ข้าให้สัญญากับเจ้าหลังจากจบเรื่องทุกอย่างลงเเล้วข้าจะให้เงินก้อนใหญ่กับเจ้า เพื่อที่เจ้าจะสามารถออกไปใช้ชีวิตให้ไกลจากที่นี่ เมื่อถึงตอนนั้นเเม้ตระกูลเจียงต้องการจะเเก้เเค้นเจ้า ก็คงจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน”

 

จี้ฉิงเสวี่ยกัดริมฝีปากของเธอเเละกล่าวให้สัญญากับ เย่เฉินเฟิง

 

“ถ้าเจ้าสามารถจ่ายล่วงหน้าให้ข้าได้ข้าจะลองพิจารณาดูอีกที”

 

เย่เฉินเฟิง ต้องการเงินมากในตอนนี้ หากเขาสามารถซื้อทรัพยากรบ่มเพาะพลังได้มากพอ เมื่อรวมกับมรดกทักษะสุดเเกร่งของเขา ความสามารถของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ถึงเวลานั้นเเม้ตระกูลเจียงจะมาหาเรื่องเขา พวกเขาก็ยังคงต้องพิจารณาให้ดีอย่างถี่ถ้วน

 

“เช่นนั้นเจ้าต้องการเงินเท่าไหร่”

 

จี้ฉิงเสวี่ย ไม่คิดเลยว่า เย่เฉินเฟิง ที่ลังเล จะเปลี่ยนใจเพราะเงิน เธอเปิดเผยการเเสดงออกที่น่าประหลาดใจออกมา

 

“1,000,000 เหรียญเทล เป็นยังไง?”เย่เฉินเฟิงกล่าวอย่างชัดเจน

 

“ตอนนี้ข้ามีเงินติดตัวเพียงเเค่ 300,000 เหรียญเทล เเต่ข้าสัญญาว่าจะหาทางรวบรวมเงิน 1,000,000 เหรียญเทลมาให้เจ้าให้ได้”จี้ฉิงเสวี่ย หนิบธนบัตรสีเงินออกมาเเละจ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง ขณะที่เธอพูด

 

“เช่นนั้นก็ตกลง”เมื่อเย่เฉินเฟิงรับธนบัตรมาจาก จี้ฉิงเสวี่ย เขาก็ตอบตกลงทันที

 

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อเห็นการกระทำของ เย่เฉินเฟิง ,จี้ฉิงเสวี่ย ก็รู้สึกเเปลก ๆ ในใจ ราวกับว่าการค้าในครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกสูญเสียมากเกินไป