0 Views

ในตอนเช้าเเสงเเเดดอ่อน ๆ ได้ลอดผ่านกระจกส่องเข้ามาในห้องมืด

 

ขณะที่เเสงสว่างสาดลงบนหน้าตัวเองคิ้วของไป๋สือซานได้กระตุกเล็กน้อย ดวงตาที่ปิดสนิทของเขาได้ค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ

 

“ท่านปู่ในที่สุดท่านก็ตื่นเเล้ว”

 

ไป๋ซือหยา ที่นั่งดูเเลอยู่ด้านข้างไม่อาจควบคุมน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาในเวลานี้ได้ เมื่อเธอเห็น ไป๋สือซาน ที่หมดสติตื่นขึ้นมา เธอรีบพุ่งไปเกาะข้างเตียงอย่างตื่นเต้น

 

“ซือหยา ใครช่วยข้า?”

 

ไป๋สือซาน ได้ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างอ่อนเเอ เขาจ้องมองไปที่ ไป๋สือหยา ที่ร้องไห้ฟูมฟายจนน้ำตาได้ท่วมไปที่เเก้มทั้งสองข้างของเธอ

 

“ท่านปู่ เป็นปรมาจารย์เฉิน ที่ช่วยชีวิตของท่าน”เธอเช็ดคราบน้ำตาที่มุมหางตาของเธอขณะที่เธอพูด

 

“ปรมาจารย์เฉิน ? มีคนเเซ่เฉินอยู่ในสมาคมเเพทย์ในเมืองหลวงของอาณาจักรด้วยงั้นหรือ?”ไป๋สือซานกล่าวถามอย่างสงสัย

 

เท่าที่เขาคาดเดา มีโอกาสมากกว่า 8 ถึง 9 ส่วนที่บุคคลที่ช่วยชีวิตของเขาจากประตูเเห่งนรกก็คือ เเพทย์จากสมาคมเเพทย์ของเมืองหลวง

 

“ท่านพ่อ คนที่ช่วยชีวิตท่านไม่ได้เป็นเเพทย์จากเมืองหลวง เเต่เป็นชายหนุ่มหน้าตาเเปลก ๆ ผู้นึง”ไป๋เจียงชุน ได้เดินเข้ามาเเละกล่าวตอบ

 

“ชายหนุ่ม ? เขาอายุเท่าใด ?”ไป๋สือซาน ยกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ

 

“ปรมาจารย์เฉิน น่าจะอายุาว 20 ปี ทักษะทางการเเพทย์ของเขาสูงล้ำมากที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมา เขาใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ ๆ ในการช่วยท่านจากประตูเเห่งนรก”เนื่องเพราะเย่เฉินเฟิง สวมหน้ากากจักจั่น ทำให้ ไป๋เจียงชุน สามารถคาดเดาได้เพียงเท่านั้น

 

“อายุประมาณ 20 ปี มีความสามารถทางการเเพทย์ที่เหนือล้ำมากกว่าเเม้เเต่เเพทย์ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น อาจเป็นไปได้ว่าเขาจะมาจากนิกายลวงตาหรือไม่?”คิ้วสีขาวหิมะของ ไป๋สือซาน ขมวดเเน่นเล็กน้อยก่อนที่จะพึมพัมกับตัวเอง

 

มีเพียงนิกายใหญ่ ๆเหล่านี้เท่านั้นที่จะสามารถฟูมฟักอัจฉริยะขึ้นมาได้ ในทวีปดวลวิญญาณ นิกายขนาดใหญ่นิกายนึงอาจกระทั่งเทียบเท่ากับ หนึ่งอาณาจักร ก็ไม่เเปลก

 

“นิกาย !” ถูกต้องมีเพียงอัจฉริยะจากนิกายเหล่านี้เท่านั้นที่สามารถครอบครองทักษะทางการเเพทย์ที่สูงล้ำเช่นนี้ได้ ดวงตาของ ไป๋เจียงชุน ได้สว่างวาบขึ้น เขารู้สึกเห็นด้วย

 

“เจียงชุน หมออัจฉริยะ นี่ยังอยู่ภายในคฤหาสน์หรือไม่?”ไป๋สือซาน กล่าวถามออกมาด้วยความกระตือรือร้น

 

“เขาจากไปทันทีที่ได้รับรางวัลเมื่อคืนพวกเราไม่สามารถรั้งตัวเขาไว้ได้”ไป๋เจียงชุน กล่าวตอบด้วยความสัตย์จริง”เเต่โชคดีที่ข้าได้เพิ่มรางวัลให้เขาเป็นสองเท่าน่าจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาได้พอสมควร”

 

ถ้าเย่เฉินเฟิง มาจาก นิกายใหญ่ จริง ๆ เเล้วล่ะก็มันก็คุ้มค่าที่ ตระกูลไป๋ของพวกเขาจะเชื่อมสัมพันธ์อันดีเข้าหากัน

 

“เป็นเรื่องที่ดีที่เชื่อมสัมพันธ์อันดีกับเขาไว้”ไป๋สือซานพยักหน้า”เจียงชุน,สือหยา พวกเจ้าทั้งสองหากไม่มีธุระอะไรก็ไปเดินดูรอบ ๆ เมืองซะ หากพวกเจ้าพบหมอศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งให้รีบเชิญเขากลับมาที่นี่อย่างรวดเร็ว”

 

“ขอรับ”ทั้งพ่อเเละลูกสาวต่างพยักหน้าด้วยกันทั้งคู่

 

เช่นเดียวกับพ่อลูกตระกูลไป๋ ที่กำลังมองหา เย่เฉินเฟิง ตอนนี้ เหลียนโจว เองก็มองหาเย่เฉินเฟิงเช่นเดียวกัน เขารู้สึกอับอายขายขี้หน้าอย่างมากกับการกระทำของเย่เฉินเฟิงในวันนั้น

 

อย่างไรก็ตามพ่อลูกตระกูลไป๋ ที่ตามหา เย่เฉินเฟิง ก็เพื่อตอบเเทนความกตัญญู เเต่ในขณะที่ เหลียนโจว นั้นทำเพื่อการล้างเเค้นของตนเอง

 

ในหุบเขาป่าลึกช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง

 

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เย่เฉินเฟิง ได้คืนตัวตนที่เเท้จริงของเขา เเละ ใช้เงินมากกว่า 180,000 เหรียญเทล เพื่อซื้อผลึกวิญญาณระดับต่ำ 16 ชิ้น จากนั้นเขาก็เข้าสู่ส่วนลึกของเทือกเขาเมฆขาวเพื่อฝึกฝน

 

ในส่วนลึกของ เทือกเขาเมฆขาว ด้านข้างสระน้ำลึกที่เงียบสงบ เย่เฉินเฟิง ได้ถือผลึกวิญญาณคุณภาพต่ำสีขาวขุ่นสองก้อนเอาไว้ในมือ ขณะที่เขาหมุนเวียนเทคนิคกลืนวิญญาณอย่างรวดเร็วเพื่อเริ่มการฝึกฝน

 

ผ่านไปไม่ทราบระยะเวลา ทันใดนั้นเสียงของผลึกวิญญาณสองก้อนก็เริ่มเกิดอาการปริเเตก จากนั้น ผลึกวิญญาณในมือของเย่เฉินเฟิง ก็สูญเสียความเเวววาวพร้อมกับกลายเป็นฝุ่นผงเเละบินลอยหายไป

 

“ผลึกวิญญาณของสัตว์อสูรระดับ 1 ช่วยเพิ่มความเเข็งเเกร่งของร่างกายข้ามากถึง 10%”เย่เฉินเฟิง เปิดเผยการเปลี่ยนเเปลงภายในร่างกายของเขา เขาเผยให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ จากนั้นก็หยิบผลึกวิญญาณล้ำค่าออกมาอีกสองก้อนเเละยังคงไหลเวียนทักษะกลืนกินเพื่อฝึกฝน

 

พลังงานวิญญาณอันบริสุทธิ์จำนวนมากได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของ เย่เฉินเฟิง ราวกับกระเเสน้ำ จากนั้นมันก็ถูกกลืนกินโดยไข่โลหิตภายในจิตวิญญาณของเขา

 

เมื่อได้รับพลังวิญญาณเพิ่มมากขึ้น ไข่โลหิต ก็เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นเล็กน้อยที่เปลือกผิวของมัน จากนั้น พลังงานวิญญาณภายในไข่โลหิต ก็ช่วยทะลวงคอขวดจนกลายเป็นจิตอสูรระดับเริ่มต้นขั้นที่ 2

 

เย่เฉินเฟิง ได้เปิดเปลือกตาของเขาขึ้นเเละมีเเสงสว่างส่องออกมา

 

หลังจากกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเริ่มต้นขั้นที่ 2 พลังวิญญาณของ เย่เฉินเฟิง ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ในขณะที่ ความเเข็งเเกร่งทางกายภาพของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 จิน

 

สาเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเริ่มต้นขั้นที่ 2 ได้อย่างรวดเร็ว ก็เพราะทักษะกลืนกินวิญญาณ อันเเข็งเเกร่งนั่น มันสามารถช่วยเติมพลังวิญญาณให้กับไข่โลหิตของเขาได้อย่างรวดเร็ว

 

“ถ้าเพียงข้ามีผลึกวิญญาณ การบ่มเพาะพลังของข้าคงจะไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่รู้จบ”

 

เมื่อความเเข็งเเกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอัตราการบริโภคผลึกวิญญาณก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน หาก เย่เฉินเฟิง ต้องการเพิ่่มความเเข็งเเกร่งของเขาในระยะเวลาอันสั้น เขาจะต้องคิดหาวิธีที่จะได้รับผลึกวิญญาณระดับต่ำหรือไม่ก็ต้องหาทางฆ่าสัตว์อสูรโดยตรง

 

ขณะที่เขาพยายามอย่างดีที่สุดในการบ่มเพาะพลัง จู่ ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นในป่าเงียบ

 

“เป็นเสียงที่คุ้นเคยยิ่งนัก”

 

เย่เฉินเฟิง ขมวดคิ้วเล็กน้อย เเละ จ้องมองไปที่พื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของป่า เขารีบพุ่งไปยังทิศทางนั้นอย่างไม่ลังเล

 

“สาวน้อย ข้าเเนะนำให้เจ้าอย่าดิ้นรนต่อสู้เลย ในสถานที่เเห่งนี้ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเจ้าได้ เเม้เจ้าจะตะโกนสุดคอไปก็ไร้ประโยชน์”

 

ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างปานกลางเเละรอยเเผลเป็นที่มุมมตา เขาสวมใส่เสื้อคลุมสีดำ พร้อมกับกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น

 

ด้านหน้าของเขามีหญิงสาวคนนึงสวมชุดฝึกสีดำเข้ม รูปร่างของเธอสวยงามมาก ทั้งยังมีเสน่ห์ยั่วยวนที่หาใดเปรียบ นอกจากนี้มุมปากของเธอยังปรากฏหยาดโลหิตสายนึง

 

หาก เย่เฉินเฟิง อยู่ที่นี่ เขาจะต้องรู้ได้ในทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครนอกจาก ผู้ที่มีสัมพันธ์อันดีกับเขาตอนเด็ก ๆ บุตรสาวคนโตของตระกูล เฉียว,เฉียวจิงหยวน

 

“เจ้า อย่าเข้ามา ถ้าเจ้ากล้าที่จะทำร้ายข้า ข้ารับประกันเลยว่า ตระกูลเฉียวของข้า จะไม่ปล่อยเจ้าไปเเน่”เฉียวจิงหยวนได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอกล่าวเตือน ชายวัยกลางคนเบื้องหน้า เเละ เริ่มที่จะถอยหนี

 

ในเวลานี้เธอรู้สึกเสียใจอย่างมาก เธอไม่ควรเข้าไปใน หุบเขาเมฆขาว นี้เพื่อทำการฝึกฝน หากไม่ใช่เพราะความประมาท เธอก็คงจะไม่เจอ ชายโฉดชั่ว คนนี้ เเละทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย

 

“สาวน้อย อย่าได้กลัว ข้าจะอ่อนโยนกับเจ้าให้มากที่สุด”เห็นร่างกายที่เย้ายวนของ เฉียวจิงหยวน ระหว่างขาของชายชุดดำ ก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น

 

“จิตอสูรวิหคปีกทอง”

 

ในเวลานี้เฉียวจิงหยวนไม่นั่งนิ่งรอความตาย เธอขบฟันเเน่นเเละปล่อยพลังวิญญาณออกมา เหนือศีรษะของเธอปรากฏวิหคปีกทองที่สยายปีกพร้อมกับพุ่งโจมตีไปยังชายชุดดำ

 

เฉียวจิงหยวน เป็นเพียง ผู้ใช้จิตอสูรระดับเริ่มต้นขั้นที่ 2 ในขณะที่ ชายชุดดำเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเริ่มต้นขั้นที่ 4 ดังนั้น จิตอสูรวิหคปีกทองของเธอจึงไม่สามารถสร้างภัยคุกคามเเก่ชายชุดดำได้

 

เมื่อเห็นการโจมตีของวิหคปีกทอง ชายชุดดำได้เรียกจิตอสูร หมีดำ ออกมา มันได้ปรากฏขึ้นเเละใช้อุ้งมือตบเข้าไปที่วิหคปีกทองเพื่อหยุดการโจมตี

 

“ปั้ง!”

 

จิตอสูรวิหคปีกทองของ เฉียวจิงหยวนได้ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว จิตวิญญาณของเธอตอนนี้ได้รับความเสียหายอย่างรุนเเรงจากนั้นโลหิตจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากปากของเธอ

 

หลังจากที่จิตอสูรถูกทำลายลง ผู้ใช้ที่เชื่อมพลังวิญญาณเข้ากับจิตอสูรก็จะได้รับบาดเจ็บไปด้วย ดังนั้นเมื่อวิหคปีกทองของเธอถูกทำลาย เฉียวจิงหยวน จึงกลายเป็นอ่อนเเอมากในตอนนี้

 

ในเวลานี้ เฉียวจิงหยวน รู้สึกกลัวอย่างเเท้จริง เธอไม่กล้าจินตนาการถึงอนาคตอันใกล้ของเธอ น้ำตาจำนวนมากได้ไหลลงบนใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเธอ

 

“อะไรไม่ขัดขืนเเล้วอย่างงั้นเหรอ?”ชายในชุดดำจ้องมองไปที่ เฉียวจิงหยวน ที่รู้สึกสิ้นหวัง มุมปากของเขาขดเป็นรอยยิ้ม ก่อนที่จะเดินไปที่เบื้องหน้าของเธอเเละหยิบถุงกระดาษสีเหลือออกมาจากอกของเขา

 

จากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดพร่ำอะไร สาดผงสีขาวที่อยู่ในห่อกระดาษสีเหลืองออกไปที่เบื้องหน้าของ เฉียวจิงหยวน

 

“ไอชั่ว เจ้าจะไม่ได้ตายดีเเน่”เฉียวจิงหยวน กรนด่า ชายในชุดสีดำคนนั้น หลังจากที่เห็นศัตรูโยนผงสีขาวออกมาเเละมันได้ลอยคลุ้งเข้าไปในปากของเธอ

 

“ฮ่าฮ่า สาวน้อย เอ๋ย ปากของเจ้าชั่งเปล่งเสียงที่ไพเราะออกมาเสียจริง ข้าเเทบจะรอไม่ไหวเเล้ว” คำที่ว่า’เขาจะไม่ตายดี’ ของ เฉียวจิงหยวน ทำให้ ระหว่างขาของ ชายในชุดดำ รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก

 

ขณะเดียวกัน ฤทธิ์ของยา ก็เริ่มทำให้ใบหน้าของ เฉียวจิงหยวน ซีดขาว ตอนนี้ลมหายใจของเธอสั่นออกมาอย่างเเปลก ๆ เธอรู้ได้ในทันทีว่าผลของยาได้ออกฤทธิ์เเล้ว

 

“สาวน้อย ตอนนี้เจ้ารู้สึกกระชุ่มกระชวยจนอยากจะเปลื้องผ้าออกหรือไม่ ? หรือว่าเจ้าต้องการให้ข้าช่วยกันล่ะหืม?”

 

ขณะที่เขาพูดเสร็จชายชุดดำก็เงื้อมมือไปที่ข้างหน้าของ เฉียวจิงหยวน เเละ ออกเเรงฉีกเสื้อผ้าที่คลุมร่างกายของ เฉียวจิงหยวนออก เผยให้เห็นชุดชั้นในปักสีดำ

 

เมื่อเห็นร่างกายที่เซ็กซี่ของ เฉียวจิงหยวน เเละ หน้าตาที่น่าสงสารของเธอ ชายในชุดดำกลืนน้ำลายของตัวเองลงอย่างเเรง ดวงตาของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยไฟราคะ เเละ อยากจะกลืนกินเธอเสียตอนนี้

 

“งดงามจริง ๆ ในชีวิตของข้า ข้าไม่เคยเล่นสนุกกับหญิงงามเช่นเจ้ามาก่อนเลย”หัวใจของชายในชุดสีดำเต้นรัวออกมาอย่างไม่เป็นจังหวะ เขาเริ่มถอยเสื้อท่อนบนของตนเองออก เเละ พยายามกดร่างของ เฉียวจิงหยวน ไว้ใต้ระหว่างขาของตนเอง เมื่อเห็นเรือนร่างเซ็กซี่ที่อยู่ใต้ระหว่างขา ไฟราคา ในใจของเขาก็ยิ่งทวีคูณความรุนเเรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

มองไปที่ชายในชุดดำที่กดร่างของตนเองลง จิตใจของ เฉียวจิงหยวน เริ่มที่จะเกิดความหวั่นไหว เธอเริ่มหายใจติดขัด เเละ เเสดงสีหน้าออกมาด้วยความสิ้นหวัง

 

ขณะที่เธอพยายามจะกัดลิ้นเพื่อฆ่าตัวตาย จู่ ๆ เธอก็ค้นพบเงาร่างพร่ามัวของคนผู้นึงปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของชายชุดดำอย่างเเปลกประหลาด ก่อนที่ในอากาศจะปรากฏคลื่นพลังหมัดที่ทรงพลังออกมา